ฉันมีเทเลพอร์ตสุดเจ๋ง(ทั้งเรื่องติดหัวใจแค่4ตอน)

    ตอนที่ 54 ทำลายค่ายกลพันปี

    ตอนที่54 ทำลายค่ายกลพันปี


    “ผลกำไรเป็นส่วนหนึ่งแต่การคืนให้กับสังคมก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง”


    “ดังนั้นยาราคาแพงของพวกเราคือยาอายุวัฒนะ ส่วนสูตรยาเสริมความงามคุณภาพสูงจะมีราคาปานกลาง      ยารักษาโรคที่พบบ่อยจะมีราคาถูกที่สุดยารักษาโรคหายยากและเรื้อรังเช่นเบาหวานหรือความดันโลหิตสูง    หรือโรคไตที่คนป่วยต้องทานต่อเนื่องเป็นเวลานานจะมีราคาใกล้เคียงกับยาที่พบบ่อย”


    “ปณิธานของฉันคือตอบแทนคุณพ่อแม่และแผ่นดิน”


    สิ้นเสียงของเขาเสียงปรบมือดังกึกก้องห้องประชุม


    “ปรบมือ ปรบมือปรบมือ”


    “พวกคุณทุกคนเตรียมหาทีมทำงานในแต่ละแผนกและวางแผนจัดหาที่ตั้งโรงงานและซื้อเครื่องจักรและอุปกรณ์อื่นๆให้พร้อมสำหรับการเปิดบริษัทแล้วฉันจะโอนเงินให้ต้าเป่าโจวก่อน 100 ล้านหยวน แล้วจะโอนเพิ่มเติมให้อีกในภายหลัง”

    หลิวเย่หันมาสั่งงานกับต้าเป่าโจวที่จะทำงานเป็นผู้จัดการทั่วไป


    “รับทราบเจ้านาย!” ทุกคนรับคำพร้อมกันเสียงดัง


    หลังจากนั้นเขาพูดคุยรายละเอียดอื่นๆราวสองชั่วโมงจึงกลับที่พัก


    ..........


    เช้าตรู่วันเสาร์05.00 น. หลิวเย่และจ้าวหวางห่าวออกเดินทางโดยเครื่องบินไปเมืองเหลียวหนิง


    พวกเขาเดินทางจากสนามบินเมืองเทียนจินจนถึงวิลล่าเก่าของตระกูลจ้าวใช้เวลาถึง 8 ชั่วโมง


    จ้าวหวางห่าวพาหลิวเย่ทานอาหารกลางวันก่อนที่จะเดินเท้าอีก3 กิโลเมตรไปยังจุดที่ตั้งของค่ายกลพันปี


    จ้าวเชิงชุนจ้าวหวางห่าว และชายฉกรรจ์ร่างกำยำจำนวนอีกสิบคน


    พร้อมกับหลิวเย่มาหยุดยืนตรงหน้าป่าไม้ที่ดูแปลกตา


    ต้นไม้ใหญ่และเถาวัลย์จำนวนมากขึ้นปกคลุมเสาหินที่ตั้งเรียงรายอย่างไม่เป็นระเบียบกินพื้นที่มากกว่า10 เอเคอร์


    ผู้เฒ่าจ้าวเชิงชุนพ่อของจ้าวหวางห่าว เล่าเรื่องราวให้หลิวเย่ฟังว่า


    “แต่เดิมพวกเราไม่ได้อาศัยอยู่ที่นี่ที่นี่เป็นสถานที่พักดั้งเดิมของอาจารย์ของปู่พวกเรา”


    “อาจารย์ผู้ลึกลับและมีเวทมนตร์คาถามากมายตามบันทึกบอกว่าเขาสามารถผ่าท้องฟ้า ผ่าท้องทะเลได้เพียงแค่โบกมือเมื่อมีการสู้รบยังดินแดนอันไกลโพ้น ทำให้อาจารย์ออกเดินทางไปและไม่กลับมาอีกเลย”


    ในบันทึกนั้นมีความลับสำคัญซึ่งเป็นข้อความที่เขียนไว้ว่า


    “เมื่อครบหนึ่งพันปีจงทำลายค่ายกลนี้เสีย แล้วโชคชะตาจะบันดาลวาสนาแก่ผู้พบเห็น”


    และตอนท้ายของบันทึกยังกล่าวไว้ว่าสมบัติของผู้ภักดี ยังคงเป็นของผู้ภักดี


    ดังนั้นจ้าวเชิงชุนจึงกล่าวกับเขาว่า“หากท่านทำลายค่ายกลได้และพบสมบัติใด พวกเรายินดียกให้แต่หากสมบัตินั้นระบุว่ามอบให้พวกเรา นั่นหมายถึงว่าเป็นของพวกเรา”


    หลิวเย่พยักหน้าเข้าใจถึงเงื่อนไขนั้น“ตกลง!”


    เขาไม่ได้โลภมากเกินไปแต่เขาต้องการทดสอบความสามารถตนเองและสนองความอยากรู้ของตนเอง


    ขณะนั้นจ้าวเชิงชุนได้โยนกิ่งไม้ท่อนหนึ่งพุ่งตรงเข้าไปในป่า


    ฉับพลันเกิดภาพที่ทำให้ทุกคนตัวแข็งทื่อทันที


    “โพล๊ะ!”


    เมื่อท่อนไม้พุ่งเข้าใกล้เสาหินมันคล้ายถูกใบมีดแหลมคมนับไม่ถ้วนปั่นจนกลายเป็นชิ้นไม้ละเอียดและฝุ่นผง


    “เอื้อก!” เสียงกลืนน้ำลายของชายฉกรรจ์บางคนดังขึ้น


    หากเปลี่ยนเป็นพวกเขาเข้าไปแทนท่อนไม้นั่น


    คงกลายเป็นเศษเลือดเศษเนื้อปลิวว่อนใช่ไหม?!


    ความหวาดกลัวทำให้พวกเขาตัวสั่นเทา!


    หลิวเย่ขมวดคิ้วหนัก!


    เขาพยายามค้นหาเศษเสี้ยวความทรงจำของจักรพรรดิอมตะหลิวเย่!


    ปรากฏว่าไม่พบวิธีแก้ไขค่ายกลพันปี!


    ภาพที่มีในใจของเขาตอนนี้มันคลุมเครือมากไม่ชัดเจน!


    จากความทรงจำของจักรพรรดิอมตะหลิวเย่นั้นผู้ที่จะสามารถสร้างหรือแก้ไขค่ายกลพันปีนี้ได้ ต้องมีขอบเขตแกนเทพขึ้นไป หากต่ำกว่านั้นไม่มีบันทึกหรือข้อมูลระบุไว้!


    หลิวเย่รู้สึกหัวบวมและปวดหัวทันที!


    โอ้นี่เขาควรทำอย่างไรดี?!


    จะถอยก็ดูเหมือนไม่ใช่ตัวตนของเขา!


    ความท้าทายนี้กระตุ้นเลือดของเขาให้เดือดพล่าน!


    เขาเดินวนรอบๆเสาหินที่มีเถาวัลย์และต้นไม้ปกคลุมอย่างระมัดระวัง!


    ผ่านมาเป็นพันปีแล้วแต่ค่ายกลนี้ยังทรงอานุภาพอยู่!


    หลิวเย่เดินวนไปมานานมากจนไม่รู้สึกตัว!


    “คุณหลิวคุณสามารถไปพักผ่อนก่อนแล้วพวกเราค่อยมากันอีกครั้งในวันพรุ่งนี้”เสียงของจ้าวหวางห่าวดังขึ้นเมื่อความมืดคืบคลานเข้ามา


    “ห๊ะ!”หลิวเย่กำลังใช้ความคิดเขาพลันตกใจกับเสียงของจ้าวหว่างหาว


    เมื่อเงยหน้าขึ้นมองรอบๆพบว่าในตอนนี้พวกเขายืนอยู่กันแค่ 5 คนเท่านั้น


    ชายชราจ้าวกลับไปนานแล้ว


    “อืมพวกคุณไปก่อน ขอฉันเดินดูอะไรอีกสักหน่อย” หลิวเย่ยังไม่อยากทิ้งความสงสัยในเวลานี้


    “ตกลงคุณรีบตามมานะ อาหารจะตั้งไว้รอคุณ” จ้าวหวางห่าวกำชับหลิวเย่อีกครั้ง


    “ตกลง!” หลิวเย่พยักหน้าอย่างเป็นธรรมชาติ


    เขาเดินวนรอบอาณาเขตของเสาหินที่กินพื้นที่ราว10 เอเคอร์อย่างระมัดระวังอีกครั้งก่อนกลับไปทานข้าวเย็นกับพวกเขา


    ในห้องนอนรับแขกของวิลล่าตระกูลจ้าว


    หลิวเย่ที่นอนไม่หลับและไม่มีสมาธิฝึกฝน!


    “มันดูแปลกๆชอบกล! มีภาพคล้ายๆแต่ก็ไม่คล้ายโผล่จากหัวเป็นช่วงๆออกไปดูอีกรอบดีกว่า!”


    หลิวเย่ตัดสินใจเหินตัวบินขึ้นเหนือท้องฟ้าและพุ่งตรงไปยังที่ตั้งค่ายกลพันปีนั้น


    “ห๊ะ!” หลิวเย่แปลกใจทันทีเมื่อพบว่ามุมมองด้านบนจากท้องฟ้า


    เขามองเห็นหลุมน้ำวนตรงใจกลางป่าเสาหินพลางแปลกใจว่าเขารู้สึกคุ้นเคยกับหลุมน้ำวนนี้


    คล้ายกับว่าเขาเคยเห็นหรือเคยพบมันที่ไหนมาก่อน?


    หลิวเย่ค่อยๆบินเข้าไปใกล้หลุมน้ำวนขนาดกว้างเท่าตัวคนหนึ่งคนพอดี!


    เขาทดลองหยิบต้นไม้เล็กต้นหนึ่งจากต้นที่อยู่ด้านนอกป่าแล้วโยนเข้าหลุมน้ำวนนั่น


    พลันต้นไม้นั้นถูกปั่นสลายหายไปในพริบตา


    “เอื๊อกน่ากลัวเสียจริง!” หลิวเย่กลืนน้ำลายอย่างฝืดเคือง


    “อ๊ะ เกิดอะไรขึ้น?” เขาตื่นตกใจเมื่อพบว่านิ้วชี้ซ้ายร้อนมากขึ้นเรื่อยๆและมีวงแหวนจางๆปรากฏขึ้นมาบนนิ้วเขา


    พลันเกิดแสงสว่างวาบจากหลุมน้ำวนสะท้อนเข้าตาเขาจนต้องปิดหน้า


    “โอ๊ะ!” ความรู้สึกเหมือนถูกดูดด้วยแรงมหาศาลที่แม้แต่พลังปราณของเขาก็ไม่สามารถต้านทานได้


    ..........


    “โอ้ย ปวดหัวเสียจริง!” หลิวเย่บ่นปวดหัวและค่อยๆลุกขึ้นจากพื้นทรายสีขาวละเอียด


    เขาลืมตาและเหลียวมองรอบตัวที่มีทรายสีขาวล้อมรอบแต่ไม่มีทะเล!


    หลิวเย่ลองเปิดใช้สัมผัสสวรรค์.....


    ปรากฏว่ามันใช้งานในนี้ไม่ได้เลย!


    โอ้ แย่แล้ว! เขาไม่มีตัวช่วยสำคัญเสียนี่!


    ลองหยิบของออกจากมิติพื้นที่!


    ปรากฏว่ามันว่างเปล่าไม่มีอะไรเข้าหรือออกจากมิติพื้นที่เลย!


    “เอื๊อก!”หลิวเย่กลืนน้ำลายอย่างฝืดเคืองและกระวนกระวายใจ


    แล้วนี่เขาจะทนอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีแต่ทรายสีขาวได้อย่างไร?


    ตัวช่วยก็ไม่มีเวรกรรมเสียจริง!


    ลองใช้พลังปราณเพื่อจะบินขึ้นข้างบน!


    เขากระโดดได้สูงจากพื้นแค่ฟุตเดียว!


    โอ้อนิจจา!!!


    เขาถอนหายใจเฮือกใหญ่พลางเดาสุ่มว่าควรจะเดินไปทางไหนดี?


    สุดท้ายเขาตัดสินใจเดินตรงไปข้างหน้าไม่ว่าจะพบเจออะไรก็ให้เป็นไปตามโชคชะตา!


    พลันก้าวแรกที่เขาเดินเริ่มมีแรงกดดันกดทับตัวเขาเล็กน้อย!


    เมื่อเดินก้าวที่สองแรงกดดันมีมากขึ้น!


    ในตอนนี้เขาเดินได้เพียงยี่สิบก้าวและมีเหงื่อโทรมกายจนชุ่มไปหมด!


    แผ่นหลังของเขาเริ่มโค้งลงเรื่อยๆในแต่ละก้าว!


    “อ่า นี่มันช่างโหดร้าย!” เสียงแหบพร่าดังแผ่วเบาจากปากของหลิวเย่


    ก้าวที่ห้าสิบ!


    ตอนนี้เขาคุกเข่าคลานไปข้างหน้าอย่างมีความหวังว่าจะพบทางรอด


    หากเขาหยุดอยู่ที่เดิมและไม่ทำอะไรเลย?!


    ชีวิตของเขาอาจจบลงเพียงเท่านั้น!


    ก้าวที่หกสิบเก้า!


    หลิวเย่คลานไปข้างหน้าด้วยความมุ่งมั่น!


    สัญชาตญานของเขาเตือนว่าหากเขาอดทนได้มากพอ!


    โชคชะตาอาจรออยู่ข้างหน้า!


    ด้วยความหวังและพลังใจที่มีเพียงริบหรี่แต่ยังไม่หมดหวัง!


    ทันใดนั้นขณะที่สติของเขาใกล้จะดับวูบลง!


    พลันมีลูกไฟสีทองสว่างขนาดใหญ่พุ่งจากด้านบนลงใส่ร่างของเขาอย่างรวดเร็ว


    “อ๊าก!” หลิวเย่กรีดร้องเสียงหลงกับเหตุการณ์ร้ายแรงนี้


    “วื้บ”พลันภาพตรงหน้าเขาเปลี่ยนไปเป็นทุ่งหญ้าสีเขียวขจีกว้างสุดสายตา


    มองระยะไกลเห็นภูเขาสูงใหญ่ตั้งตะหง่านอย่างท้าทาย


    หลิวเย่รู้สึกความอบอุ่นที่คุ้นเคย


    พลังฉีที่บางเบาคล้ายกับบนโลกสัมผัสรอบร่างกายเขา


    และทำให้เริ่มฟื้นคืนสติและมีพละกำลังมากขึ้นเรื่อยๆจึงสำรวจร่างกายตนเองทันที


    “โอ้ โชคดีที่มีโล่ต้านพลังเทพช่วยเอาไว้!”เขาพ่นลมหายใจด้วยความโล่งอกที่พบว่าลูกไฟสีทองนั้นไม่สามารถทำอะไรกับเขาได้แต่ก็แปลกใจที่พบว่าในค่ายกลเปลี่ยนให้เขามาอยู่ในสถานที่แห่งนี้


    เขาทดสอบเปิดใช้งานสัมผัสสวรรค์พลังปราณ และมิติพื้นที่ พบว่าสามารถใช้งานได้ตามปกติ


    “เฮ้ เยี่ยมไปเลยใช้งานได้แล้ว!”


    หลิวเย่รีบนั่งลงและฟื้นฟูพลังของเขาให้กลับคืนมาทันที!


    เขาลืมตาขึ้นมาเมื่อพบว่าพลังฟื้นคืนครบสิบส่วนแล้ว!


    จากนั้นพุ่งตัวบินตรงไปยังภูเขาสูงตรงหน้าที่สัมผัสสวรรค์พบความผันผวนของพลังปราณ


    ขณะที่เขาบินเข้าใกล้ภูเขาสูงนั้น


    พลันมีนกยักษ์พุ่งเข้าหาพร้อมกับมีดบินพลังปราณจำนวนมหาศาลจากมัน


    “โอ๊ะ!” หลิวเย่เปิดใช้งานโล่ต้านพลังเทพทันที


    เขาตกใจที่พบกับสัตว์อสูรขอบเขตแกนสวรรค์!


    นั่นมากกว่าเขาหนึ่งขอบเขต!


    “วื้ด วื้ด” มีดบินพลังปราณจากนกยักษ์พลันสลายไปทันทีเมื่อกระทบเข้ากับโล่ต้านพลังเทพ


    หลิวเย่รีบจัดวางค่ายกลมังกรบินเพื่อให้สะท้อนการโจมตีของมัน!


    แต่ปรากฏว่าค่ายกลมังกรบินที่มีพละกำลังแกนทองคำสูงสุด!


    ไม่สามารถต้านพลังของนกยักษ์ได้เลย!


    เขาใช้อาวุธที่มีไม่ว่าจะเป็นกระบี่หอก และดาบแล้วเสริมพลังปราณพุ่งเข้าใส่ในจุดที่คิดว่าสามารถโจมตีมันได้


    ไม่ว่าจะเป็นดวงตาทั้งสองข้างของมันคอ หน้าอก ท้อง ลำตัว


    “ฉันจะไม่ยอมแพ้เจ้านกยักษ์! นี่คือส่วนประกอบยาชั้นยอดที่หายาก!” หลิวเย่กล่าวกับตนเองด้วยความมุ่งมั่น


    เขาใช้สัมผัสสวรรค์เพื่อหาจุดอ่อนในร่างกายของมัน!


    “โอ้ โชคเข้าข้างเสียจริง!” ในที่สุดเขาก็พบจุดอ่อนที่ใต้คางของมันเป็นจุดเล็กๆที่มันระมัดระวังตัวมาก


    หลิวเย่เปิดใช้งานล่องหนและลบร่องรอยพลังชีวิตจนหมด!


    นกยักษ์งุนงงที่จู่ๆหลิวเย่หายตัวไปมันบินวนไปมาสำรวจอย่างช้าๆไม่พลาดแม้แต่จุดเล็กๆ


    หลิวเย่ในตอนนี้ที่ถือหอกรอไว้อยู่!


    เขาค่อยๆบินสูงขึ้นเรื่อยๆจากใต้ท้องของมัน!


    พลางกั้นลมหายใจด้วยความกังวล!


    “พรึ่บ” นกยักษ์บินขึ้นสูงบนฟ้าทันทีด้วยความเร็วสูง


    เขาเกาะอยู่ที่ปีกหนึ่งของมันอย่างเงียบเชียบ


    “ฮึ่มต้องหาโอกาสให้ได้!”หลิวเย่กล่าวอย่างมุ่งมั่น


    ครู่หนึ่งมันบินวนกลับมาที่ภูเขาสูงคล้ายไม่ต้องการห่างไกลจากที่นั่น!


    มันยืนนิ่งบนหน้าผาหนึ่งพลางกวาดสายตามองคล้ายกำลังมองหาอะไรบางอย่าง?!


    หลิวเย่สูดลมหายใจเข้าลึกๆและเคลื่อนตัวด้วยความเร็วสูง!


    เขาส่งพลังปราณเข้าใส่หอกอย่างเต็มกำลัง!


    “อ๊ะ!” นกยักษ์ร้องตกใจที่พบพลังปราณพุ่งเข้าใส่ตัวมันอย่างกะทันหัน


    ขนและปีกของมันตั้งชันและส่งมีดบินพลังปราณเข้าใส่หลิวเย่!


    ในตอนนี้หลิวเย่ถอยไม่ได้แล้ว!


    เขาพุ่งตรงเข้าใส่จุดใต้คางของมันโดยไม่สนใจความเจ็บปวดจากมีดบินที่พุ่งเข้าใส่


    “ปั๊ก! พลั๊ก!”เสียงหอกพุ่งทะลุคางของมัน


    “กรี๊ด! กรี๊ด!”เสียงกรีดร้องอย่างเจ็บปวดของมันดังก้องไปทั่ว


    ในตอนนี้หลิวเย่พัวพันกับนกยักษ์ที่บินวนหมุนตัวไปมาด้วยความเจ็บปวด


    ห้าลมหายใจต่อมา


    “ตุ๊บ!” เสียงร่วงหล่นของร่างนกยักษ์กระแทกพื้นดังลั่น


    “โอ๊ย!” หลิวเย่ร่วงหล่นจากตัวนกยักษ์ล้มลงบนพื้นด้วยความเจ็บปวด


    ร่างกายของเขาชุ่มไปด้วยเลือดที่เกิดจากมีดบินพลังปราณของมัน


    เขานอนแผ่หมดแรงบนพื้นพลางเร่งฟื้นฟูพลังปราณให้กลับคืนมา


    เนื่องจากเขาใช้พลังปราณไปจนแทบหมดสิ้น


    หนึ่งชั่วยามผ่านไป


    หลิวเย่ฟื้นพลังปราณได้ห้าส่วนแล้ว!


    เขารีบลุกขึ้นยืนแล้วใช้หอกกรีดหน้าอกนกยักษ์เพื่อนำแกนของมันออกมา


    แกนสีขาวแวววาวขนาดเท่าแขนของเขาปรากฏต่อหน้า!


    เขารีบเก็บมันไว้ในมิติพื้นที่ทันที!


    “อ้า นี่ของดีต้องเก็บให้หมด นี่แลกมาด้วยชีวิตของฉันเลยนะ!”เขาพึมพำพร้อมกับโบกมือเก็บซากนกยักษ์ขอบเขตแกนสวรรค์เข้ามิติพื้นที่


    “เฮ้ออย่างน้อยก็ยังมีโชคอยู่บ้าง แต่มันก็เสี่ยงเกินไป!”เขาคิดในใจด้วยความรู้สึกหลากหลาย


    “ไปดูกันว่ามีอะไรอยู่ในนั้น!” เขามองไกลไปยังถ้ำหนึ่งที่อยู่บนหน้าผา


    หลิวเย่บินขึ้นไปบนถ้ำนั้นโดยตรง


    ปากถ้ำขนาดเท่าคนสามคนเข้าไปได้ข้างในมืดแต่มีแสงสว่างจางๆจากส่วนลึกของถ้ำ


    เขาเดินตรงเข้าไปและพบกับห้องกว้างขนาด3 เมตร ซอกหินมีกล่องไม้เก่าวางไว้


    หลิวเย่เปิดออกดูปรากฏว่ามันเป็นม้วนไม้ไผ่ที่ว่างเปล่า


    ด้วยความแปลกใจแต่ทำให้ความคิดถึงหน้าหนังสือลึกลับที่ว่างเปล่าในห้องสมุด


    เขาใช้สัมผัสสวรรค์และนิ้วมือแตะที่ไม้ไผ่นั้น!


    พลันปรากฏข้อความขึ้นมาว่า“ตำราค่ายกลพันปี!”


    เขาตัวแข็งทื่อด้วยความตื่นเต้นดีใจและใช้สัมผัสสวรรค์อ่านต่อไป!


    “ค่ายกลพันปี สร้างจากคาถาพันอัน เสาหินพันต้น วัตถุแตกต่างกันพันชิ้นดำรงอยู่อย่างแข็งแกร่งพันปี


    จะสูญสลายไปเองเมื่อครบสองพันปี หากต้องการคลายค่ายกลล่วงหน้าจำต้องจัดวางเสาหินใหม่ให้คลายคาถาทั้งหนึ่งพันนั้นและต้องทำภายในหนึ่งพันลมหายใจ..........”


    โอ้ นี่มันยอดเยี่ยมมาก!


    ในที่สุดเขาก็มีวิธีแก้ไขค่ายกลพันปีนี้แล้ว!


    เขาตื่นเต้นดีใจที่อยากจะทดลอง!


    แต่ความรู้สึกของพลังปราณที่ผันผวนในส่วนลึกของถ้ำกระตุ้นให้เขาเดินต่อไปเมื่อไม่พบอะไรอย่างอื่นในนี้แล้ว


    แสงสว่างจางๆในส่วนลึกของถ้ำเริ่มสว่างจ้ามากขึ้นเรื่อยๆ


    ความร้อนที่อ่อนโยนแผ่กระจายออกมาควบคู่ไปกับพลังปราณที่ผันผวนคล้ายกับพวกมันเป็นสิ่งเดียวกัน


    ในที่สุดใจกลางของถ้ำ


    ภาพที่ปรากฏต่อสายตาของเขาเวลานี้สร้างความตกตะลึงและตื่นเต้นให้กับเขาเป็นอันมาก!


    ลูกทรงกลมขนาดเท่ากำปั้นพื้นผิวเป็นทรายสีขาวสะอาดตาวางบนกล่องหยกมันแพะ!


    พวกมันทั้งหมดเป็นสีขาวนวลส่องสว่างและมีพลังปราณกระจายออกมาเป็นระยะ+


    นั่นคือทรายพิสุทธิ์!


    โอ้นี่เขาช่างมีโชคชะตาเสียจริง!


    “ฮ่ะ ฮ่า ฮ่าเยี่ยมมาก! สุดยอด!”หลิวเย่ตะโกนเสียงดังลั่นที่เขาโชคดีเช่นนี้


    เขาเอื้อมมือไปหยิบมันเก็บเข้าในมิติพื้นที่ทันที


    ข้างๆนั้นมีกล่องไม้ปิดผนึกขนาดเท่าต้นขาของเขา


    ด้านบนกล่องมีเพียงคำว่า“จ้าว” สลักอยู่


    หลิวเย่คิดในใจว่า“นี่คงเป็นสมบัติที่ผู้เฒ่าจ้าวพูดไว้”


    ดังนั้นเขาจึงไม่เสียมารยาทเปิดออกดูแม้ว่าเขาจะทำได้ก็ตาม


    “อืมไม่รู้ว่าเข้ามาอยู่ในนี้นานแค่ไหนแล้ว?รีบหาทางออกไปดีกว่า!”


    หลิวเย่หามุมสงบแล้วหยิบม้วนไม้ไผ่มาเปิดดู


    “ห๊ะหายไปอีกแล้ว!” พลันข้อความบนม้วนไม้ไผ่ว่างเปล่าเหมือนก่อนหน้า


    “เฮ้อดีนะที่อ่านหมดแล้ว เอาล่ะ ทบทวนด้วยตัวเองก็แล้วกัน”


    หลิวเย่นั่งหลับตาและทบทวนข้อความจากม้วนไม้ไผ่นั้นอย่างละเอียด


    เขาพยายามทำความเข้าใจกับวิธีทำลายหรือแก้ไขค่ายกลพันปีนี้!


    พบว่า การทำลายทำได้ง่ายกว่าแก้ไขค่ายกลพันปี!


    ถ้าทำลายแค่เปลี่ยนแปลงตำแหน่งเสาหินให้อยู่ในจุดที่เหมาะสม!


    คาถาทั้งพันคาถาจะสลายไปเอง!


    แต่ถ้าแก้ไขให้มีพลังอ่อนลงหรือแค่บางจุด!


    ไม่ใช่แค่เปลี่ยนแปลงตำแหน่งเสาหินเท่านั้น!


    แต่ยังหมายถึงว่าต้องใช้เวทมนตร์ขั้นสูงเพื่อทำให้บางคาถาอ่อนลง!


    เขาเข้าใจความยากของการทำลายหรือแก้ไขแล้ว!


    นั่นเป็นเพราะว่าต้องทำพวกเขาทั้งหมดให้เสร็จสิ้นในพันลมหายใจ!


    หากคนธรรมดาหรือผู้แข็งแกร่งทั่วไปแค่ขยับหรือเปลี่ยนแปลงเสาหินก็ยากที่จะทำให้สำเร็จได้


    เมื่อได้ข้อสรุปและวิธีการทำลายค่ายกลพันปีแล้ว


    หลิวเย่ออกจากถ้ำและบินขึ้นไปยืนบนจุดสูงสุดของภูเขา


    และใช้คาถาจากม้วนไม้ไผ่เพื่อเปิดพื้นที่เข้าสู่เสาหินทั้งพันต้น


    จากเดิมที่เสาหินวางในตำแหน่งของค่ายกลพันปี


    ในการทำลายนี้เขาต้องจัดวางในอีกรูปแบบหนึ่งเพื่อสลายคาถาทั้งหลาย


    “โอ้ นั่นมัน!” เสียงตะโกนด้วยความตื่นตกใจดังก้องขึ้น

    คล้ายกับเรื่องฉันมีเทเลพอร์ตสุดเจ๋ง(ทั้งเรื่องติดหัวใจแค่4ตอน) ที่คุณอ่าน