The Lord Of The Battlefield (จบบริบูรณ์)

    III บทที่151 สู้2

            บทที่151 สู้2


            “นี่รึโลกมิติที่เป็นเป้าหมายของเราช่างเล็กจ้อยยิ่งนัก”แอเรสกล่าวกับตนเอง

            เขาเป็นบุรุษร่างกำยำล่ำสันสวมใส่ชุดเกราะคล้ายกรีกโรมัน ด้วยการสวมเสื้อรัดรูปทำให้เผยให้เห็นร่างกายที่อุดมไปด้วยกล้ามเนื้อน่าเกรงขามเขามีผ้าคลุมขนาดใหญ่อลังการสีแดงเพลิงโบกสะบัดตามแรงลมด้วยเพราะสวมใส่หน้ากากปิดบังใบหน้าทำให้ไม่อาจเห็นหน้าตาของเขาได้

            เขามีอาวุธคือหอกและโล่ที่น่าเกรงขาม

            แอเรสจ้องมองไปยังเบื้องหน้าด้วยแววตาเรียบเฉยแต่ก็ดุดัน

            ในยามนั้นเองที่สายตาของเขาหันไปมองยังเทวาที่อยู่ห่างไกลหากจะมีใครในโลกนี้ที่จะดึงดูดสายตาของเขาได้ก็คงจะเป็นเทวาพลังของเขาสามารถดึงดูดสายตาของแอเรสได้อย่างง่ายดาย

            “โอ้ไม่น่าเชื่อโลกใบเล็กๆนี้กลับมีหนูที่น่าเกรงขามอีกตัว”แอเรสกล่าว

            สำหรับเทพสงครมมอย่างแอเรสแล้วแม้ว่าเทวาจะไม่ธรรมดาแต่ก็เท่านั้นศักดิ์ศรีของเขานั้นมากมายนักจึงมองเทวาเป็นแค่หนูที่แข็งแกร่งขึ้นมาก็เท่านั้นสำหรับคนอื่นๆในสายตาของเขานั้นก็เป็นเพียงแค่อากาศธาตุไม่ควรที่จะเอ่ยถึง เขาทะนงตัวเขาเย่อหยิ่ง แต่เพราะพลังของตนเองทำให้เขาเย่อหยิ่ง

            ด้วยความทะนงตัวอย่างมากนี้เองที่ทำให้เขาไม่มีองครักษ์เลยสักคนเดียวแตกต่างจากเหล่าองค์ชายองค์หญิงคนอื่นๆที่ต่างก็มีองครักษ์ข้างกายอย่างน้อยสี่ห้าคน

            นั่นเพราะว่าแอเรสคิดว่าองครักษ์สำหรับเขานั้นคือความเสื่อมเสียด้วยพลังของเขาทำไมยังต้องมีองครักษ์ข้างกาย? นี่ไม่ใช่การดูถูกเขาเหรอ สำหรับเขาแล้วทุกสิ่งทุกอย่างก่อเกิดด้วยตัวเองจะแข็งแกร่งหรืออ่อนแอก็อยู่ที่ตัวเอง

            นอกจากสมุนอันเป็นกองทัพของเขาแล้วเขาก็ไม่มีอะไรนอกจากตัวเอง

            กระนั้นด้วยความจองหองและเย่อหยิ่งนี้เองที่ทำให้เขาแข็งแกร่ง

            เพราะเขาเชื่อมั่นในตนเองสูงและไม่สั่นคลอนจากสิ่งใด

            เขาชอบทำสงครามการต่อสู้และการฆ่าฟัน หากมีโอกาสไม่ว่าจะสงครามเล็กใหญ่แค่ไหนเขาก็จะไปในครั้งนี้เองก็เช่นเดียวกันสาเหตุที่เขามายังโลกนี้ก็เพื่อมาจบภารกิจอันยาวนานของราชวงศ์โอลิมปัส ความจริงแล้วหากไม่ใช่เพราะว่าพวกเขามีสงครามกับโลกมิติอื่นๆแล้วล่ะก็พวกเขาก็คงต้องทุ่มเททุกสิ่งมายังโลกนี้และจบสงครามยืดเยื้อเช่นนี้ไปนานแล้ว

            แอเรสที่เพิ่งจะกลับมาจากสงครามจากการทำลายล้างโลกมิติระดับหกดาวนั้นเขากลับพบว่าม่านพลังโลกมิติของโลกนี้นั้นอ่อนจางลงและพวกของเขาก็กำลังจะส่งกองทัพมาเขาจึงขันอาสาด้วยความยินดี

            ทันใดนั้นแอเรสก็สั่งการ

            “บุกโจมตีและทำลายทุกสิ่ง”

            โฮกกกกกกกกกกกกกกก

            ก๊าซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซ

            เหล่ามอนสเตอร์จำนวนนับ500ล้านตัวต่างก็พุ่งออกไปเกิดคลื่นสีดำบนท้องฟ้าแลดูน่ากลัวเผ้าหมายของพวกมันก็คือสถานที่ที่เทวาอยู่นั่นเอง ด้วยเพราะเมืองรอบด้านนั้นต่างก็พินาศกันใกล้หมดสิ้นแล้วทำให้เมืองB5คือเป้าหมายของพวกมัน

            เทวาที่มองดูกองทัพขนาดใหญ่ของแอเรสก็ลุกขึ้นยืนในทันที

            เขาพลันยกมือขึ้น

            คว้างงงงงงงงงงง

            คลื่นพลังจิตที่เข้มข้นกระจายออกไปเวลานั้นมอนสเตอร์จำนวนมากที่อยู่ในสนามรบที่กำลังต่อสู้หน้าเมืองB5ก็ถูกยกลอยขึ้นไปบนอากาศ เทวาก็กำมือของตนเองทันทีและภาพที่ราวกับนรกก็เกิดขึ้นเมื่ออยู่ๆร่างของมอนสเตอร์ทั้งหมดนั้นก็ถูกพลังจิตของเทวาบดขยี้กลายเป็นละอองเลือด

            เกิดละอองเลือดแผ่ปกคลุมแผ่นฟ้าเลยทีเดียว

            ทุกคนที่อยู่ตรงนั้นต่างก็อ้าปากค้างด้วยความตกใจ

            พลังที่แข็งแกร่งนี้ช่างทำให้ผู้คนขวัญผวาพวกเขายังไม่รู้พลังของเทวาดี เมื่อได้เห็นเขาแสดงพลังเล็กน้อยของตนเองออกมาก็ถึงกับตื่นตกใจอย่างมากแล้วหากรู้ว่าเทวาสามารถทำลายโลกมิติระดับ2ได้ด้วยตัวคนเดียวไม่รู้ว่าพวกเขาจะตกใจมากแค่ไหน(โลกมิตินี้ระดับ4ดาวนะครับเผื่อลืม)

            ฉับพลันนั้นเองละอองหมอกเลือดที่ปกคลุมท้องฟ้าก็ขยับและรวมตัวกันกลายเป็นองครักษ์โลหิตจำนวน10ล้านตัวนี่คือขีดจำกัดของทักษะในการสร้างองครักษ์โลหิตของเขา

            “พวกนายสู้ไม่ไหวหรอกแต่ไม่ต้องห่างฉันมีนี่ให้พวกนาย”เทวากล่าวเบาๆแต่เสียงของเขานั้นกระจายได้ยินไปทั่วทุกคน

            เทวาก็หยิบบางสิ่งออกมา

            มันคือหุ่นรบจำนวนมาก!

            หุ่นรบนี้มีระดับSทั้งหมดและมันมีจำนวนทั้งสิ้นกว่าสองหมื่นตัว!

            ราคาของหุ่นรบเหล่านี้ค่อนข้างแพงทีเดียวแต่เทวาสามารถซื้อได้ในช่วงที่เขาอยู่ในเกมด้วยความพิเศษของระบบทำให้เขาได้รับเงินของระบบจำนวนมากเกินจินตนาการจำนวนเงินที่เขาได้รับจากในเกมนั้นสามารถทำให้เขาใช้ทิ้งขว้างได้เลยทีเดียว

            หุ่นรบมีความสูงถึง15เมตรและการควบคุมนั้นก็คือการเข้าไปในห้องขับเคลื่อนที่หน้าอกมันคล้ายกับหุ่นยนต์รบที่รัฐบาลกลางสร้างขึ้นมาแต่แข็งแกร่งกว่ามากนักโดยเทวาซื้อมาแสงแบบคือหุ่นรบสีแดงและสีขาว โดยหุ่นรบสีแดงนั้นมีพลังในการโจมตีสูงและมีปืนเป็นอาวุธหลักในขณะที่ตัวสีขาวนั้นมีพลังในการป้องกันสูงและอาวุธหลักคือการสร้างโล่บาเรีย

            การควบคุมหุ่นรบนี้ไม่ยากเลยเพราะมันมีระบบส่งผ่านความรู้เบื้องต้นให้แก่ผู้ที่จะขับขี่กล่าวคือเพียงเข้าไปนั่งระบบของหุ่นรบจะส่งความรู้พื้นฐานของการขับขี่เข้าสู่สมองของผู้ขับขี่โดยอัตโนมัติแม้ว่าจะไม่เคยเรียนรู้การขับขี่หุ่นรบมาก่อนก็ตาม

            โดยทั้งสองรุ่นของหุ่นรบนี้มีชื่อว่าเรดและไวท์

            เทวามอบสิ่งนี้ให้กับกองทัพที่เหลืออยู่ทั้งหมดโดยเน้นไปที่ศิษย์ของสำนักเทพอสูรเป็นหลักแต่ถึงจะอย่างนั้นกองทัพของมนุษย์ก็เหลือแค่ไม่กี่หมื่นคนแล้ว(เฉพาะเมืองB5) ดังนั้นหุ่นรบของเทวาก็แทบจะครอบคลุมทุกคน

            ในบรรดาแกนนำของสำนักเทพอสูรนั้นเทวามอบหุ่นรบที่แข็งแกร่งสองตัวที่มีชื่อว่าคิงและควีนหุ่นรบทั้งสองนั้นมีความแข็งแกร่งเทียบได้กับระดับSปลายจนใกล้เคียงกับระดับSRเลยทีเดียว

            หุ่นรบคิงนั้นเป็นหุ่นรบที่คล้ายอัศวินถือดาบและโล่มีพละกำลังสูงถือเป็นตัวแนวหน้าสำหรับการรุกเลยก็ว่าได้ สำหรับควีนนั้นเหมาะสำหรับผู้หญิงเพราะมีรูปร่างเพรียวบางจุดเด่นคือมีความคล่องตัวสูงมากเมื่อเทียบกับรุ่นคิง มันถือว่าเป็นหุ่นรบที่มีความเร็วสูงที่สุดแล้วในจำนวนทั้งหมด

            เทวามองให้กับเพื่อนๆและแฟนสาวทั้งสองโดยที่คาเรนนั้นไม่ต้องใช้เพราะเธอแข็งแกร่งกว่าหุ่นรบอยู่แล้วโดยหุ่นรบนี้แม้แต่สองผู้เฒ่าและแจคสันและคนอื่นๆก็ต่างได้รับเพื่อใช้สำหรับต่อสู้ในครั้งนี้เทวาถึงกับซื้อหุ่นรบทั้งสองรุ่นนี้มาถึง30ตัวเลยทีเดียว

            สำหรับคาเรนเทวามอบดาบยักษ์ให้กับเธอดาบยักษ์ที่ว่านี้คือยักษ์จริงๆ ดาบเล่มนี้มีความยาว10เมตรและหนารวมถึงหนักอย่างมากความพิเศษของดาบเล่มนี้คือมันสามารถยืดออกไปได้ไกลถึง100เมตรน้ำหนักปกติคือ1ตันและสามารถเพิ่มได้สูงสุดถึง100ตัน

            มันเป็นอาวุธที่เหมาะกับคาเรนอย่างมาก

            ความจริงคาเรนถนัดใช้ค้อนเพราะมันไม่ต้องใช้เทคนิคอะไรมากไม่เหมือนอับอาวุธอื่นๆแต่ค้อนของเธอพังไปนานแล้วและเธอไม่สามารถหาค้อนใหม่ได้ พอดีว่าเทวาไปเจอดาบเล่มนี้เข้าและคิดว่ามันค่อนข้างเหมาะสมกับคาเรนไม่น้อยก็เลยนำมามอบให้เธอ

            สำหรับดายหนักและใหญ่นั้นก็ไม่ต้องใช้เทคนิคการใช้มากนักแค่กวัดแกร่งและข้างหน้าของเธอก็ราบพนาสูญ

            เซบาสเตียนก็เตรียมพร้อมแล้วพลังของเขาตอนนี้ใกล้เคียงกับคาเรน นั่นเพราะว่าเขามีสิ่งของที่สามารถนำมาพัฒนาร่างกายตัวเองได้ในการพัฒนาร่างกายนั้นเขาจำเป็นต้องเก็บตัวนี่ทำให้ซีโร่ไม่อาจใช้เขาสำหรับการตามรอยองค์กรเรดอายหากจะมีใครที่เข้าใจองค์กรเรดอายก็คงเป็นเซบาสเตียนเพราะเขาเคยบุกถล่มพวกเขาไปไม่น้อยและยังมีข้อมูลของพวกมันจำนสนมากอีกด้วย

            แต่เพราะเซบาสเตียนไม่ว่างเนื่องจากการพัฒนาตัวเองและยังต้องหาที่ซ่อนของระเบิดนิวเคลียร์ที่ทีพันซ่อนเอาไว้ตามเมืองต่างๆจึงทำให้ซีโร่ไม่มีทางเลือกหันไปใช้งานโซเฟียร์แทน

            สำหรับระเบิดนิวเคลียร์นั้นเทวาเก็บมาหมดแล้วและเขาคิดจะใช้ประโยชน์จากพวกมันอยู่บ้างเช่นกัน

            เทวายังใช้ปืนใหญ่แสงจำนวนนับพันกระบอกใหกับแจคสันควบคุมและยังมีม่านบาเรียที่ทรงประสิทธิภาพเพื่อป้องกันเมืองอีกด้วย

            ในช่วงที่เทวาเตรียมพร้อมนี้เองกองทัพของแอเรสก็เข้ามาใกล้แล้วเทวาจึงพุ่งทะยานออกไปเป็นคนแรก แม้ว่าเขาจะมอบอาวุธและเกราะป้องกันที่แข็งแกร่งให้กับทุกคนแล้วแต่มันยังไม่เพียงพอที่จะต้านทานการบุกของกองทัพมอนสเตอร์เขาจำเป็นต้องลดจำนวนพวกมันไปบ้าง

            ไม่เช่นนั้นแล้วทุกคนจะย่อยยับจากจำนวนที่มากมายของพวกมัน!

            องครักษ์โลหิตของเขาก็พุ่งเป็นแนวหน้าเช่นกันกับกองทัพอมตะเช่นนี้เทวาย่อมใช้ประโยชน์ให้พวกมันเป็นแนวหน้าเขาจะไม่ประหยัดสำหรับการใช้พวกมันแม้ว่าพวกมันจะอ่อนแอไปบ้างเมื่อเทียบกับกองทัพมอนสเตอร์ของแอเรสแต่ด้วยความที่พวกมันสามารถฟื้นฟูตัวเองได้ไวทำให้พวกมันถือเป็นศัตรูที่น่ากลัว

            เทวาก้าวไปหนึ่งก้าวก็ปรากฏขึ้นที่เบื้องหน้าของเหล่ามอนสเตอร์แล้ว

            เทวากำหมัดพร้อมที่จะซัดออกไปแต่เขาไม่อาจลงมือได้เต็มแรง เพราะว่าหากเขาลงแรงไปมากพื้นผิวของดาวดวงนี้จะเสียหายนี่ทำให้เขาไม่อาจลงมือได้เต็มที่ แม้แต่ซีโร่เองก็ประสบปัญหาเดียวกันในการต่อสู้ที่โลกใบนี้หากเทวาเผลอปล่อยเต็มแรงเกรงว่ามันอาจจะทำให้ภูมิประเทศเปลี่ยนไปเลยทีเดียว

            เทวาคิดว่าจะทำลายพวกมันไปสักครึ่งกองทัพเพื่อทำให้พวกตนเองลดแรงกดดัน

            แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้ลงมือเงาร่างสูงใหญ่สีแดงก็ปรากฏขึ้นที่เบื้องหน้าของเขาร่างสูงใหญ่สูงกว่าสองสามเมตรปรากฏขวางเขากับกองทัพมอนสเตอร์

            เป็นแอเรส!

            “เหล่ามดก็สู้กับมดสิถึงจะถูกเจ้าจะไปมัวเสียเวลาอยู่ทำไม เจ้า...มาสู้กับข้า”แอเรสกล่าวจบก็ขว้างปาหินสีทองลงพื้น

            ควากกกกกกกกกกกกกก

            เกิดรอยแยกของอากาศและเกิดหลุมมิติขึ้นมาในฉับพลันแรงดึงดูดดูดร่างของทั้งสองเข้าไปและอากาศก็กลับมาเป็นปกติ ความจริงเทวาจะหนีก็ไม่ยากเย็นจนเกินไปแต่เพราะเขาอ่านความสามารถของหินก้อนนั้นได้ทันจึงไม่ได้หลบหนีหินสีทองก้อนนั้นคือหินที่สามารถส่งทั้งสองเข้าไปในมิติทับซ้อนที่แข็งแกร่ง

            ร่างของเทวาและแอเรสปรากฏที่สนามประลองขนาดใหญ่

            ตอนนี้เทวากับแอเรสประดุจมดเมื่อเทียบกับสนามประลองที่กว้างใหญ่นี้

            “ขอต้อนรับนี่คือสนามประลองแห่งทวยเทพสาเหตุที่ข้าดึงเจ้าเข้ามาในนี้ก็เพราะเกรงว่าเขาและเจ้าจะเปลอไปทำลายโลกมิติดวงนั้นเข้าโดยไม่ตั้งใจหากต่อสู้แบบออมแรงมันจะสนุกอะไร ดังนั้นแล้วมาสู้กันในนี้แบบไม่จำกัดพลังจะดีกว่า”แอเรสกล่าว

            กับที่แห่งนี้ทั้งสองสามารถใช้พลังทั้งหมดได้ไม่ยั้ง

            ชื่อ                   -แอเรสบี โอลิมปัส(เทพสงคราม) ระดับSSR

            สถานะ               -แข็งแรง

                                    -โปรตอส

                                    -องค์ชายแห่งราชวงศ์โอลิมปัส

                                    -เทพสงคราม

            ทักษะ                -พลังแห่งเทพสงคราม(เอกอุ)(ติดตัว)(SSR) lv.7

                                    -ตราประทัพเทพสงคราม(เอกอุ)(SSR) lv.5

                                    -กายเทพเจ้า(เอกอุ)(ติดตัว)(SSR) lv.5

            -สัมผัสเทพเจ้า(เอกอุ)(ติดตัว)(SSR) lv.5

                                    -เนตรเทพเจ้า(เอกอุ)(ติดตัว)(SSR) lv.4

                                    -จิตเทพเจ้า(เอกอุ)(ติดตัว)(SSR) lv.3

                                    ....................................

            หมายเหตุ           -สืบทอดเชื้อสายโดยตรงจากเทพจักรพรรดิซุส

                                    -องค์ชาย3แห่งราชวงศ์โอลิมปัส

                                    -บ้าสงคราม

            พลังของแอเรสนั้นถือว่าแข็งแกร่งอย่างมากแม้ไม่อาจเทียบกับมังกรมิตินิดฮอกก์ได้แต่ก็ห่างกันไม่กี่ขั้นเท่านั้น กระนั้นด้วยพลังของแอเรสก็ถือว่าอยู่สูงกว่าเทวาอยู่หลายขั้นเช่นกันดังนั้นหากทั้งสองต้องต่อสู้กันเทวาคงจะเสียเปรียบตั้งแต่เริ่มต้น ทว่าสำหรับเทวาแล้วไม่เคยกลัวการต่อสู้เช่นกัน!

            ยิ่งศัตรูแข็งแกร่งเขาก็ยิ่งชื่นชอบ

            มันหมายถึงทักษะที่เขาจะได้รับและยังเป็นการขัดเกลาตัวเองอีกต่างหาก

            เขาได้แต่ปล่อยวางเรื่องข้างนอกแม้ว่าจะเป็นห่วงแต่เขาก็ให้สิ่งของพวกเขาไปหลากอย่างมันรวมถึงของป้องกันตัวบางอย่างที่เทวาแอบให้คาเรนไปหลายชิ้นทำให้เขาพอที่จะวางใจได้

            เสียงระบบก็ดังขึ้นโดยเนื้อหาภารกิจคือการสังหารแอเรส

            เทวาหักนิ้วกล่าวด้วยรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม

            “ก็เอาสิข้าเองก็หยากจะซัดหน้าเทพเจ้าอยู่เหมือนกัน!”


    ..................................


    คล้ายกับเรื่องThe Lord Of The Battlefield (จบบริบูรณ์) ที่คุณอ่าน