บทที่ 3 จะยอมมีลูกหรือไม่
เมื่อคุณนายฟู่พูดถึงขนาดนี้แล้ว แต่ฟู่อวิ่นซางก็ยังคงปฏิเสธ เธอจึงเอ่ยขึ้นอีกว่า “ถ้าวันนี้ลูกไม่รับปากแม่ แม่ก็จะย้ายมาอยู่ที่นี่เลย!”
ไม่ว่ายังไง เธอ้าให้ฟู่อวิ่นซางยอมตกลงให้ได้
เยี่ยเจียที่ยืนอยู่หน้าประตูได้ยินทุกอย่างที่ควรและไม่ควรได้ยิน
เธอรู้สึกว่าตัวเองไม่ควรจะเดินออกไปในเวลานี้
ขณะที่เยี่ยเจียกำลังจะหันหลังกลับเข้าไปในห้อง เธอก็เห็นว่าฟู่อวิ่นซางสังเกตเห็นตนเอง และมองมายังเธออยู่
“คุณแม่ มาแล้วสินะคะ” เมื่อถูกเห็นแล้ว เยี่ยเจียก็ไม่จำเป็ต้องหลบซ่อนอีกต่อไป เธอจึงเดินเข้าไปอย่างจำใจ
คุณนายฟู่มองเยี่ยเจียด้วยสายตาเฉยชา และตอบรับด้วยท่าทางแข็งกระด้าง “อืม”
แม่สามีมีท่าทีเฉยเมยต่อเยี่ยเจียมาโดยตลอด เยี่ยเจียจึงไม่ได้ให้ความสนใจมากนัก และรีบนำจานอาหารออกมาวางบนโต๊ะให้เรียบร้อย “คุณแม่มาเร็วมากเลย คงยังไม่ได้ทานอาหารเช้ามาใช่ไหมคะ”
“เชิญคุณแม่นั่งลงทานกับอวิ่นซางเถอะค่ะ อวิ่นซางชอบทานแต่อาหารที่คุณแม่กับป้าอู่ทำ และวันนี้เขาก็ได้ทานอีกแล้ว”
“อืม ถ้างั้นฉันก็จะนั่งทานด้วยกับพวกเธอ” ดูเหมือนคำพูดของเยี่ยเจียจะทำให้คุณนายฟู่พอใจมาก
บรรยากาศอันตึงเครียดเมื่อครู่ทำให้คุณนายฟู่เองก็พลอยกังวลว่าสถานการณ์อาจไม่สู้ดีนัก การนั่งทานอาหารร่วมกันและคุยกันอีกสักหน่อยน่าจะช่วยให้ผ่อนคลายลงได้
คุณนายฟู่นั่งลงและยังถามถึงเยี่ยเจียอีกด้วย “เธอก็ทานให้เยอะ ๆ หน่อยนะ”
“ขอบคุณค่ะคุณแม่” เยี่ยเจียตอบรับด้วยรอยยิ้ม
แต่ยังไม่ทันจะได้พูดจบ คุณนายฟู่ก็พูดขึ้นอีกว่า “กินให้เยอะ ๆ หน่อย ร่างกายจะได้แข็งแรง จะได้ตั้งครรภ์ง่ายขึ้น ต่อให้หัวใจจะไม่มีปัญหา แต่คนผอมบางแบบนี้ตอนตั้งท้องจะมีปัญหาเอาได้ แม้แต่คนที่มีร่างกายแข็งแรงดีก็ยังมีหลายคนที่ตายจากการคลอด”
“แม่!”
ฟู่อวิ่นซางขมวดคิ้วแน่น ทำสีหน้าเคร่งเครียด เสียงของเขาแฝงไปด้วยความพยายามที่จะห้ามปราม
เยี่ยเจียทำราวกับคนหูหนวกตาบอด ก้มหน้าก้มตากินข้าวอย่างเดียว เจอคุณนายฟู่พูดจาแบบนั้นเธอก็ไม่รู้จะตอบอย่างไรดีเช่นกัน
สีหน้าของคุณนายฟู่ก็ไม่ค่อยดีนัก “มีอะไรกัน ตอนนี้แม่พูดอะไรนิดอะไรหน่อยก็ไม่ได้แล้วเหรอ ดูลูกปกป้องเธอสิ! แม่พูดแบบนี้ถึงมันฟังดูไม่สบายใจหน่อย แต่ทั้งหมดมันก็เป็ความจริงนะ!”
“ผู้หญิงคนไหนไม่ต้องคลอดลูกบ้าง เราคงไม่ตามใจเยี่ยเจียทุกอย่างจนตระกูลฟู่ต้องขาดคนสืบสกุลหรอกนะ?!”
จากนั้นคุณนายฟู่ก็หันไปมองเยี่ยเจี่ย “เยี่ยเจีย เธอบอกฉันทีสิว่าเธอยินดีให้จะกำเนิดลูกของอวิ่นซางหรือไม่”
เยี่ยเจียยินดีให้กำเนิดลูกกับฟู่อวิ่นซาง
แต่เธอกลัวบางอย่าง… ไม่ใช่กลัวตาย แต่กลัวว่าถ้าเธอตายไป เธอจะไม่ได้เห็นลูกเติบโต และไม่ได้อยู่เคียงข้างฟู่อวิ่นซางอีกต่อไป
เธอรู้จักร่างกายของตัวเองดีกว่าใคร
หลังจากผ่าตัดหัวใจครั้งนั้น ตอนนี้ราวกับว่าเธอจะเหลือชีวิตอยู่เพียงครึ่งเดียว
“แม่ พวกผมต้องไปทำงานที่บริษัทแล้ว ขอตัวก่อนนะครับ” ฟู่อวิ่นซางวางตะเกียบแล้วลุกขึ้น
หลังจากนั้น เขาก็มองไปที่เยี่ยเจี่ย “คุณรีบเก็บของแล้วตามมาได้แล้ว”
กินข้าวไปยังไม่ถึงสองคำก็รีบไปทำงานทันที แน่นอนว่าไม่ใช่เพราะรีบร้อน แต่เพราะไม่อยากฟังคุณนายฟู่พูด แล้วมีหรือที่คุณนายฟู่จะมองไม่ออก?
“ค่ะ” เยี่ยเจียที่เห็นบรรยากาศไม่ดี เมื่อฟู่อวิ่นซางตั้งใจจะให้เธอออกไปด้วย เธอก็ยินดีหดคอเป็เต่าแล้วหลบไปก่อนดีกว่า
ความสัมพันธ์ระหว่างแม่สามีกับสะใภ้เป็ปัญหาที่แก้ไม่ตกในทุกบ้าน และเื่การให้กำเนิดลูกก็ไม่ใช่เื่ที่เธอจะตัดสินใจได้
ให้กำเนิดหรือไม่ เธอจะฟังฟู่อวิ่นซางก่อน
เมื่อเห็นเยี่ยเจียลุกเดินออกไป ฟู่อวิ่นซางก็ลุกจากโต๊ะอาหารตาม คุณนายฟู่จึงโกรธมาก “อวิ่นซาง ลูกตั้งใจจะทำให้แม่โกรธหรือไง?!”
ฟู่อวิ่นซางหยิบบัตรใบหนึ่งออกมาจากตัว พร้อมพูดว่า “แม่อายุมากแล้ว ไม่ควรโมโหบ่อย ๆ นะครับ เพราะจะทำให้เกิดริ้วรอยได้ง่าย นี่คือบัตรสมาชิกร้านเสริมความงามระดับวีไอพีที่คู่ค้าส่งมาให้ ได้ยินว่าได้ผลดีมาก ่นี้แม่ควรใส่ใจดูแลตัวเองให้มากขึ้น และบำรุงผิวพรรณให้เต็มที่นะครับ”
“เ้าเด็กนี่เ้าเล่ห์จริงนะ!” คุณนายฟู่หัวเราะอย่างขบขัน
เมื่อเห็นบัตรสมาชิกร้านเสริมสวย ความโกรธของเธอก็คลายลงในทันที
ไม่มีผู้หญิงคนไหนไม่กลัวแก่หรอก