“มาร่า”
ในท่ามกลางเสียงฮัมของเครื่องผสมไฟฟ้ามาร่าได้ยินเสียงเรียกชื่อตนเองดังอยู่แต่ไม่สนใจที่จะขานรับ เธอกลับเติมน้ำตาลใส่ลงในไข่ขาวและปั่นต่อจนกระทั่งเป็สีขาวแข็ง จากนั้นก็ตักลงใส่หน้าขนมพายขณะที่กําลังง่วนอยู่กับงานตรงหน้า ก็ได้ยินเสียงเก้าอี้ล้อเลื่อนที่เคลื่อนเข้ามาใกล้ครัว
“มาร่าบุรุษไปรษณีย์เพิ่งจะขับรถผ่านไปเดี๋ยวนี้เองเก้าอี้ตัวนั้นเคลื่อนเข้ามาในครัวและหยุดอยู่ตรงนั้น “ตอนนี้พ่อกําลังรอจดหมายจากฟิทซ์เจอรัลด์อยู่ลูกช่วยไปดูหน่อยได้ไหมว่า มีจดหมายมาถึงพ่อหรือเปล่า”
“ตอนนี้ฉันกําลังยุ่งนะ อดัม”มาร่าตอบโดยไม่คิดจะหันหลังไปมองตั้งหน้าตั้งตาใช้ใบมีดปาดไข่ขาวผสม
น้ำตาลลงบนขนมให้หนาขึ้นกว่าเดิมไม่สนใจกับบรรยากาศเงียบสงัดที่แฝงไว้ด้วยความตึงเครียดนั่นเลย
“นี่...ลูกเลิกเรียกพ่ออย่างนั้นเสียทีได้ไหม”เสียงถามห้วนๆ แหวกขึ้นในอากาศ “พ่อน่ะเป็พ่อนะแล้ว ทําไมลูกถึงเรียกพ่ออย่างนั้นอยู่อีกล่ะ”
มาร่าเอี้ยวตัวไปมองบุรุษผู้มีนามสกุลว่าเพรนทิสซึ่งเธอมีสิทธิที่จะใช้ชื่อสกุลนั้นมาั้แ่วันที่ลืมตาขึ้นมองดูโลกและหัวใจก็แข็งกระด้างขึ้นกว่าเดิม เมื่อพบกับใบหน้าที่หล่อเหลาแต่ทว่าขณะนี้ร่างกายต้องถูกตรึงอยู่กับเก้าอี้ล้อเลื่อนตัวนั้น
เรือนผมของเขาเป็สีดําสนิทเช่นเดียวกับเธอนอกเสียจากตรงขมับที่เป็ไรสีเงินยวง ซึ่งก็ทำให้ใบหน้านั้นดูเด่นยิ่งขึ้นทั้งเขาและเธอต่างก็มีดวงตาสีเข้มด้วยกันทั้งคู่นอกจากนั้นโครงสร้างของรูปหน้าก็มีความละม้ายคล้ายคลึงกันอย่างมาก ซึ่งบอกได้ทันทีว่าเป็พ่อลูกกัน
“ฉันไม่ได้ปฏิเสธในความเป็พ่อลูกระหว่างเรานี่อดัม” น้ำเสียงที่ตอบกลับมาเ็าเหมือนความคิดทั้งหลายที่เกิดขึ้นอยู่ในใจ
สีหน้าของเขาเผือดซีดลงด้วยความโกรธที่เห็นเธอยังคงเรียกเขาด้วยชื่อแรกอย่างไม่ยอมเปลี่ยนความตั้งใจนิ้วที่วางอยู่กับเท้าแขนก้าวอีกเข้าหากันมาร่าจับสังเกตปฏิกิริยาที่เขากําลังแสดงอยู่ด้วยสีหน้าที่มิได้บอกความยินดียินร้ายเลยแม้แต่น้อยแต่ลึกลงไปในใจนั้นมันแฝงความสะใจอยู่ ก่อนที่จะหันกลับไปให้ความสนใจกับขนมพายต่อและภายหลังจากที่ตกแต่งหน้าขนมจนพอใจแล้ว เธอก็เอื้อมไปเปิดประตูเตาอบที่เปิดอุ่นเครื่องไว้ล่วงหน้าเอาถาดขนมใส่เข้าไปเพื่อที่จะอบให้หน้าเป็สีน้ำตาล ตลอดเวลาที่ผ่านไปนั้นบุรุษผู้นั่งอยู่บนเก้าอี้ล้อเลื่อนมิได้กล่าววาจาอะไรออกมาเลยแม้แต่คําเดียว
“น่ากินดีนี่” พ่อของเธอพยายามบังคับตัวเองให้กล่าวคําพูดนั้นออกมา “หน้าช็อคโกแล็ตใช่ไหมนี่”
“ไม่ใช่หรอก มะนาวต่างหาก” มาร่ามิได้เปลี่ยนอารมณ์ในน้ำเสียงเลยแม้แต่น้อย
“คราวหน้า ลูกน่าจะลองทําช็อคโกแล็ตครีม พาย อีกบ้างนะ” เขาออกความเห็น
“ฉันเบื่อพาย ช็อคโกแล็ตจะแย่”เธอเอาเครื่องตีกับชามใส่ลงในอ่างล้างจาน หมุนก๊อกเปิดน้ำให้ไหลลงมา
“แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่าลูกจะต้องเบื่อมันตลอดไปนี่นา”ในน้ำเสียงนั้นมีสําเนียงประชดแฝงอยู่และแล้วน้ำเสียงของเขาก็เปลี่ยนเป็แจ่มใสขึ้น เมื่อหวนรําลึกถึงความหลัง “ตอนที่ลูกเริ่มโตขึ้นมานั่นน่ะ เราสองคนเคยเถียงกันเสมอว่าใครจะได้กินช็อคโกแล็ต พายชิ้นสุดท้ายที่มันเหลืออยู่ และเราก็มักจะตกลงกันได้ด้วยการแบ่งกันกินคนละครึ่งไงล่ะ”
“โอ๊ยนั่นน่ะมันเป็เื่ที่ผ่านมานานจนไม่สมควรจะต้องจดจําแล้วละ” วาจาของเธอตัดรอน ราวกับจะ้าจะประกาศให้ผู้เป็พ่อได้รับรู้ไว้ว่าทุกสิ่งที่ผ่านมาในอดีตนั้นมันมิได้มีอะไรเกี่ยวพันมาถึงวันนี้อีกแล้ว
“แม่ของลูกน่ะเป็คนที่มีฝีมือในการทําพายช็อคโกแล็ต อย่างหาตัวจับยากคนหนึ่งทีเดียว” อดัมเพรนทิสพูดต่อ “ไม่รู้เหมือนกันว่าโรสแมรี่ไปได้ตํารามาจากไหนแต่...”
มาร่าหันขวับมาทันทีประกายคั่งแค้นฉายโชนอยู่ในควงตาคู่ที่มักจะเปล่งแววเมินหมางอยู่เสมอในความคั่งแค้นนั้น มันมีความเกลียดชังอันล้ำลึกแฝงอยู่อย่างมาก
“กล้าดียังไง ถึงมาเอ่ยชื่อแม่ฉัน”เธอถามด้วยน้ำเสียงกราดเกรี้ยว
“อ้าว...ก็เขาเป็เมียพ่อนี่นา”อดัมตอบอย่างไม่ลดละ ประสานสายตากับลูกสาวอยู่
“งั้นหรือคะ” คําถามเยาะหยันประโยคนั้นหลุดลอดไรฟันที่ขบกันไว้แน่นออกมาความชอกช้ำขมขื่น ความเจ็บใจแผ่ซ่านไปทั่วตัว “แต่ตอนที่คุณวิ่งตามอีนังโสเภณีคนนั้นไปไม่เห็นคุณนึกเื่นี้ได้เลยนี่จริงไหมล่ะ”
“พ่อไม่เคยลืมหรอก” อดัม เพรนทิส ปฏิเสธข้อกล่าวหาของลูกสาว
“คุณน่ะมีทั้งเมียทั้งลูก” ความเจ็บใจพรั่งพรูออกมาในน้ำเสียงที่ตัดพ้อ “แต่คุณกลับทอดทิ้งเราโดยไม่เคยคิดแม้แต่จะเหลียวกลับมามอง”
“มาร่า ตอนนั้นน่ะ ลูกเพิ่งอายุแค่15 เท่านั้นนะ” ดูเหมือนเขาพยายามที่จะใช้เหตุผลเข้ามาเป็เครื่องประกอบการอธิบาย“เพราะฉะนั้น ลูกไม่รู้หรอกว่า...”
“แต่ฉันอยู่” เธอตวาดเสียงเกรี้ยว“ฉันรู้ว่ามันมีอะไรเกิดขึ้นตอนที่คุณทอดทิ้งแม่ไปอยู่กับผู้หญิงอีกคนหนึ่งนั้นมันเท่ากับฆ่าแม่ให้ตายทั้งเป็ชัดๆ และหลังจากนั้นไม่นานแม่ก็ตายซึ่งก็สมความปรารถนาของคุณจริงๆ แม่น่ะไม่ได้เพียงแต่รักคุณเท่านั้นนะคะแม่ทั้งเทิดทูน ทั้งบูชา ขณะที่แม่มีชีวิตอยู่ แม่กิน แม่หายใจและแม่พยายามนอนให้หลับ เพียงเพื่อว่าสักวันหนึ่งคุณจะได้กลับมาเห็นใจคุณเป็คนเดียวในชีวิตที่มีความสําคัญสําหรับแม่ แต่แล้ว...”
“แล้วลูกคิดหรือว่าพ่อไม่เสียใจ”เสียงบิดาย้อนถามมา “ลูกเชื่อด้วยความสุจริตใจจริงๆน่ะหรือ ว่าพ่อไม่้าที่จะให้เหตุการณ์มันเป็ไปในแบบอื่นลูกคิดว่าพ่อไม่เคยแคร์อย่างนั้นเลยหรือ”
“สิ่งเดียวที่คุณแคร์ก็คืออีนังผมสีบลอนด์คนนั้น” มาร่าโต้กลับไป หันหลังเชิดหน้า ด้วยความเกลียดชังใน
ไม่กี่ปีเท่านั้น
“ใช่พ่อยอมรับว่าตอนนั้นพ่อหลงรักโจซีลีน และก็เห็นจะไม่ขอโทษสําหรับเื่นั้นหรอก”อดัมตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “แต่มันออกจะเป็เื่น่าแปลกอยู่สําหรับการที่ผู้ชายคนหนึ่งจะรักผู้หญิงสองคนพร้อมกันใน คราวเดียวกันได้เพราะพ่อก็รักแม่ของลูกด้วย”
“ฉันไม่เชื่อหรอกเพราะเคยเห็นในสิ่งที่คุณทํากับแม่มาแล้ว” เธอพูดเหมือนจะช่วยเตือนความจําของเขา“ถึงแม้ก่อนหน้าที่จะมาถึงอีนังผมสีบลอนด์คนนั้นคุณก็มอบความรักให้กับสัตว์ตัวเมียที่นุ่งกระโปรงทุกคน”
“คุณพระช่วย มาร่าทําไมใช้คําพูดที่มันรุนแรงอย่างนั้นล่ะ และอีกประการหนึ่งนะ พ่อก็มองไม่เห็นว่าไอ้การที่จะจีบผู้หญิงคนไหนเล่นๆ มันจะเป็เื่ที่มีอันตรายตรงไหนเลยนี่”หางเสียงของเขาบอกให้รู้ว่าความไม่พอใจที่ถูกล่วงเกินเข้ามาในเื่ส่วนตัว เริ่มจะมาถึงขีดที่ใกล้จะหมดความอดทนแล้ว
“ไม่มีอันตราย” มาร่าย้อนเสียงสูงทั้งสีหน้าและแววตาบอกความชิงชังในความคิดของบิดาออกมาอย่างเต็มที่ “ใช่สิคะ แม่มักจะหัวเราะ เพราะเห็นเป็เื่ขึ้นมาตลอดแต่คุณเคยเห็นแววในดวงตาของแม่บ้างหรือเปล่า มันบอกความเ็ป ความขมขื่นอย่างที่สุดฉันน่ะอยากให้คุณได้เห็นนัก แต่ถึงยังไงมันก็คงไม่ทําให้คุณรู้สึกอะไรขึ้นมาหรอกใช่ไหมล่ะ”
“พ่อไม่จําเป็จะต้องอภิปรายความรู้สึกส่วนตัวของพ่อให้แกฟังหรอกนะเพราะพ่อก็ไม่เคยแสร้งทําตัวว่าเป็คนสมบูรณ์แบบอะไรกับใครเขานี่” เขาตอบด้วยน้ำเสียงชาเย็น
“แต่คุณก็ทําให้แม่เชื่อได้เสมอมาว่าคุณเป็อย่างนั้น”มาร่าไม่ยอมลดละที่จะถากถางผู้ให้กําเนิดต่อไป “แม่น่ะมักจะคิดอยู่เสมอว่าตัวเองเป็ผู้หญิงที่โชคดีที่สุดในโลกที่ได้มาเป็เมียคุณ”
“แม่เขาก็รู้ว่าพ่อรักอยู่กับผู้หญิงอีกคนหนึ่งแล้วลูกจะให้พ่อทนอยู่กับแม่ของลูกต่อไปได้ยังไง” อดัมย้อนถามลูกสาว“และถ้าเราหย่าขาดจากกัน หรือถ้าพ่อทอดทิ้งเขาไปจริง ๆเราทั้งสองคนก็จะต้องมีชีวิตที่อับปางด้วยกันทั้งคู่”
“เพราะฉะนั้นคุณก็เลยใช้วิธีนี้ซ้ำเติมแม่เพื่อที่จะให้แม่ได้รับเคราะห์กรรมจากความทุกข์เพียงลําพังคนเดียว” เธอกระแทกเสียงใส่ด้วยฤทธิ์แรงแห่งอารมณ์
“เอาละ พ่อยอมรับละว่าพ่อทําให้แม่เจ็บช้ำถึงขนาดนั้น...พ่อยอมรับ” เขาตอบด้วยน้ำเสียงที่ไม่แพ้กัน“แต่ อย่างน้อย ลูกก็ควรจะให้เครดิตพ่อบ้างที่พ่อไม่ได้ทอดทิ้งภาระเื่เงิน ๆ ทอง ๆ เลยพ่อยกทุกสิ่งทุกอย่างที่มีอยู่ให้เขาจนหมด ทั้งบ้าน ทั้งที่ดิน ทั้งเงินทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็สมบัติของพ่อ นอกจากเสื้อผ้าเท่านั้นหลังจากนั้นพ่อก็ไม่ได้เหลืออะไรไว้ให้ตัวเองเลย และจนกระทั่งทุกวันนี้พ่อก็ไม่ได้มีทรัพย์สมบัติติดตัว ตอนที่แม่ตายลูกก็ได้รับมรดกนั้นมาทั้งหมดนี่”
“อ๋อ...แล้วคุณคิดว่าแม่จะต้องเหบืออะไรไว้ให้คุณอีกอย่างนั้นรึ”มาร่าเยาะให้
“เปล่าหรอก” คําตอบนั้นเปล่งออกมาพร้อมด้วยเสียงถอนหายใจฟังเหนื่อยหน่ายและขุ่นเคือง “มาร่านี่พ่อยังชดใช้ไม่หมดอีกหรือ โจซีลีนก็ตายไปแล้วในอุบัติเหตุรถชนกันครั้งนั้นและพ่อเองก็พิการถึงขนาดนี้ เป็ความ พิการที่ไม่มีวันจะกลับคืนดีดังเดิมได้อีกแล้วด้วยซึ่งหมอเขาก็เตือนมาแล้วด้วยว่าถ้าพ่อแก่ตัวลงกว่านี้ก็จะต้องไปถึงจุดหนึ่งที่แม้แต่เก้าอี้ล้อเลื่อนก็ยังนั่งไม่ได้”