ชะตาฟ้าลิขิตสวรรค์

    ตอนที่63 บุกจวนอ๋อง

            แผนการของหนิงเฟยหลงเป็นไปอย่างราบรื่นขันทีคนสนิทของเสี่ยวหวงออกไปเชิญแล้ว กองกำลังรักษาจวนก็พร้อมแล้วขาดก็แต่การมาถึงของกองทหารราชองครักษ์และองค์รัชทายาทเท่านั้น

     

              “รายงาน! ท่านอ๋อง ซื่อจื่อ มีผู้ต้องการเข้าพบซื่อจื่อพวกเขาบอกว่าเป็นองครักษ์ของซื่อจื่อนามชงเป่ามาพร้อมกับองครักษ์อีกหกคนรออยู่หน้าจวนขอรับ”เมื่อรายงานจบทหารรักษาจวนผู้นี้ก็นิ่งเงียบรอคำสั่ง

     

              เย่หวงหันมองสหาย หนิงเฟยหลงพยักหน้ารับมันจึงออกคำสั่ง “นำเข้ามา!”

     

              “ขอรับ”ทหารรักษาจวนสาวเท้าออกไปอย่างรวดเร็ว

     

              ไม่นานชงเป่าและองครักษ์อีกหกนายก็เดินเข้ามา“ท่านอ๋อง ซื่อจื่อ”

     

              “อืม” เย่หวงไม่ได้กล่าวสิ่งใดมันรอให้หนิงเฟยหลงออกคำสั่งองครักษ์ตนเอง

     

              “พวกเจ้าเฝ้าอยู่หน้าตึกห้ามให้ใครเข้ามาได้แม้แต่คนเดียว!” ชายหนุ่มออกคำสั่งเสียงแข็งกระตุ้นให้องครักษ์ของตนฮึกเหิม! ชงเป่ารับคำสั่งแล้วก็นำองครักษ์ยืนรักษาการ

     

              “เสี่ยวหวง ที่นี่หมดเรื่องแล้วเราเข้าไปพูดคุยกันภายในตึกเถอะ” หนิงเฟยหลงกล่าวด้วยรอยยิ้มบนใบหน้าไม่มีแม้แต่ความกังวลใด หรือความเหนื่อยล้า ดังที่เคยมีมาก่อนหน้า

     

              “ดี!” เย่หวงเดินนำหนิงเฟยหลงเข้าภายในตึกทั้งสองสนทนากันในห้องทำงานของเย่หวง หนิงเฟยหลงเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นในสำนักยุทธ์หลวงตั้งแต่เข้ารับการทดสอบจวบจนกลายเป็นผู้ชนะให้เย่หวงฟังโดยที่ทั้งคู่ไม่มีความวิตกต่อเรื่องที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้แม้แต่น้อย

     

              ..........

     

              “ท่านถูพวกเราจะตามต่อหรือไม่?ด้านหน้านี่ก็จะเป็นเขตเชื้อพระวงศ์แล้ว”แม่ทัพผู้นี้คือคนเดียวกับที่นำขบวนองค์ชายสี่มายังสำนักยุทธ์หลวง

     

              “ท่านแม่ทัพอย่าได้กังวลพวกเราได้รับพระบัญชาจากองค์ชายย่อมไม่เกิดปัญหาใด ๆ” ถูลู่หลิ่งกล่าวจบก็ทะยานร่างไปมุ่งไปทางจวนอี้อ๋องมันพอจะทราบถึงความสัมพันธ์ระหว่างอี้อ๋องและหนิงเฟยหลงอยู่บ้าง จึงคาดเดาได้ว่าชายหนุ่มต้องไปเยือนที่นั่น

     

              “ตามข้ามา!” แม่ทัพพยัคฆ์ออกคำสั่งแล้วก็ควบม้าตามถูลู่หลิ่งไปติด ๆ

     

              ถูลู่หลิ่งก้าวทะยานไปเบื้องหน้าอย่างไม่หวั่นเกรงอำนาจขององค์ชายสี่มีล้นเหลือ มีหรือจะเกรงกลัวเชื้อพระวงศ์ชั้นสามัญเพราะอย่างไรก็มีเพียงอ๋องอี้เท่านั้นที่มีค่าพอต่อการยำเกรงอำนาจขององค์ชายสี่ย่อมเชื่อมโยงกับตระกูลถูนั่นจึงทำให้องค์ชายมีรากฐานที่มั่นคง

     

              ส่วนอี้อ๋องนั้นเป็นที่โปรดปรานขององค์จักรพรรดิเมื่อครั้งเก่าก่อนอิทธิพลในราชสำนักก็มีมากตาม ทั้งยังเป็นโอรสขององค์รัชทายาทและได้รับการสนับสนุนจากตระกูลหนิงมาโดยตลอดจะไม่ให้ถูลู่หลิ่งหวั่นเกรงได้อย่างไรถึงแม้อี้อ๋องจะไม่ได้เป็นที่โปรดปรานดังเช่นกาลก่อน แต่ก็ใช่ว่าอำนาจที่มีจะลดลงไปโอรสองค์รัชทายาทเล่นงานได้ง่ายอย่างนั้นหรือ?

     

              ใกล้จะถึงจวนอี้อ๋องแล้วมันก็ชะลอฝีเท้าลงถูลู่หลิ่งเห็นถึงความผิดปกติ หน้าจวนว่างเปล่าไม่มีเวรยาม ประตูปิดสนิทไม่ได้ยินเสียงใดจากภายในจวนเลยแม้แต่น้อย ถูลู่หลิ่งเป็นยอดฝีมือในระดับกำเนิดพลังการสัมผัสย่อมต้องเฉียบคม ในระยะสามสิบจั้งทว่าในเวลานี้มันกลับไม่ได้ยินสิ่งใดเล็ดรอดออกมา และสัมผัสไม่ได้ถึงผู้คนในระยะนี้เลย

     

              สีหน้าของถูลู่หลิ่งเป็นกังวลอย่างเห็นได้ชัดทว่าไม่มีเวลาแล้ว หากปล่อยให้นานไป เรื่องเข้าถึงหูขององค์รัชทายาท พระองค์ต้องเสด็จมาระงับเหตุเป็นแน่และฝ่ายของมันอาจจะต้องรับโทษ แม้แต่องค์ชายสี่ก็ไม่อาจช่วยพวกมันได้

     

              แม่ทัพพยัคฆ์ก็มาถึงพอดีพร้อมกับทหารม้าอีกพันนายกองกำลังทั้งหมดมาถึงแล้ว ถูลู่หลิ่งโบกมือส่งสัญญาณให้ผู้อาวุโสคนหนึ่งออกไปเจรจา

     

              “อี้อ๋อง! องค์ชายสี่มีพระบัญชาให้จับกุมหนิงเฟยหลงพวกข้าน้อยขอบังอาจทวงคนจากท่าน ขอท่านได้.....อึ้ก!” ตุบร่างผู้อาวุโสร่วงลงสู่พื้น ดวงตาถูลู่หลิ่งและแม่ทัพพยัคฆ์เบิกโพลง! ลูกธนูถูกยิงออกมาอย่างรวดเร็วเกินกว่าที่ผู้ฝึกยุทธ์ระดับต้นจะรับไหวจึงไม่อาจป้องกันโดนพิษบาดแผลสิ้นใจทันที

     

              “โจมตี!!” แม่ทัพพยัคฆ์สั่งโจมตีทันทีกองทหารม้าไม่อาจตั้งขบวนตั้งรับได้ดีเท่าใดนักแต่หากเป็นจู่โจมละก็....แน่นอนว่าต้องชนะ!

     

              กองทหารม้าเร่งฝีเท้าขึ้นพร้อมกันจะฝ่าทะลวงประตูจวนเข้าไป!

     

              ปัง!

     

              ประตูจวนเปิดออกอย่างง่ายดาย เมื่อใดกันที่จวนอ๋องเข้า-ออกได้ง่ายดายเพียงนี้กองทหารม้ายังคงบุกเข้าไปเรื่อย ๆห่างจากประตูจวนห้าสิบก้าว.....หนึ่งร้อยก้าว....สองร้อยก้าว ปัง!

     

               ฉึก!! อ๊าก!!!!กองทัพลูกศรดั่งห่าฝนร่วงลงจากผืนฟ้า กองทหารอันเกรียงไกรย่อยยับในพริบตา! ทหารกว่าสามร้อยนายตายสิ้น!!จะเหลือรอดก็แต่ทหารม้าที่ยังไม่ได้เข้ามาภายในจวนอีกหกร้อยเจ็ดร้อยนายส่วนผู้อาวุโสที่บุกเข้ามาก่อนก็บาดเจ็บสาหัสไปตามกัน

     

              “ถอย!” แม่ทัพพยัคฆ์สั่งถอยทันทีการบุกเข้าไปเช่นนี้หากเจอศัตรูด้านหน้าถึงแม้จะยากแก่การโจมตีแต่ก็ยังพอสยบได้แต่การที่ไม่เห็นศัตรูอยู่ที่ใดเลย มันยากยิ่งกว่ายากจวนอี้อ๋องมีการป้องกันจวนที่ดีมากหากฝืนบุกเข้าไปอีกไม่รู้ว่าต้องสูญเสียไปมากเท่าใดจึงจะพอ

     

              “ท่านถู การบุกโดยตรงไม่อาจทำได้แล้ว อี้อ๋องวางแผนไว้อย่างดีหากต้องการคนในจวนเห็นทีจะต้องเรียกกำลังเสริม ทหารม้าไม่อาจเอาชัยเห็นจะมีก็แต่ราบชุดเกราะหนักที่จะหักจวนได้ และทูลเชิญองค์ชายเสด็จมาด้วยองค์เองเพื่อต่อกรกับอี้อ๋องโดยเฉพาะ”

     

              ถูลู่หลิ่งครุ่นคิดสักพัก จึงค่อยเอ่ย“ข้าเห็นด้วย แต่คราวนี้พวกเราต้องรีบลงมืออย่าได้ช้า หากองค์รัชทายาทมาเรื่องจะวุ่นวายไปมากกว่านี้”

     

              “อืม”แม่ทัพพยัคฆ์และถูลู่หลิ่งต่างส่งคนกลับไปยังสำนักยุทธ์หลวงเพื่อแจ้งข่าว

     

              องค์ชายสี่พร้อมด้วยกองทหารรีบเดินทางมายังจวนอี้อ๋องข่าวสารการยกทหารจับกุมขององค์สี่แพร่ไปอย่างรวดเร็วรวมถึงการโต้เถียงกันในสำนักยุทธ์หลวงก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์นี้ก็ถูกเผยแพร่ออกไป

     

              ไม่นานนักองค์ชายสี่ก็มาถึงจวนอ๋ององค์ชายลงจากรถม้าแล้วเดินนำทหารองครักษ์เข้าไป รองเจ้าสำนักและเหล่าผู้อาวุโสต่างเดินตาม

     

              “องค์ชายอย่าพึ่งเสด็จให้กระหม่อมเปิดทางให้ก่อน” แม่ทัพพยัคฆ์กล่าว

     

              “เหอะ ก็แค่จวนอ๋อง อย่าห่วงไปข้าเป็นถึงองค์ชายสี่ เป็นโอรสขององค์จักรพรรดิ หรือว่าอี้อ๋องจะหาญกล้าสังหาร!” องค์ชายสี่กล่าวอย่างไม่พอใจรีบสาวเท้าต่อไม่ฟังคำทัดทาน

     

              แม่ทัพพยัคฆ์ที่เห็นดังนั้นก็ต้องตกใจ! เมื่อสักครู่ทหารของมันก็เข้าไปต้องลูกศรตายไปนับร้อย องค์ชายสี่ประมาทเกินไปแล้วเข้าไปโดยไม่วางแผนก่อนเช่นนี้ไม่เป็นอันตรายหรือ?

     

              แม่ทัพพยัคฆ์เร่งพาทหารควบม้าแทรกขึ้นหน้าหวังป้องกันให้พ้นอันตรายและก็เป็นจริงอย่างที่คาดลูกศรนับร้อยดิ่งลงมาจากฟ้าทหารม้านับสิบพร้อมทั้งองครักษ์ข้างกายองค์ชายต่างพากันเอาตัวบังลูกศรนั้นไว้ ทหารโล่พากันวิ่งขึ้นหน้าป้องกันองค์ชายสี่อย่างรวดเร็ว

     

                รองเจ้าสำนักที่อยู่ด้านหลังก็ทะยานขึ้นอากาศสร้างปราการหยวนกันลูกธนูทหารองครักษ์นำองค์ชายถอยออกมานอกจวน สีหน้าขององค์ชายไม่สู้ดีนัก “เกือบไปแล้ว......”เมื่อสักครู่มันเกือบต้องลูกศรนั่นแล้ว ถ้าไม่ใช่เพราะองครักษ์และทหารม้านำตัวมาบังไว้ได้ทัน มันคงต้องตายอย่างไม่ต้องสงสัย อีกแค่นิดเดียว...

     

              “องค์ชาย องค์ชาย! ท่านเป็นอะไรหรือไม่?”รองเจ้าสำนักเอ่ยถามด้วยความร้อนใจ เมื่อเห็นสีหน้าขององค์ชายและอาการเหม่อลอยใบหน้ามีเหงื่อผุดขึ้นไม่หยุด มีอาการสั่นระริก

     

              เสียงของรองเจ้าสำนักปลุกองค์ชายสี่ให้หลุดออกจากภวังค์แววตาขององค์ชายสี่เต็มไปด้วยความโกรธ!

     

              “อี้อ๋อง!!” องค์ชายสี่ตะโกนลั่นด้วยความเดือดดาล!

     

              “เสด็จอามีอะไรจะรับสั่งหรือ..?”เย่หวงพลันโต้ตอบ ทันทีที่สิ้นเสียงเงาร่างของชายหนุ่มทั้งสองได้ปรากฏโดยพร้อมเพรียง ทั้งสองมีรอยยิ้มประดับบนใบหน้ามองดูฝูงชนด้านหน้าอย่างสงบนิ่ง

     

              “ไม่ทราบว่าเสด็จอาจะเสด็จมาจึงไม่ได้ออกมาต้อนรับต้องขอประทานอภัยด้วยกระหม่อมคิดว่าเป็นพวกโจรขโมยจะมาบุกจวนจึงสั่งให้ทหารรักษาจวนเตรียมพร้อมไว้เสียมารยาทแล้ว...”

     

              องค์ชายสี่ได้ฟังก็พลันเดือดดาลยิ่งกว่าเก่าอยากจะตะโกนร้องด่าเสียให้หายโกรธ ทว่าตัวของมันเป็นถึงองค์ชายจะทำอย่างนั้นได้หรือ?องค์ชายสี่กัดฟันกรอด แววตามุ่งร้ายมุ่งมาที่ชายหนุ่มผู้ยืนด้านข้างอี้อ๋อง“เป็นเพราะมันเราถึงยุ่งยากถึงเพียงนี้!”

     

              “ดีมาก! เจ้าต้อนรับข้าได้ดีนักเห็นทีข้าต้องชมเชยเจ้าต่อหน้าเสด็จพ่อแล้ว!”องค์ชายสี่จ้องเขม็งไปที่อี้อ๋องด้วยสายตาที่เย็นเยือก

     

              ทว่าเย่หวงกลับไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวตอบกลับว่า “เช่นนั้นต้องขอบพระทัยเสด็จอาแล้ว หากเสด็จอาชอบการต้อนรับเช่นนี้ผู้หลานคงต้องต้อนรับท่านบ่อย ๆเสียแล้ว”

     

              “เจ้า!!!” องค์ชายสี่ถลึงตาใส่อี้อ๋องอย่างดุร้าย!

     

              “องค์ชาย ระงับโทสะไว้ก่อนที่พวกเรามาครั้งนี้ไม่ได้มาเพื่ออี้อ๋อง แต่เรามาเพราะหนิงเฟยหลงท่านอย่าได้หลงกลพวกเขา” รองเจ้าสำนักเห็นสถานการณ์ไม่ดีแล้วองค์ชายสี่เริ่มจะควบคุมอารมณ์ไม่อยู่ จึงเข้าไปกล่าวกับองค์ชายสี่

     

              องค์ชายสี่พยักหน้าตอบสีหน้าท่าทางแม้ว่ายังไม่สงบนิ่ง แต่ก็ไม่ได้ก้าวร้าวเช่นเดิม

     

              “อี้อ๋องที่พวกเรามาในวันนี้เพื่อมาจับตัวหนิงเฟยหลงเท่านั้น นี่ไม่ใช่เรื่องของท่านขอท่านได้โปรดเข้าใจ”รองเจ้าสำนักกล่าวจุดประสงค์ที่มาโดยตรง มันไม่ยอมให้เสียเวลาไปมากกว่านี้

             

              “หืม...สหายข้าทำผิดสิ่งใดจึงต้องจับกุม?”อี้อ๋องแสร้งถามอย่างฉงนสงสัย

     

              “หึ คิดจะถ่วงเวลาอย่างงั้นรึ”รองเจ้าสำนักขบคิดขึ้นภายในใจไม่ได้กล่าวออก “ผิดที่ฉกชิงราชโองการจากองค์ชายสี่และยังหลบหนีการจับกุม ท่านคิดว่าเขาผิดหรือไม่?”

             

            “อ้อ เช่นนั้นแล้วราชโองการว่าอย่างไรเล่า?”เย่หวงยังคงทำสีหน้าไม่ยินดียินร้าย

             

            “อี้อ๋อง ได้โปรดอย่าขัดขวาง ไม่เช่นนั้นพระองค์จะต้องถูกจับกุมไปด้วย!” รองเจ้าสำนักไม่อาจรอได้อีกแล้ว“ท่านแม่ทัพลงมือ!”

             

            สิ้นคำสั่ง กองทหารเกราะหนักนำหน้าตามด้วยทหารม้า บุกเข้าไปในจวน

             

            “บังอาจ!นี่จวนอ๋อง พวกเจ้ากล้ารึ!!” เย่หวงร้องตวาดกองทหารต่างหยุดชะงัก พวกมันลังเลที่จะลงมือแล้ว ต่างส่งสายตามองมายังแม่ทัพพยัคฆ์ทว่าแม่ทัพของพวกมันกลับไร้การโต้ตอบใด ๆ เพียงชูทวนไปด้านหน้าเป็นอันส่งสัญญาณให้บุกต่อ

             

            ทหารไร้ทางเลือกจึงต้องบุกเข้าไปตามคำสั่งเมื่อพวกมันเข้ามาในจวนระยะร้อยก้าวก็ต้องเจอกับพื้นดินที่แยกออกจากกันพากันร่วงหล่นลงไปในหลุมนั้น โดนเหล็กแหลมภายในสังหารไปมากมาย

             

            องค์ชายสี่ลุแก่โทสะอีกครั้งนัยน์แดงก่ำ!! “เย่หวง!!!!” มันตวาดออกมาอีกครั้งแต่ครั้งนี้มันไม่ยอมอยู่เฉยแล้ว “ทหารทุกนายจงฟังบุกเข้าไปจับตัวอี้อ๋องและหนิงเฟยหลง รวมถึงคนที่เกี่ยวข้องมาให้หมด!”

             

            “รับพระบัญชา!” แม่ทัพพยัคฆ์รับคำสั่งแล้วก็สั่งทหารจัดกระบวนทัพกองทหารเกราะหนักร้อยนายนำหน้าขบวน ตามด้วยทหารธนูหนึ่งร้อยนาย และทหารเกราะเบาอีกสามร้อยนายปิดท้ายด้วยทหารม้าที่เหลืออยู่ห้าร้อยกว่านาย รวมทั้งสิ้นหนึ่งพันเศษ กองกำลังแค่นี้ก็เพียงพอจะถล่มจวนอ๋องได้ถึงสองสามรอบแล้ว

     

              เมื่อเห็นว่าทัพจัดเสร็จแล้วแม่ทัพพยัคฆ์ไม่รอคำสั่งอีก ออกคำสั่งด้วยตนเองทันที “บุก!!”

             

            กองธนูต่างขึ้นสายแล้วยิงออกอย่างพร้อมเพรียงลูกศรมากมายพุ่งเข้าไปในจวนอี้อ๋องและหนิงเฟยหลงยังคงยืนนิ่งอยู่ เมื่อลูกศรมาใกล้ถึงตัวชงเป่าและองครักษ์ส่วนตัวอีกหกคนของชายหนุ่มก็ปรากฏกาย สร้างปราการหยวนป้องกันลูกศรเหล่านั้นไม่อาจทลายหรือสร้างรอยขีดข่วนให้กันปราการหยวนได้แม้แต่น้อย

             

            “หึ มีดีเท่านี้หรือ?” เย่หวงจ้องมองอย่างดูแคลนแล้วหันมาสนทนากับหนิงเฟยหลงอย่างไม่ใส่ใจ

             

            “เสี่ยวหลงเจ้าว่าพวกมันจะเข้ามาถึงในระยะเท่าใด?”หนิงเฟยหลงทำหน้าครุ่นคิดแล้วจึงตอบว่า “หากทางสำนักยุทธ์หลวงไม่ลงมือเห็นทีคงจะไม่เกินสองร้อยก้าว แต่หากทางสำนักลงมือล่ะก็...คงจะเข้ามาได้อีกจนใกล้ตัวเลยกระมัง”กล่าวจบสายหนุ่มก็พลันแสยะยิ้ม

             

            “เหตุใดเจ้าถึงคิดว่าพวกมันจะมาไม่ถึงตัวของพวกเราเล่าเจ้าดูนั่นทหารชุดเกราะหนักนั่นรับลูกศรเราได้อย่างง่ายดายเปิดทางให้ทหารเกราะเบาเข้ามาและรัศมีการยิงของทหารธนูก็จะเข้ามาใกล้ขึ้น ไยเจ้าว่าจะมาไม่ถึงตัวและยังมีกองทหารม้าที่รอคอยโอกาสนั่นอีก กระบวนทัพนี้ช่างสมบูรณ์นัก”เย่หวงกล่าวจบ หนิงเฟยหลงพลันขยิบตาให้แล้วไม่กล่าวสิ่งใดตอบ

             

            แม้ว่าจะมีทหารเกราะหนักเปิดทางให้ แต่ก็ใช่ว่าจะสามารถป้องกันได้เต็มร้อยชุดเกราะยังมีช่องว่างอยู่ และต้องระวังกับดักเกรงว่าแผ่นดินจะแยกอีกทหารจึงต่างพากันระวังตัว รวมถึงฝนลูกศรที่ดิ่งลงจากฟ้าไม่หยุดการรุกคืบจึงเป็นไปได้ช้า

             

            แม่ทัพพยัคฆ์ยังคงสั่งการเคลื่อนทัพอย่างเยือกเย็นสายตาจดจ่ออยู่ที่อี้อ๋องอย่างไม่วางตา มันเป็นแม่ทัพเจนศึก เมื่อเห็นว่า อี้อ๋องอยู่ในความสงบแม้ว่าจะมีทหารมากกว่าพันนายบุกเข้าไป ก็อดที่จะสงสัยไม่ได้หรือแม้แต่ชายหนุ่มผู้ที่มันต้องจับกุมก็ยังยืนอยู่อย่างสงบนิ่ง

             

            “ผิดปกติเกินไป..”

             

            “ถอย!”

             

             

    คล้ายกับเรื่องชะตาฟ้าลิขิตสวรรค์ ที่คุณอ่าน