[38] อิจฉา
“นี่ ถึงจะเคยถามที่คล้ายๆ กันไปแล้ว แต่ขอถามใหม่อีกหลายๆ รอบหน่อยเถอะ นายน่ะจงเกลียดจงชังอะไรในตัว ‘เซ็ท’ กันแน่?” “เงียบปากไป!!”เซ็ทยังคงตีโต้ลูกไปมาไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ในขณะเดียวกันปากก็ยังตะโกนพูดยียวนกวนประสาทอย่างที่ตั้งใจจะทำ และเพื่อให้ง่ายต่อการก่อกวนเซ็ทจึงไปตีโต้อยู่หน้าเน็ต“ทั้งๆ ที่เมื่อก่อนฉันก็หล่อไม่เท่านาย กีฬาก็ห่วย ผลการเรียนก็ต่ำเตี้ย บ้านก็จน สาวก็เมิน ไม่ได้มีอะไรเกินหน้าเกินตานายเลยแท้ๆ แต่นายก็ยังกลั่นแกล้งฉันไม่เลิก”เสียงตะโกนดังก้องพอให้คนที่ยืนอยู่ข้างสนามรับรู้ถึงสถานการณ์ บูมวิ่งไล่กวดลูกอย่างเอาเป็นเอาตาย พยายามจะตีลูกผ่านเซ็ทไปให้ได้ แต่ไม่ว่าจะตีกลับมายังไงเซ็ทก็ยังคงโต้กลับไปได้ตลอด“แต่เมื่อก่อนก็ส่วนเมื่อก่อน ตอนนี้ฉันไม่แปลกใจที่นายเกลียดฉัน ในเมื่อฉันขึ้นมามีสถานะแทบจะเท่าเทียมได้แล้วนี่นะ หล่อกว่า เก่งกว่า บ้านก็สถานะดีขึ้นด้วยความสามารถของฉันเอง ส่วนเรื่องผู้หญิง แม้แต่...แฟนนายก็ยังหลงฉัน”เซ็ทยิ้มมุมปาก เสียงตะโกนถามแบบไม่คิดอะไรเบาลงในตอนท้ายจนแทบเป็นเสียงกระซิบ ซึ่งไม่ต้องพูดให้ดังบูมก็เข้าใจ “แต่ตอนนี้ก็ส่วนตอนนี้เนอะ แล้วสรุปเมื่อก่อนเกลียดฉันเรื่องอะไรงั้นเหรอ?” เซ็ทยิ้มร่าว่าเสียงสดใส ไม่วายทำหน้าเขินๆ ที่ต้องชมตัวเองซะยืดยาว{ตอแหล}‘แล้วไง?’“หุบปากไปซะไอ้ห่วยเอ๊ย!!!”ผัวะ! ผัวะ! ตุ้บ! เคร้ง!!ลูกตบด้วยความโมโหของบูมถูกเซ็ทโต้กลับไปอย่างว่องไว ลูกเทนนิสพุ่งไปอีกฟากของสนาม คนละฝั่งกับที่บูมยืนอยู่ พุ่งกระทบพื้นดินก่อนจะกระแทกเข้ากับลูกกรงเหล็กอีกครั้งและอีกครั้ง“2-1 เกมส์”“พักก่อนมั้ย เหงื่อไหลเป็นน้ำแล้วนะ เมืองไทยอากาศมันร้อน เดี๋ยวจะเป็นลมแดดเอา”“...เงียบปากมึงไปสักที”“ฉันถามด้วยความเป็นห่วงแท้ๆ นะ” เซ็ทยักไหล่ เดินกลับไปประจำที่ “จะเล่นต่อเลยก็ได้ นายพร้อมจะต่อรึยังล่ะ?”“...ทุกเมื่อนั่นแหละ”เซ็ทยิ้ม โยนลูกเทนนิสขึ้นแล้วเสิร์ฟในจุดที่ง่ายต่อการรับ และเสิร์ฟด้วยความแรงที่ฝ่ายตรงข้ามสามารถโต้กลับได้แน่ๆ“อย่ามาหยามกันให้มากนักนะเว้ย!!”“ก็บอกว่าเปล่าไง”คนที่เป็นเบี้ยล่างชั้นต่ำในห้องมาตลอดหลายปียังคงต่อปากต่อคำด้วยท่าทางกวนตีนชวนให้รู้สึกอยากจะกระทืบทิ้ง แต่ในระหว่างการแข่งสิ่งที่ตัวเขาถนัดที่สุด บูมไม่สามารถพุ่งเข้าไปกระทืบเซ็ทได้“นี่บูม เคลียร์กันดีๆ เถอะน่า”“หุบปากมึงซะทีเถอะ!!”ท่ามกลางแดดที่ร้อนเปรี้ยงในสนามเทนนิสกลางแจ้ง เหงื่อไหลโชกจนแทบอาบเหงื่อต่างน้ำในเวลาไม่นาน บูมกำลังถูกกดดันด้วยกีฬาที่เขาเป็นคนท้าแข่งเอง มันชวนให้เขาทั้งอึ้งทั้งโกรธ หัวเสียแทบบ้าตาย ถึงกระนั้นความทรงจำส่วนลึกที่อยากจะปิดตายไว้ก็พุ่งพรูออกมาราวน้ำหลาก...ถ้าถามว่าทำไมเขาถึงได้จงเกลียดจงชังเซ็ทนักน่ะเหรอ สาเหตุก็ไม่ได้เกิดจากมันโดยตรงหรอก...แรกเริ่มเดิมที มันก็เป็นแค่การอิจฉาของเด็กๆ เท่านั้นเอง...ช่วงสมัยประถม“ตั้งใจเรียนนะเซ็ท”“ไปก่อนนะครับแม่”เซ็ทมักจะมาโรงเรียนกับครอบครัวด้วยรอยยิ้มเสมอ ต่างกับเขาที่ครอบครัวไม่สนใจ ไม่ว่าจะทำอะไรก็มักจะถูกหมางเมินหรือไม่ก็ถูกมองข้ามเสมอ “ผลการเรียนแกได้เท่านี้เองรึไง! ดูพี่แกสิ!”“...ขะ...ขอโทษครับ”บูมสมัยเด็กตัวสั่นกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหล ในขณะที่สมุดพกเล่มบางถูกปาใส่หน้า พี่ชายที่ยืนอยู่ด้านหลังพ่อยิ้มเยาะเย้ยส่งมา เป็นภาพที่เห็นจนชินตา หน้ากากพี่ชายที่แสนดีของอีกฝ่าย มีไว้เฉพาะตอนที่พ่อกับแม่มองมาเท่านั้นแหละ“ร้องไห้ทำไม! ลูกผู้ชายใครเขาร้องไห้กัน!”“ครับ ขอโทษครับ!”ไม่ว่าจะสอบย่อยสอบใหญ่ ถ้าคะแนนไม่ดี บูมจะโดนพ่อดุด่าเสมอ และหนักเข้าก็จะลงไม้ลงมือ จนตอนเด็กๆ บูมจะมีบาดแผลใต้ร่มผ้าเต็มตัวเสมอ“บิว สอนน้องซะใหม่ด้วย คะแนนแค่นี้อายเพื่อนพ่อเขาตายเลย”“ได้ครับ”พี่ชายของบูมยิ้มรับคำ หากแต่รอยยิ้มนั้นของบิวทำให้บูมหนาวไปถึงขั้วหัวใจ “ไอ้น้องโง่ ไม่มีแกคงดีกว่านี้”ครอบครัวเขาเป็นแบบนี้ ไม่มีใครสนใจใคร ฉากหน้าที่ยิ้มแย้มให้กันก็เป็นแค่ละครฉากหนึ่ง ครอบครัวที่อบอุ่นก็เป็นแค่สิ่งจอมปลอมแล้วทำไมไอ้ห่วยนอกคอกนั่น...“สอบตกเหรอ? ไม่เป็นไรนะคราวหน้าค่อยเอาใหม่”“...อื้อ”“กลับบ้านวันนี้ไปกินอะไรกันดีเซ็ท”“ผัดกะเพราฝีมือแม่”“ได้เลยจ้า”คุณแม่ที่ใจดี คุณพ่อที่เอาใจใส่ ไม่ว่าจะโดนเพื่อนร่วมห้องแกล้งจนสกปรกคนเป็นแม่ก็ปลอบโยน สอบคะแนนแย่แค่ไหนพ่อฝรั่งนั่นก็ไม่เคยด่าผัวะ!“เหอะ ไอ้ห่วยเซ็ท แค่ให้ไปซื้อนมแค่นี้ก็ไปไม่ทัน”“ขะ...ขอโทษ”ร่างผอมบางของเซ็ทล้มกระแทกพื้น หากแต่ความไม่พอใจนั้นยังจุกอยู่ในอก ทั้งๆ ที่เซ็ทเป็นแค่เด็กนอกคอก เป็นไอ้อ่อนที่ทำอะไรก็ไม่ได้เรื่อง แต่ทำไมครอบครัวของมันถึงได้ยังรักและเอ็นดูมันในขณะที่ตัวเขา...ไม่ว่าพยายามเท่าไหร่ก็ไม่เคยดีในสายตาครอบครัวสักที“ฮึ่ย!”“บะ...บูม...ขะ...ขอโทษ”“หุบปาก!”บูมเตะร่างผอมซ้ำๆ เสียงอาจจะดังแต่ก็ไม่ได้เจ็บจนช้ำใน เขากลั่นแกล้งรังแกมันบ่อยแต่ก็ไม่คิดจะให้อีกฝ่ายเจ็บจนลุกไม่ขึ้นแบบที่เขาเป็น เพราะตัวเขาเองนั้นรู้ดีว่าความเจ็บตอนโดนทำร้ายมันเจ็บขนาดไหน“ไอ้ลูกครึ่งน่ารังเกียจ!”“แกมันน่าขยะแขยง!”ที่คิดไม่ถึงคือพอเขารังแกเซ็ท เพื่อนร่วมห้องบางส่วนก็มาร่วมด้วย เซ็ทที่เป็นเด็กนอกคอกโดนเพื่อนร่วมห้องเมินจึงได้กลายเป็นที่ระบายของเด็กบางส่วนในห้อง บูมรู้สึกผิดอยู่บ้างที่ตัวเองกลายเป็นตัวตั้งตัวตีให้เซ็ทโดนรังแก แต่ถึงแบบนั้นบูมก็ไม่คิดจะออกตัวปกป้องเซ็ทแต่อย่างใดกลับกันยิ่งแกล้งเซ็ทจนเพื่อนร่วมห้องไม่กล้าเข้ามายุ่งมาก จะบอกว่านั่นเป็นการปกป้องทางหนึ่งก็ไม่ผิดนัก แต่บูมไม่ยอมรับหรอก“แค่ให้ได้ที่หนึ่งของชั้นปีนี่มันยากนักรึไง!?”“...ขอโทษครับพ่อ”ไม่ว่าจะโตขึ้นแค่ไหน คะแนนจะดีขึ้นสักเท่าไหร่ พ่อก็ไม่เคยชมหรือกอดเขาด้วยความรัก แม่เองเมื่อเห็นว่าเขาโดนพ่อดุหนักเข้าก็ไม่คิดจะเข้ามาปลอบหรือให้ท้ายเพราะกลัวจะโดนโกรธไปด้วย เสมือนว่าบ้านหลังนี้มีพี่ชายเป็นลูกชายคนเดียวที่ไม่ว่าทำอะไรก็ดีไปหมด“จะให้ย้ายไปโรงเรียนดังๆ ก็ดันรั้น แต่พอสอบก็ดันได้แค่นี้ แกนี่ไร้ค่าจริงๆ”“...”ช่วง ป. 6 เป็นครั้งแรกที่เขาขัดคำสั่งพ่อ เขารั้นไม่ไปเรียนต่อในโรงเรียนที่พ่ออยากให้ไป เพราะว่าในห้องเรียนมีเด็กผู้หญิงคนหนึ่งย้ายเข้ามาใหม่เมื่อปีก่อน นั่นก็คือมิ้ว เด็กผู้หญิงที่สนใจในตัวเขาจริงๆ“บูม เป็นอะไรรึเปล่าสีหน้าดูไม่ค่อยดีนะ?”“เปล่า ไม่ได้เป็นอะไร”“งั้นเหรอ งั้นไปกินข้าวกลางวันกันเถอะ”มิ้วเป็นคนใจดีแล้วก็อ่อนโยน เธอเข้ามาห้ามตอนที่เซ็ทกำลังจะโดนเขารังแกด้วยใบหน้าเหยเกราวกับจะร้องไห้ด้วยความกลัว ทั้งๆ ที่กลัวแต่ก็ยังเข้ามาห้าม...ตอนเขายอมหยุดมือ เธอก็บอกว่าเขาเป็นคนใจดี...ทั้งๆ ที่เพื่อนในห้องว่าเขาโหดร้าย ทั้งๆ ที่คนในครอบครัวไม่มีใครอยากให้เขาเข้าใกล้ แต่เธอกลับกล้าที่จะเข้าหาเขาด้วยรอยยิ้มซื่อๆ นั่น...ทั้งๆ ที่ไม่มีใครเป็นเพื่อนกับเขาอย่างจริงใจสักคน ไม่มีใครกล้าอยู่เคียงข้างหรือมาเผชิญหน้า ทำก็แต่เดินตามหลังเพราะเกรงกลัว ทุกคนเข้าหาเขาเพราะไม่ต้องการเป็นจุดดำของห้องจนต้องโดนแบบเซ็ท ...แต่เธอกลับกล้าเดินเข้ามาขวางหน้าเขาเพียงเพื่อจะปกป้องเด็กที่โดนรังแกคนนึง ...เด็กที่คนทั้งห้องพร้อมใจมองเมิน“นี่มิ้ว เป็นไปได้รึเปล่าว่าคนๆ นึงเกิดมาแล้วจะไม่มีใครต้องการ?”“หืม?”“ไม่มีอะไร ถามไปงั้นแหละ?”เขาหลุดปากถามเธอในคาบเรียนพละของวันหนึ่ง มิ้วทำหน้าครุ่นคิดแล้วก็ยิ้มน้อยๆ รอยยิ้มของเธอท่ามกลางแสงแดดร้อนของดวงอาทิตย์เป็นอะไรที่เขาลืมไม่ลง“ฉันไม่คิดหรอกว่าคนเราเกิดมาแล้วจะไม่มีใครต้องการน่ะ หม่าม๊าเคยบอกว่าทุกคนมีเหตุผลที่ได้เกิดมาหรืออะไรสักอย่างเนี่ยแหละ”“...”“ถ้าบูมไม่มีใครต้องการ มิ้วจะต้องการบูมเอง แต่อย่างบูมน่ะไม่มีทางไม่มีใครต้องการหรอกเนอะ”ไม่หรอก...สำหรับบูม พึ่งมีมิ้วเป็นคนแรกที่บอกว่าต้องการเขา ถึงแม้มันจะเป็นภาพฝันอันเลือนลางของเขาในตอนที่ยังเป็นเด็ก ...แต่ตอนนี้เขาก็ยังโง่ที่ยังคงหลอกตัวเองให้เชื่อแบบนั้น“ไอ้เด็กเหี้ย แค่นี้ก็ทำไม่ได้ ไม่แปลกใจเลยที่พ่อไม่ต้องการแก”“บูม ถ้าอยากให้พ่อเขารักก็ต้องเก่งขึ้น บูมเป็นลูกแม่ แค่ทำให้ได้เหมือนบิวไม่ยากหรอกจ้ะ”ช่วงนั้นบูมแกล้งเซ็ทน้อยลง แค่เฉพาะตอนที่โกรธที่บ้านมากๆ แล้วไม่มีที่ระบาย หรือไม่ก็นึกถึงเรื่องครอบครัวของเซ็ทขึ้นมาได้ถึงได้มาลงไม้ลงมือกับเซ็ทบ้าง ตุ้บ!“ไปตายซะไอ้ลูกครึ่งน่ารังเกียจ!”“...อึก!”แต่พอขึ้นมัธยมเซ็ทที่ปกติเป็นเด็กตัวไม่ใหญ่ก็ดูผอมแห้งมากขึ้น ไร้ชีวิตชีวามากขึ้น พ่อแม่ที่เคยมารับมาส่งก็ไม่มาเหมือนแต่ก่อน บูมคิดไปเองว่าเพราะเซ็ทโตขึ้นแล้วเลยไม่ต้องการให้ครอบครัวโอ๋จนน่าอาย เขาไม่เคยคิดไปในเรื่องอื่นเลย...เพราะแค่สิ่งที่ตัวเองเผชิญ มันก็มากพอจะทำให้ไม่ใส่ใจใครทั้งนั้น...นอกจากมิ้ว“มิ้ว มีอะไรเหรอ ยืนทำอะไรอยู่?” บูมทักเมื่อเห็นว่ามิ้วทำหน้าปั้นยากอยู่หน้าร้านไอติม“มิ้วตั้งใจมาซื้อไอติม แต่ลืมกระเป๋าตังน่ะ ขึ้นห้องเลยก็ได้”“รอแปปนึง มิ้วจะกินรสอะไร”“สตอเบอร์รี่...อ๊ะ บูม มิ้วเกรงใจ ไม่ต้องหรอก”“ไม่เป็นไรแค่นี้เอง”“งั้นขึ้นห้องเดี๋ยวมิ้วคืนตังให้”บูมส่งไอติมโคนมียี่ห้อในมือยัดใส่มือเธอ เขาหัวเราะก่อนจะขยี้ผมเด็กสาวขี้กังวล เงินไม่กี่บาทไม่ได้ทำให้ค่าขนมของบูมลดน้อยลงสักนิด“ยี่สิบบาทเอง อย่าคิดมากสิ”“บูมอ่ะ รู้จักประหยัดบ้างสิ”เธอทำหน้างอ แต่ในความคิดเขามันน่ารักมากๆเซ็ทยังคงโดนรังแก ไม่ด้วยฝีมือเขาเองก็ฝีมือคนอื่น เซ็ทที่โดนแกล้งมาตลอดไม่กล้าบอกใคร หรือต่อให้มีครูเอะใจก็ไม่คิดจะสนใจเพราะเซ็ทก็ไม่ได้โวยวายอะไร...แต่ความรุนแรงของการกลั่นแกล้งมันก็ค่อยๆ มากขึ้น ทั้งตั้งใจก็ดีไม่ตั้งใจก็ดีการเตะเบาๆ ที่เมื่อก่อนเตะไปก็ไม่ได้เจ็บอะไร กลับทำให้เซ็ทล้มไปนอนกับพื้น จุกจนอ้วกออกมา บูมตกใจ แต่ก็ทำเป็นไม่รู้สึก“...แค่กๆ”“สกปรกชะมัด ทุเรศ”เขาไประบายอารมณ์กับเซ็ทน้อยลง หันไปตามจีบเพื่อเข้าใกล้มิ้วมากขึ้นอย่างจริงจัง จนกระทั่งขึ้น ม. 2 เขาก็ได้ขอมิ้วเป็นแฟน ถึงจะยังเป็นแค่เด็กคนนึงแต่บูมก็สัญญากับตัวเองว่าจะดูแลมิ้วให้ดี เธอจะเป็นผู้หญิงที่บูมต้องได้แต่งงานด้วยในอนาคต“เราจะดูแลมิ้วเองนะ”“เว่อร์น่ะบูม”เขาจูบมิ้ว จูบอย่างที่อยากทำ ตอนแรกๆ มิ้วก็ขัดขืนแต่ก็โอนอ่อนผ่อนตามรับจูบเขาแต่โดยดี พอถอนจูบออกมิ้วก็หน้าแดงตีเขาไม่ยั้ง“คนลามกๆๆๆ”“ก็เคลิ้มไม่ใช่รึไง”“ตาบ้า!”บูมหัวเราะร่า รู้สึกมีความสุขที่สุดตั้งแต่เกิดมา เขาจำไม่ได้แล้วว่าครั้งสุดท้ายที่หัวเราะจากใจมันตอนไหน ต่อให้ที่บ้านไม่ต้องการและยังกดดันไม่รู้จบ ขอแค่มีมิ้วอยู่บูมก็คิดว่าตัวเองยังรับไหวแต่แล้วบูมก็ได้รู้ว่าเซ็ทชอบมิ้ว ไอ้เด็กอ่อนแอน่าตายนั่นหลงใหลในความใจดีของมิ้ว บูมเริ่มกลับไปกลั่นแกล้งเซ็ทรุนแรงขึ้นด้วยความไม่พอใจ“มึงลองมองแฟนกูอย่างนั้นอีกมึงตายแน่”“อึก! ขะ...ขอโทษ”ผัวะ!“ยัยเด็กนี่ใคร ฉันสั่งให้แกตั้งใจเรียน แต่แกเอาแต่ติดยัยเด็กกะโปโลนี่น่ะนะ!?”หนังสือเล่มหนาถูกปาใส่หน้าบูม มันเป็นหนังสือเกี่ยวกับการบริหารที่พ่อบังคับให้อ่านเมื่อหลายสัปดาห์ก่อน แต่บูมไม่ชอบมัน หน้าที่คั่นไว้เลยไม่ขยับเลยวันนี้เขาทำพลาด พ่อไปถามคนขับรถว่าทุกวันที่เขากลับบ้านช้าเขาไปเถลไถลที่ไหน ทั้งๆ ที่ปกติแล้วไม่เคยคิดจะสนใจว่าเขาจะอยู่หรือตายด้วยซ้ำไป“แฟนผมครับ”“เลิกไปซะ”“พ่อ!”“ผู้หญิงบ้านๆ แบบนั้นไม่เหมาะกับแก ฉันสั่งให้เลิกก็ต้องเลิก!”“ผมไม่เลิก!”“บูม!!”เขาขึ้นเสียงใส่พ่อ ในขณะที่เขากับพ่อถกเถียงกันรุนแรง พี่ชายก็เอาแต่มองแล้วก็หัวเราะ ปากของอีกฝ่าขยับพอให้อ่านปากได้เป็นคำว่า ‘งี่เง่า’...แล้วยังไง ในเมื่อมิ้วคือคนๆ เดียวที่ทำให้เขารู้สึกว่าเขามีความสุขยามอยู่ด้วย“ผมจะทำอะไรก็เรื่องของผม ไม่เกี่ยวกับพ่อ!”คำพูดของเขาทำให้พ่อหักค่าขนมที่ได้ แต่ก็ไม่เป็นไรเพราะเขายังมีเงินเก็บ เขายังใช้เวลาทุกเย็นในการเที่ยวเล่นกับมิ้ว เขาสบายใจเมื่อไม่ต้องกลับบ้านไปเผชิญหน้ากับครอบครัว“บูมไปเล่นกันเถอะ”“เอาสิ มิ้วจะไปไหนเราไปด้วยหมดนั่นแหละ”ช่วงปิดเทอม แม้ว่าจะดูเร็วไปหน่อยแต่เขาได้เป็นหนึ่งเดียวกับมิ้วในโรงแรมแห่งหนึ่ง เพราะกล้าๆ กลัวๆ มากไปจนทำมิ้วเจ็บ เขาสัญญากับเธอว่าจะดูแลเธอให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้“บูม ก็แค่ผู้หญิงคนเดียว มันสำคัญมากกว่าความรักจากพ่ออีกเหรอ?”“พ่อไม่เคยรักผมอยู่แล้ว”บูมเมินเฉยต่อครอบครัวแล้ว ตั้งแต่จำความได้ บูมไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองได้รับความรักจากคนที่ได้ชื่อว่าครอบครัวสักนิด ...จะมีก็แต่มิ้ว ที่รักเขา...แม้แต่ไอ้นอกคอกเซ็ทที่ได้รับความรักจากครอบครัวก็ไม่มีมิ้วแบบที่เขามีถึงอย่างนั้นเงินเก็บที่มีก็เริ่มร่อยหรอเนื่องจากค่าขนมที่ได้ไม่เพียงพอต่อการเอาไปใช้ เขาเลยจำเป็นต้องประหยัดมากขึ้น ด้วยความเครียดที่จุกอยู่ในอกบูมก็เริ่มแกล้งเซ็ทมากขึ้น แต่แล้วบูมก็เริ่มรู้สึกว่ามิ้วดูจะห่างเหินกับเขามากกว่าเมื่อก่อน ...แต่บูมก็ปลอบตัวเองว่าเขาแค่คิดไปเองเรื่อยมาจนกระทั่งขึ้นม.ปลาย เซ็ทที่เป็นเด็กนอกคอกของห้องก็เปลี่ยนไปเป็นคนละคน เพียงแค่วันแรกที่เปิดเทอมเพื่อนในห้องต่างก็พากันเปลี่ยนท่าทีที่ปฏิบัติต่อมัน แม้แต่มิ้วเองก็เช่นกันมิ้วเป็นคนใจดีที่พอเห็นเซ็ทโดนรังแกก็จะเข้าไปช่วยพูดแทนบ่อยๆ และเพื่อนร่วมห้องที่รู้ว่ามิ้วคบกับเขาอยู่ก็จะพากันยอมลงให้ แต่ปกติแล้วก็แค่นั้น มิ้วไม่เคยแสดงท่าทีอะไรเกินเลยมากไปกว่าความใจดีที่มอบให้เป็นบางครั้งเท่านั้นเซ็ทเปลี่ยนไปมาก มันกล้ามองหน้าเขา กล้าต่อปากต่อคำกับเขา กล้าเข้าใกล้มิ้วของเขา และทุกอย่างที่มันทำน่าโมโหจนบูมแทบทนไม่ไหว แต่ดันกลายเป็นเขาที่โดนมันเล่นงานจนอับอายขายขี้หน้า“ไปมีเรื่องแบบนี้แกมีสมองรึเปล่า!!?”“...ขอโทษครับ”“มีเรื่องไม่พอยังแพ้มาอีก แกนี่มันทุเรศว่ะ”ไม่ใช่แค่แพ้ให้เซ็ท โดนเล่นงานจนต้องอับอาย ยังต้องมาโดนพ่อที่ไม่เคยใส่ใจบ่นซะยับเยิน แถมยังต้องาโดนพี่ชายดูถูก บูมหงุดหงิดมาก แต่ก็ไม่ได้ทำอะไรไปมากกว่านั้น เมื่ออยู่ๆ มันก็หยุดเรียนไป ...แล้วกลับมาใหม่พ่วงท้ายด้วยชื่อศิลปินเขายังคงโดนมันเล่นซะยับ บูมไม่รู้ว่าเซ็ทเปลี่ยนไปมากขนาดนั้นได้ยังไง แต่ความอิจฉาในตัวเซ็ทก็พลันเปลี่ยนเป็นความเกลียดชังมิ้วห่างเหินจากเขา จนวันหนึ่งเธอก็บอกเลิกเขาอย่างเด็ดขาด ทุกเหตุผลที่เธอให้ไว้ เขาพร้อมแก้ไข แต่มิ้วก็ไม่ยินดีกลับเป็นเหมือนเดิม ราวกับว่าเหตุผลเหล่านั้นมันก็เป็นแค่ข้ออ้าง“ฉันไม่ชอบที่เธอรังแกคนอื่น มันน่ากลัวนะบูม”“งั้นฉันจะไม่ทำอีก”“เธอเลิกไม่ได้หรอก เธอเป็นแบบนี้มาตั้งกี่ปีแล้ว ถ้าเธอไปมีเรื่องแล้วฉันโดนลูกหลงจากคนที่เธอทำให้แค้นไปด้วยล่ะ เธอจะรับผิดชอบยังไง”“...”“พอเถอะนะบูม เรากลับไปเป็นเพื่อนกันเถอะ”บูมรู้ว่าทุกคำพูดของเธอมันก็เป็นแค่ข้ออ้างของคนหมดรัก หรือไม่...เธอก็ไม่เคยรักเขาจริงมาตั้งแต่แรก...เขาอาจจะไม่ใช่เด็กฉลาดที่เก่งไปซะทุกเรื่องแบบที่พ่อต้องการ แต่ก็ไม่ใช่ว่าเขาจะเป็นคนโง่ เขาก็แค่ยอมที่จะโง่เพื่อที่ว่าเธอจะยังอยู่กับเขา ไม่ว่าแรกๆ ความสัมพันธ์ระหว่างมิ้วและเขาจะเกิดขึ้นเพราะอะไร แต่ตอนหลังมันก็ขึ้นอยู่กับเงินบูมไม่รู้ว่ามิ้วต้องการเงินเขามาตั้งแต่แรกรึเปล่า แต่ต่อให้เขารู้เขาก็ยังยินดีที่จะให้ เพราะมิ้วเป็นเหมือนความสุขหนึ่งเดียวในชีวิตของเขา...จะโดนหลอกก็ช่าง เพราะที่ผ่านมาเขามีความสุขมากจริงๆ“นี่ สรุปนายเกลียดฉันเพราะอะไรกันแน่ หรือแค่ต้องการโชว์สาวจริงๆ กับผู้หญิงแบบนั้นเนี่ยนะ อะไรทำให้นายหลงผิดขนาดนั้น?”“กูเคยบอกว่า...อย่ามาว่ามิ้วนะเว้ย!!”ผัวะ! ตุ้บ!“มิ้วนี่แตะต้องไม่ได้เลยสิน่า”“5-1 เกมส์”บูมหอบหายใจหนัก ถึงจะตีลูกไปสุดแรงสักกี่หน มันก็ไม่สามารถผ่านไปด้านหลังของเซ็ทที่อดีตเคยเป็นเด็กอ่อนแอไม่กล้าสู้คนสักที ...อีกแค่เกมส์เดียว เขาก็จะแพ้...“จริงๆ มันจะเริ่มด้วยอะไรก็ช่างเถอะ เลิกถามก็ได้ แต่การกระทำไร้สาระของนายมันควรจะจบได้แล้ว”“...หนวกหู”เซ็ทชี้ไม้แร็กเก็ตมาตรงหน้าเขา บูมกัดฟันเหมือนว่าโดนดูถูก แต่ก็พูดอะไรไม่ออก“ทำไมต้องยึดติดมิ้วขนาดนั้น เธอทำอะไรให้นายกันแน่ เพื่อนคนอื่นทำให้นายไม่ได้รึยังไง?”“...กู...ไม่มีเพื่อน...กูไม่ต้องการ”“ไม่ต้องการหรือไม่มีคนคบ?”“...”“นายก็แค่เลิกทำอะไรในกรอบเดิมๆ แล้วเปิดใจรับสิ่งใหม่ๆ ดูบ้าง มันยากตรงไหน” เซ็ทยักไหล่ ใช้ไม้แร็กเก็ตในมือเดาะลูกบอลเล่นๆ ใบหน้าชื้นเหงื่อยิ้มมุมปาก “ดูคิวสิ พอคิดจะเปลี่ยนจริงๆ มันก็ไม่ได้ยากอะไรเลย”“...”“นายมีปัญหาอะไรฉันไม่รู้หรอก แต่ถ้าไม่บอกไม่เล่า มันก็ไม่มีทางรู้ไม่ใช่รึไง ถ้าเป็นแบบนั้นใครจะช่วยนายออกจากปัญหาได้กัน?”“...”เซ็ทกระโดดข้ามตาข่ายเทนนิสมายืนตรงหน้าบูม เขายื่นมือของตัวเองไปเบื้องหน้า รอให้คนดื้อด้านกล้าที่จะยื่นมือมาให้“ไม่ว่าจะเกิดจากเรื่องอะไร แต่มันก็ไม่ใช่ว่านายจะเป็นคนเดียวที่มีแผล ฉันที่ถูกนายรังแกก็มีแผลจากครอบครัวที่นายมองไม่เห็นเหมือนกันรู้บ้างรึเปล่า?”“...” บูมเงยหน้ามอง แสดงสีหน้าแปลกใจชัดเจนเซ็ทข้ามกำแพงความโกรธแค้นที่เซ็ทคนก่อนมีต่อบูมมาให้แล้ว ที่เหลือ...บูมเองนั่นแหละที่ต้องทำลายกำแพงในใจของตัวเองลง ...และสิ่งแรกที่บูมต้องทำลายให้ได้คือเลิกคิดว่ามิ้วเป็นโลกทั้งใบของตัวเอง“ปัญหาอะไรที่ตัวเองแก้ไขเองไม่ได้ ก็เรียกร้องขอความช่วยเหลือซะสิ ยื่นมือออกมาซะ แล้วฉันจะช่วยนายอีกแรง”{ทั้งๆ ที่ตัวเองก็รู้ปัญหาเขาหมดแล้วแท้ๆ ยังจะมาทำเป็นเท่อีกนะ}‘หุบปากเถอะโร นายไม่พูดก็ไม่มีคนคิดว่านายเป็นใบ้หรอก’{ผมไม่พูดก็ไม่มีบทสิ}
‘คนเรามักจะมองเห็นแต่บาดแผลของตัวเอง จนลืมนึกไปว่าคนอื่นก็มีแผลที่เรามองไม่เห็นเช่นกัน’
-------------------------------ไอ้เด็กแก่แดดคลั่งรัก ควรจะสงสารบูมดีมั้ย? แต่ก่อนอื่นก็ด่ามิ้วก่อนเลย ถถถถขออภัยวันนี้มาลงช้า ติดปัญหานิดหน่อย อ่านให้สนุกนะคะ ขอบคุณทุกการติดตามและการให้กำลังใจด้วยค่า พิมพ์ไม่ยาวเพราะวันนี้รีบมารีบไป แต่ยังไงแมวก็ยังขอบคุณทุกคนเช่นเดิมนะคะ รักค่าาาปล. ขออนุญาตยกยอดตอบเม้นต์ตอนที่แล้วกับตอนนี้พร้อมกันพรุ่งนี้เนอะ ขออภัยจริงๆ แต่แมวอ่านเม้นต์ทุกคนแน่นอนนะคะ