เหนือเต๋าทั้งปวง

    ฮ่องเต้ต้าสุ่ย

            ราชสำนักต้าสุ่ยไม่รอช้าส่งคำเชิญส่งมาให้หลิงหยวนอย่างนอบน้อมหนึ่งเพื่อขอโทษในสิ่งที่เกิดขึ้นและต้องการชดเชยและสองเพื่อยากจะทำการค้ากับหลิงหยวนเรื่องสิ่งประดิษฐ์ฮ่องเต้ไม่ได้ใช้ลูกเล่นอะไรแต่บอกเจตนาออกมาตรงๆเพื่อแสดงความจริงใจอันบริสุทธิ์ออกมา

            “ดูเหมือนฮ่องเต้ต้าสุ่ยจะฉลาดไม่น้อยเลือกใช้คำพูดและจุดยืนที่บริสุทธิ์ไม่ใช่เล่ห์กลใดๆ”เจ้าสำนักเปิดอ่านแล้วพยักหน้า

            “แล้วจะส่งมอบจดหมายนี้ให้กับยอดเขาเมฆาหรือไม่”ผู้อาวุโสกล่าว

            “ข้าจะไปส่งด้วยตัวเองเจ้าไปทำหน้าที่ของเจ้าเถอะ”เจ้าสำนักกล่าว

            เจ้าสำนักมาถึงยอดเขาเมฆาก็ไม่ได้โลภมากขอม้วนภาพจากหลิงหยวนแต่บอธุระไปตรงๆและอธิบายถึงสิ่งที่เคยเกิดขึ้นด้วย

            ‘ตอนนี้สิ่งประดิษฐ์ของเจ้าเป็นที่รู้จักในเมืองหลวงแล้วพ่อค้าหลายคนถึงขั้นเดินทางไปเยือนหมู่บ้านแห่งนั้นเพื่อไปดูสิ่งประดิษฐ์ของเจ้าให้เห็นกับตา”เจ้าสำนักกล่าว

            “แบบนี้นี่เองแต่ว่าพ่อค้าพวกนั้นต่อให้ขโมยสิ่งประดิษฐ์ของข้าไปได้ก็ไม่อาจเลียนแบบสิ่งประดิษฐ์ของข้าได้หรอก”หลิงหยวนกล่าว

            “แน่นอนข้าเองก็พอจะรู้อยู่บ้างว่าเจ้าจงใจสลักค่ายกลอันซับซ้อนลงไป”เจ้าสำนักกล่าว

            “แล้วท่านเจ้าสำนักคิดว่าฮ่องเต้ต้าสุ่ยเป็นคนอย่างไรข้ายังไม่เคยเจอเขาหรือเคยได้ยินเรื่องราวของเขามาก่อน” หลิงหยวนกล่าว

            “ไม่เลวครั้งนี้เขาเปิดเผยเจตนาออกมาตรงๆและต้องการจะร่วมมือกับเจ้าหากเจ้าอยากจะเผยแพร่สิ่งประดิษฐ์พวกนี้ออกไปการร่วมมือกันกับราชสำนักต้าสุ่ยก็ถือว่าไม่เลว”เจ้าสำนักกล่าว

            “เช่นนั้นข้าก็จะไปพบเขาสักรอบหากเขามีจิตใจที่อยากพัฒนาบ้านเมืองอยากให้ชาวบ้านอยู่เย็นเป็นสุขข้าก็จะร่วมมือกับเขาแต่หากเขาแค่อยากจะได้อำนาจและอาวุธที่ข้าสร้างเช่นนั้นก็คงไม่มีอะไรให้ต้องคุยกันอีก”หลิงหยวนกล่าว

            “ดีแต่ข้ามีบางอย่างที่ต้องเตือนเจ้า” เจ้าสำนักลังเลก่อนจะมองไปยังฉินอวี้ซี

            “เฮ้อบอกไปเถอะในเมื่อเป็นเช่นนี้ก็ทำได้แค่ต้องเผชิญหน้า” ฉินอวี้ซีกล่าว

            “เรื่องอะไรงั้นเหรอ”หลิงหยวนขมวดคิ้ว

            “ศิษย์หลานหลิงเจ้าคิดว่าเมื่อชาวบ้านมีสิ่งประดิษฐ์พวกนี้แล้วยังต้องการการปกป้องจากสำนักและผู้ฝึกตนหรือไม่”เจ้าสำนักกล่าว

            “แน่นอนว่าไม่ชาวบ้านจะสามารถอาศัยความสามารถของตัวเองปกป้องตัวเองได้” หลิงหยวนกล่าว

            “เช่นนั้นเมื่อชาวบ้านไม่ต้องการผู้ฝึกตนเหล่าสำนักจะนำทรัพยากรมาจากไหน” เจ้าสำนักกล่าว

            “ความหมายของท่านเจ้าสำนักคือจะเกิดการต่อต้านของสำนัก แล้วท่านคิดว่าอย่างไร” หลิงหยวนหรี่ตาลง

            “สำนักอวี้ฮวาของพวกเราไม่เคยเอาเปรียบชาวบ้านข้าววิญญาณที่ชาวบ้านขาวให้พวกเราก็ให้ราคาที่สมเหตุสมผลตลอดแต่สำนักอื่นๆไม่ใช่พวกเขาบางคนทำกับชาวบ้านธรรมดาเหมือนกับเป็นทาสแรงงานที่เอาไว้ใช้งานเท่านั้นดังนั้นในอนาคตเมื่อสิ่งประดิษฐ์ของเจ้าโด่งดังสำนักพวกนั้นจะต้องมาหาเรื่องเจ้าแน่”เจ้าสำนักกล่าว

            “แบบนี้นี่เองเพราะไปขัดผลประโยชน์ของพวกเขาสินะ” หลิงหยวนลังเลเพราะการต่อกรกับสำนักแห่งหนึ่งหลิงหยวนไม่มีความมั่นใจเลยจริงๆและกลัวว่าจะลากคนอื่นเดือดร้อนไปด้วย

            “จะกลัวอะไรคนพวกนั้นล้วนเป็นคนอ่อนแอหากหยวนหยวนของข้าเอาจริงๆคนพวกนั้นก็ไม่มีแรงแม้แต่ต่อต้านด้วยซ้ำ หยวนหยวนจงทำในสิ่งที่เจ้าปรารถนาเถอะอย่าได้ลังเล” ฉินอวี้ซีกล่าว

            “ใช่แล้วข้าไม่ควรลังเล ข้าได้กำหนดเป้าหมายของข้าแล้วดังนั้นข้าจะถอยตอนนี้ไม่ได้”หลิงหยวนกล่าว

            “ดีสำนักอวี้ฮวาของพวกเราย่อมสนับสนุนเจ้า หากมนุษย์ธรรมดาสามารถเป็นกำลังรบให้กับเผ่าพันธุ์ได้นั่นคือเรื่องดีอย่างมากโอกาสรอดชีวิตของมนุษย์ก็จะสูงขึ้น”เจ้าสำนักกล่าว

            “ขอบคุณเจ้าสำนักที่ชี้แนะ”หลิงหยวนกุมมือขอบคุณ เจ้าสำนักพยักหน้าก่อนจะจากไปครั้งนี้แม้ไม่ได้ม้วนภาพแต่ก็ได้ใบชาติดไม้ติดมือไปบ้างต้องรู้ก่อนว่าชาวิญญาณชั้นเลิศของหลิงหยวนมีสรรพคุณทำให้รากฐานมั่นคงและทำให้สติปัญญาเปิดโล่งช่วยให้หยั่งรู้วิชาที่ฝึกฝนได้อีกด้วย

            “หยวนหยวนของข้าคิดจะทำการใหญ่แล้วสินะอาจารย์อย่างข้าก็คงต้องเตรียมการบ้างแล้วใช่ไหมเสี่ยวไป๋เสี่ยวหวง” ฉินอวี้ซีกล่าว

            “กุ๊กกุ๊ก”

            “เมี๊ยว”

            “เอ่อนายท่านไปเมืองหลวงครั้งนี้ข้าไปด้วยได้หรือไม่อยู่แต่บนยอดเขามันน่าเบื่อ”จิ้งจอกน้อยกล่าว

            “อืมเจ้าเองก็ไม่ได้ออกไปไหนมาหลายเดือนก็ได้” หลิงหยวนพยักหน้า

            “เช่นนั้นข้าจะไปกับเจ้าด้วยถึงอย่างไรเจ้าก็ไม่เคยรับมือกับพวกขุนนางเหล่านั้น”หนานเว่ยกล่าว

            “ข้าไปด้วยข้าเองก็รู้วิธีรับมือกับพวกขุนนางและลูกหลานชนชั้นสูงเช่นกัน” เหยาอวิ้นกล่าว

            “พวกเจ้าไปกันให้หมดนั่นแหละไป๋ซวีก็ไปด้วยเลยก็ได้”ฉินอวี้ซีกล่าว

            “เอ๋นี่ท่านอาจารย์ท่านป่วยงั้นเหรอ” หนานเว่ยกล่าวด้วยสีหน้าสงสัยเพราะปกติฉินอวี้ซีไม่มีทางยอมอยู่เฉยปล่อยให้พวกนางอยู่กับหลิงหยวนแน่

            “เหอะอย่าได้ดูถูกข้านักต่อให้ข้าปล่อยเจ้าไปกับหยวนหยวนของข้าสองต่อสองเจ้าก็ไม่อาจทำสำเร็จหรอก” ฉินอวี้ซีเย้ยหยัน

            “ยัยแก่เอ้ย”หนานเว่ยแอบด่าในใจ

            เมื่อได้รับจดหมายตอบรับจากหลิงหยวนทางเมืองหลวงก็ส่งรถม้าชั้นดีออกมารับหลิงหยวนถึงหน้าประตูสำนักเพราะหากเดินทางด้วยรถม้าของราชวงศ์ย่อมลดความยุ่งยากได้อย่างมาก

            “ศิษย์น้องหากเจ้าทำข้อตกลงกับราชวงศ์ต้าสุ่ยได้สำเร็จเจ้าวางแผนจะทำสิ่งใด” หนานเว่ยกล่าวด้วยความอยากรู้

            “ขั้นแรกข้าจะทำให้ชาวบ้านธรรมดามีชีวิตที่เป็นอยู่ที่ดีขึ้นก่อนจากนั้นก็ค่อยพัฒนาความแข็งแกร่งของผู้คนจนสุดท้ายข้าจะทำให้ยุคสมัยอันรุ่งเรืองของเผ่ามนุษย์กลับมาอีกครั้งต่อให้ไม่อาจฝึกตนได้ก็สามารถต่อกรกับกองทัพเผ่าปีศาจได้” หลิงหยวนกล่าว

            “ว้าวศิษย์พี่รองมีความคิดถึงขั้นนั้นแล้วงั้นเหรอ” เหยาอวิ้นกล่าว

            “ศิษย์น้องหลิงคิดจะทำลายโครงสร้างเดิมทิ้งสินะแต่ว่ามันไม่ง่ายเลยสำนักนับร้อยอาจจะต่อต้านหรือแดนศักดิ์สิทธิ์อาจจะส่งคำสั่งลงมาให้เจ้ายกเลิกก็ได้”ไป๋ซวีกล่าว

            “ข้าเตรียมใจเอาไว้แล้วแต่ว่าหากยังเป็นแบบนี้ต่อไปมนุษย์ก็ไม่มีหวังที่จะชนะเผ่ามารและปีศาจได้สุดท้ายก็จะพ่ายแพ้”หลิงหยวนกล่าว

            คนในรถม้าพากันเงียบลงเพราะนี่คือด่านใหญ่ที่หลิงหยวนต้องเผชิญอย่างแน่นอนแต่ทันใดนั้นหลิงหยวนก็เหมือนคิดอะไรได้ ต้นเหตุที่ทำให้วิชากลไกถูกหลงลืมมรดกถูกทำลายจนเกือบหมดหากบอกว่าเป็นฝีมือเผ่ามารและปีศาจคงเป็นไปไม่ได้เช่นนั้นหมายความว่าจะต้องเป็นมนุษย์ด้วยกัน

            “แดนศักดิ์สิทธิ์พวกเขา เป็นพวกเขาที่ทำลายวิชากลไกทิ้งเพราะตราบใดที่มนุษย์ธรรมดายังมีวิชากลไกอยู่พวกเขาก็จะมีความแข็งแกร่งและไม่ต้องการการปกป้องจากสำนักต่างๆและสำนักต่างๆก็จะไม่มีข้ออ้างในการเก็บภาษีจากพวกเขา”หลิงหยวนพึมพำออกมา

            สีหน้าของสาวสาวเปลี่ยนไปแต่ละคนต่างสั่นสะท้านเพราะการคาเดาของหลิงหยวนถือว่าสมเหตุสมผลมากแต่หากเป็นเช่นนั้นจริงๆนี่ไม่เท่ากับว่าแดนศักดิ์สิทธิ์ทรยศต่อบรรพชนของตัวเองงั้นเหรอต้องรู้ก่อนว่าคนที่บุกเบิกเส้นทางการฝึกตนก็คือจักรพรรดิมนุษย์และคนที่นำวิชากลไกมามอบให้เผ่ามนุษย์ก็คือจักรพรรดิมนุษย์เช่นกัน

            “หากเป็นเช่นนี้จริงพวกมันจะต้องเคลื่อนไหวแน่ ศิษย์พี่รองนี่ออกจะอันตราย” เหยาอวิ้นกล่าว

            “ที่จริงก็ไม่ได้น่ากลัวอะไรท่านอาจารย์เคยบอกว่าแดนศักดิ์สิทธิ์ก็แค่พวกอ่อนแอที่แข็งแกร่งกว่าพวกอ่อนแอจากสำนักต่างๆเพียงเล็กน้อย”หนานเว่ยกล่าว

            “พวกอ่อนแอ”ไป๋ซวียิ้มขมขื่นนางเริ่มชินกับวิธีการที่พวกฉินอวี้ซีเอาไว้ใช้ให้กำลังใจหลิงหยวนบ้างแล้ว

            ไม่นานรถม้าก็ไปถึงเมืองหลวงเหล่าทหารไม่กล้าหยุดหรือตรวจสอบเพราะรถม้าเป็นของราชวงศ์ส่วนคนขับรถม้าก็เป็นหนึ่งในคนรับใช้ของฮ่องเต้เป็นคนรับใช้ส่วนตัว

            “ท่านเซียนทุกท่านพวกเรามาถึงแล้วข้าจะพาพวกท่านไปพักผ่อนก่อน เมื่องานเริ่มแล้วข้าจะมารับตัวพวกท่านอีกครั้ง”คนรับใช้กล่าวก่อนจะพาพวกหลิงหยวนไปยังสวนแห่งหนึ่งในวังหลวงซึ่งที่นี่มีบรรยากาศที่สบายทำให้อารมณ์ผ่อนคลาย

            “ข้านึกว่าฮ่องเต้จะมารับพวกเราด้วยตัวเองเสียอีก”ไป๋ซวีกล่าว

            “คงไม่อยากทำให้กลายเป็นเรื่องใหญ่เพราะกลัวว่าพวกเราจะรำคาญ”หนานเว่ยกล่าว

            เพราะหากฮ่องเต้มายืนรอพวกเขาด้วยตัวเองเหล่าขุนนางก็จะพากันตามมาด้วยถึงตอนนั้นไม่แน่ว่าพวกนางจะชอบใจในเรื่องนี้เห็นได้ชัดว่าฮ่องเต้ผู้นี้มีประสบการณ์และเลือกใช้แผนการที่รอบคอบอย่างมาก

            “อีกเดี๋ยวเขาก็จะมาแล้ว”หลิงหยวนกล่าว

            “จริงด้วยข้าสัมผัสได้แล้วว่ากำลังมีคนมา” เหยาอวิ้นกล่าว

            ไม่นานก็มีกลุ่มคนมาถึงซึ่งคนที่มาคือฮ่องเต้และราชครูพร้อมกับคนรับใช้อีกสองคนเห็นได้ชัดว่าแอบมาพบกับหลิงหยวนเป็นการส่วนตัวก่อนงานพิธีครบรอบการสถาปนาแคว้นต้าสุ่ยจะเริ่มขึ้น

            “ข้าฮ่องเต้ของต้าสุ่ยคารวะเซียนทุกท่าน”ฮ่องเต้ต้าสุ่ยกุมมือคารวะส่วนพวกราชครูเองก็แสดงความเคารพเช่นกัน

            “ไม่ต้องเรียกพวกเราว่าเซียนหรอกพวกเรายังเป็นเพียงผู้ฝึกตนยังห่างชั้นกับเซียน” หลิงหยวนกล่าว

            “เช่นนั้นคุณชายหลิงพวกเราสามารถคุยเรื่องสิ่งประดิษฐ์ของท่านกันเป็นการส่วนตัวได้หรือไม่” ฮ่องเต้กล่าว

            “ทำไมจะไม่ได้ส่วนพวกนางคือศิษย์พี่ของข้าและจิ้งจอกน้อยก็เป็นสัตว์เลี้ยงของข้าพวกเขาไม่ใช่คนนอก”หลิงหยวนกล่าว

            ‘แบบนี้นี่เองเช่นนั้นตามข้ามาเถอะตรงนั้นมีศาลาที่เงียบสงบอยู่ข้าได้สั่งให้คนปิดกั้นไม่ให้คนอื่นเข้ามาแล้ว”ฮ่องเต้ต้าสุ่ยกล่าว พวกหลิงหยวนพากันเข้าไปนั่งในศาลากลางน้ำ และนั่งรอให้ฮ่องเต้เป็นคนเปิดปาก

            “ข้าได้ส่งคนไปดูสิ่งประดิษฐ์ของคุณชายแล้วซึ่งมันมีประโยชน์ต่อชาวบ้านอย่างมากและข้าไม่ได้ต้องการขอวิธีสร้างมันจากคุณชายหลิงแต่ข้าต้องการซื้อสิ่งประดิษฐ์พวกนี้จากท่านโดยตรงเช่นสิ่งประดิษฐ์ที่ช่วยแปรสภาพน้ำให้บริสุทธิ์และสิ่งประดิษฐ์ที่ช่วยเตรียมดินสำหรับเพาะปลูกของพวกนี้จำเป็นต้องชาวบ้านที่เป็นรากฐานของแคว้นต้าหลี่อย่างมาก” ฮ่องเต้กล่าว

            ฮ่องเต้ที่เป็นชายวัยกลางคนใบหน้าเผยให้เห็นความจริงใจบอกความต้องการออกมาทั้งหมดเห็นได้ชัดว่าคำพูดเหล่านี้ถูกเตรียมมาอย่างดีแล้ว

            “ต้องการซื้อจากข้าท่านรู้หรือไม่ว่าการสร้างขึ้นมาหนึ่งชิ้นใช้เวลานานแค่ไหนอย่างเร็วก็หนึ่งเดือนต่อชิ้นเพราะการสร้างไม่เพียงแต่ต้องสลักค่ายกลแต่ยังต้องประกอบกลไกที่ซับซ้อนอีกด้วย”หลิงหยวนกล่าว

            “แม้จะใช้เวลาข้าก็รอได้ส่วนราคาคุณชายสามารถตั้งราคามาได้เลย ในฐานฮ่องเต้ข้าสามารถยอมซื้อสิ่งประดิษฐ์พวกนี้ไปให้ชาวบ้านได้อย่างน้อยในหมู่บ้านแห่งหนึ่งก็ควรมีของเหล่านี้”ฮ่องเต้ต้าสุ่ยกล่าว

            “คนผู้นี้ไม่เลวแทนที่จะบอกว่าซื้อสิ่งประดิษฐ์มาติดตั้งในเมืองหลวงแต่บอกว่าจะติดตั้งตามหมู่บ้านต่างๆเห็นได้ชัดว่าเมื่อเอาใจศิษย์น้อง”หนานเว่ยคิด

            “ท่านมั่นใจว่าจะไม่ใช่เงินภาษีของประชาชนมาซื้อสิ่งประดิษฐ์จากข้า”หลิงหยวนกล่าว

            “ข้ายังพอมีทรัพย์สินส่วนตัวอยู่บ้างแม้จะไม่ได้มากอะไรแต่ข้าคิดว่าพอรับไหวแต่หากรับไม่ไหวจริงๆก็สามารถใช้เงินภาษีของประชาชนได้เพราะสิ่งที่ข้าทำก็ทำเพื่อพวกเขาไม่ได้ทำเพื่อตัวเอง”ฮ่องเต้ต้าสุ่ยกล่าว

             

    คล้ายกับเรื่องเหนือเต๋าทั้งปวง ที่คุณอ่าน