เช้าวันนัดสืบพยานและพิจารณาคดีนัดแรก ณ ศาลอาญากรุงเทพใต้ ท่ามกลางกระแสความสนใจของสื่อมวลชนและประชาชนจนล้นทะลักออกมาริมทางเดินนอกห้องพิจารณาคดี รถถ่ายทอดสดของสถานีโทรทัศน์หลายช่องจอดเรียงรายอยู่นอกเขตศาล บรรยากาศภายในห้องพิจารณาคดีที่ 302 หนาแน่นไปด้วยผู้เข้าฟังคดีความจนแทบไม่มีที่ยืน เสียงพึมพำวิพากษ์วิจารณ์ดังระงมก่อนที่ศาลจะออกนั่งบัลลังก์
ลลินเดินก้าวเข้ามาภายในห้องพิจารณาในชุดสูททับด้วยเสื้อครุยทนายความสีดำขลับ โครงหน้าหวานแต่งแต้มเครื่องสำอางบางเบา ทว่าแววตาคู่สวยกลับทอประกายความสุขุมเฉียบแหลมและนิ่งสงบผิดกับจังหวะการเต้นของหัวใจด้านในที่เต้นรัวกระหน่ำด้วยความตื่นเต้น ทนายสาวก้าวไปนั่งลงที่โต๊ะฝ่ายจำเลย จัดเรียงแฟ้มเอกสารและตรวจดูความเรียบร้อยของเครื่องมือเป็นครั้งสุดท้าย พลางเหลือบมองไปยังฝั่งตรงข้าม อัยการสมเกียรตินั่งอยู่ที่โต๊ะฝ่ายโจทก์ร่วมกับทีมผู้ช่วยพนักงานอัยการ ชายชราส่งยิ้มเย็นยะเยือกเยาะหยันส่งมาให้เธออย่างจงใจเหยียดหยาม
เสียงตะโกนประกาศแจ้งจากเจ้าหน้าที่ตำรวจศาลดังขึ้น: "ศาลออกนั่งพิจารณาแล้ว ขอความกรุณาทุกท่านยืนขึ้นทำความเคารพศาลครับ"
ทุกคนในห้องยืนขึ้นต้อนรับคณะผู้พิพากษานำโดยท่านผู้พิพากษาวัชระ ชายวัยห้าสิบเศษผู้มีใบหน้าเคร่งขรึมเที่ยงตรง ศาลอนุญาตให้ทุกคนนั่งลง จากนั้นบานประตูด้านหลังห้องควบคุมตัวจำเลยก็เปิดออก คิรันถูกควบคุมตัวเดินก้าวเข้ามาในห้องพิจารณาในชุดเสื้อผ้าผู้ต้องขังสีน้ำตาลอ่อน โซ่ตรวนที่ข้อเท้าส่งเสียงครูดไปกับพื้นปูนดังเป็นจังหวะ คิรันหยุดเดินหันมามองทางโต๊ะจำเลย แววตาของเขากับลลินประสานเชื่อมโยงสบตากันในทันที สายตาของทั้งคู่ส่งผ่านความรัก ความห่วงใย และความเชื่อมั่นศรัทธาต่อกันอย่างลึกซึ้งโดยไม่ต้องเอ่ยคำพูดใดๆ คิรันเดินเข้าปะจำที่คอกจำเลย
พนักงานอัยการโจทก์สมเกียรติลุกขึ้นยืนแถลงเปิดคดีความด้วยเสียงดังฟังชัดและทรงอำนาจ: "กราบเรียนศาลที่เคารพ คดีนี้โจทก์มีพยานหลักฐานและข้อเท็จจริงชัดเจนว่า จำเลยคือ นายคิรัน อัครเดโชชัย ได้กระทำการฆาตกรรม นายชัชชัย เลิศวิจิตรเดชา นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ชื่อดัง โดยการวางแผนล่อลวงจำนนและใช้อะโคนิทีน ซึ่งเป็นสารเคมีพิษร้ายแรงหยดใส่ในเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จนเป็นเหตุให้ผู้ตายหัวใจวายเสียชีวิตทันทีในห้องทำงาน โจทก์มีทั้งพยานวัตถุลายนิ้วมือแฝงบนแก้วเหล้า ภาพถ่ายกล้องวงจรปิดบันทึกตัวตนจำเลยก้าวเดินเข้าและออกจากที่เกิดเหตุในวันเวลาดังกล่าว และพยานบุคคลยืนยันเจตนาการล้างแค้นของจำเลยอย่างครบถ้วน โจทก์จึงขอให้ศาลลงโทษจำเลยขั้นสูงสุดนั่นคือประหารชีวิตเพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างแก่สังคมครับ"
คำแถลงของสมเกียรติกระตุ้นให้เกิดเสียงฮือฮาดังขึ้นในห้องพิจารณา ลลินนั่งหลังตรงสูดลมหายใจระงับความประหม่า เมื่อศาลอนุญาตให้พยานปากแรกของฝ่ายโจทก์เข้าให้การ ชายหนุ่มสวมเครื่องแบบตำรวจก้าวเข้ามาสาบานตนในคอกพยาน ชายคนนั้นคือ "ร้อยตำรวจเอกวิชัย" หัวหน้าชุดสืบสวนและเก็บพิสูจน์พยานหลักฐานในวันเกิดเหตุ วิชัยแถลงยืนยันลายนิ้วมือแฝงของคิรันบนขอบแก้วเหล้าของเสี่ยชัชชัยและการพบขวดบรรจุสารพิษในถังขยะห้องทำงาน
เมื่อถึงคราวซักค้าน ลลินจึงขยับตัวลุกขึ้นยืนอย่างสง่างาม ถือแฟ้มภาพถ่ายหน้าจอวงจรปิดก้าวไปหยุดอยู่ตรงหน้าพยานตำรวจปากนี้: "ผู้กองวิชัยคะ ในรายงานบันทึกสถานที่เกิดเหตุที่คุณเซ็นลงนามระบุว่า ชุดเก็บกู้หลักฐานเข้าสแกนและเก็บพยานวัตถุขวดพิษและแก้วเหล้าเวลา 22:30 น. ใช่ไหมคะ?"
"ครับ... ถูกต้องครับ" วิชัยตอบเสียงขรึมพยายามควบคุมสายตาเลิ่กลั่ก
"ถ้าเช่นนั้นช่วยอธิบายภาพกล้องวงจรปิดนี้หน่อยค่ะ" ลลินชูบอร์ดภาพถ่ายหลักฐานส่งให้ศาลและวิชัยดู: "นี่คือภาพจากกล้องวงจรปิดริมทางเดินหลังอาคารสำนักงานเสี่ยชัชชัย เวลา 22:15 น. ซึ่งเป็นช่วงเวลาก่อนตำรวจชุดพิสูจน์หลักฐานจะมาถึงถึงสิบห้านาที ในภาพจะเห็นคุณผู้กองวิชัยแอบเดินหิ้วถุงซิปล็อคพลาสติกใส่ขวดแก้วใบหนึ่งเดินอ้อมเข้าประตูด้านหลังห้องทำงานผู้ตายเพียงลำพัง และเดินก้าวออกมามือเปล่าในอีกสามนาทีถัดมา... คุณวิชัยเอาแก้วอะไรไปวางปั้นพยานหลักฐานเท็จป้ายสีจำเลยคิรันในห้องเกิดเหตุก่อนตำรวจชุดใหญ่จะมาถึงหรือเปล่าคะ?!"
คำถามของลลินทำให้ผู้กองวิชัยหน้าซีดเผือด มีเหงื่อไหลซึมเต็มหน้าผาก ชายหนุ่มละล่ำละลักอึกอักตอบไม่ถูก: "เอ่อ... คือ ผม... ผมได้รับแจ้งเหตุล่วงหน้าเลยเข้าไปตรวจสอบประเมินพื้นที่ก่อนเฉยๆ ครับ ส่วนขวดแก้วในถุงเป็นขวดน้ำเปล่าพกส่วนตัวครับ!"
"พกถุงซิปล็อคใส่ขวดน้ำดื่มส่วนตัวอ้อมเข้าประตูลับด้านหลังเหรอคะ? เป็นคำชี้แจงที่ไม่สมเหตุสมผลและผิดวินัยตำรวจอย่างรุนแรงเลยนะคะคุณวิชัย" ลลินเค้นถามน้ำเสียงหนักหน่วงสะกดสะท้อนสะท้านห้องศาล "ความจริงคือ คุณวิชัยนำเอาแก้วที่มีลายนิ้วมือของคิรันซึ่งแอบเก็บมาจากร้านกาแฟก่อนหน้า ไปวางสลับเปลี่ยนกับแก้วจริงที่เกิดเหตุ และนำขวดพิษไปโยนใส่ถังขยะเพื่อป้ายสีคิรัน ภายใต้คำสั่งของอัยการสมเกียรติใช่ไหมคะ?!"
"คัดค้านครับท่าน! ทนายจำเลยกำลังตั้งคำถามชี้นำและปรักปรำเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยไม่มีมูลความจริง!" อัยการสมเกียรติรีบลุกขึ้นประท้วงเสียงสั่นเครือ
ศาลเคาะค้อนไม้ดังโป๊ก: "ผู้ตอบพยานไม่จำเป็นต้องตอบคำถามนี้หากคิดว่าอาจส่งผลเสียต่อคดีอาญาของตนเอง... ทนายจำเลย นำเสนอหลักฐานในประเด็นสารพิษต่อได้"
ลลินหันไปยิ้มบางๆ พยักหน้ายอมรับคำสั่งศาล เธอจัดกระโปรงเดินก้าวหันหน้ากลับมาที่กึ่งกลางห้องพิจารณา หยิบแฟ้มเอกสารสีน้ำเงินเข้มชูขึ้นสูงส่งให้เจ้าหน้าที่หน้าบัลลังก์เพื่อยื่นเสนอต่อศาล:
"นี่คือหลักฐานชิ้นสำคัญที่โจทก์ไม่เคยยื่นเสนอต่อศาลค่ะ มันคือเอกสารศุลกากรและใบขนสินค้าการนำเข้าเคมีภัณฑ์ควบคุมการสั่งซื้อสารพิษอะโคนิทีนล่วงหน้าสองเดือนก่อนเกิดเหตุ สั่งซื้อผ่านบริษัทนำเข้าสัญชาติสวิสชื่อ 'Silent Wings Ltd.' และจากการสืบค้นเส้นทางผู้รับผลประโยชน์ทางการเงินของบริษัทนี้ พบว่ามันเป็นบริษัทนอมินีจดทะเบียนโดยบุคคลใกล้ชิดซึ่งได้รับการโอนเงินสนับสนุนโดยตรงจากบัญชีต่างประเทศของอัยการสมเกียรติ พนักงานอัยการฝ่ายโจทก์คดีนี้เองค่ะ!"
คำประกาศก้องของลลินเปรียบเสมือนเสียงระเบิดกัมปนาทสั่นสะเทือนไปทั้งห้องพิจารณาคดี ผู้สื่อข่าวต่างพากันจดบันทึกมือระวิง เสียงฮือฮาดังลั่นจนท่านผู้พิพากษาวัชระต้องใช้ค้อนไม้เคาะโต๊ะดังโป๊กๆ เพื่อสั่งความสงบ
อัยการสมเกียรติหน้าดำคร่ำเครียดสั่นเทาด้วยความโกรธจัดและตกใจสุดขีด ชายชราสปริงตัวลุกขึ้นยืนชี้นิ้วมาที่ลลินตะโกนคัดค้านเสียงหลง: "คัดค้านครับท่าน! นี่มันเป็นการกลั่นแกล้งกล่าวหาอัยการโจทก์อย่างไม่มีมูลเหตุ หลักฐานเอกสารต่างประเทศเหล่านี้ไม่เกี่ยวกับประเด็นแห่งคดีฆาตกรรมของจำเลยแม้แต่น้อย จำเลยกำลังพยายามเบี่ยงเบนความผิดของตนเอง!"
"ไม่นอกประเด็นค่ะท่าน!" ลลินหันไปกราบทูลศาลด้วยน้ำเสียงเด็ดเดี่ยวเผชิญหน้าอิทธิพลมืด: "เพราะพยานหลักฐานนี้พิสูจน์มูลเหตุจูงใจและการสมรู้ร่วมคิดสร้างสถานการณ์ฆาตกรรมเพื่อป้ายความผิดให้จำเลย ฝ่ายจำเลยขอเสนอว่าสารพิษที่ใช้ฆ่าชัชชัย ถูกจัดเตรียมและสั่งการจัดหาโดยขบวนการของอัยการสมเกียรติเอง เพื่อใช้ในการฆ่าปิดปากชัชชัยที่กำลังจะแฉข้อมูลการฟอกเงิน และจงใจป้ายสีคิรันจำเลยในคดีนี้เพื่อประโยชน์ส่วนตัวของโจทก์ค่ะ!"
ท่านผู้พิพากษาวัชระพยักหน้ารับ พิจารณาตรวจดูเอกสารในแฟ้มอย่างละเอียด ก่อนจะเคาะค้อนไม้ประกาศสั่งความ: "ศาลรับเอกสารหลักฐานของฝ่ายจำเลยไว้เพื่อส่งตรวจพิสูจน์ความแท้จริง และให้เลื่อนการสืบพยานปากต่อไปออกไปเพื่อรอผลตรวจพิสูจน์หลักฐานชุดนี้"
ชัยชนะยกแรกของศึกศาลอาญาตกเป็นของฝ่ายจำเลยอย่างงดงาม คิรันที่ยืนหยัดเด่นสง่าอยู่ในคอกจำเลยลอบสบดวงตาเปี่ยมด้วยความชื่นชม ศรัทธา และความภาคภูมิใจส่งตรงมาถึงทนายสาวของเขา ลลินสบตาเขายิ้มตอบปนรอยหยาดน้ำตาจางๆ ที่เอ่อล้นด้วยความตื้นตันใจ สองมือของเธอสั่นเทาเล็กน้อยขณะเก็บรวบรวมแฟ้มกฎหมายและเอกสารลงกระเป๋าเอกสารหนังใบเก่ง เจ้าหน้าที่ตำรวจราชทัณฑ์สองนายก้าวเข้ามาประกบตัวคิรันเพื่อนำตัวเขากลับไปยังแดนควบคุมผู้ต้องขังใต้ตึกศาล คิรันหันหลังกลับมากระซิบเสียงค่อยแต่หนักแน่นมั่นคงว่า: "ขอบคุณครับลลิน คุณเก่งที่สุดเลย"
ขณะเดียวกัน ภายในห้องพิจารณาเกิดความโกลาหลขึ้นย่อยๆ เมื่อนักข่าวจากหลายสำนักพยายามเบียดเสียดเข้าหาโต๊ะของลลินเพื่อสัมภาษณ์เจาะลึก อัยการสมเกียรติหอบแฟ้มเอกสารเดินกระทืบฝ่าเท้าหลบเลี่ยงออกทางประตูด้านหลังห้องพิจารณาอย่างฉุนเฉียวและรวดเร็วเพื่อหนีการเผชิญหน้ากับคำถามสื่อมวลชน สีหน้าของเขาถอดสีเป็นสีเทาคล้ำคล้ายซากศพที่เดินได้
ลลินเดินก้าวเท้าพ้นบานประตูห้องพิจารณาคดีออกมา สปอร์ตไลท์และกล้องถ่ายภาพนับร้อยตัวกวัดแกว่งยิงแสงแฟลชเข้าใส่ดวงหน้าของเธอจนขาวโพลน นักข่าวยื่นไมโครโฟนรุมซักถามไม่ขาดสาย: "คุณทนายลลินครับ! หลักฐาน Silent Wings เป็นเรื่องจริงใช่ไหมครับ?!" "มีการฟอกเงินจริงหรือเปล่าครับ?!" ลลินหยุดยืนนิ่งตรงหัวบันไดศาล สูดลมหายใจเข้าลึกอย่างกล้าหาญ เอ่ยแถลงการณ์สั้นๆ แต่ทรงพลังสะท้านจิตใจคนฟัง: "ข้อมูลหลักฐานทั้งหมดได้รับการคุ้มครองโดยศาลแล้วค่ะ และพยานเอกสารทั้งหมดคือความจริงแท้ที่ไม่มีใครบิดเบือนได้ ฉันเชื่อมั่นในอำนาจศาลและความยุติธรรม และฉันจะทำหน้าที่พิสูจน์ความบริสุทธิ์ของคิรันจนถึงที่สุดค่ะ ขอบคุณค่ะ"
ลลินก้าวเดินลงบันไดศาลฝ่าฝูงชนอย่างเข้มแข็งโดยมีก้องและทีมคุ้มครองของกวินคอยแหวกทางป้องกันภัยอันตราย การพิจารณาคดีประวัติศาสตร์นี้เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ และเปลวไฟแห่งความเที่ยงธรรมที่จุดขึ้นในวันนี้ กำลังจะแผดเผาเงามืดและโค่นล้มบัลลังก์ชั่วของฆาตกรตัวจริงอย่างไม่ปรานี