ข้าคือท่านย่า วัยเตาะแตะ

    ตอนที่147 ปรับตัวให้เข้ากับอากาศของแต่ละเมือง

         ในตอนนี้ทุกๆคนพากันเดินวนไปวนมา เพื่อสังเกตดูประตูทางลัดที่เชื่อมต่อเมืองต่างๆที่เหนี่ยวเหนี่ยวได้บอกกล่าวมาทั้งหมดด้วยความตื่นเต้น และสนใจเป็นอย่างมาก

         “แต่ละประตูที่เชื่อมต่อเมืองต่างๆ บ่งบอกลักษณะของเมืองต่างๆได้อย่างชัดเจนมากๆเลย”ท่านพ่อ

         “ใช่ๆ แยกออกมาอย่างชัดเจนจริงๆ”ท่านลุงอี้

         “อือ….ใช่ๆ”ท่านลุงฉือ

         ในระหว่างที่คนอื่นๆกำลังให้ความสนใจประตูลัดที่สามารถเดินทางเข้าสู่เมืองทั้งสี่เมืองได้อยู่นั้น เจ้าตัวแสบก็ใช่ว่าจะสนใจประตูอีกต่อไปเพราะนางกำลังจะเตรียมพร้อมอะไรบางอย่างอยู่นั่นเอง

         “ไหนๆตัวนี้ได้ไหมน๊า?? แล้วตัวนี้ล่ะหนาพอหรือเปล่านะ??”เหนี่ยวเหนี่ยว

         “ฟึ่บ…ฟึ่บ….”

         เหนี่ยวเหนี่ยว ได้หยิบเสื้อผ้าของนางออกจากมิติส่วนตัววางกองพะเนินอยู่เต็มไปหมด และลองสวมใส่เดี๋ยวถอดเข้าถอดออกอยู่หลายตัว

         “................???”เหลนชาย 

         “...............???”พวกผู้ใหญ่ 

         แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีผู้ใดที่จะไม่ได้หันมาดูและสนใจเหนี่ยวเหนี่ยวเลย พอหันมาก็ต้องพากันงงๆมีคำถามกันขึ้นอีกแล้ว ที่เห็นเหนี่ยวเหนี่ยวรื้อเสื้อผ้ามาวางไว้เต็มไปหมดเลย 

         “ไหนๆใส่สักสองตัวสิ…”เหนี่ยวเหนี่ยว

         “แว๊บ……”

         “อ๊ะ….บรึ๋ยส์..ขนลุกหนาวมาก ต้องใส่เพิ่มอีกสักตัวสิ”เหนี่ยวเหนี่ยว

       “.................!!!”ทุกๆคน

       ในตอนนี้ทุกๆคนก็ได้รับรู้คำตอบแล้วว่าเหนี่ยวเหนี่ยวกำลังจะทำอะไรอยู่ สิ่งที่เห็นก็คือว่านางกำลังใส่ๆถอดๆเสื้อผ้าและก็วิ่งเข้าไปที่ประตูเมืองเซี่ยเฉิง ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองแห่งความหนาวเย็นตลอดทั้งปี ในบางแห่งก็มีหิมะตกตลอดเวลาอีกด้วย 

         เหนี่ยวเหนี่ยววิ่งเข้าไปประตูทางลัดเข้าเมืองเซี่ยเฉิงเพียงแค่แว๊บเดียวจริงๆ และก็กลับเข้ามาแต่ว่าสภาพที่กลับมาแตกต่างจากเดิมบ้างเล็กน้อย ก็คือว่าหัวน้อยๆที่ปกคลุมด้วยหิมะและเสื้อผ้าประปราย และการทำตัวหนาวสั่นไปทั้งตัวและบ่นๆว่าหนาว

         “ข้าลองบ้างเจ้าค่ะ ท่านย่าเล็ก”เหลนสาวสี่ทู่จึ

         “ได้เลยข้ากำลังใส่เสื้อตัวที่สามอยู่…”เหนี่ยวเหนี่ยว

          เหลนสาวน้อยที่ใส่เสื้อตัวที่สามเสร็จเรียบร้อยแล้วพากันวิ่งข้าไปประตูเมืองที่เป็นเหมือนหมอกสีขาวๆปกคลุมไปหมด และสักพักก็พากันวิ่งออกมา สภาพไม่แตกต่างจากเหนี่ยวเหนี่ยวแบบเมื่อตะกี้นี้เลย

         “บรึ๋ยส์….หนาวมาก..!!!”เหลนสาวบางส่วนที่พากันจับมือวิ่งทะลุประตู และพากันวิ่งกลับมาอยู่เกือบสิบคน

         “..................”พวกผู้ใหญ่

         “ยังจะหนาวอีกเหรอใส่สามตัวเอาไม่อยู่เหรอเหลนสาว??”เหนี่ยวเหนี่ยว

         “ใช่เจ้าค่ะ ท่านย่าเล็ก”เหลนสาวน้อย

         “โอ้….สงสัยอากาศจะติดลบแน่นอนเลย ถ้างั้นก็มีตัวช่วยหน่อยก็ละกันนะ”เหนี่ยวเหนี่ยว

         “เอ๋…..??”เหลนสาวน้อย

         “ทำแบบนี้อย่างไรล่ะ ทีนี้จะใส่แค่ตัวเดียวก็ไม่มีปัญหาแล้วนะ”เหนี่ยวเหนี่ยว

         “ฟึ่บ…..ฟึ่บ…..”เหนี่ยวเหนี่ยว ส่งพลังธาตุลงไปยังเสื้อผ้าของนางให้แผ่กระจายความร้อนออกมา

         “เพียงเท่านี้ก็ไม่มีปัญหาแล้ว อุ่นกายสบายใจอย่างแน่นอน”เหนี่ยวเหนี่ยว

         “ว้าว……”พวกเหลนๆ

        “พวกข้าขอด้วยเจ้าค่ะ ท่านย่าเล็ก”เหลนสาวน้อย

        “พวกข้าด้วยขอรับ ท่านย่าเล็ก”เหลนชายที่แม้จะรับรู้ตัวช้ากว่าพวกน้องสาวไปหน่อย แต่ก็รีบให้ท่านย่าเล็กเหนี่ยวเหนี่ยวช่วยทำให้เสื้อผ้าของพวกเราอุ่นขึ้นด้วยการมีพลังธาตุห่อหุ้ยกระจายความร้อนออกมานั่นเอง

         “อุ่นขึ้นจริงๆด้วยล่ะเจ้าค่ะ ท่านย่าเล็ก”เหลนสาวสามยวี๋ยวี๋

         “ใช่ม๊า…เดี๋ยวข้าขอลองเข้าประตูนี้ด้วยว่าจะต้องใส่เสื้อผ้าอย่างไรถึงจะเหมาะกับอากาศที่เมืองนั้น”เหนี่ยวเหนี่ยว

         “แว๊บ……..”

         “โอ๊ย….ร้อนๆสุดเลย”เหนี่ยวเหนี่ยว

         “.............!!???”พวกผู้ใหญ่

         “............!!???”บรรดาเหลนชาย

         “ไอ้หยา…ร้อนมากเลยเจ้าค่ะท่านย่าเล็ก สงสัยจะใส่พวกเสื้อผ้าเหล่านี้เข้าไปในเมืองนี้ไม่ได้อย่างแน่นอนเลยเจ้าค่ะ”เหลนสาวรองมี่เฟิง

         “นั่นน่ะสินะ พวกเราเปลี่ยนตัวอื่นกันเถอะ”เหนี่ยวเหนี่ยว

         “ได้เลยเจ้าค่ะ ท่านย่าเล็ก”เหลนสาวใหญ่ยายา

         สิ่งที่แม่นางน้อยทั้งหลายกำลังทำกันอยู่นี่ คนอื่นๆที่มองอยู่รอบข้างรู้สึกว่าคันปากกันมากมายเหลือเกินอยากจะบอกพวกนางจริงๆกันเลยว่า….

         “ก็จะไม่ให้ร้อนได้อย่างไรกัน เล่นใส่เสื้อผ้าที่พึ่งจะลองเข้าสู่ประตูเมืองเซี่ยเฉิงที่มีอากาศหนาวเย็นที่มีหิมะตกไปหมาดๆน่ะ ยังไม่ได้ถอดออกเลย ใส่เสื้อลงพลังธาตุให้แผ่ความร้อนออกมามากมายขนาดนั้น และก็จะยังไปเข้าประตูเมืองเฟิงฟู่แทนน่ะ ไม่ร้อนน่ะสิจะแปลกมากเลยล่ะนะ เฮ้อ….”ท่านแม่

         “ก็นั่นน่ะสิเจ้าคะ รีบร้อนเล่นประตูทางลัดเสียมากกว่าเจ้าค่ะท่านแม่ เลยไม่ได้สังเกตตัวเองเลยว่ากำลังใส่เสื้อผ้าอะไรกันอยู่”พี่สะใภ้ใหญ่

         “แต่ที่แน่ๆอย่าให้พวกเด็กผู้ชายพูดอะไรออกมาตอนนี้ละกันเจ้าค่ะ มีหวังได้เพิ่มเติมสะสมบัญชีเก่าบัญชีใหม่อย่างแน่นอนเลยเจ้าค่ะ”พี่สะใภ้รอง

         “อันนี้ก็เดาไม่ได้จริงๆว่าพวกเด็กผู้ชายจะห้ามปากตัวเองได้หรือไม่กัน ความซื่อตรงบางครั้งก็ทำร้ายตัวเองมากเหมือนกันนะ โดยเฉพาะซื่อตรงกับแม่นางน้อยตัวแสบกลุ่มนี้น่ะ”ท่านแม่

        “จริงเจ้าค่ะ ท่านแม่”พี่สะใภ้ทั้งสอง

         “อิ…อิ….”ท่านแม่ และพี่สะใภ้สองคนพากันหัวเราะคิกคักขำกันที่เหล่าแม่นางน้อยกำลังวิ่งเข้า วิ่งออกประตูแต่ละบานที่เชื่อมสู่เมืองต่างๆอยู่

         ทางด้านท่านพ่อ ท่านลุงทั้งสองเองก็มองภาพนี้ไปและก็พากันพูดไม่ต่างกับพวกท่านแม่ด้วยว่า…

         “ถ้าเป็นผู้อื่นก็คงจะถนอมและใช้ประตูเชื่อมที่เป็นทางลัดเข้าเมืองต่างๆ อย่างเป็นประโยชน์และคุ้มค่ามากที่สุดล่ะนะ แต่พอมาดูลูกๆเหลนๆของพวกเราทำสินั่นน่ะ??”ท่านพ่อ

         “พวกเด็กๆเห็นประตูทางลัดเป็นของเล่นไปแล้วน่ะสิ จะเห็นเป็นอะไรไปได้อีก”ท่านลุงฉือ

         “คงจะไม่มีอะไรที่จะไม่ดูธรรมดาสำหรับพวกเด็กๆของพวกเราอีกแล้วล่ะนะ ทุกสิ่งทุกอย่างเหมือนของที่หามาได้ง่ายๆทั่วไปเลย”ท่านลุงอี้

         “เอาล่ะ ข้าว่าพวกเราก็ลองใช้ประตูที่เชื่อมเข้าสู่เมืองหลักอื่นๆกันบ้างดีกว่านะ ข้าอยากจะลองใช้มากๆเลยตื่นเต้นไม่หายเลยเนี่ย”ท่านพ่อ

         “จริงๆ พวกเราลองเข้าไปดูกันนะให้ครบทั้งสี่ประตูนี่แหละ”ท่านลุงฉือ

         “โอ้…อย่าลืมเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เหมาะกับเมืองต่างๆด้วยเล่าเจ้าสองเฒ่า”ท่านลุงอี้

        “แน่นอนอยู่แล้ว พวกข้ามิใช่เด็กๆน่าจะลืมได้น่ะ”ท่านพ่อ

        “ไปกัน พวกเรา”ท่านลุงฉือ

        “ไปเลย….”ท่านพ่อ

         ท่านลุงทั้งสอง พี่ชาย หลานชายก็พากันตามท่านพ่อไปเพื่อที่จะลองข้ามผ่านประตูเชื่อมทางลัดเข้าสู่เมืองหลักอื่นๆทั้ง 4 เมืองกันทันทีเลย 

         เพียงแค่ลองก้าวขาเข้าไปด้านในและพากันเดินดูรอบๆบรรยากาศไม่ได้ไกลออกห่างจากประตูมากนักเพียงแค่เดินสำรวจไม่เกินสิบก้าวเท้าเดินเพียงเท่านั้นเอง และก็พากันกลับมาทำแบบนี้จนครบทั้งสี่ประตูเลย

         “สุดยอดไปเลย แบบนี้การเดินทางเข้าสู่เขตเมืองต่างๆก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไปแล้ว ทุกๆคนเจ้าค่ะเหนี่ยวเหนี่ยวจัดการติดสัญลักษณ์เอาไว้แล้วว่าแต่ละประตูเหล่านี้ไปโผล่ตรงจุดไหนกันบ้างของแต่ละเมืองเจ้าค่ะ”เหนี่ยเหนี่ยว

         “สัญลักษณ์….???”ทุกๆคน 

         “ใช่แล้วเจ้าค่ะ เพียงแค่พวกเราจะกลับไปยังหมู่บ้านของพวกเราหรือจะอยู่ในต่างเมืองอีกสามเมืองก็ไม่มีปัญหา เพราะสามารถไปยังจุดที่ตั้งประตูของแต่ละที่ได้อย่างแม่นยำเจ้าค่ะ”เหนี่ยวเหนี่ยว

         “ดีจังเลย…”ทุกๆคน

         “และที่ดีที่สุดก็คือตำแหน่งประตูที่ข้ามเข้าสู่เมืองหนิงหวงของพวกเรานั้น ไม่ได้อยู่ไกลจากหมู่บ้านของพวกเรามากนักด้วยนะเจ้าคะ อันนี้ดีมากจริงๆ”เหนี่ยวเหนี่ยว

         “จริงหรือเจ้าคะ ท่านย่าเล็ก?”เหลนสาวน้อย

         “จริงสิ มันช่างเป็นอะไรที่โชคเข้าข้างพวกเรามากๆเลย”เหนี่ยวเหนี่ยว

         “ดีๆ….”ทุกๆคน

         “แบบนี้พวกเราก็กลับเมืองหนิงหวงได้แบบสบายๆเลยสิ ลูกรัก”ท่านพ่อ

         “ใช่แล้วเจ้าค่ะท่านพ่อ สะดวกสบายแบบทางเลือกที่สองเจ้าค่ะ”เหนี่ยวเหนี่ยว

        “จริงสินะ ปรกติทุกวันนี้พวกเราก็มีเจ้าขาวผ่องเป็นพาหนะยอดเยี่ยมในการช่วยเดินทางย่นระยะเวลามากพอสมควรด้วย และยังจะมีเจอประตูเชื่อมทางลัดเข้าสู่เมืองทั้งหมดในทวีปเฟยเทียนแห่งนี้อีกเรียกได้ว่า หมดปัญหาอย่างถาวรจริงๆสำหรับการจะเดินทางไปต่างเมืองทั้งหมด”ท่านพ่อ

        “ใช่ๆ…”ทุกๆคน

         “เพียงแต่ว่าประตูเชื่อมทางลัดเข้าสู่หัวเมืองต่างๆ เหนี่ยวเหนี่ยวขอให้ทุกๆคนอย่าได้ไปบอกคนอื่นนะเจ้าคะ แค่รู้ในกลุ่มพวกเราทั้งสามตระกูลก่อน”เหนี่ยวเหนี่ยว

         “เอ๋..???”ทุกๆคน

         “ทำไมหรือลูกรัก??”ท่านแม่

         “คือเหนี่ยวเหนี่ยว อยากจะหาวิธีป้องกันประตูเชื่อมทางลัดเข้าสี่เมืองหลักนี้ก่อนเจ้าค่ะ แล้วค่อยเปิดให้คนอื่นๆได้มีโอกาสที่จะใช้มันได้ด้วย อย่างไรก็ถือว่าเป็นประโยชน์มากๆต่อการเดินทางไปต่างเมืองอื่นๆในทวีปเฟยเทียนของพวกเรา

         แต่ต้องหาวิธีป้องกันสำหรับพวกคนโลภมากไม่ให้ใช้ประตูทางลัดเหล่านี้ในทางที่ผิดๆเจ้าค่ะ เหนี่ยวเหนี่ยวอยากจะให้ชาวบ้านธรรมดาทั่วไปได้มีโอกาสได้ใช้ประตูเหล่านี้ด้วย ไม่ใช่เพียงแค่กลุ่มคนที่มีฐานะ ตระกูลสูงศักดิ์ เพียงเท่านั้นที่จะมีโอกาสใช้”เหนี่ยวเหนี่ยว

         “จริงด้วย…”ทุกๆคน

         “ถ้าจู่ๆมีผู้คนทั้งทวีปเฟยเทียนรู้ว่ามีประตูเชื่อมทางลัดเข้าสู่หัวเมืองหลักอื่นๆได้รวดเร็วและปลอดภัยถึงขนาดนี้ แน่นอนว่ากลุ่มคนกลุ่มแรกที่จะเข้าถึงได้ก็คนที่มีอำนาจและเงินทองนั่นแหละ”ท่านแม่

         “เหนี่ยวเหนี่ยวรอบคอบมากเลยนะลูกรัก พวกเราจะต้องคิดให้หนักในเรื่องนี้จริงๆก่อนที่จะเปิดเผยความจริงออกไปว่ามีประตูวิเศษแบบนี้”ท่านพ่อ

         “เจ้าค่ะ ไว้ใจเหนี่ยวเหนี่ยวได้เลยที่จะหาวิธีป้องกันระวังภัยสำหรับเรื่องแบบนี้ เพียงแต่ตอนนี้ขอติดไว้ก่อนนะเจ้าคะข้าขอลองประตูทั้งสี่บานนี้ก่อนเจ้าค่ะ”เหนี่ยวเหนี่ยว

         “อย่าถอดเสื้อผ้าหมดเด็กๆ…!!!”ท่านพ่อ พี่ชาย หลานชาย พากันตกใจตะโกนห้ามเหนี่ยวเหนี่ยวกันยกใหญ่ที่เห็นนางถอดเสื้อถอดกางเกงจนเพลินขาดนั้น

         “ชะอุ้ย….ข้ากำลังจะโป๊หรือเจ้าคะ???”เหนี่ยวเหนี่ยว

         “อ้า…ข้าถอดเสื้อผ้าเพลินไปหน่อยเกือบไปแล้วไหมเล่า ขอบคุณเจ้าค่ะท่านพ่อ พี่ชาย หลานชาย พี่เตือน”เหนี่ยวเหนี่ยว

        “จริงด้วยเจ้าค่ะ ท่านย่าเล็กเกือบจะถอดเสื้อซับในออกมาหมดเลย ก็เสื้อพวกนี้มันหนาและอุ่นมากเลยนึกว่าถอดแค่ตัวนอกออกมา”เหลนสาวสี่ทู่จึ

        “จริงๆ เหลนสาวสี่ข้าก็กลัวจะชักช้าน่ะเลยดึงออกมาหมดเลยดีนะเนี่ย ที่ท่านพ่อ พี่ชาย หลานชาย พากันฝึกร้องเพลงเมื่อคืนนี้ที่ผ่านมากับพวกเราไม่งั้นก็คงไม่มีเสียงร้องใสบอกพวกเราแบบนี้หรอก”เหนี่ยวเหนี่ยว

        “...............!!!”ท่านพ่อ พี่ชาย หลานชาย 

        “โอ้….จริงเจ้าค่ะท่านย่าเล็ก”เหลนสาวน้อย

        “...............!!!”ท่านพ่อ พี่ชาย หลานชาย 

        “แบบนี้คงจะต้องนำเจ้าดอกราตรีบรรเลงออกมาใช้กันทุกๆวันเสียแล้วนะ”เหนี่ยวเหนี่ยว

         “...............!!!”ท่านพ่อ พี่ชาย หลานชาย 

         “ไม่นะ..!!!”พวกท่านปากพึมพำอย่างสติหลุดลอยกันไปแล้วเมื่อได้ยินพวกนางพูดกันแบบนี้ และดูเหมือนมันไม่เกี่ยวกันเลยแต่ทำไมพวกนางสามารถมารวมให้เป็นเรื่องเดียวกันได้อย่างน่าประหลาดจริงๆ!!

        “ฮ่า…ฮ่า….”ท่านแม่ ท่านป้า พี่สะใภ้ หลานสะใภ้ พากันหัวเราะกันเสียดังลั่นถ้ำไปหมดแล้ว 

         เพราะว่าจู่ๆบทสนทนาของพวกสาวน้อยทำไมวกไปยังการร้องเพลงของเมื่อคืนนี้กันได้เล่า เล่นเอาพวกท่านพ่อ ท่านลุง พี่ชาย หลานชายพากันหน้าซีดไปหมดแล้วในตอนนี้    

    ************

         แน่นอนว่าแต่ละเมืองสภาพอากาศก็แตกต่างกันไปด้วย จึงจำเป็นมากที่จะต้องมีเสื้อผ้าสวมใส่ให้ถูกต้องต่อสภาพแวดล้อม เพื่อไม่ทำให้ร่างกายเจ็บป่วยได้

     


    คล้ายกับเรื่องข้าคือท่านย่า วัยเตาะแตะ ที่คุณอ่าน