ยอดหมอหญิงเทพโอสถ

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 38 หมายเลขเก้า เจ้าร้อนใจทำไม

             ทั่วทั้งห้องเกิดความเงียบสงัด

            ดูเหมือนว่ากูเฟยเยี่ยนจะค้นพบอะไรบางอย่างจึงเงยหน้ามองขึ้นมาโดยไม่มีลางบอกก่อน ในพริบตาเดียวจึงได้สบตาลึกลับคู่นั้นของจวินจิ่วเฉิน

            นางตกใจอีกแล้ว เส้นประสาทของนางคิดว่าเขากำลังพิจารณาอย่างละเอียดถี่ถ้วนอยู่ คิดว่าเขายังคงไม่เชื่อในความสามารถของนาง ดังนั้นนางจึงจับจ้องไปยังดวงตาของจวินจิ่วเฉินแล้วเอ่ยอย่างจริงจัง “เจ้าไม่ต้องมองข้าเช่นนี้ ข้าพูดไว้แล้วว่าจะทำให้เจ้าพอใจดังนั้นก็จะทำให้เจ้าพอใจอย่างแน่นอน”

            จวินจิ่วเฉินมีความไม่เป็นตัวของตัวเองอย่างเด่นชัด เพียงแต่ในไม่ช้าก็ปรับสภาพกลับมาเย็นชาอย่างที่เคยเป็นมาตลอด “เจ้ามองออกถึงสิ่งใดแล้ว? ”

            กูเฟยเยี่ยนเอ่ยอย่างจริงจัง “ส่งกระดาษและพู่กันให้ข้า! เร็วเข้า! ”

            จวินจิ่วเฉินหยิบกระดาษและพู่กันมาด้วยตนเอง กูเฟยเยี่ยนนำใบสั่งยาแผ่นแรกวางไว้ด้านข้าง แล้วนำใบสั่งยาที่เหลืออีกสิบแผ่น ในทุกๆ แผ่นจะดึงชื่อตัวยาสมุนไพรออกมาหนึ่งชนิดโดยมีจวินจิ่วเฉินคอยเขียนทีละตัว

            ชื่อของสมุนไพรทั้งสิบชนิดตามลำดับแล้วได้แก่ ทู่เอ๋อร์เฟิง เหริ่นตงฮวา ไป๋เมี่ยนกู หงตงชิง เสวียนจี๋ เตี้ยวหวางจง หรงจ่าวเย่ ถู่ซันชี เปาเย่มู่ และ เหยี่ยเทียนเหมินตง

            ใบหน้าของกูเฟยเยี่ยนเกิดความจริงจัง “สมุนไพรทั้งสิบชนิดถูกซ้อนไว้ในใบสั่งยาทั้งสิบแผ่น ความลึกลับนั้นอยู่ในสมุนไพรทั้งสิบชนิดนี้”

            จวินจิ่วเฉินมองไม่เห็นถึงเบาะแส “ว่าอย่างไร?”

            “นามแฝง! ”

            กูเฟยเยี่ยนอดทนต่อความรู้สึกวิงเวียนศีรษะ หยิบพู่กันมาเขียนนามแฝงของสมุนไพรไว้ด้านล่างของชื่อสมุนไพรทั้งสิบชนิดตามลำดับด้วยตนเอง หนึ่งจือเซียง สองเป่าฮวา สามไป๋เฉ่า สี่จี้ชิง ห้าเว่ยจื่อ หกเอ๋อร์หลิง เจ็ดเย่เหลียน แปดเซียนเฉ่า สิบเหลี่ยงเย่ และสุดท้ายคือ ไป่ปู้

            ทันทีที่เห็นถึงนามแฝงเหล่านี้ จวินจิ่วเฉินก็เข้าใจโดยทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น

            เขาจำเป็นต้องมองหญิงสาวตรงหน้าผู้นี้ด้วยสายตาที่ทึ่งอีกครั้ง ใบสั่งยาพวกนี้หมางจ้งให้แพทย์ชั้นสูงอวุโสและอาจารย์แพทย์อวุโสที่เกษียณอายุไปแล้วหลายคนมาดู แต่ผู้เชี่ยวชาญพวกนั้นกลับมองไม่ออกถึงความลึกลับที่หลบซ่อนอยู่ภายใน ทว่าหญิงสาวผู้นี้กลับใช้เวลาเพียงแค่ประมาณหนึ่งถ้วยชาก็สามารถทำลายรหัสลับของใบสั่งยาได้แล้ว

            เขาพึมพำเบาๆ “หมายเลขเก้าหายไป! ”

            กูเฟยเยี่ยนมั่นใจเป็นอย่างมาก “ใช่แล้ว! ขาดหมายเลขเก้า”

            จวินจิ่วเฉินรับรู้ถึงกลอุบายในจดหมายลับนี้แล้ว เขาเอ่ยถามว่า “แล้วเจี้ยนเสวี้ยโฉวล่ะ? นามแฝงคือมีชื่อว่าอะไร? ”

            กูเฟยเยี่ยนตอบกลับ “นามแฝงของเจี้ยนเสวี้ยโฉวมีไม่น้อยเลย หนึ่งในนั้นมีชื่อหนึ่งที่ไม่ค่อยถูกเรียก มีชื่อว่า เจี้ยนเสี่ย…เฟย! ”

            “เฟย” คำนี้ พอเห็นก็ทราบได้ถึงความหมายแฝงในทันทีนั่นก็คือเฉิงอี้เฟย

            ในส่วนของหมายเลข “เก้า” นั้นกูเฟยเยี่ยนก็นึกถึงจิ้งหวางจวินจิ่วเฉินในทันที ในชื่อไม่เพียงแต่มีหมายเลข “เก้า” แล้ว แต่ในบรรดาองค์ชายพระองค์ทรงมีลำดับที่เก้าอีกด้วย

            กูเฟยเยี่ยนครุ่นคิดจนสมองแทบระเบิดก็ไม่มีทางคิดว่าชายตรงหน้าก็คือจิ้งหวางจวินจิ่วเฉิน นางกระวนกระวายใจแล้ว “จิ้งหวางเตี้ยนเซี่ยตกอยู่ในอันตราย จำเป็นต้องคิดหาวิธีเตือนพระองค์โดยทันที! ”

            จวินจิ่วเฉินนั้นสงบนิ่งมาก “คิดไม่ถึงเลยว่าอู๋กงกงก็เป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านทักษะยา”

            เขาสามารถเข้าใจได้ถึงความหมายของเจ้านายผ่านทางจดหมายลับในใบสั่งยาเหล่านี้ อู๋กงกงนั้นมีฝีไม้ลายมืออยู่บ้างจริงๆ

            กูเฟยเยี่ยนไม่สนใจว่าความสามารถของอู๋กงกงจะเป็นเช่นไร นางเป็นกังวลจนต้องเน้นย้ำออกมาอีกครั้ง “เป้าหมายต่อไปของพวกเขาจะเป็นจิ้งหวางเตี้ยนเซี่ย ทางด้านของเฉิงอี้เฟยได้พลาดท่าไปแล้ว พวกเขาจะต้องร้อนใจเป็นแน่ พวกเขาจะต้องใจร้อนจนต้องรีบลงไม้ลงมือต่อจิ้งหวางเตี้ยนเซี่ยอย่างแน่นอน! ”

            เมื่อเห็นถึงท่าทางตื่นเต้นของกูเฟยเยี่ยนจวินจิ่วเฉินอดไม่ได้ที่จะถาม “เจ้ากังวลไปทำไม? ”

            กูเฟยเยี่ยนถามกลับไปโดยไม่ได้คิดอะไร “เจ้าไม่กังวลหรือ? ได้ยินมาว่าฮ่องเต้ทรงพระประชวร หากจิ้งหวางเตี้ยนเซี่ยทรงมีอันเป็นไปองค์รัชทายาทที่ทรงพระเยาว์วัยจะสามารถแบกรับอะไรได้? ตระกูลฉีและตระกูลเฉิงสองตระกูลนี้เกิดความขัดแย้งอย่างใหญ่หลวง ราชสำนักนี้จะไม่วุ่นวายหรือ? ”

            ในความเป็นจริงแล้วเหตุผลเหล่านี้ที่กูเฟยเยี่ยนพูดออกมาไม่ได้เป็นเหตุผลที่แท้จริงที่นางเป็นกังวล สิ่งที่นางคิดจริงๆ คือจิ้งหวางเตี้ยนเซี่ยทรงเคยช่วยชีวิตนางเอาไว้นางต้องการตอบแทนบุญคุณ นางไม่อยากพูดความจริงกับชายผู้นี้จึงทำได้เพียงหาเหตุผลอื่น

            จวินจิ่วเฉินสนใจในการวิเคราะห์ของนางมากทีเดียว เขาพยักหน้าขึ้นลงอย่างคิดอะไรอยู่ “พูดต่อไป”

            กูเฟยเยี่ยนพิจารณาอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดต่อไป “ได้ยินมาว่าตั้งแต่ไหนแต่ไรมาจิ้งหวางเตี้ยนเซี่ยทรงไม่เคยหาพรรคพวกเพื่อผลประโยชน์ของตนเอง แม้แต่ตระกูลฉีและตระกูลเฉิงสองตระกูลนี้พระองค์ก็ไม่ถือหางให้ท้ายใคร หากว่าเจ้าสามารถค้นหาตัวคนร้ายตัวจริงออกมาได้แล้วช่วยให้จิ้งหวางหลีกเลี่ยงสถานการณ์ที่ยากลำบากจะต้องทำให้จิ้งหวางเตี้ยนเซี่ยมองด้วยสายตาที่ทึ่งอย่างแน่นอน”

            ตามที่กูเฟยเยี่ยนเข้าใจแล้ว ก่อนที่จิ้งหวางเตี้ยนเซี่ยจะทรงเสด็จกลับมายังเมืองจิ้นหยางการช่วงชิงราชบัลลังก์ดุเดือดเป็นอย่างมาก มีองค์ชายไม่น้อยเลยที่รังแกองค์รัชทายาทน้อย และมักจะคิดร้ายต่อองค์รัชทายาท แต่หลังจากที่จิ้งหวางเตี้ยนเซี่ยทรงเสด็จกลับมาเหล่าองค์ชายจึงไม่กล้าที่จะรังแกองค์รัชทายาทอีก จิ้งหวางเตี้ยนเซี่ยนั้นทรงไม่ช่วงชิงราชบัลลังก์และก็ไม่อนุญาตให้ใครหน้าไหนมาช่วงชิงราชบัลลังก์กับพระอนุชาแท้ๆของพระองค์ เหล่าองค์ชายไม่ว่าจะยุยงส่งเสริมหรือจะตีสนิทสร้างความสัมพันธ์ก็ล้วนไร้ประโยชน์สำหรับพระองค์ โดยเหล่าองค์ชายนั้นสามารถพูดได้ว่า มีทั้งความหวาดกลัวและความจงเกลียดจงชังแต่ในขณะเดียวกันก็อยากจะผูกมิตรไมตรีกับพระองค์ด้วยเช่นกัน

            เมื่อเห็นว่าจวินจิ่วเฉินไม่ปริปากพูดอะไรออกมากูเฟยเยี่ยนจึงรีบเสริมอีกหนึ่งประโยค “การผูกมิตรไมตรีต่อจิ้งหวางดีกว่าการเป็นศัตรูกับจิ้งหวาง อย่างน้อยจิ้งหวางก็ทรงติดหนี้บุญคุณเจ้าหนึ่งครั้ง นี่เป็นเรื่องที่พันเหรียญทองก็ไม่สามารถซื้อได้เลยนะ”

            “ฮ่าๆ พันเหรียญทองก็ซื้อไม่ได้หรือ? ”

            มุมปากของจวินจิ่วเฉินยกขึ้นมาดั่งเส้นรัศมีวงกลม ทำให้รู้สึกว่ายากที่จะพิจารณาใคร่ครวญ เขาลุกขึ้นออกห่างกันไม่มากนักแล้วโน้มตัวลงมานำหวางเป่าติงน้อยยื่นไปด้านหน้าของกูเฟยเยี่ยน เขามองไปยังดวงตาของนางแล้วเอ่ยอย่างจริงจัง “สามารถทำให้ข้าพอใจได้จริงเสียด้วย หวางเป่าติงคืนให้เจ้า ส่วนเจ้า ข้าจะรับไว้แล้วกัน”

            ไม่รู้ว่าเป็นเพราะสายตาของเขาที่จริงจังเกินไป หรือเป็นเพราะว่าเขาเข้าใกล้เกินไป กูเฟยเยี่ยนจึงเกิดความตื่นตกใจเล็กน้อยหัวใจเต้นผิดจังหวะ

            จวินจิ่วเฉินพูดจบก็เตรียมจะจากไปกูเฟยเยี่ยนจึงได้สติขึ้นมา นางดีอกจีใจอย่างไร้ที่เปรียบแล้วรีบพุ่งไปด้านหน้าของจวินจิ่วเฉินเพื่อเอ่ยถาม “องค์หญิงหวายหนิงทรงมีรับสั่งโยกย้ายข้าไปจากห้องยาสำนักหมอหลวง เจ้าจะปกป้องข้าใช่หรือไม่! ”

            แม้ว่านางจะปฏิเสธความหวังดีของเฉิงอี้เฟยโดยง่าย แต่ว่าในใจของนางก็รู้ชัดเจน ทันทีที่นางไปในที่ขององค์หญิงหวายหนิงแล้วจะต้องมีแต่ตายหนทางเดียวอย่างแน่นอน ในตอนนี้นางลงมือทำอะไรไม่ได้ ในเมื่อชายผู้นี้ปรากฏขึ้นมาแล้วแน่นอนว่านางก็ต้องคว้าโอกาสเอาไว้ให้แน่น!

            ความตื่นเต้นและความคาดหวังของกูเฟยเยี่ยนล้วนเขียนอยู่บนใบหน้าเล็กทว่าจวินจิ่วเฉินกลับไม่แสดงสีหน้าใดๆ “เป็นเด็กดีรักษาตัวอยู่ที่นี่ ในเช้าวันพรุ่งนี้จะมีคนมารับเจ้า”

            กูเฟยเยี่ยนปลื้มปีติยินดีมาก นางโค้งกายคำนับอย่างจริงจังแล้วถามว่า “เจ้านาย ข้าควรเรียกท่านว่าอย่างไรดี? ”

            นางคิดไว้ว่าชายผู้นี้ควรที่จะบอกฐานะที่แท้จริงและเปิดเผยใบหน้าตนเองได้แล้วถูกไหม? อย่างไรก็ตามจวินจิ่วเฉินกลับทำเพียงแค่เหลือบมองนางเท่านั้น แล้วก็หันหลังเดินจากไป

            เขาหมายความว่าอย่างไรกัน?

            เมื่อกูเฟยเยี่ยนไล่ตามออกไปก็ไม่พบร่างของจวินจิ่วเฉินแล้ว

            นางซุบซิบนินทาขึ้นมา “ไม่ว่าจะช้าหรือเร็วก็ต้องพูดออกมา จะมาหลอกล่อให้อยากรู้แล้วไม่บอกไปทำไม? ในเมื่อไม่บอกข้าก็จะเรียกเจ้าว่า…นายอันธพาล! ”

            นางครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วรู้สึกว่าไม่เหมาะสม เลยเปลี่ยนเป็นอีกชื่อหนึ่ง “เหมือนกับน้ำแข็งซะขนาดนี่ งั้นก็เรียกเจ้าว่านายก้อนน้ำแข็งเหม็น! ”

            หมางจ้งที่หลบซ่อนอยู่หลังประตูได้ยินถึงเสียงซุบซิบนินทาของกูเฟยเยี่ยน สีหน้าที่อยู่ภายใต้หน้ากากเรียกได้ว่าตื่นตระหนกตกใจ

            อันธพาล? ต่อให้บุรุษบนโลกใบนี้ทั้งหมดเป็นอันธพาล แต่เจ้านายของเขาไม่มีทางที่จะเป็นอันธพาลอย่างแน่นอน! ก้อนน้ำแข็งเหม็น? เจ้านายของเขาเย็นชาก็จริงทว่าคำว่าเหม็นนั้นไม่เข้ากันเลยรู้หรือไม่!

            หมางจ้งไม่สามารถจินตนาการได้ถึงปฏิกิริยาของเจ้านายตนเองเมื่อได้ยินชื่อเรียกเช่นนี้ เมื่อกูเฟยเยี่ยนเข้าไปในห้องเขาจึงได้นำยาเข้ามาส่ง ในวินาทีนี้กูเฟยเยี่ยนจึงรู้ว่ายังมีทหารคุ้มกันอยู่อีกนายหนึ่ง นางหยั่งเชิงสองสามประโยคแต่หมางจ้งไม่พูดอะไรออกมา แสร้งทำเป็นหูหนวกและเป็นใบ้ เมื่อวางยาลงแล้วก็ถอยออกไป

            กูเฟยเยี่ยนไม่ได้คิดอะไรมากดื่มยาเข้าไปอย่างมีความสุข

            แม้ว่าการประลองฝีมือกับนายน้ำแข็งเหม็นนั้นตนเองพ่ายแพ้อย่างยับเยิน ทว่าอารมณ์ของนางกลับดีเป็นพิเศษ

            เพราะฐานะของแพทย์หญิงนั้นถ่อมตนและต่ำต้อยจนเกินไป ฐานะในคู่หมั้นตระกูลฉีก็ไม่เป็นที่น่าพอใจในทุกทาง ต่อให้นางจะมีความสามารถมากเพียงใดก็เป็นเรื่องยากที่จะได้แสดงออกมาในห้องยาสำนักหมอหลวงแล้วปักหลักยืนด้วยตนเองอย่างมั่นคง ไม่ต้องพูดถึงการรังแกองค์หญิงหวายหนิงเลย หากเป็นแพทย์ชั้นสูงผู้ใดก็ได้ที่มีระดับขั้นสูงกว่านางหนึ่งระดับ ถ้าต้องการที่จะรังแกนางก็ล้วนง่ายดายมาก

            แต่ว่าในตอนนี้นางมีคนหนุนหลังแล้ว ทุกอย่างล้วนไม่เหมือนเดิม…


    คล้ายกับเรื่องยอดหมอหญิงเทพโอสถ ที่คุณอ่าน

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    775K 1120
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    169K 382
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    485K 891
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    นิยาย รัก
    21K 111