เช้าวันต่อมา
แพรตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกที่เบาใจขึ้นกว่าทุกวัน
ฝนหยุดตกไปตั้งแต่ช่วงตีสี่ เหลือทิ้งไว้เพียงความชื้นในอากาศและกลิ่นดินโชยอ่อนๆ ลอดผ่านหน้าต่างที่เปิดแง้มไว้
แสงแดดจางๆ เริ่มทอแสงผ่านม่านเข้ามาในห้องที่เคยเงียบเหงา
เธอยืนมองพี่เอกที่นอนหลับสนิทอยู่บนโซฟาอยู่นานครู่หนึ่ง เขาห่มผ้าคลุมตัวไว้เพียงครึ่งตัว ใบหน้าดูเหนื่อยล้าจากการอดนอนเฝ้าเธอมาทั้งคืน แต่กลับมีรอยยิ้มจางๆ แต้มอยู่บนริมฝีปากในตอนที่หลับ เหมือนเขากำลังฝันถึงเรื่องดีๆ
แพรยืนมองภาพนั้นเงียบๆ ก่อนจะเดินไปต้มน้ำร้อนทำกาแฟสองแก้ว
เมื่อกลิ่นกาแฟหอมฟุ้ง แพรก็เดินกลับมาวางแก้วหนึ่งลงข้างโซฟา แล้วเอื้อมมือไปเขย่าตัวพี่เอกเบาๆ
“พี่เอกคะ... ตื่นได้แล้วค่ะ เช้าแล้วนะ หนูต้องเตรียมตัวไปทำงานแล้ว”
พี่เอกสะดุ้งตื่นเล็กน้อย เขามองหน้าแพรด้วยสายตางัวเงียในวินาทีแรก
ก่อนที่นัยน์ตาจะเปลี่ยนเป็นประกายสดใสทันทีที่เห็นหน้าเธอ
“อ้าว... เช้าแล้วเหรอครับ ฝนหยุดแล้วด้วยสิ พี่นอนหลับสบายมากเลยนะเมื่อคืนนี้”
เขาบิดตัวไล่ความเมื่อยล้า พลางมองไปทางหน้าต่างด้วยสีหน้าผ่อนคลาย
แพรยิ้มตอบ แล้วยื่นแก้วกาแฟอุ่นๆ ให้ “กาแฟค่ะ... พี่ไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเถอะ เดี๋ยวหนูจะทำข้าวต้มหมูสับง่ายๆ ให้กินก่อนออกไปทำงานนะคะ”
พี่เอกรับแก้วกาแฟมาถือไว้
เขาไม่ได้มองกาแฟในมือแต่มองลึกเข้าไปในดวงตาของแพรด้วยสายตาซาบซึ้ง
“ขอบคุณนะครับแพร... จริงๆ หนูไม่ต้องลำบากทำอะไรให้พี่ก็ได้นะ แค่ตื่นมาแล้วเจอหนูแบบนี้ พี่ก็ดีใจมากแล้ว”
คำพูดนั้นทำให้แพรหน้าร้อนวูบแดงระเรื่อขึ้นมานิดๆ เธอทำเพียงยิ้มรับแล้วรีบเดินเลี่ยงไปในครัว
ทั้งคู่กินข้าวเช้าด้วยกันเงียบๆ แต่อบอุ่นอย่างประหลาด ก่อนที่พี่เอกจะขับรถไปส่งเธอที่มหาวิทยาลัยตามปกติ
ระหว่างทาง แพรหันมามองคนขับที่ดูตั้งใจมองทาง แต่อบอวลไปด้วยบรรยากาศที่น่าสบายใจ
เธอตัดสินใจพูดขึ้นเบาๆ “พี่เอกคะ... เรื่องเมื่อคืน... ขอบคุณจริงๆ นะคะที่อยู่เป็นเพื่อนหนู หนูรู้สึกดีมากเลยค่ะที่ได้หลับยาวโดยไม่ต้องระแวงอะไร”
พี่เอกละสายตาจากถนนมาชั่วครู่
เขายิ้มแล้วเอื้อมมือมาประคองมือแพรไว้เบาๆ “พี่ดีใจที่หนูรู้สึกปลอดภัยครับ... พี่จะอยู่ตรงนี้เสมอนะ ไม่ว่าหนูต้องการอะไร หรืออยากให้ช่วยอะไร พี่พร้อมเพื่อหนูเสมอครับ”
แพรบีบมือตอบเขาเบาๆ ความอบอุ่นที่ส่งผ่านฝ่ามือนั้นทำให้เธอมั่นใจขึ้น เธอเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง รู้สึกว่าวันนี้เธอพร้อมที่จะเริ่มต้นใหม่จริงๆ แล้ว
- ที่มหาวิทยาลัย -
ทันทีที่เดินเข้าห้องทำงาน
พี่แอนก็ปรี่เข้ามาหาเธอด้วยท่าทางร่าเริง
“แพร! เมื่อวานงานปีใหม่น่ะสนุกมากเลยนะ แกกับอาจารย์เอกดูหวานกันจนคนอื่นอิจฉาเลยรู้ป่าว... แล้วนี่ เรื่องอาจารย์กร แกตัดใจได้ชัวร์ๆ แล้วใช่ไหม?”
แพรยิ้มจางๆ แล้วส่ายหน้าช้าๆ
“หนูไม่ได้สนใจทางนั้นแล้วค่ะพี่แอน หนูเลือกที่จะเดินหน้าต่อแล้วจริงๆ... พี่เอกเขาทำให้หนูรู้สึกว่าหนูไม่ต้องอยู่อย่างหวาดกลัวอีกต่อไปแล้วค่ะ”
พี่แอนยิ้มกว้างอย่างเบาใจแล้วกอดไหล่เธอเบาๆ
“ดีใจด้วยจริงๆ นะจ๊ะ... แกสมควรได้รับความรักดีๆ แบบนี้มาตั้งนานแล้ว”
ในช่วงบ่ายแก่ๆ
ขณะที่แพรกำลังเตรียมจะเก็บของ พี่เอกก็เดินมาที่โต๊ะ
เขาถือกระดาษโน้ตใบเล็กที่เขียนด้วยลายมือบรรจงยื่นให้เธอ
“แพรครับ... เย็นนี้พอจะว่างไหม พี่อยากชวนหนูไปเที่ยวเล่นที่บ้านพี่ดูน่ะครับ... แต่ถ้าหนูยังไม่สะดวกก็ไม่เป็นไรเลยนะ พี่แค่อยากชวนไปกินข้าวเย็นด้วยกัน อยากให้หนูได้ลองเปลี่ยนบรรยากาศเผื่อจะผ่อนคลายขึ้นบ้างหลังจากเจอเรื่องหนักๆ มา”
แพรเงยหน้าสบตาคนชวนที่ดูสุภาพและให้เกียรติเธอเสมอ
แก้มเธอแดงขึ้นมาอีกรอบ เธอพยักหน้าตอบรับช้าๆ
“ไปสิคะ... หนูก็อยากเห็นเหมือนกันว่าบ้านพี่เอกเป็นยังไง ขอบคุณที่ชวนนะคะ”
พี่เอกยิ้มกว้างออกมาด้วยความดีใจ
“ดีใจจังครับ... งั้นเดี๋ยวเลิกงานพี่มารอรับที่ลานจอดรถเหมือนเดิมนะ พี่จะทำต้มยำกุ้งกับผัดผักรวมมิตรให้กิน พี่จำได้ว่าหนูชอบรสเผ็ดนิดๆ ใช่ไหมครับ?”
แต่ในมุมที่แพรไม่เห็น...
พี่กรยืนแอบมองอยู่ตรงโถงทางเดินด้านนอก
มือกำแน่นจนข้อนิ้วซีด เขาเห็นทุกอย่าง... เห็นแพรยิ้มตอบเอก เห็นท่าทางที่ดูมีความสุขของเธอ หัวใจพี่กรเหมือนถูกบีบจนแหลกเหลว
เขาไม่กล้าเดินเข้าไปหา ทำได้เพียงหันหลังเดินกลับห้องตัวเองช้าๆ ด้วยร่างกายที่สั่นเทา
“กูทำอะไรลงไปวะ... ทำไมกูถึงปล่อยให้เรื่องมันมาถึงจุดนี้ได้”
เขาฟุบหน้าลงกับโต๊ะ ทุบลงไปแรงๆ เพื่อระบายความอัดอั้น
เขาขังตัวเองอยู่ในห้องนั้นจนมืดค่ำ เฝ้ามองผ่านหน้าต่างเห็นแพรเดินไปกับเอก
เห็นทั้งคู่ขึ้นรถขับออกไป... ความรู้สึกเหมือนวิญญาณถูกกระชากออกจากร่าง
ทว่าความซ้ำเติมยังไม่จบ
ช่วงเย็นใกล้มืดวันนั้น อาจารย์วิภาตามเขาไปถึงลานจอดรถ ท่ามกลางฝน ที่เริ่มโปรยปราย
“อาจารย์คะ! รอด้วยค่ะ ภามีเรื่องด่วนจริงๆ ที่ต้องคุยด้วย”
พี่กรหันกลับไปด้วยสีหน้าเหนื่อยล้าถึงขีดสุด “อาจารย์วิภา... ผมบอกกี่ครั้งแล้วว่าผมไม่สะดวก ผม—”
ไม่ทันได้จบประโยค วิภาก็พุ่งเข้าหา
ดันเขาพิงกับรถแล้วจูบเขาอย่างรุนแรง
พี่กรตัวแข็งทื่อ เขาพยายามผลักออกแต่ความอ่อนแอและความโดดเดี่ยวที่กำลังกัดกินใจทำให้เขาล้มเหลวในการต้านทาน
ทั้งคู่จบลงด้วยความผิดพลาดซ้ำรอยเดิมมในรถของเขา...
ท่ามกลางเสียงฝนที่ตกลงมาเหมือนจะตอกย้ำความล้มเหลวในชีวิต
หลังจากนั้น
วิภายิ่งตามติดและแสดงตัวเป็นเจ้าของหนักขึ้น
เธอคอยขัดจังหวะทุกคนที่คุยกับเขา
และคอยกระซิบตอกย้ำ
“อาจารย์อย่ามองเธอเลยค่ะ เธอเลือกคนอื่นไปแล้ว... ตอนนี้ภาอยู่ตรงนี้กับอาจารย์คนเดียวไงคะ”
พี่กรดูว่างเปล่าและไร้วิญญาณขึ้นทุกวัน เขาทำได้เพียงนั่งมองรูปเก่าๆ ของแพร และร้องไห้เงียบๆ ในห้องคนเดียว...
โดยที่แพรเห็นทุกอย่าง เห็นเขากับวิภาเดินด้วยกันบ่อยขึ้น แต่มันกลับไม่ทำให้เธอเจ็บอีกต่อไปแล้ว
แพรเลือกที่จะมองไปข้างหน้า... ไปหาคนที่ทำให้เธอรู้สึกปลอดภัยและไม่ต้องร้องไห้คนเดียวอีกต่อไป