[จบ]1-1 ย้อนเวลามากับระบบใส่เดี่ยว

    33 1 เดือน

    “แล้วเราจะเอายังไงต่อ”


    คำถามจากหนึ่งในผู้บัญชาการสูงสุดดังก้องไปทั่วห้องประชุม หลังจากพวกเขาพูดคุยข้อมูลมาเป็นระยะเวลานานกว่า 1 ชั่วโมง แต่ยังไม่ได้ข้อสรุปที่ชัดเจน


    โดยเรื่องที่พวกเขาพูดคุยกันในที่ประชุมยังคงเป็นเรื่องการเพิ่มจำนวนของมอนสเตอร์ที่ดำเนินการเตรียมรับมือมาจากการประชุมครั้งก่อน แต่ครั้งนี้กลับมีหลายเรื่องผิดคาดไป หนำซ้ำยังมีเรื่องลึกลับและน่ากลัวปรากฎขึ้นมาอีก สร้างความงุนงงและสับสนให้พวกเขาไม่น้อย


    ซึ่งสิ่งที่ทำให้ห้องประชุมของพวกเขาต้องเงียบในตอนนี้ก็คือ มอนสเตอร์จำนวนมากที่ขยายพันธ์ุกันอย่างรวดเร็วพวกมันได้หายตัวไปอย่างลึกลับ จนทำให้แนวหน้าของพวกเขาต้องขยายออกไปเพื่อทวงเขตร้างคืน แต่พวกเขากลับขยายเขตไปไกลหลายกิโลเมตรแล้วกลับยังไม่ปรากฎมอนสเตอร์ 


    เรื่องนี้จึงทำให้พวกเขากังวลเพราะถ้าขยายเขตแนวป้องกันออกไปอีก หากมอนสเตอร์ปรากฎตัวออกมา แนวรับของพวกเขาอาจจะเกิดเรื่องร้ายแรงขึ้นได้ พวกเขาจึงอยากจะหยุดการขยายแนวป้องกัน แต่การหยุดก็อาจจะมีผลร้ายแรงตามมาเช่นกัน


    โดยการหายไปของมอนสเตอร์ที่เพิ่มจำนวนขึ้นมามากมายแต่กลับหายไปในชั่วข้ามคืน ยังไม่มีใครรู้เห็นและไม่มีใครทราบสาเหตุการหายไปของพวกมัน เหล่านักวิทยาศาสตร์ที่เข้าตรวจสอบล้วนผิดหวังกันถ้วนหน้าเพราะเครื่องมือของพวกเขาถูกรบกวนจนต้องใช้ตาในการตรวจสอบด้วยตัวเอง จนมีหน่วยเฉพาะถูกจัดตั้งขึ้นมาสำหรับสำรวจการหายไปของมอนสเตอร์  ทว่าการตรวจสอบก็ยังไม่คืบหน้า ทุกๆคนในที่ประชุมจึงเงียบเพราะพวกเขาไม่เคยเจอเหตุการณ์ที่มอนสเตอร์หายไปทั้งหมดแบบนี้มาก่อน ทั้งๆที่พวกมันสามารถบุกถล่มมนุษย์ได้ด้วยจำนวนที่เพิ่มขึ้นมา พวกมันกลับหายไป


    “ขอเสนอให้เพิ่มหน่วยสำรวจขึ้นไปอีก เราจำเป็นต้องรู้สาเหตุของการที่มอนสเตอร์หายไป”


    การประชุมเริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง ผู้บัญชาการต่างออกความคิดเห็นของพวกเขา การป้องกันที่เตรียมเอาไว้ถูกยกระดับขึ้นไปอีก ส่วนหน่วยที่เตรียมเอาไว้ต่อสู้ถูกแบ่งย่อยให้เป็นหน่วยสำรวจ เนื่องจากว่าพวกเขาต้องการทราบข้อมูลการหายไปของมอนสเตอร์เพื่อจะได้หาทางรับมือกับพวกมัน


    —------------------------------


    “ทางซ้ายจะหลุดแล้ว ปิดช่องว่างเร็วเข้า~!”


    เสียงสั่งการดังระงมไปทั่วระบบสื่อสารกลุ่มของแอชเชอร์  น้ำเสียงที่สั่งกลับไม่ใช่ของแอชเชอร์ มันเป็นเสียงของหนึ่งในคนที่อยู่ในกลุ่ม วันนี้แอชเชอร์ไม่ได้ควบคุมการล่า ไม่ได้เป็นหัวหน้า เขาเป็นลูกทีมที่ล่าในวันนี้ การที่เขาเป็นลูกทีมก็เนื่องมาจากตัวของเขาได้ตกลงเอาไว้กับทุกๆคนในทีม ว่าจะสับเปลี่ยนให้คนอื่นเป็นหัวหน้าเพื่อฝึกประสบการณ์


    โดยการล่าของพวกเขาตลอดที่อยู่ค่ายฝึกพิเศษผ่านมาแล้ว 1 เดือน เริ่มตั้งแต่พี่เลี้ยงเปิดให้พวกเขาได้ลองสั่งการด้วยตัวเองในช่วงอาทิตย์แรกเพื่อดูศักยภาพของพวกเขา จากนั้นเหล่าพี่เลี้ยงก็เปิดโหมดฝึกสอนเข้ามาบอกหลายสิ่งหลายอย่างที่พวกเขาจำเป็นต้องทำ


    ซึ่งกลุ่มของแอชเชอร์ได้ขอบคุณเขาเป็นอย่างมาก เนื่องจาก 7 วันแรกที่พวกเขาได้ออกล่า การทำตามคำแนะนำของแอชเชอร์ไม่ให้วู่วามและถือกฎของค่ายเป็นหลัก ทำให้พวกเขาได้คะแนนมากที่สุดในกลุ่มทั้ง 3 ที่จัดตั้งขึ้นมา การล่าเกินเวลาของอีก 2 กลุ่มล้วนแล้วเป็นการขัดคำสั่ง แม้พวกเขาจะทำงานได้ดีมากแต่พวกเขาก็ถูกหักแต้มไปเยอะเช่นเดียวกัน 


    ถึงแม้การพัฒนาของทั้ง 2 กลุ่มที่ได้ล่าเกินเวลาจะพัฒนารวดเร็วมาก แต่การสอนของแอชเชอร์ก็ทำให้พวกเขาที่ใช้เวลาในการล่าน้อยกว่า สามารถแสดงศักยภาพเทียบเท่าทั้ง 2 กลุ่มได้ ซึ่ง 1 เดือนที่ผ่านมานี้ ทั้ง 3 กลุ่มที่ออกล่าก็ได้เพิ่มระดับการฝึกขึ้นมามากทีเดียว เพราะตอนนี้พวกเขากำลังออกล่ามอนสเตอร์ 5 ดาวตามที่ค่ายฝึกพิเศษได้ตั้งเป้าเอาไว้


    “มันกำลังจะไปทางซ้าย ใช้รูปแบบสะกัดมันเร็วเข้า~!”


    การล่ายังคงดำเนินต่อไป   เวลาที่ผ่านมา 1 เดือนของการฝึกทำให้ทุกๆคนในกลุ่มของแอชเชอร์และกลุ่มอื่นๆใช้งานสกิลหลบหลีกได้แล้ว มันเป็นระยะเวลาที่รวดเร็วมากจนพี่้เลี้ยงยังตกใจ จากที่แอชเชอร์สำรวจดูท่าการที่นักเรียนสามารถใช้งานสกิลหลบหลีกได้ในระยะเวลาเพียง 1 เดือนเท่านั้น น่าจะเป็นเพราะทุกคนเห็นการพัฒนาของเขาจึงเกิดการกระตุ้น  ใครก็ต่างอยากใช้สกิลได้จนทำให้เกิดการฝึกฝนอย่างหนักจนได้รับสกิลหลบหลีกมาใช้งาน


     ตอนนี้ทุกๆคนอยู่ในช่วงกระตุ้นสกิลอาวุธหลัก ไม่รู้ว่ามันจะเกิดสกิลขึ้นตอนไหน แม้หลายคนจะตกใจกับความเร็วในการพัฒนาของแอชเชอร์ก็ตาม พวกเขากลับไม่ได้อิจฉาเลยสักนิดแต่นำมันมาเป็นแรงใจในการไล่ตามแอชเชอร์ โดยหวังว่าจะกลายเป็นคู่ต่อสู้ของแอชเชอร์ที่สามารถใช้งานสกิลหลบหลีกและสกิลอาวุธหลักรวมไปถึงอาวุธรองได้


    “โจมตี~!”


    การปะทะกันกับมอนสเตอร์ 5 ดาวเริ่มต้นขึ้น แต่ครั้งนี้กลับยุ่งยากมากเนื่องจากมันสามารถทำลายรูปแบบของพวกเขาได้ด้วยการวิ่งหนี ทำให้พวกเขาต้องวิ่งตามไปเรื่อยๆเพื่อจัดการ  แอชเชอร์ที่ใช้งานความเร็วของเขาวิ่งตามจึงเริ่มขมวดคิ้วเมื่อเห็นท่าทีที่ไม่ดีกำลังจะเกิดจากการวิ่งไปมาของมอนสเตอร์ 5 ดาว เขาจึงขอใช้การแทรกคำสั่งของหัวหน้าเพื่อเพิ่มโอกาสในการฆ่ารูปแบบทีม ด้วยการให้เพื่อนในทีมโจมตีข้อพับขาของมัน ไม่อย่างนั้นมันจะกลับเข้าไปเรียกฝูงจนทำให้พวกเขาล่าลำบาก


    “ถอย ถอยออกมา มันกำลังจะใช้งานท่าโจมตีวงกว้าง~!”


    แอชเชอร์คืนการสั่งให้กับหัวหน้าทีมเช่นเดิม ก่อนที่พวกเขาจะวิ่งออกไปรอบๆมอนสเตอร์ที่ถูกโจมตีข้อพับขาจนเกิดเป็นแผลลึก ภายใต้การนำโล่พลังงานออกมากางป้องกันพร้อมกับหมอบต่ำลงกับพื้นนี้เอง มอนสเตอร์ที่ไม่สามารถหลบหนีไปก็ได้ร้องคำรามลั่นปลดปล่อยฟอสเอนเนอร์จี้มากับการร้องคำรามของมัน ภายใต้เสียงร้องที่ปลดปล่อยออกมานั้นหนามแหลมคมที่สร้างมาจากหินก็ได้พุ่งออกมาจากแผ่นหลังที่เหมือนกระดองเต่าพุ่งเข้าเสียบทุกๆอย่างในรัศมี 50 เมตรรอบตัว 


    ตู้ม บรึ้ม บู้ม ฉั๊วะ~! เปล้ง~!


    “หมายเลข 1 ปลอดภัย~!”


    การพูดคุยในระบบสื่อสารดังขึ้น ทุกคนล้วนแล้วบอกอาการของตัวเอง กระทั่งหัวหน้าทีมพบว่าไม่มีใครบาดเจ็บจากการโจมตีวงกว้างของมอนสเตอร์ 5 ดาว พวกเขาทั้ง 18 ก็เริ่มจัดรูปแบบสังหารพุ่งเข้าไปจัดการกับมอนสเตอร์อีกครั้งทันที เพื่อไม่ให้มันกลับเข้าไปในฝูง


    “ขาหน้าด้านซ้ายกำลังจะล้ม~!”


    “เติมการโจมตีไปที่ขาขวาด้านหน้าของมัน~!”


    การสั่งการดังขึ้นเรื่อยๆ แม้มันจะเป็นเสียงที่หนวกหู ทุกคนต่างเชื่อฟังและยอมทำตาม ไม่มีใครกล้าที่จะทำผิดพลาดเพราะมันจะทำให้รูปแบบทีมของพวกเขาเสีย กระทั่งผ่านไป 2 นาทีมอนสเตอร์ระดับ 5 ดาวที่พวกเขาล่าก็ตกตายลงไป


    “ทุกคนเตรียมพร้อม ตัวต่อไปมาแล้ว”


    การต่อสู้เริ่มต้นขึ้นอีกครั้งหลังจากพี่เลี้ยงล่อมอนสเตอร์มาให้ แอชเชอร์ที่ขโมยฟอสเอนเนอร์ตี้ก็เริ่มตั้งขบวนตามคำสั่งของหัวหน้าพลางมองไปยังมอนสเตอร์ที่กำลังวิ่งมาหา จากนั้นพวกเขาก็เริ่มจัดการกับมัน 


    การฆ่าดำเนินไปเรื่อยๆจนกระทั่งมอนสเตอร์ตัวที่ 10 ตาย รุ่นพี่ที่คิดว่าได้เวลาเพิ่มระดับการฝึกอีกครั้งแล้วจึงดึงมอนสเตอร์เข้ามาเพิ่มอีก 2 ตัวให้พวกเขาได้จัดการ ในสนามรบพวกเขาไม่มีโอกาสจะได้รุมโจมตี  รูปแบบทีมที่ใช้กำลังคนถึง 10 ต่างเกิดขึ้นได้ยาก ส่วนมากจะมีเพียงแค่การจับคู่เท่านั้นเพราะมอนสเตอร์มันไม่ได้มี 1 - 2 ตัว พวกมันมาเป็นร้อยเป็นพัน การฝึกซ้อมที่นักเรียนต้องทำคือพยายามคุ้นชินกับการต่อสู้ที่มอนสเตอร์มีมากกว่า 1 ตัว


    เมื่อมอนสเตอร์หนึ่งตัวตาย พี่เลี้ยงก็ดึงอีก 2 ตัวเข้ามาเมื่อรู้ว่ารุ่นน้องไหว จำนวนมอนสเตอร์ก็ถูกเพิ่มจำนวนขึ้นมากกว่าเดิม จนในที่สุดพวกเขาก็ต้องรับมือกับมอนสเตอร์ 10 ตัวพร้อมกัน 


    ในระหว่างที่กำลังต่อสู้ไปด้วยความเมามันแอชเชอร์ที่ตวัดดาบในมือข้างขวาและใช้มีดสั้นในมือข้างซ้ายก็ได้ยินเสียงแจ้งเตือนที่ทำเอาเขาใจเต้นรัว 


    [แจ้งเตือนค่าความเชี่ยวชาญของโฮสต์มาถึงขอบเขตที่กำหนด สกิลเชี่ยวชาญดาบปานกลางถูกยกระดับเป็นสกิลเชี่ยวชาญดาบขั้นสูง]


    [แจ้งเตือนค่าความเชี่ยวชาญของโฮสต์มาถึงขอบเขตที่กำหนด สกิลเชี่ยวชาญมีดปานกลางถูกยกระดับเป็นสกิลเชี่ยวชาญมีดขั้นสูง]


    ฉั๊วะ~!


    แรงในการฟัน ความแม่นยำในการแทง ท่วงท่าที่ใช้ดาบและมีดผ่านมือทั้งสองข้างของแอชเชอร์ดูน่ากลัวมากยิ่งขึ้น ภายใต้การทำงานเป็นทีมที่เกิดขึ้น ทางฝั่งพี่เลี้ยงที่คอยมองดูทีมของแอชเชอร์ก็เริ่มสั่งเกตได้ถึงความผิดปกติ 


    เดิมทีพวกเขาตั้งเวลาจนได้ค่าเฉลี่ยในการฆ่ามอนสเตอร์ แต่ตอนนี้ค่าเฉลี่ยของเวลากำลังลดลง พวกเขาจึงมองหาต้นตอจนพบเข้ากับการโจมตีของแอชเชอร์ ที่ทำให้ทีมของเขาฆ่ามอนสเตอร์ได้ง่าย ทุกๆการฟันของเขาจะเน้นลงไปยังบาดแผลบนร่างกาย จนทำให้เกิดแผลลึก นอกจากแผลที่สามารถทำให้ลึกได้แล้ว มันยังเป็นบาดแผลในตำแหน่งที่ทำให้มอนสเตอร์เผยจุดอ่อน ด้วยการช่วยเหลือของแอชเชอร์นี้เอง ทำให้ทีมของเขาจัดการมอนสเตอร์ได้ง่ายยิ่งขึ้น 


    “จับตาดูหมายเลข 10 เอาไว้”


    พี่เลี้ยงเริ่มบันทึกวีดีโอแยก หลังจากถูกสั่งให้จับตาแอชเชอร์เป็นพิเศษ เพื่อนำข้อมูลกลับไปให้นักวิจัยช่วยประเมินความสามารถแบบละเอียด   กระทั่งการต่อสู้กับมอนสเตอร์พร้อมกัน 10 ตัวจบลงไปนี้เอง กลุ่มของแอชเชอร์ก็หยุดพักพลางมองดูเวลาที่เหลืออีก 10 นาทีจะครบเที่ยงวัน


    “เอาล่ะ วันนี้พอแค่นี้ก่อน พรุ่งนี้เราจะเริ่มฝึกโดยการเพิ่มมอนสเตอร์ขึ้นไปอีก”


    “รุ่นพี่ เราต้องเพิ่มไปมากแค่ไหนกัน” หนึ่งในทีมของแอชเชอร์เกิดความสงสัย


    “ไม่เกินจำนวนของพวกนาย”


    “งั้นก็หมายความว่าทางค่ายฝึกต้องการให้เราสู้กับมอนสเตอร์ 5 ดาวตัวต่อตัวอย่างนั้นเหรอครับ”


    “ใช่ แล้วในอนาคตเราจะทำแบบนี้กับมอนสเตอร์ 6 ดาว จนกว่าพวกนายจะสู้กับมันได้ตัวต่อตัวจึงจะเป็นการจบหลักสูตร”


    “มันจะทำได้อย่างนั้นเหรอครับ”


    “ถ้าอย่างนั้นดูนี่”


    หนึ่งในพี่เลี้ยงเปิดใช้งานระบบชุดเกราะพุ่งตัวออกไปด้วยความรวดเร็วเข้าหามอนสเตอร์ระดับ 5 ดาวตัวหนึ่ง ทันทีที่เขาเข้าไปถึงก็ได้สไลด์ตัวลอดหว่างขาของมันพลางใช้ดาบแทงใต้ท้องจนเกิดรอยแผลขนาดใหญ่ เมื่อลอดผ่านไปอีกฝั่งเขาก็ได้กระโดดขึ้นไปบนหัวใช้ดาบแทงทะลวงดวงตาเข้าไปถึงสมองจนทำให้มอนสเตอร์ที่พวกเขาต้องใช้งานรูปแบบทีมในการล่าตายในระยะเวลาไม่ถึง 10 วินาที


    “เอาล่ะ กลับกันได้แล้ว หากพวกนายฝึกแบบนี้ต่อไปแม้จะเป็นมอนสเตอร์ระดับ 6 ดาวก็เป็นเรื่องง่ายที่พวกนายจะจัดการกับมัน”


    ทุกคนเปิดใช้งานชุดเกราะแล้ววิ่งกลับไปยังตำแหน่งจอดรถ ปรากฎว่าวันนี้พวกเขาเป็นกลุ่มสุดท้ายในการเดินทางกลับ






    คล้ายกับเรื่อง[จบ]1-1 ย้อนเวลามากับระบบใส่เดี่ยว ที่คุณอ่าน