‘เกวลิน’ เหยื่ยวข่าวสาวชื่อดังก็ช่างบังเอิญมาติดตามทำข่าวใหญ่เกี่ยวกับคดีการทุจริตของนักการเมืองท้องถิ่นในพื้นที่ใกล้เคียง หล่อนและเพื่อนก็บังเอิญเห็นทั้งสองเข้าพอดี ด้วยสัญชาติญาณนักข่าว จึงไม่ปล่อยโอกาสที่จะได้ข่าวเด็ดข่าวดังติดไม้ติดมือกลับไป ถึงแม้ว่าหล่อนจะไม่ได้ทำข่าวสังคมโดยตรงก็ตาม นักข่าวสาวเดินตรงเข้าไปหาทั้งสองที่กำลังร่วมโต๊ะรับประทานมื้อกลางวันกันอยู่ ท่าทางฝ่ายชายจะคอยดูแลเทคแคร์ไฮโซสาวเป็อย่างดี ถึงจะมองเห็นฝ่ายชายไม่ชัด แต่หล่อนสามารถฟันธงได้ทันทีว่า ทั้งคู่ต้องมีอะไรในกอไผ่อย่างแน่นอน
แต่ก่อนที่หล่อนจะเข้าถึงตัว กลับมีชายชุดดำคนหนึ่งขวางไว้ จังหวะนั้นไฮโซสาว หันมาเห็นเข้าพอดี และหล่อนก็จำนักข่าวสาวชื่อดังคนนั้นได้
อาเธอร์ หว่อง ที่สังเกตุหญิงสาวอยู่ก่อนแล้วรู้สึกแปลกใจ จึงจะหันกลับไปมองทางด้านหลังตามทิศทางที่หญิงสาวกำลังจ้องมองอยู่ แต่ก็ถูกหล่อนเรียกไว้ซะก่อน
“คุณหว่องคะ!”
“มีอะไรเหรอครับ?”
“ลองทานปลานี่ดูหน่อยนะคะ อร่อยมาก” หล่อนไม่พูดเปล่า ยังใช้ช้อนส้อมตักเนื้อปลาตัวโตที่วางอยู่ในจานตรงหน้าให้ชายหนุ่มอย่างเอาใจ อีกฝ่ายเห็นรอยยิ้มหวานที่ส่งมาให้ ก็ไม่พูดอะไร ตักอาหารเข้าปากอย่างเอร็ดอร่อย และอารมณ์ดียิ่ง
“อร่อยมั๊ยคะ?”
“อร่อยครับ”
แต่พอเขาจะหันกลับไปมองด้านหลัง หล่อนเป็ต้องเรียกเขาไว้อีก ถึงขนาดตักอาหารในจานนั้นป้อนมาให้ถึงปาก ถึงจะรู้ว่าหล่อนเอาอกเอาใจเขาอย่างนี้เพียงเพื่อ้าดึงความสนใจของเขาเอาไว้ แต่เขาก็ยอมตามใจ เพราะการกินอาหารที่มีหล่อนเป็คนป้อน แถมส่งยิ้มหวานมาให้อยู่แบบนี้ มันเป็การเจริญอาหารได้อย่างดี
หล่อนหาเื่ชวนคุยไม่หยุดหย่อนเพื่อดึงดูดความสนใจของเขาเอาไว้ และนั่นก็ได้ผล สำหรับเขาอะไรจะไปน่าสนใจเท่าหญิงสาวตรงหน้า คงไม่มีอีกแล้ว
“ข้างหลังของเรา มีใครอย่างนั้นเหรอครับ คุณแป้งถึงไม่อยากให้ผมหันกลับไป” เขารู้ตัวจนได้ หล่อนก็ว่าตัวเองเล่นเนียนแล้วนะ
“ก็แค่..!! นักข่าวคนหนึ่ง ไม่มีอะไรมากหรอกคะ”
“ก็แค่นักข่าว ก็ไม่น่าจะเป็ไรนี่ครับ ถ้าอย่างนั้น จะกลัวอะไร?” เขาพูดก่อนจะทำท่าหันกลับไปอีก และหล่อนก็เรียกไว้อีกครั้ง ครั้งนี้ทั้งน้ำเสียงและแววตาดูจริงจังมาก เหมือนเป็การออกคำสั่งซะมากกว่า
“คุณหว่องคะ ฉันว่าเราควรจะทำเป็ไม่รู้ไม่เห็นว่าพวกเขาอยู่ที่นี่จะดีกว่านะคะ เดี๋ยวคนของคุณก็จัดการเื่นี้ให้เองค่ะ” เพราะหล่อนเดาไว้แล้วว่าเขาต้องไม่ให้ความร่วมมือง่ายๆแน่ ถ้ารู้แต่แรกว่าที่นี่มีนักข่าว เขาคงไม่ยอมเล่นตามบทของหล่อน เื่มันก็คงจะยุ่งยากไปกว่านี้ สู้ให้พวกนักข่าวคาดเดาเอาเอง จะเขียนข่าวยังไงหล่อนไม่ยอมรับเสียอย่าง ใครจะทำอะไรได้
อาเธอร์ หว่อง เข้าใจที่หญิงสาวพูด และรู้ด้วยว่าหล่อนคงไม่อยากให้เป็ข่าว การมากินข้าวสองต่อสองกับเขา ถ้าเป็ข่าวขึ้นมาคงเกิดเื่ยุ่งตามมา แต่สำหรับเขาแล้วก็ยังรู้สึกเสียใจอยู่บ้าง แต่เพื่อความสบายใจของหญิงสาวตรงหน้า ให้ทำอะไร เขาก็ยอมตามใจทั้งนั้น
“พื้นที่ด้านในทางเราจับจองเอาไว้แล้ว เ้านายของเรา้าความเป็ส่วนตัวมาก เพราะท่านกำลังคุยธุรกิจสำคัญกันอยู่ เกรงว่าจะไม่สามารถให้คนนอกเข้าไปในตอนนี้ได้ ตัองขอโทษด้วยครับ” บอดี้การ์ดหนุ่ม พูดด้วยเสียงดังฟังชัด ใบหน้าเรียบเฉยไม่แสดงอารมณ์นั่น ทำให้คนฟังเกิดความหวั่นเกรง ชายหนุ่มทำหน้าที่กันนักข่าวสาวไว้อย่างสุดความสามารถ ถึงอีกฝ่ายจะดูไม่ยินยอม แต่เมื่อเขาให้เหตุผลไป และปักหลังยืนนิ่งไปถอยไปไหน ในที่สุดหล่อนก็เป็ฝ่ายยอมถอยกลับออกไปจนได้
ถึงจะยอมกลับออกมานั่งตรงโต๊ะเดิมของตัวเอง แต่นักข่าวสาวก็ได้แต่หมายหมั้นปั้นมือว่าจะต้องรู้ให้ได้ว่า ชายหนุ่มที่นั่งร่วมโต๊ะกับไฮโซสาวชื่อดัง ที่มองเห็นเพียงแผ่นหลังกว้างนั่นเป็ใครกันแน่ กล้องคู่ชีพถูกยกขึ้นเก็บภาพชายปริศนาจากระยะไกลเอาไว้ก่อน
..เวลาล่วงเลยผ่านไป การรับประทานอาหารของคนทั้งคู่จบลง..
ทั้งสองลุกจากโต๊ะเดินไปตามเส้นทางลับพิเศษที่ทางร้านจัดเตรียมขึ้นสำหรับแขกพิเศษที่้าความเป็ส่วนตัวโดยเฉพาะ เป็เส้นทางผ่านโถงทางเดินด้านข้างและกลับออกสู่ด้านนอกอีกทาง เป็อันว่าการรอคอยครั้งนี้ของนักข่าวสาวดูจะไร้ประโยชน์ เพราะนอกจากจะไม่สามารถเข้าถึงตัวไฮโซสาวได้แล้ว ยังไม่สามารถรู้ได้เลยว่าชายหนุ่มที่นั่งร่วมโต๊ะรับประทานอาหารด้วยคนนั้นเป็ใครกันแน่
“เฮ้อ.. ค่อยยังชั่ว” หลังออกจากร้านอาหารหรูมาได้ ปกฉัตรก็ถอนหายใจยาวออกมาอย่างโล่งอก ท่าทีของหล่อนทำให้ชายหนุ่มที่มาด้วยกันถึงกับทำหน้านิ่ง
“ต้องขอโทษด้วยนะครับที่การมาทานข้าวด้วยกันครั้งนี้ มันทำให้คุณแป้งต้องลำบากขนาดนี้” เขาเข้าใจดี ว่าคนดังอย่างหล่อนไม่ว่าจะขยับไปทางไหน ก็มีแต่คนคอยจดจ้อง คำพูดและท่าทางของชายหนุ่ม ปกฉัตรแอบจับสังเกตได้ว่ามีความน้อยอกน้อยใจอยู่ในนั้น
“ความจริงแล้ว ฉันแค่ไม่อยากให้คุณหว่องต้องมาข้องเกี่ยวกับข่าวไร้สาระพวกนี้น่ะค่ะ หากพวกนักข่าวเอาไปเขียนข่าวมั่วๆ ไม่มีมูลความจริง คุณจะพลอยเสียชื่อเสียงไปด้วย สำหรับฉันชินซะแล้ว จะเขียนว่ายังไงก็ช่าง แค่ไม่กระทบถึงคนอื่นก็พอ” เจตนาของหล่อนคือไม่อยากให้กระทบถึงเขาก็เลยกันเขาออกจากข่าวซุบซิบพวกนี้ ไม่อยากให้เขาแสดงตัว ปล่อยให้พวกนักข่าวเดากันเอาเอง ว่าผู้ชายปริศนาที่นั่งร่วมโต๊ะกับหล่อนสองต่อสองเป็ใคร ถึงเขาจะเข้าใจในความหวังดีของหล่อนที่คิดเผื่อเขา แต่หล่อนจะรู้หรือไม่ ว่าความจริงแล้วเขาอยากจะทำในทางตรงข้าม อยากประกาศตัวเองให้พวกนักข่าวเห็นใจแทบขาด เขาไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น นอกจากอยากทำให้ทุกคนได้รู้ว่า เขากับหล่อนกำลังคบกันอยู่
“แล้วถ้าผมอยากข้องเกี่ยวกับเื่นี้ล่ะครับ?”
“อะไรนะคะ!!?”
“ผมไม่สนผลกระทบที่จะตามมา และเต็มใจที่จะเป็ข่าวกับคุณ” ใบหน้าคมจ้องมองหญิงสาวนิ่ง เป็หญิงสาวที่ทำหน้าไม่ถูก ไปต่อไม่ได้ หล่อนเคยเจอใครกล้าพูดตรงๆแบบนี้ที่ไหนกัน หญิงสาวทำหน้าไม่ถูก ได้แต่เสมองไปทางอื่น และสายตาก็ดันไปหยุดตรงตำแหน่งที่มีชายสองคนที่หน้าตาคุ้นมาก กำลังยืนอยู่อีกฝั่งไม่ไกลออกไปนัก
คนหนึ่งกำลังเลื่อนดูภาพจากกล้องที่ถ่ายได้ อีกคนกำลังเดินมองทางโน้นทีทางนี้ทึเหมือนกับกำลังรอใครสักคน ทั้งสองเหมือนกำลังหาอะไรทำเพื่อเป็การฆ่าเวลา หล่อนนึกได้ว่า นั่นเป็นักข่าวสังคมสองคนซึ่งเป็คู่หูต่างช่องกัน ที่หล่อนมักเจอบ่อยๆ จังหวะนั้นหนึ่งในสองคนนั้นหันกลับมาพอดี หล่อนรีบใช้ชายหนุ่มที่ยืนหันหลังให้เป็ที่กำบัง
“แย่แล้ว! เราคงต้องแยกกันตรงนี้แล้วกันค่ะ ดูเหมือนว่ายังมีนักข่าว รออยู่ตรงด้านนั้นด้วย”
อาเธอร์ หว่อง หันมองตาม พอหันกลับมา หญิงสาวก็เดินห่างหลบไปอีกทางแล้ว และดูเหมือนว่านักข่าวสองคนนั้นก็หันมาสังเกตุเห็นหล่อนเข้าพอดีเหมือนกัน ชายหนุ่มตัดสินใจชั่วครู่ก่อนจะเดินแยกไปอีกทาง เขาเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมหล่อนต้องหลบนักข่าวพวกนั้น แล้วทำไมนักข่าวพวกนั้นถึงสนใจทำข่าวของหล่อนชนิดที่กัดไม่ปล่อยขนาดนี้ แต่ในเมื่อหล่อนอยากให้เป็ความลับเขาเองก็จำเป็ต้องตามใจ
อาศัยที่เป็ย่านร้านอาหารหลากสัญชาติ และยามนี้ค่อนข้างมีนักท่องเที่ยวหนาตา ไฮโซสาวเดินหลบเลี่ยงนักข่าวคู่หูสองคนนั้นมาหลบภายในร้านอาหารหรูสไตล์ฝรั่งเศส บรรยากาศน่านั่งแห่งหนึ่ง เป็ร้านติดกระจกใส หล่อนมองไปรอบๆภายในร้านและเดินเข้าไปนั่งลงตรงมุมหนึ่งตรงโซฟาหนานุ่มหันหลังให้กระจก เดาว่าสองคนนั้นที่ตามมาคงกำลังอยู่ด้านหน้าร้านไม่ไปไหน หญิงสาวกางเมนูยกขึ้นสูงเพื่อปิดบังใบหน้า แอบมองไปทางด้านหลัง
พระเ้า! สองคนนั้นตั้งใจกัดไม่ปล่อยจริงๆ
“รับอะไรดีคะ” พนักงานสาววัยยี่สิบต้นๆ เดินมาหยุดตรงหน้า ถามขึ้นด้วยรอยยิ้มสดใสแบบถูกฝึกมาอย่างดี หล่อนมองอีกฝ่ายแว่บหนึ่ง ก่อนจะชี้มั่วๆไปที่เมนูอาหารสองสามอย่าง พนักงานหญิงทำหน้าแปลกใจเล็กน้อยก่อนจะเดินกลับเข้าหลังร้านไป เมื่อเห็นว่านักข่าวสองคนนั้นเดินเลยผ่านร้านไปแล้ว หล่อนก็ล้วงหยิบธนบัตรฉบับละพันสองใบวางไว้ก่อนจะเดินออกจากร้านมา
ร่างบางของไฮโซสาวเดินมาหยุดอยู่ตรงมุมหนึ่งบริเวณหน้าร้านอาหารที่ปาะตูร้านยังคงถูกปิด อาจเพราะยังคงไม่ถึงเวลาเปิดของร้าน ดวงตากลมโตมองไปตามทิศทางที่นักข่าวสองคนนั้นเพิ่งเดินผ่านไป ก่อนจะถอนหายใจยาวออกมาอย่างโล่งอก
“เฮ้อ!..นึกว่าจะไม่รอดซะแล้ว”
หล่อนตั้งใจจะออกจากที่ซ่อน แต่จู่ๆก็มีร่างสูงของใครอีกคนมาขวางหน้าไว้
“คุณ!!”