ตอนที่25 เด็กสาวผู้พลัดหลง
ท้องฟ้าอันมืดมนจากดินแดนแสนรกร้างพร้อมเมฆฝนที่โปรยปรายดั่งน้ำตาของผู้โศกเศร้า
ก่อนท้องนภาซึ่งคอยค้ำยันมิให้พื้นดินอาจเอื้อมมาถึงตนก็ปรากฏร่างของสองสาวน้อยผู้ร่วงหล่นจากฟากฟ้าด้วยอาคมมิติที่เชื่อมต่อกับตัวเมืองทราซินเวีย
แล้วพวกนางก็กระแทกกับพื้นดินด้วยแรงตกอันรวดเร็วจนทำให้เด็กสาวผมสีน้ำตาลต้องลืมตาตื่นด้วยความใ
พร้อมลุกขึ้นยืนด้วยอาการหวาดผวาเพราะเบื้องหน้านั้นคือเหล่าปีศาจร้ายที่กำลังยืนห้อมล้อมตนและกลุ่มเด็กสาวคนอื่นๆ อีกนับร้อยชีวิต
"ที่นี่ที่ไหน!! ท่านแม่!! "
"อย่าเสียงดังไปสิ ตอนนี้เราอยู่ในอาณาจักรของปีศาจ" เด็กสาวอีกนางหนึ่งซึ่งยืนอยู่ข้างหลังได้เอ่ยขึ้นพร้อมกับแตะไหล่ขวาเพื่อดึงนางผู้เสียงดังให้กลับมามีสติอีกครั้ง
"เ้าเป็ใคร!!" แล้วเด็กสาวผมสีน้ำตาลก็รีบหันกลับมาเพื่อปัดมือที่จับไหล่ของตนไว้ด้วยความหวาดกลัว
"ใจเย็นก่อน ข้าชื่อว่าเจสสิก้าข้าก็ถูกจับมาเหมือนเ้านั่นแหละ" และทันทีที่เด็กสาวผมสีน้ำตาลมองเห็นใบหน้าของเจสสิก้าอย่างแจ่มชัดก็ทำให้นางต้องหยุดชะงักลงด้วยความตกตะลึงต่อความงามอันอ่อนหวานดั่งถ้อยคำที่ฟังจนรื่นหู
"ข..ข้า..เอนี่นะ"
เอนี่เอื้อนเอ่ยด้วยใบหน้าอันแดงระเรื่อก่อนนางจะถูกจับตัวเหมือนเด็กสาวคนอื่นๆ ที่ถูกต้อนไปยังปราสาทสีดำประหนึ่งนำแพะแกะมาเข้าในโรงเชือดเพื่อทำเป็อาหาร
เอนี่จึงพยายามดิ้นรนเพื่อหาทางหนีจนเป็ที่สนใจต่อปีศาจอีกหลายตนซึ่งกำลังเดินตรงมายังนางอย่างน่าเกรงขาม
"เดินไปก่อนเถอะ ถูกพวกมันล้อมขนาดนี้จะทำสิ่งใดได้ล่ะ" และน้ำเสียงอันเข้มงวดของเจสสิก้าก็ทำให้เอนี่เริ่มเห็นถึงความอันตรายอย่างมิควรโวยวายจนเกิดเหตุร้ายโดยไม่จำเป็
เอนี่จึงต้องยอมเดินไปตามแถวอย่างไม่ดื้อรั้นจนปีศาจผู้กำลังเข้ามาใกล้ได้หยุดฝีเท้าลงแล้วกลับไปทำหน้าที่ของตนแต่โดยดี
"ทำไมถึงมีแต่เด็กสาวที่ถูกจับตัวมากันล่ะ " เอนี่เดินเข้ามาใกล้เจสสิก้าเพื่อกระซิบถามในสิ่งที่ตนสงสัย
แต่เจสสิก้ากลับเงียบเฉยโดยไม่ยอมกล่าวสิ่งใดจนทำให้เอนี่เริ่มถอยห่างเพื่อสังเกตการณ์ต่างๆ ก่อนนางจะกลับมากล่าวถามด้วยความสงสัยอีกครั้ง
"ปีศาจจะจับพวกเราทำเป็อาหารงั้นรึ "
"แหวะ!! พวกข้าไม่กินมนุษย์กันหรอก " เป็คำถามที่เจสสิก้าต้องตอบกลับด้วยใบหน้าสุดเหยเกจนเอนี่รู้สึกประหลาดใจ
"สงสัยอีกแล้วรึ " เจสสิก้ากล่าวพร้อมกับจ้องมองเอนี่ด้วยดวงตาสีแดงฉานจนนางเริ่มหวาดกลัวและหยุดฝีเท้าลง
"จะบอกให้ว่าทุกคนที่ถูกจับตัวมาไม่ได้มีแค่มนุษย์หรอกนะ เพราะหลายๆ คนในที่นี้ก็มีปีศาจด้วยเช่นกัน "
และคำกล่าวนั้นก็ทำให้เอนี่ต้องตกตะลึงพร้อมกับงุนงงก่อนทุกคนจะผลักตัวนางทั้งสองที่หยุดนิ่งให้เดินต่อโดยมิได้หันมาพูดคุยกันอีก
"ครอบครัวของข้าเคยตั้งถิ่นฐานอยู่ตรงภาคตะวันออก ที่นั่นมีพื้นดินอันเขียวขจีและยังเต็มไปด้วยพืชพันธุ์นานาชนิด….เ้าดูนี่สิ "
แล้วเจสสิก้าก็เริ่มเอ่ยขึ้นก่อนจะหยิบเมล็ดพืชออกจากกระเป๋าเสื้อด้านในเพื่อนำมาให้เอนี่ได้สังเกตและคล้อยตามต่อคำกล่าวของตน
"สิ่งนี้เป็เมล็ดของต้นกะเพรา เวลามันแตกกิ่งก้านและใบแม่ข้าจะเด็ดมันมาผัดบนกระทะกับเนื้อไก่แล้วก็พริก เมื่อสุกได้ที่ก็จะนำมันมาราดบนข้าวสวยร้อนๆ "
ระหว่างเดินไปตามแถวเจสสิก้าก็ได้สาธยายจนเอนี่น้ำลายไหล มันจึงทำให้ทั้งสองเริ่มกลับมาใกล้ชิดกันอีกครั้ง
"เ้ารู้ไหมว่าเมนูนี้คนในภาคตะวันออกเขาเรียกว่าอะไร ข้าวผัดกะเพราไก่และเมนูเหล่านี้แหละที่เหล่าปีศาจจะกินลง ไม่ใช่เนืุ้์อย่างที่เ้าเข้าใจ "
"งั้นเหรอ ไว้เ้าเอาไปปลูกที่บ้านข้าได้ไหมถ้าเราหนีไปจากที่นี่ได้ "
เอนี่รับฟังก่อนจะเอ่ยกลับไปพร้อมแววตาที่ส่องประกายด้วยความอยากรู้ จึงทำให้ทั้งคู่เริ่มสนิทสนมกันอย่างรวดเร็วเกิดกว่าใครจะคาดคิด
ก่อนทุกชีวิตจะหยุดนิ่งลงตรงหน้าปราสาทสีดำขนาดใหญ่ที่มาพร้อมกับเมฆหมอกอันมืดมนจนทำให้ขนลุกซู่ไปทั้งตัว
……………………………………………
เสียงฝีเท้าของม้าทั้งห้าได้วิ่งผ่านผืนหญ้าและท้องฟ้าอันแจ่มใสอย่างรวดเร็ว เพราะพวกมันคือม้าพันธุ์ชั้นยอดที่อีชิลเดอร์จัดหามาให้สำหรับท่านลีเดียและเหล่าทหารโดยเฉพาะ
เว้นเพียงม้าสีดำที่ชายผมขาวกำลังขี่มันจนแซงเหล่าม้าพันธุ์ได้อย่างองอาจก่อนเสียงเรียกจากลีเดียจะทำให้เทียต้องชะลอความเร็วลง
"เ้ามีแผ่นเช่นไรในการลักลอบเข้าไปในอาณาจักรน้ำแข็ง"
"เราจะเดินทางไปในหุบเขาดอรานิว อาศัยเผ่าเคราดกนำพาเราเข้าไป"
ลีเดียพยักหน้าตอบรับพร้อมกับส่งสัญญาณให้เคลื่อนพลไปยังหุบเขาตรงหน้าอย่างสุดกำลัง