[ Untitled Story ]

    บทที่ 29

            “เฮ้อ...ในที่สุดก็เสร็จสักที”โนวาถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกขณะที่เขาทิ้งตัวลงนั่งบนเตียงนุ่มภายในห้องพักใหม่ของเขา สายตาสีฟ้าของเขามองไปรอบๆห้องพัก “ฉันย้ายมาอยู่ที่นี่ได้สามวันแล้วสินะ…” เขาพึมพำกับตัวเอง

            หลังจากที่โนวาฝึกฝนกับจินและฮงเสร็จเมื่อสามวันก่อนเขาก็ตัดสินใจสมัครเข้าร่วมกับสมาคมนักวิจัยทันทีเพื่อที่จะได้เข้าถึงข้อมูลเกี่ยวกับเส้นทางประกายแสงขั้นที่สูงขึ้น และในวันนี้เองเขาก็พึ่งจะขนย้ายข้าวของจากห้องพักเดิมที่สมาคมนักรบไปยังห้องพักใหม่ที่สมาคมนักวิจัยเสร็จ

            ห้องพักใหม่ของเขานั้นตั้งอยู่ที่ชั้น4 ของตึกหลักของสมาคมนักวิจัย ใกล้กับห้องสมุดขนาดใหญ่“ใกล้ห้องสมุดก็ดีเหมือนกัน…อย่างน้อยฉันก็จะได้เข้าไปอ่านหนังสือได้ง่ายๆ”

             

            เขามองไปยังกองหนังสือที่เขาวางกองเอาไว้บนโต๊ะ“ฉันเริ่มทำการศึกษาและวิจัยตามหน้าที่ที่ได้รับ ทั้งการวิเคราะห์ผลึกศึกษาบันทึกโบราณ และทำการทดลองต่างๆ ได้สามวันแล้ว” เขาถอนหายใจ‘งานที่นี่มันน่าเบื่อกว่าที่ฉันคิดเอาไว้อีกแฮะ’

            ‘การทดสอบกำลังใกล้เข้ามาแล้ว…ฉันต้องเตรียมตัวให้พร้อมที่สุด’โนวามองนาฬิกาบนผนัง ‘ใกล้ถึงเวลานัดแล้ว…’ เขานึกถึงเพื่อนๆ ในกลุ่มของเขา ยูนะเรน่า มาคารอฟ และมาคัส ‘พวกเขาคงกำลังรออยู่…’โนวาลุกขึ้นยืน เขาก้าวออกจากห้องพัก มุ่งหน้าไปยังร้านอาหารที่พวกเขานัดกันไว้

             

            ร้านอาหารที่พวกเขานัดเจอกันนั้นตั้งอยู่ใกล้ๆ กับสมาคมนักรบ มันเป็นร้านอาหารที่พวกเขามักจะไปนั่งดื่มกินกันหลังจากเสร็จสิ้นภารกิจ

            โนวาก้าวเข้าไปในร้านบรรยากาศภายในร้านนั้นอบอุ่นเป็นกันเอง เสียงดนตรีเบาๆ ดังขึ้นมาจากด้านในร้านกลิ่นอาหารหอมกรุ่นโชยออกมาแตะจมูก

            “โนวาน!พวกเรารออยู่นานแล้วนะ!” ยูนะโบกมือเรียกเขา เธอนั่งอยู่ที่โต๊ะมุมหนึ่งของร้านในชุดกระโปรงสีแดงสดใส ดูร่าเริงเหมือนเคย

            “ขอโทษทีฉันพึ่งจะขนของไปที่สมาคมนักวิจัยเสร็จ” โนวาตอบพลางเดินเข้าไปหาเพื่อนๆที่นั่งรออยู่ที่โต๊ะ

             

            “สวัสดีครับคุณมาคารอฟ”โนวาหันไปทักทายมาคารอฟที่นั่งอยู่ข้างๆ เรน่า “หายดีแล้วสินะครับ ผมดีใจจริงๆ”

            “อืม…พอไหวอยู่”มาคารอฟยิ้มให้ “แต่คงสู้หนักๆ ไม่ได้แล้วล่ะ” ร่างกายยังมีผ้าพันแผลเหลือให้เห็นอยู่บ้างแต่โดยรวมแล้วก็ถือว่าเกือบหายดีสมบูรณ์แล้ว

    “ขอบคุณนะครับ ที่ช่วยผมเอาไว้ตอนนั้น”โนวาก้มตัวลงเพื่อขอบคุณมาคารอฟอีกครั้ง

    “ไม่เป็นไรหรอกน่า คนแก่ๆอย่างฉัน…ก็ต้องช่วยคนหนุ่มสาวอย่างนายอยู่แล้ว ฮ่าๆๆ” มาคารอฟหัวเราะ

     

            “จริงสิ โนวานนายกินอะไรมาบ้างรึยัง?” มาคัสถามขึ้น เขานั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามยูนะในชุดลำลองสบายๆ แขนเสื้อข้างซ้ายของเขานั้นว่างเปล่า

    “ยังเลย” โนวาตอบ “ทุกคนกินอะไรกันไปบ้างแล้ว?”

    “ไม่มากหรอก… พวกเรารอนายอยู่” เรน่าตอบเธอนั่งอยู่ข้างมาคารอฟ ดูผ่อนคลายขึ้นมาก

    “เพราะพวกเราอยากจะฉลองให้กับการที่พวกเรายังมีชีวิตอยู่หลังจากผ่านเรื่องราวต่างๆ มา” ยูนะกล่าวเสริม

    “และเพื่อเป็นการอำลากัน…ก่อนที่พวกเราจะแยกย้ายกันไปตามเส้นทางของตัวเอง”มาคารอฟกล่าวเสริมด้วยรอยยิ้ม

    “ผมเข้าใจ…” โนวายิ้มออกมา‘อย่างน้อย…พวกเราก็รอดมาด้วยกัน’

    “ดื่มกันเถอะ! เพื่อพวกเรา!”ยูนะพูดพร้อมกับยกแก้วเหล้าขึ้น

    “ชนแก้ว!” พวกเขายกแก้วเหล้าขึ้นชนกัน

    “อึก!”

    "ฮ่าๆๆๆ"เสียงหัวเราะของพวกเขาดังก้องไปทั่วร้าน ‘ฉันมีความสุข…ที่ได้เจอพวกเขา’โนวาคิดในใจ

     

    “เอาล่ะ” ยูนะถามขึ้น“แล้วพวกเราจะทำยังไงกันต่อดี? หลังจากนี้…”

            “ฉันตัดสินใจแล้วล่ะ”ยูนะประกาศอย่างมั่นใจ “ฉันจะเข้าร่วมกับกองกำลังสำรวจฉันจะต้องแข็งแกร่งขึ้น…เพื่อที่จะได้หาทางกลับไปยังโลกของฉันให้ได้”ยูนะหันไปถามโนวา “แล้วนายล่ะ โนวาน?”

            “ฉันก็เหมือนกัน” โนวาตอบ‘ฉันอยากรู้เกี่ยวกับความจริงของ The Cube และต้องหาทางเอาตัวรอดจากคำสาป100 บทให้ได้’

    “แล้ว…เรน่าล่ะ?” ยูนะหันไปมองเรน่าที่นั่งเงียบอยู่

            “ฉัน…ฉันยังไม่แน่ใจ…”เรน่าตอบด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบา ในมือของเธอกุมแก้วน้ำผลไม้เอาไว้ “ฉันไม่คิดว่าฉันจะผ่านการทดสอบได้…ฉันไม่มั่นใจเลย…”

    “ไม่ต้องกลัวน่า เรน่า” ยูนะพูดปลอบใจ “เธอน่ะเก่งจะตายไป เธอต้องทำได้อยู่แล้ว”

    “แล้วนายล่ะ มาคัส?” โนวาถาม

            “ไม่ล่ะ” มาคัสตอบ“แขนของฉัน…มันใช้การไม่ได้เหมือนเดิม ฉันคงสู้ไม่ได้เหมือนเมื่อก่อนแล้วล่ะหลังจากนี้ฉันคงจะมุ่งไปที่การวิจัยอย่างเต็มตัว”

            “ฉันเองก็คงไม่ต่างจากมาคัสเท่าไหร่ล่ะนะ”มาคารอฟพูดขึ้น “คงไม่ได้เข้าร่วมกองกำลังสำรวจเหมือนกันไม่อยากจะไปเป็นตัวถ่วงใคร ฮ่าๆ”

            “ทั้งตัวฉัน หรือพวกเธอทุกคนต่างก็มีเส้นทางเป็นของตัวเอง” มาคารอฟกล่าว“ไม่ว่าจะเลือกเดินทางไหน…มันก็ไม่ได้ผิดอะไรหรอก”

    “ใช่” ยูนะพยักหน้าเห็นด้วย“ไม่ว่าจะเลือกเส้นทางไหน…ขอให้พวกเราโชคดีก็แล้วกัน”

    “ชนแก้ว! เพื่อพวกเรา! เพื่อความฝัน!เพื่อมิตรภาพ! และ…เพื่ออิสรภาพ!” ยูนะตะโกน

    “อึก!”

    "ฮ่าๆๆๆ"เสียงหัวเราะของพวกเขาดังก้องไปทั่วร้าน…

     

            หนึ่งสัปดาห์ผ่านไปหลังจากงานเลี้ยงอำลาโนวานั่งอยู่บนเก้าอี้ในห้องพักของเขาที่สมาคมนักวิจัยแสงแดดยามเช้าสาดส่องผ่านหน้าต่างเข้ามา สร้างบรรยากาศอบอุ่นภายในห้อง

            โนวามองไปที่ปฏิทินที่แขวนอยู่บนผนัง“อีก 2 เดือนครึ่ง การทดสอบกองกำลังสำรวจก็จะเริ่มขึ้น…” เขากำหมัดแน่นดวงตาสีฟ้าฉายแววแห่งความมุ่งมั่น “ฉันต้องฝึกให้หนักกว่านี้ต้องแข็งแกร่งให้มากกว่านี้ อย่างน้อย… ฉันก็ต้องไปให้ถึงขั้นที่ 3”

            โนวาใช้เวลาว่างหลังจากเสร็จสิ้นภารกิจจากสมาคมนักวิจัยและในวันหยุด เขาจะไปฝึกฝนอย่างหนักหน่วงเขาไปที่ลานฝึกของสมาคมนักรบอยู่เป็นประจำ ‘ที่นี่..มันเหมาะกับการฝึกฝนที่สุด’

            เขามองไปรอบๆเห็นเหล่านักรบมากมายกำลังฝึกซ้อมกันอยู่ เสียงดาบกระทบกันดัง ‘ฉัวะๆ’เสียงฝีเท้าของเหล่านักรบกระทบพื้นดัง “ตุบๆ” เสียงตะโกน “ฮึบ ฮึบ” คละคลุ้งไปทั่ว

             

    วันนี้โนวามีนัดฝึกต่อสู้กับยูนะและเรน่า

            “เอาล่ะ โนวาน!มาเริ่มกันเลย! วันนี้ฉันขอลองสู้กับนายแบบไม่ใช้พลังนะฉันอยากรู้ว่าฉันจะรับมือการโจมตีของนายไหวไหม!” ยูนะตะโกนท้าทายเธอยืนอยู่กลางลานฝึกในชุดเกราะสีเงินสะอาดสะอ้านมือข้างหนึ่งจับด้ามหอกสีเงินแน่น ใบหน้าของเธอมุ่งมั่น

            “ได้สิ! มาเลย!”โนวาตอบรับคำท้าทาย พวกเขาประจันหน้าและต่อสู้กันอย่างดุเดือดยูนะนั้นถ้าไม่ใช้พลังอารมณ์เธอจะค่อนข้างแข็งแกร่งเลยทีเดียว ‘เธอมีประสบการณ์ในการต่อสู้มากกว่าฉันแถมร่างกายของเผ่าครึ่งมังกรก็แข็งแกร่งกว่ามนุษย์ธรรมดา’

             

            การต่อสู้ดำเนินไปอย่างรวดเร็วและรุนแรงโนวานั้นพยายามใช้ดาบหนามโลหิตของเขาในการต่อสู้ ถึงแม้ว่าสภาพของมันจะดูทรุดโทรมมากแล้วก็ตามเขาตั้งรับการโจมตีของยูนะด้วยความระมัดระวัง ‘หอกของยูนะนั้นรวดเร็วและแม่นยำ’ เขาคิด‘ต้องหาจังหวะโจมตีสวนกลับให้ได้’

            โนวาเบี่ยงตัวหลบคมหอกของยูนะที่พุ่งเข้ามาเล็งไปที่จุดสำคัญของร่างกาย ‘เธอเร็วมาก’ เขาคิด‘แต่…การเคลื่อนไหวของเธอยังดูแข็งๆ อยู่’

            ในจังหวะที่ยูนะกำลังจะเหวี่ยงหอกเข้าใส่อีกครั้งโนวาไม่รอช้า เขากระโจนหลบ และใช้ดาบฟันสวนกลับไปที่เอวของยูนะอย่างรวดเร็วยูนะสะดุ้งเล็กน้อย เธอถอยหลังหลบการโจมตีของโนวาได้อย่างหวุดหวิด‘เขาเร็วกว่าที่คิดเอาไว้’

             

    “ทำไมถึงไม่ใช้พลังล่ะ?” โนวาถามอย่างสงสัย

            “ฉันบอกแล้วไงว่า…วันนี้ฉันจะไม่ใช้พลังฉันอยากจะฝึกฝีมือแบบมนุษย์ธรรมดากับนาย” ยูนะตอบพลางเช็ดเหงื่อบนใบหน้า“ฉัน…อยากจะแข็งแกร่งกว่านี้…แบบไม่พึ่งพลังอารมณ์”

            โนวาพยักหน้า“เข้าใจแล้ว…งั้นฉันก็จะไม่ใช้พลังเหมือนกัน”การต่อสู้ดำเนินต่อไปอีกสักพักจนโนวาก็พ่ายแพ้ไปในที่สุด… “อึก!” เขาทรุดลงกับพื้นหอบหายใจ ถึงแม้ว่าโนวาจะแพ้ยูนะ แต่ถ้าเป็นในการต่อสู้แบบใช้พลังได้โนวาจะแข็งแกร่งกว่ายูนะพอสมควรด้วยความที่เขาใช้พลังได้ 2 เส้นทาง

             

            ระหว่างที่โนวาและยูนะกำลังนั่งพักอยู่เรน่าที่ยืนดูการต่อสู้ของโนวาและยูนะอยู่ห่างๆ พูดขึ้น เธอมองไปที่โนวาและยูนะ“ฉันว่า…ฉันเลิกดีกว่า ไม่เป็นไรหรอกฉันไม่…เหมาะกับการต่อสู้แบบนี้…มันน่ากลัวเกินไป”

    “เรน่า…” โนวาพูด “เธอยังไม่ได้ลองฝึกเลยนะ”

            เรน่าส่ายหน้า“ฉัน…ไม่มีพรสวรรค์แบบโนวาน ฉันมันอ่อนแอ” เธอกล่าว น้ำเสียงของเธอนั้นเศร้าสร้อย“ฉัน…ทำไม่ได้หรอก”

    “ไม่จริงน่าเรน่า” โนวาพูดปลอบใจ“เธอแค่ยังไม่มั่นใจในตัวเองเท่านั้นเอง”

            ‘เธอแค่ขาดความมั่นใจ…และประสบการณ์’โนวาคิดในใจ‘แถมยังมีบางครั้งที่เธอมีสมาธิกับการต่อสู้มาก…จนฉันเองก็แทบจะสู้ไม่ได้เลย…’

    ยูนะกล่าวเสริม  “มาฝึกกับเราเถอะเรน่าเธอต้องเชื่อมั่นในตัวเองให้มากกว่านี้ เธอน่ะเก่งจะตายไป เชื่อฉันสิ”

    “อืม…” เรน่าพยักหน้ารับเบาๆ ‘งั้นฉัน…จะพยายาม’

     

            การฝึกฝนดำเนินต่อไปอย่างหนักหน่วงพวกเขาผลัดกันฝึกซ้อมกัน ทั้งการฝึกดาบ ฝึกหอก ฝึกควบคุมพลัง และทักษะการต่อสู้ต่างๆ

            “อึก!” โนวาทรุดลงกับพื้นหอบหายใจหลังจากที่พลาดท่าโดน ยูนะโจมตีเข้าไปเต็มๆ “โนวาน นายดูแปลก ๆไปนะช่วงนี้” ยูนะกล่าวขณะเดินเข้ามาหาโนวาที่ทรุดตัวอยู่บนพื้น

            “ใช่” เรน่าพยักหน้าเห็นด้วย“นายดูใจร้อนแปลก ๆ ในการต่อสู้ ใจร้อนมากจนเสียจังหวะดีๆ ไปหลายครั้งเลย”

            “ฉัน?” โนวาขมวดคิ้ว ‘พวกเธอพูดถูก...แต่ว่า...ฉันก็ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไรนี่ฉันเป็นอะไรไปเนี่ย...’

            “ฉัน…คงแค่กดดันเรื่องการทดสอบเท่านั้นแหละ”โนวาพูดปัด “เอาล่ะ มาฝึกกันต่อ” เขาพยายามรวบรวมสมาธิ ‘ต้องควบคุมอารมณ์ให้ได้’

             

    โนวาฝึกฝนต่อไป ‘ฉันต้องใช้พลังการฟื้นฟูตนเองขั้นต้นให้คุ้มค่า’

    “ระบบแสดงข้อมูลเกี่ยวกับความสามารถการฟื้นฟูตนเองขั้นต้นขึ้นมาให้ฉันดูหน่อย”

    “ติ๊ง!” หน้าต่างโปร่งแสงปรากฏขึ้น

    “การฟื้นฟูตนเองขั้นต้น: ผลลัพธ์ –ฟื้นฟูพลังงาน 25% เพิ่มความเร็วในการฟื้นฟูบาดแผล 25%”

            โนวาเริ่มฝึกฝนอย่างหนักหน่วงขึ้นเขาวิ่ง ยกน้ำหนัก เหวี่ยงดาบ และต่อสู้กับยูนะและเรน่าทุกครั้งที่เขามีเวลาว่าง

            หลังจากที่แลกความสามารถการฟื้นฟูตนเองขั้นต้น มา โนวาก็เริ่มรู้สึกได้ถึงความเปลี่ยนแปลงแม้จะเพียงเล็กน้อย แต่ก็รู้สึกได้ ‘ฉันหายเหนื่อยไวขึ้น จากที่ต้องพัก 30 นาที… ตอนนี้เหลือแค่ 20 นาที’

            "อืมดีขึ้นเยอะเลย" โนวาคิด ‘บาดแผลเองก็ฟื้นตัวไวขึ้น อาการฟกช้ำ ปวดเมื่อย…จากที่ต้องใช้เวลา 3 วัน ตอนนี้แค่ 2 วันก็หายแล้ว’

             

            แต่ทว่าหลังจากฝึกต่อสู้ไปได้ไม่นานโนวาก็พลาดท่าอีกครั้งนึง ‘บ้าเอ๊ย ทำไมช่วงหลังมานี้ ฉันรู้สึกแปลกๆเวลามาฝึกกับทุกคน’ โนวาขมวดคิ้ว ‘ระหว่างการต่อสู้ ยิ่งต่อสู้มากเท่าไหร่ฉันก็ยิ่งใจร้อนแล้วโกรธง่ายจนผิดปกติ’

    “โนวาน!” ยูนะตะโกนเรียกหลังจากที่โนวาพลาดท่าให้กับเธอ “นายเป็นอะไรไป!? ทำไมถึงไม่หลบ?!”

    “ฉัน?” โนวาขมวดคิ้ว‘บัดซบ ทำไมฉันถึงรู้สึกหงุดหงิดแบบนี้นะ?’

    ทันใดนั้นโนวาก็นึกขึ้นได้ถึงคำพูดของลูเซียน่าที่เคยบอกเขาเอาไว้

    ‘ใช่แล้ว! นักจิตบำบัด!’

     

            แสงแดดยามบ่ายสาดส่องลงมาบนลานฝึกของสมาคมนักรบสร้างบรรยากาศที่ร้อนระอุ เสียงโลหะกระทบกันดัง “ฉิ้ง ฉัวะ” คละคลุ้งไปทั่วบริเวณ

            โซเฟียในชุดฝึกสีขาวยืนอยู่กลางลานฝึก เหงื่อไหลอาบร่างกายของเธอ เธอสูดหายใจเข้าลึกๆ “เอาล่ะ ซิล! มาลองอีกครั้ง” เธอพูดกับหมาป่าสีเทาขนฟูฟ่องที่ยืนอยู่ข้างๆมันคือกลูมฮาวด์คู่หูของเธอ ที่รับมาเลี้ยงเมื่อไม่นานมานี้

             

            โซเฟียกำลังฝึกซ้อมอย่างหนักหน่วงกับอเล็กซ์เธอเหวี่ยงขวานเล่มใหม่ในมือ ‘ขวานศักดิ์สิทธิ์ อาร์กติก วินด์” ที่เธอสั่งให้ตีขึ้นมาใหม่มันหนักหน่วงและทรงพลัง’

            ‘ฉันต้องแข็งแกร่งกว่านี้ต้องไปให้ถึงขั้นที่ 4… เพื่อทำหน้าที่แทนอเล็กซ์’เธอคิดในใจ สายตาของเธอเหลือบมองไปยังแขนซ้ายที่ว่างเปล่า ‘แขนข้างที่ฉันเสียไป…’

            “ไม่เลว โซเฟียแต่…เธอยังคงลังเล” เสียงของอเล็กซ์ดังขึ้นขณะที่เขากำลังเดินเข้ามาหาโซเฟีย“เธอต้องไว้วางใจในสัตว์เลี้ยงคู่หูของเธอให้มากกว่านี้...ไว้วางใจในซิลให้เขามาช่วยเติมเต็มในสิ่งที่เธอขาดไป”

    อเล็กซ์ยิ้มให้เธออย่างอบอุ่น“การสูญเสียแขนข้างหนึ่ง…มันไม่ใช่จุดจบของเส้นทางนักรบหรอกนะ”

    โซเฟียพยักหน้ารับ “ฉันจะพยายาม”

     

    “เอาล่ะ มาต่อกันเลย!” อเล็กซ์พูดดวงตาสีเขียวมรกตของเขาฉายแววจริงจัง เขายกดาบไม้ขึ้น เตรียมพร้อม

    “เอาเลย! ซิล!” โซเฟียตะโกนเธอยกขวานเล่มใหม่ขึ้น เตรียมพร้อมรับมือกับการโจมตีของอเล็กซ์

            อเล็กซ์พุ่งเข้าหาโซเฟียอย่างรวดเร็วดาบไม้ในมือของเขา ฟาดฟันเข้าใส่โซเฟียอย่างรวดเร็วและรุนแรง โซเฟียใช้ขวานเล่มใหม่ของเธอรับการโจมตี"ฉัวะ! ฉึก! ตูม!" เสียงอาวุธกระทบกันดังก้องไปทั่วลานฝึก

    โซเฟียพยายามตั้งรับการโจมตีของอเล็กซ์อย่างสุดกำลัง‘เขาเร็วมาก…เขาแข็งแกร่งมาก...’

            “ซิล!” โซเฟียตะโกนเรียกคู่หูของเธอ“โจมตี!” ซิลกระโจนเข้าใส่ร่างกายสีขาวของมันพุ่งผ่านอากาศอย่างรวดเร็วคมเขี้ยวของมันเตรียมจะกัดเข้าที่ขาของอเล็กซ์

            อเล็กซ์เบี่ยงตัวหลบการโจมตีของซิลได้อย่างง่ายดาย‘เร็ว…แต่การเคลื่อนไหวของมันยังไม่เฉียบคมพอ’ เขาหลบการโจมตีไปทางซ้าย

            “พวกเธอทำได้ดี”อเล็กซ์กล่าวขณะที่เขายืนห่างจากโซเฟีย “แต่โซเฟีย…เธอยังคงลังเล” ‘เธอพึ่งพาซิลได้น้อยกว่าที่ฉันคิด เธอยังคงไม่มั่นใจในพวกพ้องของเธอมากพอ…ต้องหาทางช่วยเธอให้ก้าวข้ามมันไปให้ได้’

             

            ขณะเดียวกันกับที่โซเฟียกำลังฝึกฝนกับอเล็กซ์อย่างยากลำบากในฝั่งของเอเม็ธรองหัวหน้าสมาคมนักวิจัย ก็มีสภาพไม่ต่างกัน “แฮ่ก ๆ ๆ” เอเม็ธหอบหายใจขณะที่เขากำลังวิ่งไปรอบๆ ลานฝึกของสมาคมนักวิจัย

            ‘เหนื่อย…ขา…’ ลานฝึกนั้นเต็มไปด้วยกับดักและอุปสรรคมากมายทั้งหลุมพราง ท่อนซุงหมุน ลูกตุ้มหนาม และแม้แต่… “ประกายวาบ!”เสียงของลูเซียน่าดังขึ้นจากด้านหลังของเอเม็ธ

            “บึ้ม!”หมัดของลูเซียน่าพุ่งเข้าใส่เอเม็ธจากด้านข้าง เอเม็ธเบี่ยงตัวหลบ ‘อันตราย…’เขารู้สึกถึงความอันตรายของหมัดที่ลูเซียน่ากำลังจะต่อยใส่เขา‘แถมยังมีการโจมตจากคุณลูเซียน่าอีก ไม่มีเวลาให้ได้พักเลย!’

            เขามองไปที่ขา‘ขาของฉัน…มันยังคงเจ็บอยู่’ เขาคิด ‘ฉันต้องรีบฟื้นฟูร่างกาย…และฝึกฝนให้หนักขึ้นกว่านี้… เพื่อที่จะทะลวงไปถึงขั้นที่ 4’

            “เอเม็ธ!อย่ามัวแต่วิ่งอืดอาดแบบนั้น! เร็วกว่านี้สิ! นายต้องขยับร่างกาย สังเกตสิ่งรอบตัวและใช้ความคิดให้มากกว่านี้” ลูเซียน่าตะโกน “นายต้องกระตือรือร้นมากกว่านี้อีก!ฉันจะไปกับกองกำลังสำรวจ นายต้องมาดูแลสมาคมนักวิจัยแทนฉัน!”

    “ผม…ผมกำลังพยายามอยู่” เอเม็ธหอบหายใจ‘ต้องรับตำแหน่งต่อจากคุณลูเซียน่า…ต้องทำให้ได้’

     

            หลังจากที่โนวาฝึกต่อสู้กับยูนะและเรน่า เสร็จ เขาเดินกลับมายังห้องพักของเขาในตึกสมาคมนักวิจัยแสงแดดยามเย็นส่องผ่านหน้าต่างเข้ามา สร้างบรรยากาศอบอุ่นภายในห้อง

            ทิ้งตัวลงบนเก้าอี้ตัวโปรดข้างหน้าต่างมองดูท้องฟ้าสีทองอร่ามที่กำลังจะลับขอบฟ้า ‘วันนี้ฉันทำอะไรผิดพลาดไปบ้างนะ?’โนวานึกถึงการฝึกซ้อมเมื่อช่วงบ่าย‘ยูนะกับเรน่าบอกว่าฉันใจร้อนเกินไป’

             

            “คุณลูเซียน่าเคยบอกฉันเอาไว้ว่า…ถ้าฉันเจอปัญหาเรื่องอารมณ์ให้ลองไปปรึกษานักจิตบำบัด” เขาพึมพำกับตัวเอง ‘นักจิตบำบัดพวกเขามีบทบาทที่สำคัญมากในเมืองนิวโฮป’

            โนวาครุ่นคิด‘พวกเขาต้องคอยรักษาและบำบัดอาการของผู้คนที่ถูกอารมณ์ครอบงำและรักษาสภาพจิตใจของผู้คนในเมือง โดยเฉพาะใน The Cube ที่อารมณ์นั้น…ส่งผลกระทบต่อโลกความเป็นจริงการรักษาทางจิตใจเลยสำคัญมาก…’

            ‘เงื่อนไขในการเป็นนักจิตบำบัด…มันค่อนข้างเข้มงวดเลยทีเดียว’โนวานึกถึงข้อมูลที่เขาเคยอ่านเจอ‘พวกเขาต้องผ่านหลักสูตรการอบรมที่เข้มงวดและยากลำบากพวกเขาต้องใช้เส้นทางประกายแสงขั้นที่ 3 ได้เพื่อวินิจฉัยอาการ… หรือ…ใช้เส้นทางรุ่งอรุณขั้นที่ 3 ได้เพื่อรักษาและบำบัด’

    ‘และที่สำคัญที่สุด พวกเขาต้องเป็นกลางถูกห้ามไม่ให้เข้าร่วมสมาคมใดๆ’

    ‘ฉันควรจะไปลองดูหน่อยแล้ว’ โนวาตัดสินใจ

     

            เช้าวันต่อมาโนวาตื่นขึ้นมาในห้องพักของเขา เขาแต่งตัวด้วยชุดลำลองสบายๆและเดินออกจากห้องพักไป ‘ฉันควรจะไปถามที่แผนกต้อนรับของสมาคมนักรบก่อน’

            “ขอโทษนะครับ”โนวาเอ่ยทักทายเจ้าหน้าที่หญิงของสมาคมนักวิจัย“พอจะทราบไหมครับว่าอาคารของนักจิตบำบัดอยู่ที่ไหน?”

    “อาคารของนักจิตบำบัดงั้นหรอ ตามทางนี้เลย”เจ้าหน้าที่หญิงหยิบแผนที่เมืองขึ้นมา และชี้นิ้วลงไปบนแผนที่“อาคารของนักจิตบำบัดจะอยู่ถัดจากปราสาทกลางเมืองไปทางขวา เดินตรงไปเรื่อยๆก็จะเจอเอง”

    “ขอบคุณครับ” โนวาพยักหน้าขอบคุณเขามุ่งหน้าไปตามทางที่เจ้าหน้าที่หญิงบอก

     

            โนวาเดินผ่านร้านค้ามากมายผ่านผู้คนมากมายที่เดินขวักไขว่ไปมาบนท้องถนน ‘ใกล้ถึงแล้วสินะ…’ เขามองเห็นอาคารสีขาวสะอาดทรงสูง‘นั่นไง อาคารหลังคาสีขาว อาคารของนักจิตบำบัด’

            ‘อาคารดูสะอาดตาและเงียบสงบ…’เขาสังเกตเห็นว่าหน้าต่างของอาคารส่วนใหญ่เปิดออก รับลม ‘อากาศคงจะถ่ายเทได้ดี’

            โนวาก้าวเท้าเข้าไปในอาคารกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของสมุนไพรลอยมาแตะจมูก ‘หอม…กลิ่นอะไรน่ะ?หอมดีแฮะ’ โนวาคิด ‘มันช่วยให้ฉันรู้สึกดี สมองปลอดโปร่ง…’

    “ฉันมาถูกที่แล้วสินะ” โนวากล่าวกับตัวเอง เขาเดินไปที่เคาน์เตอร์

     

    “สวัสดีครับ ผม…อยากจะพบนายจิตบำบัด”โนวากล่าวกับเจ้าหน้าที่ชายที่นั่งอยู่หลังเคาน์เตอร์

            “ยินดีต้อนรับครับเชิญทางนี้เลยครับ” เจ้าหน้าที่ชายเงยหน้าขึ้นมอง“คุณต้องการพบนักจิตบำบัดใช่ไหมครับ? ไม่ต้องกลัวนะครับข้อมูลของคุณจะถูกเก็บเป็นความลับ พวกเรามีหน้าที่รักษาและช่วยเหลือทุกคน”

    “ขอบคุณครับ” โนวาพยักหน้ารับ

    “เชิญทางนี้เลยครับ ไปที่ห้องหมายเลข 6 เพื่อตรวจสอบอาการเบื้องต้น จากนั้น…ก็ไปที่ห้องหมายเลข 7”

            โนวามองไปรอบๆ‘คนเยอะเหมือนกันแฮะ’ เขาคิด ‘สงสัยจะมีคน…ที่มีปัญหาทางด้านอารมณ์เยอะเหมือนกัน’แล้วโนวาก็เดินไปยังห้องหมายเลข 6 ตามที่เจ้าหน้าที่บอก

     

            โนวาเดินตามป้ายบอกทางภายในอาคารของนักจิตบำบัดไปเรื่อยๆ‘ทางเดิน...’ เขามองไปรอบๆ‘พวกเขาตกแต่งด้วยดอกไม้สีขาวเยอะมากเลยแฮะ’ มันคือดอกลิลลี่ออฟเดอะวัลเลย์ดอกไม้สีขาวบริสุทธิ์ขนาดเล็ก ที่ส่งกลิ่นหอมละมุน ‘มันทำให้รู้สึกสงบ’โนวาสูดกลิ่นหอมอ่อนๆ

            ในที่สุดเขาก็มาถึงห้องหมายเลข 6 ภายในห้องนั้นเรียบง่าย มีเพียงโต๊ะเก้าอี้ และเตียงสำหรับตรวจอาการ นักจิตบำบัดชายในชุดคลุมสีขาวสะอาดยิ้มทักทายโนวา “สวัสดีครับ คุณโนวาน เชิญนั่งก่อนนะครับ”

             

            โนวานั่งลงบนเก้าอี้ตรงข้ามกับนักจิตบำบัดชายคนนั้นยกมือขึ้นมาแตะที่หน้าผากของโนวาเบาๆ “สัมผัสเรืองรอง” เขากล่าวพลังงานสีส้มของเส้นทางประกายแสงขั้นที่ 3 ไหลเวียนเข้าสู่ร่างกายของโนวา

            “อืม…”โนวาขมวดคิ้วเล็กน้อย ‘พลังงานสีส้ม...เขากำลังใช้พลังของเขาตรวจสอบออร่าและความรุนแรงของพลังงานในตัวฉัน’

            “โอเคครับเรียบร้อย” ชายคนนั้นหยุดใช้พลัง เขาหยิบปากกาขึ้นมาเขียนข้อความบางอย่างลงในกระดาษ และส่งให้โนวา “นำกระดาษไปที่ห้องหมายเลข7 ได้เลยครับ” เขายิ้มให้โนวา

            “ขอบคุณครับ” โนวาลุกขึ้นยืนมองไปยังประตูที่อยู่ไม่ไกล ‘ห้องหมายเลข 7’ โนวาเดินไปตามทางเดินจนในที่สุดก็มาถึงห้องหมายเลข 7

             

    โนวายกมือขึ้น หมุนลูกบิดประตู “แกร๊ก” และผลักประตูเข้าไป

            “สวัสดีครับ”โนวาทักทาย เขามองไปรอบๆ ห้อง ‘ห้องนี้ดูอบอุ่นและเงียบสงบ’ โนวาคิดในใจเขาสัมผัสได้ถึงกลิ่นหอมอ่อนๆ ของสมุนไพรลอยอยู่ในอากาศ‘กลิ่น…มันช่วยให้ฉันรู้สึกดีขึ้น’

    “เชิญนั่งก่อนสิครับ” เสียงทุ้มนุ่มดังขึ้นจากด้านในห้อง

            โนวาหันไปมองเห็นชายหนุ่มในชุดคลุมสีขาวสะอาด นั่งอยู่บนเก้าอี้ เขามีดวงตาสีเทาอมฟ้าผมสีน้ำตาลเข้ม ใบหน้าอ่อนโยน ดูใจดี ‘คงจะเป็นนักจิตบำบัด’ โนวาคิดในใจ

            “ฉันชื่อ ฟินเนลยินดีที่ได้รู้จักนะครับ คุณโนวาน” เขาแนะนำตัว “เอาล่ะ คุณโนวาน” ฟินเนลยิ้ม“เล่าให้ฉันฟังหน่อยสิว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอบ้าง?” เขาเว้นวรรคเล็กน้อย“ฉันจะรับฟัง”

    โนวานั่งลงบนเก้าอี้ตรงข้ามกับฟินเนล‘เขาดูใจดี’ โนวาคิดในใจ ‘แววตาของเขาดูอบอุ่น’

     

            โนวาตัดสินใจเล่าเรื่องราวทั้งหมดของเขาให้ฟินเนลฟังตั้งแต่ที่เขาถูกอัญเชิญมายัง The Cube การเอาชีวิตรอดจากอารากอสการสูญเสียลีโอ เพื่อนคนสำคัญของเขา และการต่อสู้ที่ผ่านมาต่างๆรวมถึงเรื่องราวของในโลกของเขาด้วยเช่นเดียวกัน

    ‘ฟินเนล เขารับฟังอย่างตั้งใจ’ โนวาคิดเขาสังเกตเห็นฟินเนลพยักหน้ารับเป็นระยะๆ ‘เขาไม่พูดแทรก’

    “ตอนนั้นตอนที่ลีโอตาย เธอรู้สึกอย่างไร?”ฟินเนลถาม น้ำเสียงของเขาอ่อนโยน

    “โกรธ หงุดหงิด เสียดาย” โนวาตอบ “ผิดหวังผิดหวังในตัวเอง ที่ช่วยเขาไม่ได้”

    “ความรู้สึกเหล่านั้น มันรุนแรงแค่ไหน?” ฟินเนลถาม

    “ผมเองก็บอกไม่ถูก มัน” โนวาพยายามอธิบาย“ความหงุดหงิด มันรุนแรงมาก ส่วนความผิดหวังมันสั่งสมมาเรื่อยๆ”

    “แล้วเธอพยายามควบคุมมันรึเปล่า?” ฟินเนลถามต่อ

    “ผมพยายาม” โนวาตอบ “แต่ยิ่งผมพยายามกดมันเอาไว้มันก็ยิ่งปริแตก ใกล้จะระเบิด”

    “แล้วตอนนี้ล่ะ? ตอนนี้เธอรู้สึกอย่างไร?”ฟินเนลถาม

    “ผมเองก็บอกไม่ถูก มัน” โนวาเว้นวรรคเล็กน้อย“มันหงุดหงิดง่าย โกรธง่าย เหมือนอารมณ์มันดิ่งลงไปเรื่อยๆ”

             

            ฟินเนลพยักหน้ารับ”เข้าใจแล้ว...ในกรณีของเธอที่เคยเกือบถูกอารมณ์ความโกรธความหงุดหงิดเข้าครอบงำนั้น ค่อนข้างน่าเป็นห่วง”

            “ในตอนแรกอาการบอบช้ำทางจิตใจอาจจะยังไม่รุนแรงเท่าไรนักแต่เมื่อเธอพบเจอกับการสูญเสีย การเครียด ความกดดันในเรื่องต่างๆมันเหมือนเป็นการตอกย้ำอาการบอบช้ำนั้นให้แย่ลงไปอีกและนั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้เธอรู้สึกถึงความหงุดหงิดและความโกรธง่ายขึ้นกว่าเดิมมาก“

            “คราวนี้มาพูดในส่วนของการบำบัดกัน...ในการบำบัดอารมณ์ จิตใจ และความรู้สึกนั้นเป็นสิ่งที่ไม่สามารถรักษาด้วยพลังอารมณ์ให้หายขาดได้ ทำได้แค่บรรเทาอาการเท่านั้นอาการบอบช้ำทางจิตใจนั้น ไม่ใช่บาดแผลทางกายภาพมันคือบาดแผลและอาการบอบช้ำจากภายในจิตใจ การที่เราจะเยียวยา บำบัดหรือรักษาให้หายขาดได้นั้น ต้องใช้ระยะเวลาที่ต่อเนื่องยาวนาน และที่สำคัญมันขึ้นอยู่กับตัวผู้เข้ารับการบำบัดเองซะเป็นส่วนใหญ่“

             

            “เอาล่ะ คุณโนวาน”ฟินเนลพูด “ฉันแนะนำให้เธอ ฝึกทำสมาธิเป็นประจำทุกวันมันจะช่วยให้เธอสงบและควบคุมอารมณ์ได้ดีขึ้น รวมถึงการทำความเข้าใจอารมณ์ของตัวเองมันก็สำคัญเช่นกันไม่ว่าเธอจะมีอารมณ์แบบไหน ไม่ว่าจะเป็นด้านบวก หรือด้านลบ มันต่างก็มีหน้าที่และสาเหตุของมัน”

            “การทำความเข้าใจอารมณ์ของตัวเองไม่ใช่การปฏิเสธหรือการพยายามกำจัดอารมณ์นั้นๆ ออกไปมันไม่ใช่การปิดกั้นอารมณ์เอาไว้ แต่มันคือการเข้าใจ และยอมรับมัน”

            “ทุกอารมณ์มันมีทั้งข้อดีและข้อเสีย” ฟินเนลเน้นย้ำ “การทำความเข้าใจอารมณ์ของตัวเองนั้นจึงสำคัญมาก...หลังจากนี้ฉันจะบรรเทาอาการของเธอก่อน“

            ฟินเนลยกมือขึ้นมาวางลงบนหน้าผากของโนวาเบา ๆ “สัมผัสเยียวยา!” เขาพูด พลังงานสีทองอบอุ่นไหลเวียนเข้าสู่ร่างกายของโนวา‘สบาย อบอุ่น’ มันช่วยเยียวยาบาดแผลในจิตใจ ฟื้นฟูพลังชีวิตและสร้างความสมดุลให้กับอารมณ์

            “หลังจากนี้ฉันอยากให้เธอทำสมาธิเพื่อทำความเข้าใจและฝึกควบคุมอารมณ์ในทุกๆวัน และมาพบฉันอาทิตย์ละ 1 ครั้ง เพื่อตรวจดูอาการจนกว่าสภาพอารมณ์และจิตใจของเธอจะกลับมาเป็นปกติ...”

    บทที่ 29 “ความบอบช้ำภายในจิตใจ”

     

    ค่าความชอบปัจจุบัน: 15

    ค่าความชอบ: 60

    *หมายเหตุ: ค่าความชอบ คือค่าที่ส่งผลต่อการดำเนินเรื่องการตัดสินใจของผู้ดำเนินเรื่องราว

    ค่าความชอบจะถูกคำนวณผ่านการมีส่วนร่วมของนักอ่านทั้งการแสดงความคิดเห็น การกดหัวใจ การให้กำลังใจ และอื่นๆทุกการมีส่วนร่วมจะถูกนำมาคำนวณและมอบให้กับผู้ดำเนินเรื่องราว ค่าความชอบจะถูกคำนวณในเวลา12:00 น. ของวันถัด และ 1 บท จะถูกคำนวณได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น

     

    คล้ายกับเรื่อง[ Untitled Story ] ที่คุณอ่าน