“ขี้งก!’’
ฝูหมินเบะปากด้วยความน่ารักก่อนมองไปที่ชายหนุ่มแล้วกระพริบตาปริบๆแทน
“พี่ชายพี่ให้หนูได้ไหม?’’
ฉีซีที่ได้ยินก็จ้องเขม็งไปที่จางเจิ้นไม่ต้องสงสัยเลยว่าถ้าเขายอม เธอจะโกรธมาก
จางเจิ้นก็ไม่รู้ว่าควรจะหัวเราะหรือร้องไห้ดีเขาจึงยิ้มแห้งๆ
“หนูไปหาก้อนอื่นเถอะก้อนนี้พี่ชายกับพี่สาวจองเอาไว้แล้ว’’
ฝูหมินประหลาดใจดูเหมือนเสน่ห์ของเธอจะไม่สามารถใช้กับชายหนุ่มสุดแสนจะธรรมดาคนนี้ได้
“อืม...ก็ได้’’เธอจึงดูเชื่อฟังและจากไปอย่างว่าง่าย
และทันทีที่เธอจากไป
ฉีซีก็ก็อดที่จะเหน็บแหนมไม่ได้
“เนื้อหอมจังนะน้องชายจาง’’
“ธรรมดาครับ’’จางเจิ้นหัวเราะอย่างไม่คิดมาก
“...’’ฉีซี
พริบตาทั้งสองคนก็ได้ซื้อหินหยาบก้อนตรงหน้า และไปเลือกซื้อก้อนอื่นต่อ
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วชายหนุ่มแซ่จางและหญิงสาวแซ่ฉีได้ซื้อหินหยาบไปแล้วกว่าสิบก้อน
ปัจจุบันทั้งสองคนจึงเล็งหินก้อนหนึ่งเอาไว้ โดยที่ฉีซีเป็นฝ่ายถามเช่นเคย
“ก้อนนี้ใช้ได้’’จางเจิ้นตอบด้วยรอยยิ้ม
พวกเขาจึงเตรียมที่จะซื้อมัน
แต่ทันใดนั้นเอง…
“เดี๋ยวก่อน!’’หลิวอวี้จงได้ปรากฏตัวขึ้น และเดินเข้ามาด้วยรอยยิ้มที่หยิ่งยโสก่อนพูดว่า “ก้อนนี้เป็นของผม!’’
ในสายตาของเขาคนชั้นตํ่าเช่นสองคนนี้ที่ไม่กล้าแม้แต่จะสู้หน้าเขาเขาไม่จําเป็นที่จะต้องไว้หน้าอีกต่อไป
ทางด้านจางเจิ้นและฉีซีที่ถูกพูดจาอย่างไม่สุภาพใส่พลันขมวดคิ้วขึ้นมา รอบแรกพวกเขาพอยอมให้ได้ แต่รอบสองอย่าได้หวังเลย!
จางเจิ้นจึงพูดออกไปด้วยนํ้าเสียงเย็นชาว่า
“หินก้อนนี้จะเป็นของคนที่ซื้อมันแล้วนายมั่นหน้ามั่นตามาจากไหน ถึงได้กล้าบอกว่ามันเป็นของนาย?เหอะ จะโง่ก็โง่ให้มันน้อยๆหน่อย!’’
“นะ...นาย!’’สีหน้าของหลิวอวี้จงเปลี่ยนไปในทันทีเขาคิดไม่ถึงมาก่อนเลยว่าตัวเองจะถูกคนชั้นตํ่าด่าอย่างไม่ไว้หน้าเช่นนี้
ฉีซีที่เห็นเหตุการณ์ตรงหน้าก็หัวเราะคิกคักไม่ว่าเธอจะไปไหนกับชายหนุ่ม เธอก็จะได้เห็นเขาแสดงอะไรสนุกๆให้เธอดูเสมอเธอจึงรู้ได้ทันทีว่าสถานการณ์ที่กําลังจะเกิดขึ้นนี้...จะจบลงยังไง!
ได้ยินหลิวอวี้จงก็ยิ่งหน้าตึง ก่อนพูดว่า
“นายไม่รู้เหรอว่าฉันเป็นหลานของใคร?’’
เขาเป็นถึงหลานแห่งนักประเมินหลิวผู้ยิ่งใหญ่เชียวนะ!
แล้วไหงถึงได้มีพวกบ้านนอกที่ไม่รู้จักเขาได้?
จางเจิ้นหัวเราะหึๆเขาไม่สนใจอีกต่อไป และจ่ายเงินซื้อหินก้อนตรงหน้าอย่างรวดเร็ว
หลิวอวี้จงที่ถูกเมินก็ราวกับกินอึไปเขาโกรธมาก เป็นไปได้ว่าถ้าเขาไม่ห่วงภาพลักษณ์ของตัวเองแล้วล่ะก็เขาคงต่อยหน้าไอ้หมอนี่ไปแล้ว!
บัดซบ!
ต้องสอนให้มันรู้สักหน่อยแล้วว่าเขาเป็นใคร!
ทันทีที่ตัดสินใจได้สีหน้าชั่วร้ายของหลิวอวี้จงพลันเผยออกมา ก่อนยิ้มเอ่ยอย่างเจ้าเล่ห์ว่า
“ฉันไม่รู้ว่านายเป็นใครหรอกนะแต่ถ้านายยังมีความกล้าอยู่บ้าง เรามาเดิมพันกันหน่อยเป็นไง?’’
“เดิมพัน?’’จางเจิ้นที่เมินเฉยมาตลอดหันไปมองด้วยความสนใจ ไหนๆก็มาแล้วหาค่าขนมสักหน่อยจะเป็นไรไป?
ฉีซีก็อดหัวเราะคิกคักอีกครั้งไม่ได้เธอรู้เลยว่าการเดิมพันครั้งนี้ผลลัพธ์มันจะเป็นยังไง
หลิวอวี้จงที่เห็นหญิงสาวหัวเราะคิกคักก็รู้สึกหน้าเสียไม่สบอารมณ์เขาไม่ชอบใจเลยที่ถูกเธอที่แต่งตัวปิดหน้าปิดตามิดชิดกระทั่งสวยหรือไม่สวยมาหัวเราะใส่ ดังนั้นเขาจึงทําใจเย็นเอ่ยออกไป
“แน่นอนการเดิมพันมีอยู่ว่า ใครก็ตามที่สามารถหาหยกเกรดที่ดีที่สุดได้คนๆนั้นจะเป็นผู้ชนะ!’’
“แล้วเงื่อนไขล่ะ?’’จางเจิ้นถาม หากเดิมพันแล้วไม่มีข้อตกลงที่น่าสนใจ เขาก็จะไม่เดิมพันมัน
“ง่ายมาก!คนแพ้จะต้องเสียเงินสิบล้านหยวนให้แก่ผู้ชนะ!ว่าไงนายมีเงินพอที่จะเดิมพันกับฉันรึเปล่า?’’ หลิวอวี้จงตอบสีหน้าของเขาเผยความดูถูกออกมาเขาไม่เชื่อแน่นอนอยู่แล้วว่าอีกฝ่ายจะมีปัญญาเดิมพันเงินที่หนักขนาดนี้เขาจึงเตรียมที่จะลดจํานวนเงินเดิมพันลงมา
แต่ก่อนที่เขาจะได้ทําอะไร…
ชายหนุ่มตรงหน้าเขาก็หัวเราะขึ้นมาซะก่อน
“ทําไมจะไม่มีล่ะ?ฉันมีแน่นอนอยู่แล้ว แต่ฉันว่าสิบล้านหยวนมันน้อยเกินไปหน่อยนะ!’’
หลิวอวี้จงผงะ
สิบล้านหยวนมันน้อยเกินไป?
บอกได้ว่าถึงเขาจะเป็นหลานของนักประเมินหลิวและมีทักษะการประเมินอยู่บ้างแต่รายได้ทั้งหมดของเขาต่อปีก็ไม่ได้เยอะเท่าผู้เป็นปู่ดังนั้นเงินในบัญชีของเขาจึงมีเพียงสามสิบล้านหยวนกว่าๆ
เหตุนี้เองเขาจึงรู้สึกตกใจกับชายหนุ่มสุดแสนธรรมดาตรงหน้าเป็นอย่างมากเพราะในสายตาของเขาแล้ว อีกฝ่ายเป็นได้เพียงคนชั้นตํ่าและน่าจะมีเงินมากสุดแค่สองถึงสามล้านหยวนแต่สิ่งที่เขาได้ยินนั้นชี้ให้เห็นแล้วว่ามันมีเงินมากกว่าสิบล้านหยวนเขาเลยไม่อยากจะยอมรับสักเท่าไหร่
แต่เมื่อคิดว่าตัวเองเป็นถึงหลานชายของนักประเมินวัตถุโบราณแล้ว...เขาก็เห็นได้ชัดถึงแสงสว่างที่จะเพิ่มเงินในบัญชีของเขาเป็นจํานวนมหาศาลได้ในทันที!
ฮ่าๆๆๆๆ!
หลิวอวี้จงหัวเราะในใจอย่างบ้าคลั่งในที่สุดวันที่เขาโชคดีขนาดนี้ก็มาถึง!
เขาจึงแสร้งถามด้วยความหวาดหวั่น
“แล้วนายต้องการเดิมพันสักเท่าไหร่ล่ะ?’’
“ห้าสิบล้านหยวนเป็นไง?’’จางเจิ้นยื่นข้อเสนอ เขาไม่ใช่พระเจ้าจึงไม่สามารถรู้สิ่งที่อีกฝ่ายคิดได้
“หะ...ห้าสิบล้านหยวน!’’สีหน้าของหลิวอวี้จงเปลี่ยนไปอีกครั้ง เงินในบัญชีของเขายังมีไม่ถึงเลย
แต่เมื่อคิดว่าชัยชนะอยู่ในกํามือของตัวเองเรียบร้อยแล้วเขาก็มองอีกฝ่ายราวกับมองไก่ตัวหนึ่งที่รอให้เชือด
“แน่นอนห้าสิบล้านหยวนพูดแล้วไม่คืนคํา!’’
ทันทีที่ข้อตกลงเป็นอันเรียบร้อยทั้งสองฝ่ายก็แยกย้ายกันหาหินหยาบของตัวเองโดยจํากัดเวลาอยู่ที่สิบนาที
หลายนาทีต่อมา
“ก้อนนี้น่าจะดีที่สุดในบรรดาหินหยาบที่นี่แล้ว’’จางเจิ้นพบเข้ากับหินหยาบก้อนใหญ่โตก้อนหนึ่ง ซํ้ายังดูหรูหราเป็นอย่างมาก และด้วยฟังก์ชันมองทะลุของเขาเขาสามารถที่จะมองเห็นได้ทันที ว่านอกจากเปลือกนอกของมันแล้วภายในยังบรรจุหยกลํ้าค่าเอาไว้
ฉีซีมองดูข้างๆอยู่เงียบๆเธออดใจรอไม่ไหวแล้วที่จะได้เห็นว่าเขาจะเอาชนะการเดิมพันในครั้งนี้ยังไง
พริบตาสิบนาทีก็ผ่านไปอย่างรวดเร็ว
ณโซนตัดหิน
หลิวอวี้จงหลูฉงซาน ฝูหมิน ทั้งสามคนได้หินหยาบของตัวเองมาครบทั้งห้าก้อนแล้วพวกเขาจึงได้จบเกมของพวกเขาลง โดยที่หลิวอวี้จงเป็นฝ่ายชนะ
แน่นอนว่าฝูหมินไม่ยอมให้เบอร์กับเขาง่ายๆเธอจึงได้หาข้ออ้างมากมายสารพัดให้กับเขาและมันทําให้เขารู้สึกไม่เป็นธรรมอย่างมาก
ระหว่างนี้เองเขาจึงสังเกตเห็นชายหนุ่มคนหนึ่งที่กําลังตรงเข้ามาพร้อมกับหินหยาบก้อนใหญ่โตในมือและเมื่อเขาเห็นว่าเป็นใคร สีหน้าของเขาก็ฉายให้เห็นถึงความเยาะเย้ย
มันคิดว่าแค่ก้อนใหญ่กว่าแล้วจะมีหยกดีกว่ารึไง?
ปัญญาอ่อน!