เสิ่นอี้หานเดินนำทางทุกคนกลับที่พักตอนนี้ใกล้จะสว่างแล้ว เขาก็เลยสามารถมองหาทางเดินในเขาได้ง่ายขึ้นเขาแกะรอยเดินย้อนตามเส้นทางที่พวกเขาวิ่งมาเพื่อกลับไปยังจุดที่พวกเขาคลาดกันเมื่อคืน
“ท่านชายหนิงอันอ๋อง พวกท่านเป็อะไรหรือไม่ขอรับ”ทหารติดตามแกะรอยจนพบพวกเขาใกล้ๆกับบริเวณที่คลาดกันเมื่อคืน
“พวกข้าไม่เป็อะไรรีบลงเขาเถอะ” กลุ่มทหารติดตามรับคำสั่งและเข้าคุ้มกันทุกคนลงเขาในทันที
ทุกคนลงมาจากเขาอย่างปลอดภัยหลังจากทำแผลและกินอาหารแล้ว เสิ่นอี้หานก็พาทุกคนออกจากบริเวณเชิงเขาพวกเขาเดินทางมาจนถึงริมแม่น้ำแล้วหยุดพักแรมค้างคืนที่นั่นหนึ่งคืนเช้าวันรุ่งขึ้นก็รีบเดินทางกลับจวนเ้าเมือง
“น้ำชาขอรับท่านอ๋องน้อย”ฉู่เซียวเฉิงยกน้ำชาเข้ามาให้มู่หยางจินอย่างนอบน้อมั้แ่ที่มู่หยางจินาเ็เขาก็มีโอกาสได้เข้ามารับใช้ใกล้ชิด หลายวันมานี่ซ่งชีฟงได้อบรมสั่งสอนพี่น้องสกุลฉู่ทั้งสองให้คอยปรนนิบัติดูแลรับใช้ท่านอ๋องน้อยโดยเริ่มจากงานง่ายๆอย่างยกน้ำชา เตรียมของว่างเด็กชายลูกผู้ดีเก่าอย่างเขาจึงทำได้เป็อย่างดี
“ฉู่เซียวเฉินเล่าไปเล่นซนที่ไหน”
“ไปเตรียมของว่างให้ท่านอ๋องน้อยขอรับ”
“อากาศเย็นสวมใส่เสื้อผ้าให้ดี อย่าให้เจ็บป่วย”มู่หยางจินมองการแต่งกายของฉู่เซียวเฉิงที่ชุดดูจะไม่อบอุ่นเท่าที่ควร
“ของว่างของรับท่านอ๋องน้อย”ฉู๋เซียวเฉินเดินถือถาดขนมสองอย่างมาให้ท่านอ๋องน้อยของเขาด้วยท่าทางร่าเริง
“ท่านอาจารย์ต้องตามคุมเขาขนาดนี้เลยหรือ”มู่หยางจินพูดขึ้นเมื่อเห็นซ่งชีฟงเดินตามหลังฉู่เซียวเฉินมาติดๆ
“สอนแล้วก็ต้องสอนให้รู้ความนี่ถาดก็เกือบตกเพราะเดินสะดุดก้อนหิน ไม่รู้จะรีบเดินทำไม”ซ่งชีฟงเอ็ดฉู่เซียวเฉินผู้ร่าเริงอย่างไม่จริงจังนัก
“ข้ากลัวท่านอ๋องน้อยจะหิวขอรับ”ฉู่เซียวเฉินตอบซ่งชีฟงอย่างยิ้มแย้ม เด็กคนนี้มักอารมณ์ดีและแสดงออกอยู่เสมอต่างจากพี่ชายอย่างฉู่เซียวเฉิงที่ออกจะนิ่งขรึมมากกว่า
“ท่านอาจารย์ช่วยพาพวกเขาไปเลือกซื้อเสื้อผ้าที่อบอุ่นสักหน่อยเถิดอากาศเย็นมากเดี๋ยวจะเจ็บป่วย”
“ได้ขอรับท่านอ๋องน้อยอย่างนั้นเราไปกันตอนนี้เลย” ซ่งชีฟงรับคำ
“ขอบคุณท่านอ๋องน้อยขอรับ”เด็กทั้งสองทำความเคารพมู่หยางจินพร้อมกันแล้วเดินตามซ่งชีฟงออกไป
“ท่านอ๋อง”ซ่งชีฟงกล่าวทักทายเสิ่นอี้เฉิน เด็กๆทั้งสองคนจึงทำความเคารพอย่างรู้มารยาท
“จะพาเด็กๆไปไหนหรือท่านกุนซือ”
“ท่านอ๋องน้อยบอกให้ข้าพาพวกเขาไปซื้อเสื้อผ้าเห็นว่าชุดนี้อบอุ่นไม่พอ กลัวจะป่วยไข้ขอรับ”
“จริงด้วย่นี้อากาศเย็นมากจริงๆ เ้าสองคนก็ทำร่างกายให้อบอุ่นเอาไว้นะหากเจ็บป่วยไปจะไม่ได้ติดตามท่านอ๋องน้อยกลับเมืองหลวง”เสิ่นอี้เฉินคุยกับสองพี่น้องอย่างเอ็นดู
“ขอบคุณเสิ่นหนานอ๋องที่เป็ห่วงขอรับ”ฉู่เซียวเฉิงและน้องชายทำความเคารพเสิ่นอี้หานอีกครั้งอย่างขอบคุณ
“ข้ากับเด็กๆคงต้องขอตัวก่อนเชิญท่านอ๋องเข้าด้านใน” เสิ่นอี้เฉินพยักหน้าให้พวกเขาแล้วเดินเข้าด้านใน
“ท่านอ๋องน้อย”
“ท่านอาเสิ่น”
“อี้หานบอกว่าท่านอ๋องน้อยได้รับาเ็”
“ข้าไม่เป็อะไรมากท่านอาเสิ่นอย่าได้กังวล ท่านอี้หานกับท่านเสวี่ยนลู่เจ็บหนักกว่าข้านัก”ตอนลงเขามาทำแผลเขาเห็นว่าตามร่างกายของคนทั้งสองคนนั้นมีาแเต็มไปหมดคงเพราะปกป้องเขา
“อี้หานไม่เป็อะไรมากเมื่อคืนก่อนเห็นว่าพบกับพวกมันฝูงใหญ่”
“สิบกว่าตัวจ่าฝูงมันตัวใหญ่และแข็งแรงมาก เพื่อคุ้มกันให้ข้าต่อสู้กับจ่าฝูงทั้งสองคนจึงเจ็บหนักกว่าข้า”
“หากเขาไม่ช่วยคุ้มกันให้ท่านอ๋องพวกท่านอาจจะไม่รอด ไล่จ่าฝูงได้ก็นับว่าปลอดภัย”
“ข้าก็คิดเช่นนั้น”
“เยว่เอ๋อร์ ดีขึ้นหรือยังท่านอาเสิ่น”
“นางดีขึ้นมากแล้วแต่ยังมีไข้อยู่”
“เหตุใดจึงป่วยนานเช่นนี้”
“ก็เ้าตัวดีจิ้งเอ๋อร์น่ะสิแอบเอาน้ำหวานเย็นๆให้พี่สาวดื่ม ไข้จึงกลับมาอีก”
“จิ้งเอ๋อร์นะจิ้งเอ๋อร์อีกสองวันจะหายป่วยหรือไม่ จะต้องกลับเมืองหลวงแล้ว ไม่เช่นนั้นจะไม่ทันฤกษ์อภิเษก”
“หายหรือไม่อ้ายอ้ายก็ต้องเดินทางจะเลื่อนวันอีกไม่ได้แล้ว”
“หากพวกท่านคิดถึงบุตรสาวก็มาพบนางได้”
“ระยะทางจากซานเป่ยไปเมืองหลวงไม่ใช่ใกล้ๆเราจะไปพบบ่อยๆคงไม่ได้ บุตรสาวเมื่อแต่งออกไปแล้วต่อไปก็เป็คนบ้านสามี”
“ท่านอาเสิ่นปรับทุกข์กับข้าหรือเื่แต่งงานมีครอบครัวคนแบบข้าไม่เข้าใจนัก”
“ไม่ได้ปรับทุกข์อะไรหรอกท่านอ๋องน้อยเอาไว้เมื่อท่านแต่งงานมีบุตรสาวโตพอจะออกเรือนท่านจึงจะเข้าใจท่านอ๋องน้อยพักผ่อนนะ ข้าขอตัวก่อน”
“ข้าจะเดินไปส่ง”
“อย่าเลยท่านพักผ่อนเถิด ข้าไปนะ” มู่หยางจินคิดตามสิ่งที่เสิ่นอี้เฉินพูดก็ไม่เข้าใจเขาไม่เคยคิดถึงเื่แต่งงานมีครอบครัวมาก่อนเลย และคิดว่าคงจะไม่มีวันนั้นด้วยเขารู้สึกสบายใจกับการอยู่คนเดียว ทำอะไรคนเดียวมากกว่า
หลังจากพักผ่อนอ่านหนังสืออยู่ในห้องเป็เวลานานก็รู้สึกเบื่อมู่หยางจินจึงออกไปเดินเล่น เขาเดินผ่านสวนดอกไม้นานาพรรณของจวนเ้าเมืองสะดุดตากับแปลงดอกกุหลาบหลากหลายสีสัน มู่หยางจินคิดถึงเสิ่นเยว่เอ๋อร์ขึ้นมาทันทีเขาจึงเดินเข้ามาที่นี่และตั้งใจหักกิ่งดอกกุหลาบสีแดงดอกหนึ่งดมกลิ่นหอมอ่อนๆนั้นอย่างสดชื่นแล้วเดินไปหาเสิ่นเยว่เอ๋อร์ที่ห้องการกระทำของเขาอยู่ในสายตาของเสิ่นอ้ายฉิงทั้งหมด
“ท่านอาหญิงข้ามาเยี่ยมเยว่เอ๋อร์ เห็นท่านอาเสิ่นบอกว่าไข้ขึ้นอีกแล้วหรือ”
“กำลังจะดีขึ้นอยู่แล้วเชียวเ้าจิ้งเอ๋อร์ตัวดีนำน้ำเย็นมาให้ดื่ม ไข้ก็กลับมาอีก เมื่อวานก่อน เยว่เยว่นั้นยังสัญญากับอ้ายอ้ายอย่างดิบดีว่าจะไปเมืองหลวงกับพี่สาวแต่ตอนนี้ไปไม่ได้แล้ว”
“ร่างกายสำคัญที่สุดต้องรักษาให้หายก่อน เดินทางไกลทั้งที่เจ็บป่วยไม่เกิดผลดีเลย”ฟู่ฟางิพยักหน้าเห็นด้วย
“ท่านอ๋องน้อยไปดูเยว่เยว่เถิดนางเพิ่งหลับไปเมื่อสักครู่นี่เอง” มู่หยางจินพยักหน้ารับและเดินนำดอกกุหลาบที่เขาตั้งใจเก็บมาวางไว้ที่ข้างหมอนของเสิ่นเยว่เอ๋อร์
“อื้อ ท่านแม่ลูกปวดหัวจังเ้าค่ะ” เสิ่นเยว่เอ๋อร์สะลึมสะลือพูดเสียงเบากับคนข้างๆโดยคิดว่าเป็ท่านแม่ของตนเอง
“เยว่เยว่พี่จินเอง” มู่หยางจินก้มลงคุยกับคนป่วยเสียงเบา
“พี่จินหรือท่านหายไปไหนมา ทำไมไม่มาเยี่ยมเยว่เยว่” เสิ่นเยว่เอ๋อร์หลับตาพูดกับมู่หยางจินนางอยากมองเห็นเขาชัดๆ แต่ก็ทำไม่ได้ ตอนนี้อาการปวดหัวจู่โจมจนนางลืมตาไม่ขึ้น
“พี่จินไปดูฝึกทหารมากลับมาก็มาเยี่ยมเยว่เยว่เลยนะ”มู่หยางจินเช็ดเหงื่อที่หน้าผากให้เสิ่นเยว่เอ๋อร์อย่างเบามือรู้สึกสงสารคนป่วยที่เจ็บป่วยนานหลายวันอย่างนี้
“เยว่เยว่อยากเห็นหน้าพี่จินแต่เยว่เยว่ลืมตาไม่ขึ้นเลย” เสิ่นเยว่เอ๋อร์ปรือตามองมู่หยางจินแต่ก็เห็นเพียงภาพพร่ามัวของชายหนุ่มคนหนึ่งเท่านั้น นางมองเห็นเขาไม่ชัดเจนมองไม่ออกว่าพี่จินของนางนั้นหน้าตาเป็อย่างไร
“นอนพักเถอะนะหายป่วยแล้วเยว่เยว่ค่อยมาพบหน้าพี่จิน ดีหรือไม่”
“พรุ่งนี้เยว่เยว่จะหายป่วยจะได้เจอพี่จิน” เสิ่นเยว่เอ๋อร์ยอมแพ้ต่ออาการเจ็บป่วยในที่สุดนางนอนหลับตาพูดกับมู่หยางจินเสียงเบา
“เยว่เยว่ต้องกินข้าวและดื่มยานะห้ามดื่มของเย็นอีก วันพรุ่งนี้พี่จินจะมาเยี่ยมเยว่เยว่อีกตอนนี้นอนพักได้แล้วนะคนเก่ง” มู่หยางจินลูบหัวเสิ่นเยว่เอ๋อร์อย่างเอ็นดู
“พรุ่งนี้เยว่เยว่จะรอพี่จิน”
“ได้พี่จินจะมาหา นอนเถอะนะ” มู่หยางจินซับเหงื่อตามหน้าผากและใบที่ผุดขึ้นเรื่อยๆเสิ่นเยว่เอ๋อร์ไข้ขึ้นอีกแล้ว
“ท่านอาหญิงเยว่เอ๋อร์ดูเหมือนจะไข้ขึ้นอีกแล้ว”มู่หยางจินเดินออกมาแจ้งกับฟู่ฟางิที่กำลังจัดแจกันดอกไม้ในห้องให้บุตรสาวอยู่
“ตายจริงดื่มยาไปแล้วนะ ถ้าอย่างนั้นคงต้องเช็ดตัว”
“ท่านอาหญิงไปดูแลเยว่เอ๋อร์เถอะข้าขอตัวก่อน” พูดจบมู่หยางจินก็เดินออกมาจากห้องของเสิ่นเยว่เอ๋อร์ให้ท่านแม่ของนางได้ดูแลบุตรสาวอย่างสะดวก
อาการป่วยของเสิ่นเยว่เอ๋อร์ยังคงทรงตัวจนถึงวันที่เสิ่นอ้ายฉิงต้องออกเดินทาง เสิ่นเยว่เอ๋อร์ก็ยังไม่หายมู่หยางจินแวะเวียนไปเยี่ยมเสิ่นเยว่เอ๋อร์อยู่บ่อยครั้ง แต่ทุกครั้งที่ไปก็พบว่านางเพิ่งจะนอนพักหรือไม่ก็ไข้ขึ้นเสิ่นเยว่เอ๋อร์จึงไม่มีโอกาสได้พบหน้าพี่จินของนางเลยสักครั้ง