ตอนที่ 2 อุบัติเหตุทางรถยนต์กลางดึก (9)
“ประธานเซวีย ระหว่างที่ผมรับตำแหน่ง จะปฏิบัติหน้าที่เพื่อพลเมืองของนครเจียงเท่านั้น ใช่ว่าจะต้องเจาะจงรับใช้ตระกูลไหน ไม่ว่าจะเป็คำเชิญไหนๆ จากกลุ่มเ้าสัวอย่างพวกคุณ ผมก็ไม่รับคำเชิญทั้งนั้น”
“แบบนี้ไม่โอเค นายต้องรับคำเชิญจากเซวียติ้งอย่างผมคนเดียว”
“ต่อให้ผมเข้าพวกตระกูลเซวียกับตระกูลเซินก็ตาม คุณก็น่าจะรู้นี่ครับ ว่าผมไม่มีทางปล่อยให้พวกคุณมาใช้อำนาจในมือ ในเมื่อเป็แบบนี้ ผมก็เหมือนกับคนธรรมดาตามท้องถนนเลยนะ”
“นายไม่ต้องทำอะไรเลยก็ยังได้ แต่ต้องเลือกข้างของพวกฉันให้ได้”
“ประธานเซวียจะบีบคั้นกันไปทำไมครับ”
“กู้ชิง นายต้องเลือกตระกูลเซวียเท่านั้น ส่วนระยะเวลาที่เหลืออยู่ ไม่ว่าอะไรก็ตามที่นายอยากได้ ฉันจะหามาให้ทุกอย่าง แต่ถ้านายเลือกเข้าพวกกับตระกูลอื่น มาตั้งตัวเป็อริกับฉัน ฉันจะบดขยี้นายด้วยมือตัวเองแน่”
“ผมบอกแล้วไง ว่าจะไม่คบค้าสมาคมกับเ้าสัวตระกูลไหนทั้งสิ้น”
“คำพูดมนุษย์นี่เชื่อถือไม่ได้ที่สุดแล้ว”
เซวียติ้งหยิบบุหรี่มวนหนึ่งออกมาจุด แล้วพ่นควันใส่หน้าเขา
ชายหนุ่มหล่อเหลาและสุขุมเบื้องหน้านั้น กำลังเผชิญหน้ากับแรงกดดัน แต่ก็ยังรักษาท่าทางไม่กระโตกกระตากได้อยู่ ราวกับไม่ว่าจะเผชิญหน้ากับอะไร ก็ไม่มีทางสูญเสียความใจเย็นหรือเสียอาการทั้งนั้น
นี่จัดเป็เสน่ห์อีกแบบหนึ่ง เสน่ห์ที่ดึงดูดใจผู้อื่นได้โดยไม่รู้ตัว
ขณะเดียวกันยังสามารถพิสูจน์คำพูดของเซินฝานจี และความคิดส่วนตัวของเขาได้อีก เพราะอย่างนี้เขาจึงยิ่งปล่อยกู้ชิงไปไม่ได้ ไม่อย่างนั้นหากมีใครใช้ประโยชน์เขามาต่อกรกับตระกูลเซวีย ผลลัพธ์เชิงลบย่อมไม่ใช่สิ่งที่เขาจะรับได้
“ในเมื่อประธานเซวียไม่เชื่อ คุณกับผมก็ไม่มีอะไรต้องคุยกันอีก มันหมดความหมายแล้วครับ”
กู้ชิงลุกขึ้น คิดจะเดินออกจากห้องส่วนตัว เซวียติ้งกลับใช้มือซ้ายคว้าข้อมือของเขา ส่วนมือขวาวางไว้บนบ่าของเขา พร้อมกับกดเขากลับไปที่โซฟา พลางก้มหน้ามองเขาจาก้า
กู้ชิงไม่สบอารมณ์กับความรู้สึกที่โดนใครมาควบคุมแบบนี้ ถึงได้ขมวดคิ้วบางๆ
“นายกเทศมนตรี ฉันไม่ได้ขอความเห็นนายหรอกนะ แต่กำลังบอกนายว่าต้องเลือกฉันต่างหาก”
ถ้าบีบเค้นให้วงหน้าที่ไม่สะทกสะท้านแบบนี้เผยอารมณ์อื่นได้ จะให้ความรู้สึกและต้องอยู่สถานการณ์แบบไหนกันนะ
มือขวาของเขาคว้าแก้วเหล้าบนโต๊ะมาจ่อริมฝีปากของกู้ชิง
“เหล้าแก้วนี้ ดื่มให้พวกเราครับ”
พูดจบ ก็คิดจะบังคับกู้ชิงดื่มลงไป
ในจังหวะนี้ ใครคนหนึ่งก็เปิดประตูกว้าง ชายหนุ่มที่เดินเข้าห้องส่วนตัวสาวเท้าก้าวยาวๆ มาเขวี้ยงเหล้าที่ป้อนไปถึงริมฝีปากของกู้ชิงทิ้ง ก่อนจะเหวี่ยงมือที่บีบข้อมือของเขาออกไป
เซวียติ้งเงยหน้ามองผู้บุกรุก แล้วหยวนจุนก็ปล่อยมือของเขา จากนั้นเอ่ยเสียงทุ้ม “เซวียติ้ง แกล้ำเส้นแล้วนะ”
กู้ชิงเผยสีหน้าตะลึงเล็กน้อยกับผู้ที่เข้ามาปุบปับ
ถ้าบอกว่ามีใครสักคนในงานสังสรรค์คืนนี้ปากสว่างไปบอกเซวียติ้งให้เข้ามาขวางทางเขาละก็ แล้วหยวนจุนล่ะรู้ได้อย่างไรว่าเขาอยู่ในห้องนี้ พอนึกถึงฐานะของพวกเขาก็หลุดขำอยู่ในใจ การอยากจะจับตาใครสักคนคงเหมือนการปอกกล้วยเข้าปากสำหรับสี่เ้าสัวใหญ่สินะ
เทศบาลนครเน่าจากภายใน...ไม่สิ ควรจะเรียกว่า นครเจียงในสมัยที่เขายังไม่เข้ารับตำแหน่งนั้น ก็มีพรรคพวกของสี่เ้าสัวใหญ่มานานแล้ว
เมื่อลุกขึ้นจากโซฟา เขาก็พยักหน้ากับหยวนจุนไปครั้งสองครั้ง แล้วเดินออกจากห้องส่วนตัว
เซวียติ้งไม่ได้เข้าขวาง หากแต่นั่งลง หยวนจุนดันแก้วเหล้าที่กู้ชิงไม่ได้แตะต้องเข้ามาหาตัว แล้วยกดื่มหมดในรวดเดียว
“ฉันกับกู้ชิงกำลังคุยกันสนุกๆ ยังไม่จุใจเลยด้วยซ้ำ แกนี่มันก้างขวางคอจริงๆ เลย” เซวียติ้งเอ่ยอย่างไม่สบอารมณ์ “แล้วแกคิดจะเอายังไงฮะ”
“เดิมทีที่ตระกูลเซวียกับตระกูลเซินแต่งงานดองกัน ก็ทำลายสมดุลไปแล้วนี่ ถ้าแกจะรวบเอาผู้มีอำนาจสูงสุดทางการเมืองของนครเจียงไว้ในมือ ไปเป็หุ่นเชิดคอยบังคับ แกว่าใครมันจะอยู่เฉย”
“ไม่เห็นต้องซีเรียสขนาดนี้เลย เขาก็แค่พวกบ้านๆ กระจอกๆ ที่มีแต่อำนาจแต่ไม่กล้าใช้ไง”
“ก็ถ้าเป็แบบนี้ จะลงมือกับเขาซ้ำๆ ซากๆ เพื่อ”
“ก็หาอะไรสนุกๆ ทำไง”
“เซวียติ้ง แกไม่มีทางลงมือกับ ‘พวกบ้านๆ กระจอกๆ’ อย่างที่แกพูดหรอก”
“นานๆ ทีฉันก็อยากเปลี่ยนรสชาติบ้างนี่”
“งั้นคงต้องให้แกไปหารสชาติอื่นดีกว่า”
“ถ้าฉันไม่จะทำไม”
ทั้งสองปะทะคารมกัน ยิ่งปะทะกันบรรยากาศก็ยิ่งคุกรุ่น เซวียติ้งใช้สายตาเยียบเย็นมองชายหนุ่มเบื้องหน้าผู้มีรัศมีที่ไม่ยอมให้ล้ำเส้น
หยวนจุนหยิบวิสกี้มารินลงแก้ว แล้วดื่มในรวดเดียว
“งั้นก็ต้องบังคับแกเปลี่ยนรสชาติแล้วละ”
“ดูท่าเราคงจะคุยเื่นี้กันไม่รู้เื่สินะ แถมยังสรุปให้ตรงกันไม่ได้ซะด้วย”
มุมปากหยวนจุนผุดรอยยิ้มที่ไม่อาจคาดเดาวูบหนึ่ง
ในสายตาของเซวียติ้ง กู้ชิงมีทางเลือกแค่อย่างเดียวเท่านั้น แต่ในสายตาของเขา กลับมีอยู่ด้วยกันสามทางเลือก...ถ้าไม่เลือกตระกูลหยวน ก็วางตัวเป็กลางต่อไป หรือไม่ก็เป็ทางเลือกที่สาม
เมื่อวางแก้วเหล้าลง หยวนจุนก็ลุกขึ้นแล้วเดินออกจากห้องส่วนตัว ทิ้งให้เซวียติ้งอยู่ในห้องตามลำพัง
เซวียติ้งควักบุหรี่อีกมวนขึ้นจุด เขาเงยหน้าพิงโซฟา พลางคิดหาวิธีรับมือกับหยวนจุน...ถ้าอย่างนั้นก็ เอาเ้าเสียสติตระกูลเซี่ยมาร่วมสนุกด้วย เล่นงานเขาแบบที่ไม่เหลือเวลาให้ระวังตัวไปเลย
จากนั้นก็โทรหาเซี่ยเจี่ยนอี้ โดยบอกว่าหยวนจุนกับนายกเทศมนตรีคนใหม่มีความสัมพันธ์คลุมเครือต่อกัน
กู้ชิงเหลือทางเลือกได้แค่ทางเดียวเท่านั้น เมื่อไรที่เขาโดนเซี่ยเจี่ยนอี้ไล่ฟัดเพราะหยวนจุนเป็ต้นเหตุ ก็ต้องมาขอความคุ้มครองจากเขาเพื่อเอาตัวรอดจากอันตราย ขอแค่อีกฝ่ายได้ลิ้มรสลูกเล่นของเ้าเซี่ยเสียสติเข้าไป ก็ต้องหลีกลี้หนีห่างหยวนจุนแน่นอน
เมื่อนึกถึงประเด็นนี้ เขาก็อารมณ์ดี