มีร่าเดินมายังอีกห้องที่อยู่ฝั่งตรงข้าม คือห้องของราฟาเอล เธอเปิดประตูเข้าไปยืนข้างเตียง มองดูใบหน้าหล่อเหลาที่ตอนนี้ซีดเซียวจากการเสียเื หญิงสาวเหลือบมองจอมอนิเตอร์ที่แสดงเส้นกราฟคลื่นไฟฟ้าหัวใจว่าเต้นสม่ำเสมออยู่ในเกณฑ์ปกติ สายสวนปัสสาวะ น้ำปัสสาวะสีเหลืองออกมาในปริมาณที่ปกติ มือเรียวเปิดผ้าห่มอย่างเบามือเพื่อดูแผลผ่าตัดว่าไม่มีเืซึมผ้าก๊อซปิดแผลก็ถือว่าทุกอย่างเรียบร้อยดี จึงนั่งลงที่เก้าอี้ข้าง ๆ เตียง ถอนหายใจเบา ๆ รู้สึกถึงความอ่อนเพลียและง่วงนอนอย่างมากจนเผลอฟุบหลับไปในที่สุด
ราฟาเอลที่เริ่มรู้สึกตัวลืมตาตื่นมองเพดาน มองไปรอบ ๆ รู้สึกว่าตอนนี้ปวดร้าวไปทั้งตัว มีสายระโยงระยางเต็มไปหมด พยายามเรียบเรียงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ภาพทุกอย่างผุดขึ้นมาในหัว
'เขายังไม่ตายใช่ไหม? ไม่สิ! เขายังหายใจอยู่ แล้วตอนนี้เขาอยู่ที่โรงพยาบาล'
สายตาเหลือบไปเห็นใครบางคนฟุบหลับอยู่ข้างเตียง
'ใครกัน'
ชายหนุ่มนึกสงสัย สายตามองไปยังหญิงสาวที่สวมเสื้อกาวน์ ผมสีน้ำตาลเข้ม เขาพยายามจะผงกหัวขึ้นดูให้ชัด ๆ ว่าเป็ใครแต่ก็แสนยากเย็น
จู่ ๆ เสียงจอมอนิเตอร์ก็ดังขึ้น เ้าหน้าที่พยาบาลรีบเข้ามาดูว่าเกิดอะไร ปรากฏว่าคนไข้ฟื้นแล้ว
พลันสายตาก็เลื่อนไปยังคุณหมอสาวที่ฟุบอยู่ข้างเตียงคนไข้ เมื่อเ้าหน้าที่เห็นดังนั้นจึงคิดว่าจะปลุกคุณหมอมีร่า ชายหนุ่มส่ายหน้าเป็เชิงบอกไม่ต้องปลุก ซึ่งเขาก็ไม่ทราบว่าใครแต่คงจะเพลียและง่วงมากสินะ
'จะใช่เธอรึเปล่า' เขาคิดเล่นๆ
เ้าหน้าที่พยาบาลประเมินดูแล้วว่าไม่มีปัญหาอะไรจึงเดินออกไป
Rrrrrrrrrr Rrrrrrrr
เสียงโทรศัพท์ในกระเป๋าดังระรัวติด ๆ กัน ทำให้คนที่นอนฟุบอยู่ด้วยความอ่อนเพลียถึงกับสะดุ้ง
มีร่างัวเงียตื่นขึ้นมาอย่างสะลึมสะลือ เอามือลูบหน้าจัดผมเผ้าให้เรียบร้อยโดยที่ไม่ทันได้มองว่าตอนนี้ไม่ได้อยู่ในห้องนอนหรือห้องพักแพทย์ส่วนตัว หญิงสาวยกโทรศัพท์ขึ้นมาแนบหู
[ทำอะไรอยู่ อยู่ไหน เป็อะไรไหม าเ็ตรงไหนรึเปล่า ฉันเพิ่งทราบข่าว คุณพ่อเป็ห่วงมาก]
เสียงมิเชลที่อยู่ปลายสายยิงคำถามรัวมาเป็ชุด น้องสาวของเธอเองั้แ่เกิดเื่ก็ไม่ได้ติดต่อหรือพูดคุยกับใคร
"เดี๋ยว! ใจเย็น ๆ ทีละคำถาม"
ร่างบางที่ตอนนี้ยังเหมือนกับครึ่งหลับครึ่งตื่นตอบออกไปด้วยน้ำเสียงอู้อี้เพราะร่างกายยังรู้สึกมึนงงและอ่อนเพลีย เธอพยายามตั้งสติ กระตุ้นตัวเองให้ตื่น
"สบายดี ปวดเมื่อยนิดหน่อย ฝากบอกคุณพ่อด้วยไม่ต้องห่วง โอเค แค่นี้ จะนอนต่อ"
มีร่ากดปิดสายทันทีเพื่อจะนอนต่อ แต่แล้วก็ฉุกคิดอะไรได้จึงหันไปมองรอบ ๆ ห้องก่อนจะบ่นพึมพำคนเดียว
“ตายแล้ว! นั่งหลับไปนานแค่ไหนเนี่ย โอ๊ย! สติหายไปไหนหมด” พูดจบเธอก็หันไปมองคนที่นอนอยู่เตียง
"ยังไม่ตื่นอีกเหรอนี่ จะเกินสองชั่วโมงแล้ว หมอวิสัญญีให้ยาสลบเกินขนาดรึเปล่านะ ไม่น่าใช่ น่าจะหมดฤทธิ์ยาสลบไปแล้ว" คุณหมอสาวสวยยังคงบ่นพึมพำคนเดียวพลางตรวจดูความเรียบร้อยทั้งหมดอีกรอบ ก่อนจะเดินออกไปเนื่องจากเพลียมาก ตาจะปิดอยู่แล้ว แต่ขณะที่กำลังจะหันหลังกลับ เ้าหน้าที่พยาบาลก็เข้ามาเพื่อจะย้ายคนไข้ไปห้องวีวีไอพีพอดี
"ตื่นแล้วเหรอคะคุณหมอ เห็นหลับสบายเลยไม่อยากปลุก" เ้าหน้าที่พยาบาลเอ่ยยิ้ม ๆ
"เธอน่าจะปลุกฉันตั้งนานแล้วนะ ไม่ใช่ปล่อยให้ฉันนอนหลับคาเตียงคนไข้แบบนี้" ศัลยแพทย์สาวเอ่ยเสียงเข้ม แสร้งทำเป็ไม่สนใจกับสิ่งที่เธอคิดว่ามันน่าอายมาก นอนหลับคาเตียงคนไข้ รู้ถึงไหนอายถึงนั่น
"คนไข้ยังไม่ฟื้นจะรีบย้ายไปทำไม รอให้ฟื้นก่อนสิ เกินสองชั่วโมงนิดหน่อยไม่เป็ไร ฉันเป็เ้าของไข้อยู่แล้ว" มีร่ากล่าวต่อ พยาบาลทำหน้างง ๆ
"คนไข้ฟื้นแล้วนะคะ ั้แ่ที่..." เ้าหน้าที่พยาบาลหยุดพูดและหันหน้าไปมองคนที่นอนบนเตียง
ศัลยแพทย์สาวสวยมองหน้าพยาบาลและหันไปมองคนไข้ที่ ตอนนี้นอนลืมตาใสแจ๋วอยู่บนเตียง หญิงสาวอึ้งไปชั่วอึดใจ ลำดับเหตุการณ์ในหัวก่อนจะฉุกคิดขึ้นมาในใจ
'นี่แสดงว่าเขาฟื้นตั้งนานแล้ว โอ๊ย! จะบ้าตาย น่าขายหน้าจริงๆ เรา'
มีร่าทำหน้าไม่ถูก อายก็อาย ก่อนที่จะเดินหนีไปดื้อ ๆ ทิ้งให้พยาบาลสาวยิ้มขัน ชายหนุ่มยกยิ้มมุมปากมองตามร่างสูงเพรียวที่รีบเปิดประตูออกไปจนไม่เห็นฝุ่น
มีร่าเดินละลิ่วตัวปลิวออกมาจากห้องพักฟื้นของคนไข้แทบไม่ทัน เดินไปบ่นไปจนเกือบชนเข้ากับหมออเล็กซานเดอร์
"อุ๊ย"
"อ้าว หมอมีร่า ไปไหนมาตามหาเสียทั่ว" หมอหนุ่มเอ่ยขึ้นอย่างเป็กังวล
"อ้าวหมออเล็กซ์! ไปดูคนไข้ที่ผ่าตัดเมื่อคืนมา" เธอว่าพลางเอามือปิดปากหาวหวอด ๆ บ่นไม่เต็มเสียงนัก
"ผมว่าคุณไปนอนพักก่อนดีกว่า แล้วคุณเป็ไงบ้าง ได้รับาเ็ตรงไหนไหม ผมรู้เื่คร่าว ๆ ั้แ่เมื่อคืน เห็นคุณแวบ ๆ ตอนจะขึ้นรถพยาบาล จะเรียกก็ไม่ทันแล้ว ก็เลยขับรถตามมาโรงพยาบาล เ้าหน้าที่บอกผมว่าคุณเข้าห้องผ่าตัด ผ่าตัดคนไข้ที่ได้รับาเ็ถูกยิง"
"อ้อ! อุบัติเหตุไม่คาดคิดน่ะค่ะ เผอิญอยู่ในเหตุการณ์พอดี มันก็เลยวุ่นวายอย่างที่เห็น มันเกิดขึ้นกะทันหัน ส่วนฉันแค่รู้สึกปวดเมื่อยตามตัวนิดหน่อย รู้สึกเพลียและง่วงมากกว่า ไม่ไหวจริง ๆ"
"คุณไม่เป็อะไรมากผมก็สบายใจ" หมอหนุ่มเอ่ยน้ำเสียงทุ้มแฝงด้วยความห่วงใย
เธอรับรู้ความรู้สึกบางอย่างของหมอหนุ่มได้ในน้ำเสียงนั้น แต่ทำไมเธอไม่รู้สึกอะไรกับเขาเกินคำว่าเพื่อนเลย
"เดี๋ยวผมไปซื้อกาแฟให้ดีกว่า ตอนนี้เพิ่งเจ็ดโมงเช้าเอง" นายแพทย์หนุ่มขันอาสาอย่างกระตือรือร้น
"ขอบคุณค่ะ แต่อย่าลำบากคุณเลยหมออเล็กซ์ คุณไปทำงานเถอะ ไม่ต้องห่วงฉัน" เธอปฏิเสธอย่างสุภาพเพราะไม่อยากรบกวนเวลาของเขาและตอนนี้ไม่อยากให้ใครเซ้าซี้ถามอะไร เพราะร่างกายไม่ไหวจริง ๆ จากนั้นหญิงสาวจึงขอตัวไปพักผ่อน นายแพทย์หนุ่มได้แต่มองตามด้วยความห่วงใย
'คุณจะรู้ไหมว่าผมเป็ห่วงคุณแค่ไหน มีร่า'
เมื่อกลับถึงห้องพักแพทย์ ความเหนื่อยล้าทำให้ทิ้งตัวลงนอนแล้วหลับไปในทันที สะดุ้งตื่นอีกครั้งหลังได้ยินเสียงโทรศัพท์ดังต่อเนื่องโดยไม่มีทีท่าว่าจะหยุด มีร่าที่ยังรู้สึกงัวเงียเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์มาแนบหูกรอกเสียงอู้อี้ทั้งที่ยังอยู่ใต้ผ้าห่ม
"หมอมีร่าพูด"
จู่ ๆ หญิงสาวก็ต้องผุดลุกนั่งอย่างรวดเร็วหลังได้ยินเสียงปลายสาย
"รับทราบ เดี๋ยวไป"
เธอกดปิดโทรศัพท์อย่างเซ็ง ๆ ถอนหายใจเบาๆ เสียงปลายสายคือเลขานุการของผู้อำนวยการโรงพยาบาลที่เธอทำงานอยู่ มองนาฬิกาแขวนบนฝาผนัง หลับเป็ตายไปหลายชั่วโมงแต่ก็ยังรู้สึกไม่สดชื่นเอาเสียเลย แถมยังถูกตามตัวให้ไปที่ห้องคนไข้วีวีไอพี จะห้องใครอีกล่ะถ้าไม่ใช่เขา
เธอรวบผมลวก ๆ ไว้บนศีรษะแล้วเดินเข้าห้องน้ำไปทันที มองตัวเองในกระจกยังอยู่ชุดเดิมั้แ่เมื่อคืน ความเหนื่อยล้าฉายชัดบนใบหน้าสวย รีบจัดการธุระตนเองจนเรียบร้อยก่อนจะมุ่งหน้าไปที่ยังห้องผู้ป่วยวีวีไอพี
ป้ายหน้าห้องติดชื่อ นายราฟาเอล บิซอฟ กอนซาเลส แพทย์เ้าของไข้ แพทย์หญิงมิแรนด้า กรีนคาร์ก
ภายในห้องมีบุรุษสองคนกำลังสนทนากันอยู่ ห่างออกไปเป็บอดี้การ์ดคนสนิท โจนส์และไรอัล หน้าห้องมีคนของเขาเฝ้าอยู่เช่นกัน
"เป็ไงบ้างเพื่อน เห็นโจนส์เล่าว่านายเป็ฮีโร่ช่วยตำรวจจับมือปืนโรคจิตเหรอ" นายแพทย์คารอส มอนดาโทรี่ แบเรียล แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมโรคหัวใจและทรวงอกเอ่ยยิ้ม ๆ
เขาคือผู้อำนวยการและเ้าของโรงพยาบาลที่ราฟาเอลพักรักษาตัวอยู่พร้อมทั้งเป็เ้านายของหมอมีร่าด้วย วันนี้แพทย์หนุ่มใส่สูทมาดเนี้ยบ บุคลิกสมกับเป็ผู้บริหารระดับสูง
"ไม่ขนาดนั้น" ราฟาเอลเอ่ยอย่างเซ็ง ๆ
เขาต้องมาติดแหง็กอยู่บนเตียงเพราะใครถ้าไม่ใช่เพราะ้าช่วยมีร่า ไม่ได้มีความคิดอยากจะเป็ฮีโร่สักนิดแต่ดันพลาดถูกยิง
"มันแค่บังเอิญมากกว่า เผอิญอยู่แถวนั้นก็แค่นั้น" ชายหนุ่มพูดตัดบท
"แน่ใจเหรอว่าบังเอิญ เห็นโจนส์เล่าว่าคุณหมอมีร่าก็อยู่แถวนั้นด้วยไม่ใช่เหรอ" คารอสทำสีหน้าสงสัย
"เกี่ยวอะไรกับคุณหมอมีร่า" ราฟาเอลแสร้งพูดเพื่อให้คารอสเข้าใจว่ามันเป็แค่เื่บังเอิญ
"ไม่เกี่ยวก็ดี" คารอสขึ้นเสียงสูง ที่จริงเขาพอรู้อะไรมาบ้างแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรมากเพราะเห็นเป็เื่ส่วนตัว โจนส์เล่าเพียงสั้น ๆ ว่าที่จริงราฟาเอลอยู่ในเหตุการณ์และเขาสามารถออกมาพร้อมกับลูกพี่ลูกน้องของเขาอย่างเจสสิก้าได้ แต่ชายหนุ่มเลือกที่จะไม่ออกมา จนต้องกลายเป็ฮีโร่จำเป็ช่วยตำรวจจับมือปืนโรคจิต หรือไม่รู้ว่าเพราะอยากช่วยลูกน้องของเขากันแน่
"ฉันดูแฟ้มประวัตินายละ ไม่น่ามีปัญหาอะไร ไม่กี่วันก็น่าจะกลับไปพักฟื้นที่บ้านได้ อีกอย่าง นายได้หมอฝีมือดีช่วยไว้ รับรองไม่ตายง่าย ๆ แน่"
ก๊อก ๆ ก๊อก ๆ
เสียงเคาะประตูที่ดังขึ้นทำให้ทั้งสองหนุ่มหยุดการสนทนา ผู้ที่เปิดประตูเข้ามาเป็ใครไปไม่ได้นอกจากศัลยแพทย์สาวสวยอย่างมิแรนด้า กรีนคาร์ก ทุกคนในห้องหันไปมองเธอพร้อมกัน
"ขอโทษค่ะที่มาช้า" หญิงสาวเอ่ยเสียงเบา ทั้งเ้านายและชายหนุ่มบนเตียงหันมามองเธอพร้อม ๆ กัน มีร่าไม่รู้จะทำอย่างไรจึงได้แต่แก้เก้อด้วยการยิ้มแห้ง ๆ
"ไม่เป็ไร ผมก็เพิ่งมา อีกอย่างตั้งใจจะมาั้แ่เมื่อคืนแล้ว แต่ติดธุระนิดหน่อย"
มีร่าที่ได้ยินคารอสกล่าวเช่นนั้นก็ทำหน้างง ๆ
"อ๋อ! ผมกับราฟาเอลเราเป็เพื่อนกันมาั้แ่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย เราสองคนเป็รูมเมทกัน"
คารอสคลายความสงสัยให้หญิงสาว เธอพยักหน้า
'นี่ก็ความรู้ใหม่' เธอนึกในใจ
คารอส มอนดาโทรี่ แบเรียล คือผู้อำนวยการโรงพยาบาลและเป็เ้าของโรงพยาบาลหลักและโรงพยาบาลในเครือของตระกูลมอนดาโทรี่ เขายังหนุ่มแน่นและที่สำคัญหน้าตาดี จะบอกว่าหล่อมากก็ว่าได้
มีร่ายังจำได้เมื่อแรกเริ่มเข้ามาทำงานที่นี่ใหม่ ๆ เขายื่นไมตรีให้แต่เธอก็ปฏิเสธเขาหน้าตาเฉย โชคดีหน่อยที่เขาเป็สุภาพบุรุษ ในเมื่อผู้หญิงไม่เล่นด้วยเขาก็ไม่ได้ตอแยต่อ
"ผมดูแฟ้มประวัติแล้วไม่น่าจะมีปัญหาอะไรใช่ไหม หมอมีร่า" คารอสหันมาถามหญิงสาว
"ไม่มีปัญหาแน่นอนค่ะ" เธอตอบแบบมั่นใจ ส่งยิ้มบาง ๆ ให้เ้านายหนุ่ม
"ได้ยินแบบนี้ค่อยเบาใจหน่อย ผมเชื่อฝีมือหมออยู่แล้วล่ะ กลัวแต่ว่าไอ้เพื่อนรักมันจะตายเสียก่อน ยังไม่ทันได้มีลูกมีเมียกับเขา ยังไงก็ฝากด้วยแล้วกัน ดูแลเพื่อนผมคนนี้ให้ดี" นายแพทย์คารอส กล่าวพร้อมปรายตามองคนที่นอนเดี้ยงอยู่บนเตียงยิ้ม ๆ แบบมีเลศนัย
"อีกอย่างผมคงไม่ว่างมาเยี่ยมล่ะ จะบินไปอิตาลีบ่ายนี้" เขามองนาฬิกาที่ข้อมือ
"ไปทำไมวะ มีอะไรดีที่อิตาลี" คนที่นอนเจ็บบนเตียงแซะ
"เื่ของฉัน เอาตัวนายให้รอดเถอะ เดี๋ยวจะช้ำในตายไปเสียก่อนจะมีเมีย ดันอยากเป็ฮีโร่" คารอสไม่วายหันมาแซะเพื่อนรัก
'หมั่นไส้มัน'
หญิงสาวหันมองระหว่างคารอสและราฟาเอลแบบงง ๆ ยืนดูหนุ่มหน้าตาดีแซะกันไปมาก็ดูน่าขันไปอีกแบบ
"ได้ค่ะ! ไม่ต้องห่วง ดิฉันจะดูแลอย่างดีที่สุด ไม่ให้มีอะไรขาดตกบกพร่อง"
"โอเค! ผมฝากด้วยแล้วกัน" คารอสหันมาทางเธอ มีร่าพยักหน้ารับทราบทั้งที่ลึก ๆ อยากจะเปลี่ยนเป็แพทย์คนอื่นมาดูแลแทนน่าจะดีกว่า ยังไม่อยากเผชิญหน้ากับเขาตรง ๆ
"ไปนะเพื่อน ดูแลตัวเองดี ๆ ล่ะ" คารอสกล่าวก่อนจะเดินมาข้างเตียง กระซิบเบา ๆ ข้างหูคนที่นอนเจ็บพอให้ได้ยินกันสองคน
“หวังว่านายจะดูแลคนของฉันอย่างดี”
ราฟาเอลเหลือบมองไปทางหญิงสาว
“แน่นอนเพื่อน”
คารอสแสร้งตบเบา ๆ ใกล้บริเวณแผล
"โอ๊ย! ไอ้บ้า! เจ็บชะมัด" คนที่นอนเจ็บบนเตียงร้องลั่นห้อง หรี่ตามองไปทางหญิงสาว
"โทษที มือหนักไปหน่อย หมั่นไส้มัน อยากจะเป็ฮีโร่ช่วยสาว" คารอสส่ายหัวแล้วส่งยิ้มให้ลูกน้องตัวเอง
"ฝากด้วยนะหมอ"
มีร่ายิ้มบาง ๆ ให้เ้านายหนุ่ม
เมื่อคารอสออกไปแล้ว มีร่ารู้สึกว่าอากาศภายในห้องมันร้อนๆ ชอบกลทั้งที่แอร์ก็เย็นฉ่ำ จึงเดินไปที่เตียงคนไข้กดออดเรียกพยาบาลเข้ามาพร้อมแฟ้มประวัติคนไข้ อย่างน้อยก็อาจจะทำให้บรรยากาศภายในห้องอึดอัดน้อยลง
บอดี้การ์ดคนสนิททั้งสองคนเหมือนจะรู้ว่าเ้านาย้าอะไรจึงเดินออกไปทั้งคู่ สักพักพยาบาลเฝ้าไข้ก็เข้ามายืนอยู่ข้างเตียง ราฟาเอลมองหน้าเธอแต่เธอพยายามไม่สบตาเขา มีร่าเสียบหูฟังเพื่อฟังการทำงานของปอดและหัวใจ หลังจากนั้นก็เปิดแผลดูว่ามีเืซึมหรือไม่โดยไม่พูดไม่จา ชายหนุ่มมองการกระทำของเธออย่างไม่วางตา
"แผลไม่มีเืซึม สัญญาณชีพปกติ ขอดูอาการให้ครบยี่สิบสี่ชั่วโมงแล้วอาจจะให้จิบน้ำไปก่อน" มีร่าพูดไปด้วยเขียนคำสั่งลงในแฟ้มประวัติไปด้วย โดยไม่มองหน้าคนที่นอนบนเตียงแม้แต่นิดเดียว
"โชคดีะุไม่โดนอวัยวะสำคัญ ไม่กี่วันน่าจะกลับไปพักฟื้นที่บ้านได้ มีอะไรจะถามหมอไหม" คุณหมอสาวถามทั้งที่ยังคงก้มหน้าก้มตาเขียนอะไรหยุกหยิกในแฟ้มประวัติคนไข้
"หมอจะไม่มองหน้าและสบตาเวลาพูดกับคนไข้เลยเหรอไง อาจารย์แพทย์เขาไม่สอนเหรอ" ราฟาเอลอดไม่ได้ที่จะกระแหนะกระแหนหญิงสาว เพราะเวลาพูดเธอไม่มองหน้าเขาเลยสักนิด มันน่าน้อยใจชะมัดคนอุตส่าห์ช่วย
มีร่าที่ได้ยินก็รู้สึกสะอึกเล็กน้อยแต่ก็ไม่สนใจ ยังให้ความสนใจกับแฟ้มประวัติคนไข้และหันไปคุยกับพยาบาล พยาบาลเองก็งงๆ ว่าวันนี้คุณหมอมีร่าเป็อะไร
"ไม่มี สบายดี แผลก็ไม่ปวด พรุ่งนี้คงกลับบ้านได้" ชายหนุ่มตอบเสียงแข็งประชด เขาน้อยใจรู้ไหม
"โอเค ถ้าไม่มีอะไรหมอขอตัวก่อน" พูดเสร็จหญิงสาวก็เดินออกไปทันที ทำเอาชายหนุ่มถึงกับอึ้งกับท่าทางของเธอ เห็นแล้วพาลให้หงุดหงิดจึงโพล่งไป
"ตามสบายเถอะคุณหมอมีร่า เอาที่สบายใจแล้วกัน" ราฟาเอลเอ่ยด้วยน้ำเสียงห้วน ๆ ออกทำนองตัดพ้อ เขามองเธอจากด้านหลัง ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนกล้าทำแบบนี้กับเขา ร้อยทั้งร้อยมีแต่จะวิ่งเข้าใส่
'ให้ตายเถอะ แม่คุณ'