หินประหลาดของทั้งสองคนต่างวางอยู่ตรงกลางของห้องโถงใหญ่ หลี่ผิงเฉาและลูกหลานเจ้านครชั้นล่างคนอื่นๆยืนอยู่เบื้องหลังของเซียวอวี้ส่วนเบื้องหลังของกงซุนกวนเป็นลูกหลานเจ้านครชั้นสูงที่แสยะยิ้มน่าสะพรึงกลัว
“ดูเหมือนสหายเซียวจะมั่นใจในตัวเองยิ่งนักเลือกหินเร็วยิ่งกว่าข้าเสียอีก” กงซุนกวนแสยะยิ้มขณะกล่าว
เซียวอวี้คลี่ยิ้มตอบ“ข้าไม่เข้าใจการพนันหินหรอกก็เลยทำได้แค่ลองเสี่ยงดวงดู”
ในระหว่างที่พูดอยู่นั้นก็มีข้ารับใช้ส่งดาบตัดมาให้พวกเขาคนละเล่ม กงซุนกวนถือดาบเอาไว้ในมือใบหน้าเผยรอยยิ้มที่เกือบจะเหี้ยมเกรียมอย่างเห็นได้ชัด “เช่นนั้นข้าไม่เกรงใจแล้วนะ”
“ฟึบๆๆ”
ทักษะการผ่าหินของเขาช่ำชองเป็นอย่างยิ่งผ่าลงไปไม่กี่ครั้งพลันมีลำแสงพ่วยพุ่งถึงท้องฟ้าลำแสงหนึ่งพุ่งออกมาจากภายในหินสีหน้าของกงซุนกวนยินดีเป็นอย่างยิ่ง ผ่าออกทั้งก้อนอย่างระมัดระวัง
มวลอากาศเย็นยะเยียบกระจายออกมาตามด้วยลำแสงดาวกระจายเจ็ดสีจางๆ
“นี่มัน...วิญญาณน้ำแข็งเจ็ดสีไม่ใช่หรือ วัสดุชั้นดีในการหลอมอาวุธหากเป็นวิญญาณน้ำแข็งเจ็ดสีที่ใหญ่เพียงพอสามารถสร้างอาวุธชั้นเลิศทั่วไปได้”
ระดับอาวุธวิเศษของทวีปอวี้ซวีเซียวอวี้ย่อมเข้าใจดี
อาวุธในโลกมนุษย์โดยส่วนใหญ่ไม่ได้ผ่านการประกอบพิธีบวงสรวงยังไม่สามารถเรียกมันว่าอาวุธวิเศษได้มีเพียงอาวุธที่ถูกนักพรตกล้าแกร่งประกอบพิธีกรรม ถึงจะเรียกว่าอาวุธวิเศษสามารถแสดงพลังที่แข็งแกร่งไร้เทียมทานได้
อาวุธวิเศษที่ได้รับการประกอบพิธีกรรมมาเรียกว่าอาวุธชั้นเลิศระดับหนึ่งต่ำที่สุด ระดับเก้าสูงที่สุด
แต่อย่างไรก็ตามนอกจากอาวุธชั้นเลิศอาวุธวิเศษที่อริยะประกอบพิธีด้วยตนเองจะถูกเรียกว่าอาวุธศักดิ์สิทธิ์อานุภาพเหลือประมาณไร้ขอบเขต เพียงชิ้นเดียวสามารถสยบได้ทั้งอาณาจักร
อาวุธศักดิ์สิทธิ์ก็แบ่งเป็นระดับหนึ่งถึงเก้าด้วยเช่นกันนอกจากนี้ ยังมีอาวุธศักดิ์สิทธิ์บรรพกาล อาวุธศักดิ์สิทธิ์บรรพกาลแต่ละชิ้นล้วนเป็นเส้นสนกลในของสำนักใหญ่ต่างๆเป็นสมบัติพิทักษ์สำนัก
แน่นอนนอกจากอาวุธศักดิ์สิทธิ์ ยังมี ‘อาวุธ’ที่ระดับสูงยิ่งกว่านั้น นั่นเป็นอาวุธวิเศษขั้นสูงสุดที่ต้องเป็นยอดฝีมือขั้นราชันย์แห่งปราชญ์ถึงจะสามารถหลอมออกมาได้
ในชาติก่อนอาวุธวิเศษของเซียวอวี้ก็คืออาวุธจักรพรรดิเซียนชิ้นหนึ่งแต่ถูกทำลายลงในโลกเซียนพิภพจนย่อยยับไปแล้วแม้กระทั่งเทพเจ้าในอาวุธจักรพรรดิเซียนก็มลายไปจนหมดสิ้นราวกับหมอกควันด้วยเช่นกัน
วิญญาณน้ำแข็งเจ็ดสีที่มีขนาดเท่าผลพุทราถูกกงซุนกวนหยิบออกมาอย่างระมัดระวัง ลำแสงดาวกระจายเจ็ดสีจางๆขับเน้นใบหน้าที่ประดับรอยยิ้มโอหังถือดีของเขาให้เด่นชัด ในขณะเดียวกันก็ตวัดสายมองไปทางเซียวอวี้อย่างน่าประหวั่นพรั่นพรึง
วิญญาณน้ำแข็งเจ็ดสีที่ใหญ่เท่าผลพุทราย่อมไม่อาจสร้างเป็นอาวุธชั้นเลิศได้แน่นอนแต่สามารถฝังประดับลงบนอาวุธทั่วไป เพิ่มอานุภาพของอาวุธวิญญาณน้ำแข็งเจ็ดสีชิ้นเล็กเท่านี้อย่างน้อยก็มีมูลค่าเท่ากับหินวิญญาณบรรพกาลระดับกลางสิบชั่ง
รอยยิ้มบนใบหน้ากงซุนกวนฉีกลึกยิ่งขึ้นมองเซียวอวี้ด้วยท่าทางเสียใจ ส่ายหน้าไปมาพลางพูด “สหายเซียว นี่ต้องขอโทษด้วยจริงๆข้าก็คิดไม่ถึงว่าจะสามารถผ่าออกมาเป็นวิญญาณน้ำแข็งเจ็ดสีได้”
มีคนหัวเราะเยาะแล้วพูดอีกครั้ง“สหายเซียวอย่าหมดกำลังใจไปก็แค่เสียหินวิญญาณบรรพกาลบางส่วนเท่านั้นเอง แค่น่าเสียดายที่สหายเซียวพ่ายแพ้การพนันหินตาแรกในเมืองหลวงเสียแล้วนี่ถ้าแพร่งพรายออกไปก็คงดูไม่ดีนัก”
“หึสมน้ำหน้า เซียวอวี้ยังคิดจริงๆ หรือว่า แค่เอาชนะสหายเยี่ยได้ก็จะสามารถกดดันพวกเราลูกหลานชนชั้นสูงได้หากไม่ใช่ว่าสหายกงซุนมีเมตตา ไม่ได้มีใจคิดอยากวางเดิมพันก้อนใหญ่ ก็เป็นไปได้ว่าเขาคงเสียหมดจวนสกุลเซียวแล้วละ” มีคนหัวเราะเยาะไปด้วยในขณะที่พูด
ตู้เสี่ยนยิ่งเผยรอยยิ้มชั่วร้ายพูดด้วยเสียงเหี้ยมเกรียม “เซียวอวี้รสชาติที่ถูกหัวเราะเยาะมันคงสุขใจมากใช่ไหมล่ะ น้ำในเมืองหลวงนี้ลึกมากเดี๋ยวเจ้าก็จะค่อยๆ รู้เอง”
เซียวอวี้เหลือบมองกงซุนกวนและคนอื่นๆเขาพูดอย่างเรียบเฉย “ทุกท่านดีใจเร็วเกินไปแล้วกระมังข้ายังไม่ได้ผ่าหินเลยนะ ทำไมถึงคิดว่าข้าจะแพ้แล้วล่ะ”
ตู้เสี่ยนยิ้มหยันพลางเอ่ย“เซียวอวี้ นี่เจ้ายังคิดจะเงยหน้าอ้าปากได้อีกหรือไง เจ้าคิดว่าเลือกก้อนหินมั่วๆมาสักก้อนก็จะสามารถผ่าออกมาเป็นของล้ำค่าหายากได้หรือไง ช่างเป็นไอ้โง่ที่ไม่รู้จักเจียมตัว”
ซูเฮ่าพลันหัวเสียตะโกนเอ็ดตะโรขึ้นทันที “เจ้าด่าใครกันกวนประสาทใช่ไหม”
เซียวอวี้คลี่ยิ้ม“สหายซูไม่ต้องโมโหไปแค่คิดว่าเป็นหมาตัวหนึ่งเห่าหอนอยู่ข้างๆ พวกเรา ไม่จำเป็นต้องลดตัวลงไปทะเลาะกับคนต่ำทรามแค่คนเดียวหรอก”
“เจ้า!”
ตู้เสี่ยนหน้าแดงซ่านอย่างรวดเร็วแววตาปรากฏจิตสังหารรำไร จากนั้นหัวเราะเยาะแล้วเอ่ยว่า “เจ้าก็ทำเป็นแค่พูดจาเหลวไหลอยู่ที่นี่ข้าขอเตือนเจ้าว่ายอมแพ้ซะดีๆ จะดีกว่านะ หัวหน้าลูกหลานเจ้านครชั้นล่างบ้าบออะไรกันถุ้ย”
หลี่ผิงเฉาและคนอื่นๆล้วนทำหน้าเคียดแค้น เพียงแต่กงซุนกวนผ่าเป็นของล้ำค่าออกมาจริงๆตานี้คาดว่าพวกเขาคงจะแพ้แล้ว
เซียวอวี้มาเมืองหลวงเป็นครั้งแรกก็พ่ายแพ้สงครามใหญ่พนันหินนี่จะต้องส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงของเขาอย่างใหญ่หลวง พวกหลี่ผิงเฉาต่างทอดถอนใจด้วยความจนปัญญา
แต่ในเวลานี้เซียวอวี้ที่ถือดาบผ่าหินอยู่ในมือเริ่มลงมือผ่าหิน
สีหน้าของซูเฮ่าและคนอื่นๆพลันปรากฏความตึงเครียดและเป็นห่วงเป็นใยขึ้นทันควันจ้องมองก้อนหินสูงเท่าครึ่งตัวคนก้อนนั้นไม่วางตาส่วนกงซุนกวนและกลุ่มคนพวกนั้นแต่ละคนทำหน้าเย้ยหยันใบหน้ายิ่งส่อเจตนาถากถางอย่างเข้มข้น
เซียวอวี้เงื้อมือขึ้นฟันดาบลงไปผ่าหินประหลาดออกในทีเดียว กงซุนกวนทำหน้าเย้ยหยันเล็กน้อยเห็นได้ชัดว่าผ่าหินไม่เป็น ต่อให้ข้างในมีของล้ำค่าหายากจริงๆคาดว่าคงจะถูกลงดาบจนเสียหายแล้ว
แต่ต่อมารอยยิ้มบนใบหน้าของเขาชะงักค้างในทันควันมวลอากาศร้อนระอุลอยกระจายออกมาจากภายในหินประหลาด คลื่นความร้อนโถมซัดสาดราวกับดวงตะวันคล้อยตัวต่ำลง
สัมผัสได้ถึงบรรยากาศเร่าร้อนเหลือประมาณกลุ่มนี้สีหน้าของตู้เสี่ยนและคนอื่นๆ กลายเป็นยากที่จะทานทน ไอพลังที่ร้อนระอุค่อยๆหายไปหลังจากผ่านไปครู่ใหญ่
ซูเฮ่าดวงตาเป็นประกายร้องอุทานด้วยความตกตะลึง “เซียวอวี้รีบหยิบออกมาเร็ว ดูว่าเป็นของล้ำค่าอะไรกันแน่”
ทุกคนต่างรุมล้อมเข้ามาไม่เว้นแม้แต่หลี่เสียวอวี่ ช่วงเวลาเมื่อสักครู่ที่แสงสีแดงเปล่งประกายคลื่นมวลอากาศร้อนแผดเผาปกคลุมไปทั่วทั้งตำหนักใหญ่แค่ดูก็รู้ว่าภายในหินก้อนนี้จะต้องมีของล้ำค่าหายากบางอย่างกำเนิดขึ้นแน่นอน
“ถือถาดโลหะสักอันเข้ามาซิ”เซียวอวี้สั่งความประโยคหนึ่งด้วยสีหน้าสุขุมเยือกเย็น
ทันใดนั้นก็มีข้ารับใช้นำถาดทองคำส่งให้เขาเซียวอวี้รับถาดด้วยมือข้างหนึ่ง ส่วนมืออีกข้างกวัดแกว่งดาบต่อไปหลังจากฟันลงไปสามสี่ที ลำแสงสีแดงพลันพุ่งทะยานสู่ท้องฟ้าผู้คนมากมายอดอุทานด้วยความตกตะลึงไม่ได้
หินวิญญาณบรรพกาลสีแดงก่ำขนาดเท่ากำปั้นชิ้นหนึ่งถูกเขาหยิบออกมาบรรจงวางลงบนถาดอย่างช้าๆ ลำแสงสีแดงเข้มบนหินวิญญาณบรรพกาลราวกับสีโลหิตเปล่งแสงอันน่าสะพรึงกลัว ถึงแม้ไอพลังร้อนระอุจะหายไปแต่ทุกคนต่างสามารถสัมผัสได้ถึงพลังอันน่าครั่นคร้ามที่บรรจุอยู่ภายในหินวิญญาณบรรพกาลชิ้นนี้ได้
“นี่...หรือว่าจะเป็นศิลาโลหิตหงสา?” มีคนทำหน้าไม่อยากเชื่อจับจ้องก้อนหินที่อยู่ในถาดราวกับถูกผีสิง ปากพึมพำพูดกับตัวเอง
“ศิลาโลหิตหงสาอย่างนั้นหรือ”คนมากมายหัวใจกระตุกวาบ แววตาฉายความละโมบ
ส่วนตู้เสี่ยนและกงซุนกวนกลับหน้าซีดเผือดทันทีจ้องมองหินวิญญาณบรรพกาลสีแดงก่ำในถาดด้วยความเหลือเชื่อใบหน้าล้วนเผยความสิ้นหวังและหวาดผวา
“ศิลาโลหิตหงสา?เป็นศิลาโลหิตหงสาจริงๆ ด้วย ฮ่าๆๆ ตอนนี้ข้าจะคอยดู ใครกล้าหาว่าเซียวอวี้แพ้แล้วบ้างวิญญาณน้ำแข็งเจ็ดสีนั่นเทียบกับศิลาโลหิตหงสา แทบจะเป็นแค่เศษขยะเลยทีเดียว”ซูเฮ่าโห่ร้องด้วยความตื่นเต้น
หลี่ผิงเฉาและคนอื่นๆก็ทำหน้าตะลึงงันด้วยเช่นกัน ใครจะคาดการณ์ได้ว่าเซียวอวี้จะดวงดีเช่นนี้ ผ่าออกมาเป็นศิลาโลหิตหงสาขนาดเท่ากำปั้น
โลหิตหงสา!
นี่เป็นวัสดุวิเศษชั้นยอดของทวีปอวี้ซวีมีคำร่ำลือเล่าว่าสมัยโบราณกาลเคยมีหงส์เพลิงถือกำเนิดขึ้น หลังจากหงส์เพลิงดับสูญโลหิตหงสากระจายไปทั่วท้องนภาและผืนปฐพีนี่เป็นวัสดุวิเศษในการหลอมอาวุธที่ล้ำค่าเป็นอย่างยิ่ง ขนาดว่าสามารถสร้างอาวุธศักดิ์สิทธิ์ได้
หากอาวุธชั้นเลิศธรรมดาชิ้นหนึ่งสามารถใช้โลหิตหงสาประกอบพิธีกรรมขึ้นมาใหม่คุณภาพของมันจะเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก โลหิตหงสาขนาดเท่ากำปั้น สามารถทำให้อาวุธชั้นเลิศทั่วไปเลื่อนระดับถึงอาวุธชั้นเลิศระดับหกได้
“แทบไม่อยากเชื่อเลยไม่คิดเลยว่าสหายเซียวจะโชคดีแบบนี้ สามารถผ่าออกมาเป็นศิลาโลหิตหงสาของวิเศษแบบนี้ได้ดวงของเขาดีจนผิดธรรมชาติเลยจริงๆ” มีคนพึมพำ
“หึ!ศิลาโลหิตหงสาล้ำค่ากว่าวิญญาณน้ำแข็งเจ็ดสีมากอย่างเห็นได้ชัดครั้งนี้กงซุนกวนคงพูดไม่ออกแล้วละมั้ง”
“ก่อนหน้าเอาแต่พูดจาแดกดันสหายเซียวข้าอยากจะดูว่าพวกตู้เสี่ยนจะหาทางลงอย่างไร”
ลูกหลานเจ้านครชั้นล่างพากันพูดเซ็งแซ่
อีกทั้งคนมากมายยังอิจฉาจ้องตาเป็นมันถึงแม้ศิลาโลหิตหงสาขนาดไม่ใหญ่นัก แต่มูลค่ากลับมหาศาลสามารถแลกเปลี่ยนหินวิญญาณบรรพกาลระดับบนได้บางส่วน ครั้งนี้เซียวอวี้ได้กำไรก้อนโตจริงๆ
เซียวอวี้ยิ้มเรียบเฉยถือศิลาโลหิตหงสา สายตาทอดมองไปยังกงซุนกวนและคนอื่นๆ ที่เหลืออย่างนิ่งสงบเอ่ยขึ้น “เจ้า แพ้แล้ว”
“ไม่!นี่เป็นไปไม่ได้ ข้าจะแพ้ให้เจ้าได้อย่างไร” กงซุนกวนเดินโซซัดโซเซร่นถอยไปหลายสิบก้าวอย่างรุนแรง ท่วงท่างดงามคล่องแคล่วหายไปนานแล้วตะโกนร้องด้วยน้ำเสียงโหยหวน
ใบหน้าของเขาบูดเบี้ยวสุดขีดไม่อยากเชื่อว่าตนเองจะพ่ายแพ้ แพ้ราบคาบขนาดนี้
ตอนเซียวอวี้ถือศิลาโลหิตหงสาจ้องมองเขากงซุนกวนรู้สึกว่าตนเองเหมือนตัวตลกคนหนึ่ง เห็นแววตาเย้ยหยันของหลี่ผิงเฉาและคนอื่นๆที่เหลือ ทันใดนั้น เขาก็กระอักเลือดสดออกมาจากปาก
“เซียวอวี้เจ้า...มากด้วยเล่ห์เหลี่ยมยิ่งนักนะ!”
ตึ้ง!
กงซุนกวนถูกโทสะประดังเข้ารุมเร้าจิตใจหมดสติไปทั้งแบบนั้นทันที