ระบบเนตรปีศาจราชันอสูร

    ตอนที่ 34 : ปลดปล่อยเหล่าแฟรี่

    ร่างของทหารยามมนุษย์กบห้าตนนอนกองสลบหมดสติอยู่ที่พื้นด้านข้างซึ่งคลับซ์เผลอเดินไปเหยียบหัวหนึ่งในนั้นเข้าเลยส่งเสียงตกใจโวยวายตามนิสัยกระต่ายตื่นตูมของเขา


    “เฮ้...ทางนี้...”

    เสียงกระซิบของนายพลที่แอบดูลู่ทางอยู่หลังต้นไม้ใหญ่ด้านหน้าเรียกให้กลุ่มลีออนเข้าไปหา แต่เมื่อดูจากสีหน้านายพลแล้วคงไม่ค่อยพอใจพฤติกรรมของคลั้บซ์เมื่อสักครู่สักเท่าไหร่


    “ถ้ำบนสุดบนเนินนั้นคือที่พักขององค์ราชา ด้านในมีทหารรักษาการอยู่...เจ้ามีแผนยังไง”

    นายพลไม่รอช้ารีบเข้าเรื่องเพื่อดำเนินการทุกอย่างให้เร็วที่สุด


    “อืมมม...ขอให้ทุกคนไปช่วยเหลือแฟรี่ทั้งหมดออกไปให้ได้อย่างปลอดภัย ตอนนี้หน่วยสอดแนมน่าจะกำลังเข้าไปรายงานแล้ว...เมื่อถึงตอนนั้นทหารบางส่วนจะถูกกระจายกำลังไปตามส่วนต่างๆ...ถึงตอนนั้นผมจะหาทางเข้าไปเกลี้ยกล่อมองค์ราชาดูก่อนเป็นการถ่วงเวลาทหารบางส่วนไปในตัว หากองค์ราชาไม่ยินยอม...ผมจะหาทางหนีออกมาเอง...ตอนนี้สิ่งสำคัญอันดับแรกที่อยากให้นึกถึงคือความปลอดภัยของทุกคน”

    ลีออนเสนอแผนการที่ดูจะไม่ค่อยสมเหตุสมผล แต่เขาเชื่อมั่นในพลังลึกลับบางอย่างที่ช่วยให้เขารอดพ้นจากอันตรายมาได้ทุกครั้ง เหตุการณ์ในครั้งนี้คงไม่ได้เกิดขึ้นเพียงเพื่อพาเขามาตายง่ายๆ แบบนี้อย่างแน่นอน


    “ไมได้นะลีออน...มันอันตรายเกินไป!!”

    เอสต้าไม่เห็นด้วยอย่างแน่นอนกับแผนการที่เหมือนลีออนพาตัวเองเข้าไปตายโง่ๆ แบบนั้น


    “ไม่ต้องห่วงหรอก...ผมตายยากอยู่แล้ว...จริงไหม?”

    ลีออนยิ้มตอบให้เอสต้าอย่างมั่นใจ ชวนให้นึกถึงหลายเหตุการณ์ในช่วงเวลาที่ผ่านมา


    “แต่ว่า...”

    เอสต้ากำลังจะโต้แย้งในความคิดบ้าบิ่นแบบนี้แต่ลีออนก็ยกมือขึ้นขัดซะก่อน


    “ขอโทษนะเอสต้า...แต่พวกเราไม่มีเวลาแล้ว...ต้องรีบช่วยทุกคนให้ได้มากที่สุดก่อนที่หน่วยสอดแนมจะไปแจ้งข่าวถึงองค์ราชา ไม่งั้นทุกอย่างจะยิ่งยากลำบากมากขึ้นและอันตรายยิ่งกว่าเดิม”

    ลีออนอธิบายให้เอสต้าเข้าใจก่อนจะรีบปลีกตัวออกไปทันที โดยไม่มีสัญญาณให้เริ่มภารกิจแต่อย่างใด


    “งั้นพวกเราก็ไปกัน...แยกกันไปกลุ่มละสามคน ทำทุกอย่างให้เงียบที่สุด...นี่เธอ...!!”

    นายพลธาร์ชูร์ออกคำสั่งไม่ทันจบเอสต้าก็ตัดสินใจวิ่งตามลีออนไปซะอย่างนั้น


    “ช่างเถอะ...แล้วเจ้าล่ะเอายังไง?”

    นายพลธาร์ชูร์ถามคลั้บซ์ที่ยืนงงไม่ได้ตามลีออนกับเอสต้าไป


    “ข้า...สัญญากับลีออนไว้แล้ว...ว่าจะไปช่วยเผ่าแฟรี่...มันเป็นหน้าที่น่ะ...ข้าไป...กับพวกท่าน”

    คลั้บซ์พูดจาติดๆ ขัดๆ แต่ใครฟังดูก็คงรู้ว่าเขาเลือกงานที่อันตรายน้อยกว่า


    “งั้นดี...นายอยู่ตรงนี้เป็นจุดนัดพบที่หนึ่งเพื่อคอยปกป้องเหล่าแฟรี่ที่อาจมีพวกทหารตามมา...ส่วนคนอื่นกระจายกำลังกันไป...”

    “เจ้าก็อบลิน...แจ้งให้พวกแฟรี่รู้ด้วยว่าจุดนัดพบที่สองคือด้านนอกดันเจี้ยน หาที่ปลอดภัยหลบไว้จนกว่าพวกมนุษย์ที่ปราสาทจะตามมาช่วย”

    นายพลธาร์ชูร์ออกคำสั่งตามความเหมาะสมเมื่อเห็นว่าคลั้บซ์ดูมีทีท่าไม่ค่อยมั่นใจในการทำภารกิจ เขาจึงเลือกหน้าที่ที่คิดว่าคลั้บซ์คงพอจะมีประโยชน์บ้าง หรือย่างน้อยก็ไม่เข้าไปเป็นภาระให้พวกเขาก็พอ


    “ได้เลย...เชื่อมือข้าได้...งานนี้...สบายมาก”

    คลั้บซ์โล่งใจทันทีเมื่อรู้ว่างานของเขามีความเสี่ยงน้อยกว่าคนอื่นเยอะเลย


    แต่ในใจของเขากำลังยิ้มกริ่มดีใจอย่างเจ้าเล่ห์

    “รอดตายแว้ววววว…”


    “ไปได้!!!”

    สิ้นเสียงของนายพล ทหารทุกคนก็แยกย้ายไปตามหน้าที่ของตัวเอง ซึ่งแบ่งออกเป็นหกกลุ่ม โดยแต่ละกลุ่มมีทหารกบสามนาย ส่วนนายพลธาร์ชูร์แยกออกไปต่างหากเพียงลำพัง เพื่อช่วยกันกระจายกำลังไปปลดปล่อยเหล่าแฟรี่ให้เป็นอิสระให้ได้มากและเร็วที่สุด เหลือทิ้งไว้แต่เพียงก็อบลินที่ยืนมองทุกคนออกไปจนลับสายตา


    “งั้นเริ่มจากเคลียร์พื้นที่ก่อนละกันนะ...”

    คลั้บซ์ยักไหล่พรางมองด้วยรอยยิ้มอย่างมีความสุขไปทางร่างของทหารยามเผ่ามนุษย์กบทั้งห้าที่นอนหมดสติอยู่ งานเก็บกวาดอาจเป็นสิ่งที่เขาถนัด โดยเฉพาะเก็บพวกอาวุธของเหล่าทหารยามที่กระจายเกลื่อนกลาดตามพื้นอยู่


    ลีออนรอจังหวะที่เหมาะสมค่อยๆ หลบเหล่าทหารยามเข้าไปเรื่อยๆ จนถึงหน้าถ้ำ ซึ่งถ้าดูจากจุดที่ลีออนอยู่ ตัวถ้ำไม่ได้สูงอะไรมากมายก็คงแค่ประมาณเหมือนกับบ้านหนึ่งชั้นทั่วไปหรือประมาณสี่เมตร แต่ก็คงกว้างใหญ่สำหรับเหล่าแฟรี่


    ด้านหน้ามีทหารยามมนุษย์กบสวมชุดเกราะในมือถือหอกประจำการเฝ้าที่ทางเข้าอยู่ทั้งหมดสี่นาย ทางด้านนอกห่างออกไปไม่ไกลมีทหารยามเดินลาดตระเวนอยู่ทั่วไปหมด


    ลีออนจึงมองไปรอบๆ เพื่อหาวิธีที่จะเข้าไปด้านในให้ถึงตัวองค์ราชาให้ได้


    ปี๊บบบบ...!!!

    ดวงตาของลีออนตรวจจับบางสิ่งได้ที่อยู่เหนือถ้ำขึ้นไป เขาจึงตัดสินใจลองหาทางอ้อมเพื่อขึ้นไปด้านบน เผื่อว่าดวงตาวิเศษต้องการบอกอะไรบางอย่างกับเขา


    ...

    ......


    ตัดไปทางฝั่งของนายพลธาร์ชูร์


    แคร็งค์...แคร็งค์...

    “ไปหาก็อบลินที่ทางเข้า ระวังตัวด้วย”

    ทางฝ่ายของนายพลทาร์ชูร์กำลังลอบเข้าไปปล่อยเหล่าเชลยแฟรี่ที่ถูกขังอยู่ในห้องขังรูปทรงคล้ายกรงนกมีหมุดปักยึดติดพื้น


    แต่ไม่ทันไรหัวหน้ายามก็ทันมาเห็นนายพลทาร์ชูร์กำลังแอบปล่อยเหล่าเชลยแฟรี่เข้าพอดี


    “หยุดนะ...ท่าน...นายพล...ท่านทำอะไรน่ะ...คิดจะกบฏเหรอ”

    หัวหน้ายามยกหอกชี้ไปด้านหน้าตามสัญชาตญาณ


    “ข้าแค่กำลังทำสิ่งที่ถูกต้อง”

    นายพลหันไปง้างธนูเตรียมเผชิญหน้ากับหัวหน้ายาม


    “ข้ารอเวลานี้มานานแล้ว...เร็วเข้าเถอะ...นี่กุญแจ...หยุดเรื่องบ้าๆ นี่กันได้สักที”

    ดูเหมือนว่าหัวหน้ายามคนนี้ก็ไม่ได้เห็นด้วยกับสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่ในสถานการณ์ตอนนี้เช่นกัน


    กลายเป็นว่าในตอนนี้มีทั้งฝ่ายทหารกบที่เมื่อเหตุการณ์แล้วก็ตัดสินใจเข้าช่วยเหลือปลดปล่อยเหล่าแฟรี่ทันทีราวกับรอใครสักคนเป็นผู้นำมานานแล้ว


    ในขณะที่บางส่วนก็เข้าขัดขวางการช่วยเหลือ จึงทำให้เหล่าทหารกบเผ่าเดียวกันต้องสู้กันเองด้วยเหตุผลที่ยึดมั่นนั้นต่างกันออกไป


    การแอบช่วยเหลือเหล่าเชลยแฟรี่ไปได้ดีมากกว่าที่คิด ทหารส่วนใหญ่ก็ไม่ได้ชอบการรุกรานผู้อื่นเช่นกัน เหล่าทหารยามเริ่มรู้ตัวว่ามีผู้บุกรุก ซึ่งส่วนใหญ่คือกลุ่มที่เห็นด้วยกับนายพลธาร์ชูร์ อาจจะมีบ้างที่เลือกอยู่ฝ่ายเดียวกับองค์ราชา ทำให้การช่วยเหลือเหล่าแฟรี่ในครั้งนี้เริ่มจะลำบากมากขึ้นเรื่อยๆ ตอนนี้ทุกอย่างเริ่มชุลมุนวุ่นวายไปหมด

    คล้ายกับเรื่องระบบเนตรปีศาจราชันอสูร ที่คุณอ่าน