ชายร่างใหญ่ผู้ขายซาลาเปายืนเท้าเอวพลางหรี่ตาลงแลดูไร้ศีลธรรม ราวกับคาดเดาไว้แล้วว่านางจะมาถามจึงกล่าวอย่างเชื่องช้าว่า “ทำไมเล่าที่แห่งนี้เป็ของเ้าหรืออย่างไร?”
นางซูเม้มปากกล่าวว่า“ทุกคนทำมาหากินเลี้ยงชีพไม่ใช่ง่ายดายท่านไม่จัดการดูแลแผงลอยของท่านให้ดี เหตุใดกลับเอาแต่กลั่นแกล้งพวกเรา?”
“ข้าแกล้งพวกเ้าตรงไหน ที่ตรงนี้ไม่ได้มีกฎมาก่อนได้ก่อนหรือ?” ชายร่างใหญ่เบิกตาโตแล้วลุกขึ้นยืน ตัวสูงใหญ่กำยำดูน่าเกรงขามเขายิ้มกว้างแล้วกล่าวต่อ “ข้าว่าพวกเ้าก็ไม่ได้ลำบากอะไรนักนี่!”
เชอะคงเพราะว่าอิจฉาตาร้อนแน่แล้ว!
อันที่จริงพ่อค้าแม่ค้าประจำบนถนนเส้นนี้มีไม่มากนักเมื่อเห็นการค้าของพวกนางไปได้ดี ก็อิจฉาจนทนไม่ไหวแล้วล่าช่วนไม่เพียงแต่มีลูกค้าประจำจำนวนมากเท่านั้นแต่ยังมีลูกค้าที่ได้กลิ่นหอมแล้วเข้ามาอุดหนุนอีกไม่น้อยบางคนก็ยินดีที่จะเห็นเื่เช่นนี้ เมื่อมีผู้คนสัญจรไปมามากขึ้น แผงลอยเล็กๆของพวกเขาก็จะได้รับประโยชน์ไปด้วย
แต่คนใจแคบบางคนก็รู้สึกไม่สบายใจเดิมทีทุกคนก็ขายของได้พอกัน แต่จู่ๆ ก็มีคนหนึ่งขายดีเป็พิเศษจนทำลายสมดุลนี่จึงเป็ที่มาของปัญหา
การถูกยึดแผงลอยบ่อยครั้งเช่นนี้นางซูก็ไม่รู้จะทำอย่างไร หมู่บ้านเถียนซินอยู่ห่างจากที่นี่ครึ่งชั่วยามนางจะออกเดินทางั้แ่ฟ้ายังไม่สว่างได้อย่างไร? ทำงานมาทั้งวันก็อยากให้เด็กๆได้นอนพักผ่อนมากขึ้น...
“ทำเื่ที่สร้างความเสียหายให้ผู้อื่น แต่ไม่เป็ผลดีต่อตนเองท่านทำไปได้อย่างไรกัน” เย่ชิงชิงเองก็หมดคำพูดชายร่างใหญ่ผู้นี้ช่างโง่งมเสียจริง!
ชายร่างใหญ่นั้นโกรธจัดตบโต๊ะดังสนั่นแล้วกล่าวเสียงต่ำว่า “นังเด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมเ้าพูดอะไร!”
เย่ชิงชิงกอดอก“พวกเราตั้งใจทำมาหากิน การค้าจึงรุ่งเรืองตามส่วนท่านเอาแต่คิดจะสร้างความเดือดร้อนให้ผู้อื่นย่อมไม่มีทางประสบความสำเร็จอันใด”
เมื่อถูกเด็กน้อยนางหนึ่งตำหนิเช่นนี้ชายร่างใหญ่จึงโกรธจัดถึงขั้นอยากจะใช้ขนาดร่างกายที่ใหญ่โตกว่าลงมือสั่งสอนเสียหน่อย
เย่จื้อเฟิงพลันก้าวไปข้างหน้าขวางนางซูและเย่ชิงชิงไว้พร้อมกับแยกเขี้ยวใส่อีกฝ่าย เขาส่งเสียงคำรามในลำคอคล้ายสัตว์ดุร้ายและกำลังแสดงท่าทีข่มขู่
อ่า...เย่ชิงชิงหน้าดำคล้ำดึงเย่จื้อเฟิงเข้ามาแล้วตบเบาๆ ที่ศีรษะ “ทำอะไรน่ะ พี่เป็มนุษย์นะ!”
“โอ๊ย” เย่จื้อเฟิงเอามือกุมหัวเขาหันกลับมามองด้วยความงงงวย “เขาคือ คนเลว”
นางซูโอบกอดบุตรของนางทั้งสองคนแล้วหันไปมองชายร่างใหญ่ “ท่าน้าสิ่งใดกันแน่เ้าคะ?”
ชายร่างใหญ่ฮึดฮัดอย่างคนพาล“ข้าอยากวางแผงลอยที่ไหนก็วาง เ้ามายุ่งอะไรด้วย!”
ไม่ว่าเขาจะทำอย่างไรเย่ชิงชิงก็รู้สึกว่าการเสียเวลากับคนเช่นนี้ช่างเป็การสิ้นเปลืองเวลาและพลังงานโดยแท้
พอดีกับที่นางเคยเล็งสถานที่อื่นไว้แล้วถนนกว้างขวาง การจัดระเบียบก็ดี ผู้คนที่สัญจรไปมาก็ไม่เหมือนกับแถวนี้จึงถือโอกาสนี้ไปจับจองแผงตั้งร้านใหม่เสียเลยดีกว่า
นางซูไม่คัดค้านความคิดของเย่ชิงชิงนางเริ่มคุ้นเคยกับการที่ลูกสาวช่วยออกความคิดเห็นแล้ว ยิ่งไปกว่านั้นกับคนพาลเช่นนี้นางก็ไม่รู้จะจัดการอย่างไรจริงๆ
ถนนจิ้นเหมินเป็ถนนที่เจริญรุ่งเรืองที่สุดในเมืองสืออันก็ว่าได้ถนนปูด้วยหินเรียบสะอาดตา ร้านค้าตั้งเรียงรายสองข้างทางแผงตั้งร้านจัดวางอย่างเป็ระเบียบ และมีผู้คนสัญจรไปมาไม่ขาดสาย
พอเห็นความคึกคักเช่นนี้นางซูก็อดลังเลใจไม่ได้ “ค่าเช่าแผงที่นี่คงไม่ใช่น้อยใช่หรือไม่?”
“คงจะแพงน่าดู แต่ล่าช่วนของเราก็เพิ่มราคาได้อีกหนึ่งอีแปะนะเ้าคะ”
เย่ชิงชิงพินิจเครื่องแต่งกายและท่าทางของผู้คนบนถนนอย่างละเอียดคาดการณ์ว่าส่วนใหญ่เป็ผู้ที่มีฐานะดีซึ่งจะไม่คำนึงถึงเงินเพียงหนึ่งหรือสองอีแปะ
นางซูเดินตรงไปยังป้าคนหนึ่งที่ขายพัดกลมและผ้าเช็ดหน้าไหมแล้วยิ้มแย้มทักทายเพื่อสอบถามข้อมูล
ป้าคนนั้นเป็คนใจดีว่างเมื่อไหร่ก็ตอบทุกคำถาม ค่าเช่าแผงบริเวณถนนจิ้นเหมินนั้นไม่ใช่น้อยจริงๆดังคาด เดือนละหนึ่งตำลึงเงิน ส่วนที่อยู่ใกล้ปากถนนจะแพงกว่านั้นอีกนั่นคือหนึ่งตำลึงสามร้อยอีแปะ
นางซูคิดคำนวณในใจค่าเช่าแผงเฉลี่ยวันละสามสิบสามอีแปะหากมีลมฝนพัดกระหน่ำหรือเจ็บไข้ได้ป่วย...แค่ค่าใช้จ่ายส่วนนี้ก็ทำให้ว้าวุ่นใจได้แล้ว!
“ข้าจะบอกอะไรให้นะน้องหญิง หากพวกเ้า้าเช่าแผงพอดีญาติของข้ามีเื่ด่วนจึงไม่เช่าแล้ว เขายังเหลือเวลาเช่าอีกครึ่งเดือนเลยนะ!”ป้าผู้นั้นโบกพัดเดินเข้ามาใกล้ แล้วถามขึ้นมาว่า “พวกเ้าสนใจรับ่ลองต่อดูหรือไม่?”
ช่างบังเอิญนักราวกับว่ามีคนนำหมอนมาหนุนให้ยามง่วงพอดี นางซูกังวลที่สุดคือการขาดทุนหากมีสัญญาเช่าระยะสั้นให้นางได้ลอง หากขายไม่ดีก็ยังสามารถหยุดการขาดทุนได้ทันเวลา
นางจึงสอบถามตำแหน่งแผงลอยท่านป้าชี้ไปยังแผงขายเกี๊ยวเบื้องหน้าในระยะไกล แล้วกล่าวว่า“สหายข้าผู้นั้นกำลังจะได้เป็ปู่แล้วเขารีบร้อนจะกลับไปอยู่กับหลาน จึงคิดจะจากไป”
นางซูเดินทางตามคำแนะนำของป้าไปเจรจากับชายชราผู้ขายเกี๊ยวเขา้าจะไปให้เร็วที่สุด ค่าเช่าที่เหลืออยู่สิบเจ็ดวัน จึงคิดราคาหกร้อยอีแปะ
นางซูลังเลเล็กน้อยจากนั้นนางก็กัดฟันตัดสินใจรับ่ต่อ!
คนเราย่อมใฝ่สูงน้ำย่อมไหลลงสู่ที่ต่ำ สถานที่แห่งนี้ดีกว่าที่เดิมมาก สมควรที่จะลองเสี่ยงดูหากไม่สำเร็จ ก็กลับไปต่อสู้กับคนขายซาลาเปาคนนั้นที่เดิมก็ได้
ต้องยอมรับว่านางซูที่หลุดพ้นจากสกุลเย่แล้วนั้นดูแข็งแกร่งขึ้นมากภาระอันหนักอึ้งในการเลี้ยงดูบุตรทั้งสองตกอยู่บนบ่า นางจึงต้องเปลี่ยนแปลงให้ได้
ในวันนั้นนางจัดการเื่การโอนสัญญาเช่ากับชายชรา ซึ่งรวมถึงเงินประกันสามตำลึงเงินด้วย
นอกจากนี้ด้วยการยุยงของเย่ชิงชิง นางยังใช้เงินซื้อรถลากและสัตว์สำหรับลากรถ...หรือก็คือล่อ ด้วยเหตุนี้เงินที่นางซูอุตสาหะเก็บสะสมมาจึงหมดไปอีกครั้ง