ร่างของทหารยามมนุษย์กบห้าตนนอนกองสลบหมดสติอยู่ที่พื้นด้านข้างซึ่งคลับซ์เผลอเดินไปเหยียบหัวหนึ่งในนั้นเข้าเลยส่งเสียงตกใจโวยวายตามนิสัยกระต่ายตื่นตูมของเขา
“เฮ้...ทางนี้...”
เสียงกระซิบของนายพลที่แอบดูลู่ทางอยู่หลังต้นไม้ใหญ่ด้านหน้าเรียกให้กลุ่มลีออนเข้าไปหา แต่เมื่อดูจากสีหน้านายพลแล้วคงไม่ค่อยพอใจพฤติกรรมของคลั้บซ์เมื่อสักครู่สักเท่าไหร่
“ถ้ำบนสุดบนเนินนั้นคือที่พักขององค์ราชา ด้านในมีทหารรักษาการอยู่...เจ้ามีแผนยังไง”
นายพลไม่รอช้ารีบเข้าเรื่องเพื่อดำเนินการทุกอย่างให้เร็วที่สุด
“อืมมม...ขอให้ทุกคนไปช่วยเหลือแฟรี่ทั้งหมดออกไปให้ได้อย่างปลอดภัย ตอนนี้หน่วยสอดแนมน่าจะกำลังเข้าไปรายงานแล้ว...เมื่อถึงตอนนั้นทหารบางส่วนจะถูกกระจายกำลังไปตามส่วนต่างๆ...ถึงตอนนั้นผมจะหาทางเข้าไปเกลี้ยกล่อมองค์ราชาดูก่อนเป็นการถ่วงเวลาทหารบางส่วนไปในตัว หากองค์ราชาไม่ยินยอม...ผมจะหาทางหนีออกมาเอง...ตอนนี้สิ่งสำคัญอันดับแรกที่อยากให้นึกถึงคือความปลอดภัยของทุกคน”
ลีออนเสนอแผนการที่ดูจะไม่ค่อยสมเหตุสมผล แต่เขาเชื่อมั่นในพลังลึกลับบางอย่างที่ช่วยให้เขารอดพ้นจากอันตรายมาได้ทุกครั้ง เหตุการณ์ในครั้งนี้คงไม่ได้เกิดขึ้นเพียงเพื่อพาเขามาตายง่ายๆ แบบนี้อย่างแน่นอน
“ไมได้นะลีออน...มันอันตรายเกินไป!!”
เอสต้าไม่เห็นด้วยอย่างแน่นอนกับแผนการที่เหมือนลีออนพาตัวเองเข้าไปตายโง่ๆ แบบนั้น
“ไม่ต้องห่วงหรอก...ผมตายยากอยู่แล้ว...จริงไหม?”
ลีออนยิ้มตอบให้เอสต้าอย่างมั่นใจ ชวนให้นึกถึงหลายเหตุการณ์ในช่วงเวลาที่ผ่านมา
“แต่ว่า...”
เอสต้ากำลังจะโต้แย้งในความคิดบ้าบิ่นแบบนี้แต่ลีออนก็ยกมือขึ้นขัดซะก่อน
“ขอโทษนะเอสต้า...แต่พวกเราไม่มีเวลาแล้ว...ต้องรีบช่วยทุกคนให้ได้มากที่สุดก่อนที่หน่วยสอดแนมจะไปแจ้งข่าวถึงองค์ราชา ไม่งั้นทุกอย่างจะยิ่งยากลำบากมากขึ้นและอันตรายยิ่งกว่าเดิม”
ลีออนอธิบายให้เอสต้าเข้าใจก่อนจะรีบปลีกตัวออกไปทันที โดยไม่มีสัญญาณให้เริ่มภารกิจแต่อย่างใด
“งั้นพวกเราก็ไปกัน...แยกกันไปกลุ่มละสามคน ทำทุกอย่างให้เงียบที่สุด...นี่เธอ...!!”
นายพลธาร์ชูร์ออกคำสั่งไม่ทันจบเอสต้าก็ตัดสินใจวิ่งตามลีออนไปซะอย่างนั้น
“ช่างเถอะ...แล้วเจ้าล่ะเอายังไง?”
นายพลธาร์ชูร์ถามคลั้บซ์ที่ยืนงงไม่ได้ตามลีออนกับเอสต้าไป
“ข้า...สัญญากับลีออนไว้แล้ว...ว่าจะไปช่วยเผ่าแฟรี่...มันเป็นหน้าที่น่ะ...ข้าไป...กับพวกท่าน”
คลั้บซ์พูดจาติดๆ ขัดๆ แต่ใครฟังดูก็คงรู้ว่าเขาเลือกงานที่อันตรายน้อยกว่า
“งั้นดี...นายอยู่ตรงนี้เป็นจุดนัดพบที่หนึ่งเพื่อคอยปกป้องเหล่าแฟรี่ที่อาจมีพวกทหารตามมา...ส่วนคนอื่นกระจายกำลังกันไป...”
“เจ้าก็อบลิน...แจ้งให้พวกแฟรี่รู้ด้วยว่าจุดนัดพบที่สองคือด้านนอกดันเจี้ยน หาที่ปลอดภัยหลบไว้จนกว่าพวกมนุษย์ที่ปราสาทจะตามมาช่วย”
นายพลธาร์ชูร์ออกคำสั่งตามความเหมาะสมเมื่อเห็นว่าคลั้บซ์ดูมีทีท่าไม่ค่อยมั่นใจในการทำภารกิจ เขาจึงเลือกหน้าที่ที่คิดว่าคลั้บซ์คงพอจะมีประโยชน์บ้าง หรือย่างน้อยก็ไม่เข้าไปเป็นภาระให้พวกเขาก็พอ
“ได้เลย...เชื่อมือข้าได้...งานนี้...สบายมาก”
คลั้บซ์โล่งใจทันทีเมื่อรู้ว่างานของเขามีความเสี่ยงน้อยกว่าคนอื่นเยอะเลย
แต่ในใจของเขากำลังยิ้มกริ่มดีใจอย่างเจ้าเล่ห์
“รอดตายแว้ววววว…”
“ไปได้!!!”
สิ้นเสียงของนายพล ทหารทุกคนก็แยกย้ายไปตามหน้าที่ของตัวเอง ซึ่งแบ่งออกเป็นหกกลุ่ม โดยแต่ละกลุ่มมีทหารกบสามนาย ส่วนนายพลธาร์ชูร์แยกออกไปต่างหากเพียงลำพัง เพื่อช่วยกันกระจายกำลังไปปลดปล่อยเหล่าแฟรี่ให้เป็นอิสระให้ได้มากและเร็วที่สุด เหลือทิ้งไว้แต่เพียงก็อบลินที่ยืนมองทุกคนออกไปจนลับสายตา
“งั้นเริ่มจากเคลียร์พื้นที่ก่อนละกันนะ...”
คลั้บซ์ยักไหล่พรางมองด้วยรอยยิ้มอย่างมีความสุขไปทางร่างของทหารยามเผ่ามนุษย์กบทั้งห้าที่นอนหมดสติอยู่ งานเก็บกวาดอาจเป็นสิ่งที่เขาถนัด โดยเฉพาะเก็บพวกอาวุธของเหล่าทหารยามที่กระจายเกลื่อนกลาดตามพื้นอยู่
ลีออนรอจังหวะที่เหมาะสมค่อยๆ หลบเหล่าทหารยามเข้าไปเรื่อยๆ จนถึงหน้าถ้ำ ซึ่งถ้าดูจากจุดที่ลีออนอยู่ ตัวถ้ำไม่ได้สูงอะไรมากมายก็คงแค่ประมาณเหมือนกับบ้านหนึ่งชั้นทั่วไปหรือประมาณสี่เมตร แต่ก็คงกว้างใหญ่สำหรับเหล่าแฟรี่
ด้านหน้ามีทหารยามมนุษย์กบสวมชุดเกราะในมือถือหอกประจำการเฝ้าที่ทางเข้าอยู่ทั้งหมดสี่นาย ทางด้านนอกห่างออกไปไม่ไกลมีทหารยามเดินลาดตระเวนอยู่ทั่วไปหมด
ลีออนจึงมองไปรอบๆ เพื่อหาวิธีที่จะเข้าไปด้านในให้ถึงตัวองค์ราชาให้ได้
ปี๊บบบบ...!!!
ดวงตาของลีออนตรวจจับบางสิ่งได้ที่อยู่เหนือถ้ำขึ้นไป เขาจึงตัดสินใจลองหาทางอ้อมเพื่อขึ้นไปด้านบน เผื่อว่าดวงตาวิเศษต้องการบอกอะไรบางอย่างกับเขา
...
......
ตัดไปทางฝั่งของนายพลธาร์ชูร์
แคร็งค์...แคร็งค์...
“ไปหาก็อบลินที่ทางเข้า ระวังตัวด้วย”
ทางฝ่ายของนายพลทาร์ชูร์กำลังลอบเข้าไปปล่อยเหล่าเชลยแฟรี่ที่ถูกขังอยู่ในห้องขังรูปทรงคล้ายกรงนกมีหมุดปักยึดติดพื้น
แต่ไม่ทันไรหัวหน้ายามก็ทันมาเห็นนายพลทาร์ชูร์กำลังแอบปล่อยเหล่าเชลยแฟรี่เข้าพอดี
“หยุดนะ...ท่าน...นายพล...ท่านทำอะไรน่ะ...คิดจะกบฏเหรอ”
หัวหน้ายามยกหอกชี้ไปด้านหน้าตามสัญชาตญาณ
“ข้าแค่กำลังทำสิ่งที่ถูกต้อง”
นายพลหันไปง้างธนูเตรียมเผชิญหน้ากับหัวหน้ายาม
“ข้ารอเวลานี้มานานแล้ว...เร็วเข้าเถอะ...นี่กุญแจ...หยุดเรื่องบ้าๆ นี่กันได้สักที”
ดูเหมือนว่าหัวหน้ายามคนนี้ก็ไม่ได้เห็นด้วยกับสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่ในสถานการณ์ตอนนี้เช่นกัน
กลายเป็นว่าในตอนนี้มีทั้งฝ่ายทหารกบที่เมื่อเหตุการณ์แล้วก็ตัดสินใจเข้าช่วยเหลือปลดปล่อยเหล่าแฟรี่ทันทีราวกับรอใครสักคนเป็นผู้นำมานานแล้ว
ในขณะที่บางส่วนก็เข้าขัดขวางการช่วยเหลือ จึงทำให้เหล่าทหารกบเผ่าเดียวกันต้องสู้กันเองด้วยเหตุผลที่ยึดมั่นนั้นต่างกันออกไป
การแอบช่วยเหลือเหล่าเชลยแฟรี่ไปได้ดีมากกว่าที่คิด ทหารส่วนใหญ่ก็ไม่ได้ชอบการรุกรานผู้อื่นเช่นกัน เหล่าทหารยามเริ่มรู้ตัวว่ามีผู้บุกรุก ซึ่งส่วนใหญ่คือกลุ่มที่เห็นด้วยกับนายพลธาร์ชูร์ อาจจะมีบ้างที่เลือกอยู่ฝ่ายเดียวกับองค์ราชา ทำให้การช่วยเหลือเหล่าแฟรี่ในครั้งนี้เริ่มจะลำบากมากขึ้นเรื่อยๆ ตอนนี้ทุกอย่างเริ่มชุลมุนวุ่นวายไปหมด