ราชันเทพอัคคี [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 3 บทที่ 76 ข่มขวัญ

            อยู่ๆ ภายในห้องรับรองหมายเลขสองก็เสนอราคาที่สูงจนทำเอาทั่วทั้งห้องโถงตะลึงงันทันที

            “หนึ่งร้อยห้าสิบล้าน”

            สมกับที่เป็นตระกูลซ่างกวันจริงๆ!

            ราคาที่เสนอมานี้เปรียบเสมือนค้อนยักษ์ที่ทุ่มใส่คนทั้งหมดในที่แห่งนี้

            มันคือคำประกาศว่าหินแร่ชิ้นนี้เป็นของตระกูลซ่างกวันแล้วคนอื่นๆ น่ะถอยไปเสียเถอะ

            และก็เป็นดั่งที่คาดไว้ พอตระกูลซ่างกวันออกตัวทั่วทั้งห้องโถงก็เงียบลงทันที

            อย่างไรก็แข่งด้วยไม่ไหวอยู่แล้ว จะไปท้าทายให้เขาหมั่นไส้ทำไม

            หยูยี่แย้มยิ้มที่มุมปาก ถึงราคานี้จะต่ำกว่าที่หวังไว้ไปหน่อยแต่มันก็ยังเป็นราคาที่พอรับได้นางกวาดสายตามองไปทั่วทั้งห้องโถงและเตรียมจะเคาะค้อนปิดประมูลแล้ว

            แต่ในตอนนั้นเอง อยู่ๆ ก็มีเสียงของสตรีผู้หนึ่งดังขึ้น “หนึ่งร้อยหกสิบล้าน”

            หืม?

            คนในห้องโถงตกตะลึงทันที จากนั้นก็กวาดสายตามองหาต้นเสียงทันที

            ใครกันที่กล้าหือกับตระกูลซ่างกวันแบบนี้?

            หยูยี่เลื่อนสายตาไปยังส่วนบนของห้องรับรองระดับแผ่นดินหมายเลขสิบหกที่มีไฟสีแดงส่องสว่าง ซึ่งไฟนั่นเป็นสัญลักษณ์ที่แสดงว่าคนในห้องนี้เป็นผู้ที่เสนอราคาล่าสุดออกมา

            เห?

            เริ่มน่าสนใจเสียแล้วสิ...

            สำหรับฝ่ายผู้จัดงานประมูลแล้วพวกเขาย่อมไม่ต้องการให้เกิดการผูกขาดขึ้นภายในงานประมูลอยู่แล้วดังนั้นการเสนอราคาของคนในห้องรับรองหมายเลขสิบหกนี้ทำให้นางรู้สึกยินดีเป็นอย่างมาก

            นางเริ่มพูดต่อด้วยรอยยิ้มว่า “ได้ค่ะ แขกผู้มีเกียรติจากห้องรับรองแผ่นดินหมายเลขสิบหกเสนอที่ราคาหนึ่งร้อยหกสิบล้านนะคะมีท่านไหนต้องการเสนอราคาเพิ่มอีกไหมคะ?”

            เกิดเสียงพูดคุยอื้ออึงดังขึ้นในห้องโถง

            พวกเขาหันไปมองภายในห้องรับรองลึกลับหมายเลขสิบหกนั่นด้วยสีหน้าสงสัย

            พวกนั้นมันใครกัน?

            แล้วต้องการอะไรกันแน่?

            หรือว่าแค่เกิดคึกขึ้นมากะทันหัน?

            อ๊ะ แต่ว่าเสียงของสาวน้อยเมื่อครู่นี้เพราะดีเหมือนกันนะ

            หลังจากนั้นไม่นานก็มีน้ำเสียงทุ้มต่ำเย็นชาดังขึ้นจากภายในห้องรับรองหมายเลขสองอีกครั้ง

            “สองร้อยล้าน!”

            โห

            เสียงผู้คนถอนหายใจดังขึ้น

            สมกับเป็นตระกูลนักการช่างอันดับหนึ่งอย่างตระกูลซ่างกวันการออกหมัดแต่ละครั้งนั้นหนักหน่วงรุนแรงเหลือเกิน ไม่ปรานีอีกฝ่ายเลยแม้แต่น้อย

            แต่ว่าในขณะที่ผู้คนยังไม่หายอึ้งอยู่นั้นก็มีเสียงดังขึ้นจากห้องรับรองหมายเลขสิบหกดังขึ้นมาอีกครั้งเช่นกัน

            “สองร้อยสิบล้าน”

            ไอ้หยา!!

            ผู้คนเริ่มรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาบ้างแล้ว

            เอาแล้ว เอาแล้ว

            มีคนคิดจะหือกับพวกตระกูลซ่างกวันแล้วก่อนหน้านี้ยังไม่เคยมีใครกล้าทำแบบนี้มาก่อนเลย

            แม้แต่ตัวคนของตระกูลซ่างกวันเองยังรู้สึกตกใจอยู่บ้างเช่นกัน พวกเขาถึงกับอึ้งไปครู่หนึ่งก่อนที่จะเสนอราคาต่อเป็นรอบที่สาม

            “สองร้อยหกสิบล้าน”

            ตระกูลซ่างกวันเสนอราคาเพิ่มอีกห้าสิบล้าน

            แต่ห้องรับรองหมายเลขสิบหกก็ยังไม่ยอมหยุด

            “สามร้อยล้าน!”

            โอ้โห

            คนในห้องนั้นเองก็ใจถึงใช้ได้เหมือนกันนะ อยู่ๆ ก็เพิ่มไปถึงสามร้อยล้านแล้ว

            น่าสนใจ น่าสนใจ

            เจ้าภาพจัดงานประมูลต้องการเห็นภาพแบบนี้นี่ล่ะ พวกเขาได้เงินส่วนคนที่เข้าร่วมเงินก็ได้ดูเรื่องสนุกๆ

            หยูยี่ตอนนี้แอบยิ้มในใจอย่างมีความสุขราคาล่าสุดตอนนี้สูงกว่าที่พวกเขาตั้งเป้าไว้เยอะแล้ว แต่ขณะเดียวกันนางก็รู้สึกสงสัยในตัวแขกที่อยู่ในห้องรับรองหมายเลขสิบหกเหมือนกัน

            พวกเขาเป็นคนแบบไหนกันทำไมถึงได้กล้าจ่ายหนักขนาดนี้แถมยังกล้าแข็งข้อกับพวกตระกูลซ่างกวันอีกด้วย

            นางเริ่มกระตุ้นให้บรรยากาศของงานเร่าร้อนยิ่งขึ้นขณะเดียวกันก็หันไปกระซิบที่ข้างหูของสาวใช้ผู้หนึ่ง “ไปเอาข้อมูลของแขกในห้องรับรองหมายเลขสิบหกมาให้ข้าหน่อย”

            พร้อมกันนั้น ภายในห้องหมายเลขสองซ่างกวันอวิ๋นก็ยังไม่วางเอกสารในมือลอง แต่แค่ดื่มชาเข้าไปอึกใหญ่ก่อนที่จะถามว่า“สามร้อยล้าน?”

            เขายกมุมปากขึ้นอย่างเย็นชา “น่าสนุก... มีคนที่ไม่เห็นหัวของตระกูลซ่างกวันเราอยู่สินะ?”

            “ห้าร้อยล้าน!” ตระกูลซ่างกวันเสนอราคาออกมาอีกครั้ง

            พอผู้คนได้ยินคำว่าห้าร้อยล้านเข้าก็เงียบลงทันที

            พูดกันตามตรงแล้วราคาขนาดนี้มันสูงเกินกว่ามูลค่าของตัวสินค้าไปมากโขแล้วแต่ตระกูลซ่างกวันนั้นต้องการแสดงอำนาจให้คนทั้งหมดได้รับรู้ ขณะเดียวกันก็ต้องการจะบอกไอ้พวกที่อยู่ในห้องรับรองระดับแผ่นดินว่า

            ไม่มีใครสามารถแย่งของที่ตระกูลซ่างกวันต้องการไปได้ทั้งนั้น

            แต่น่าเสียดายที่คำขู่แบบนี้มันใช้ไม่ได้ผลเลยสักนิด

            “หนึ่งพันล้าน!”

            เฮ้ยย!

            บ้าไปแล้ว!

            ไอ้พวกห้องหมายเลขสิบหกมันบ้าเกินไปแล้ว

            การเสนอราคาแบบนี้มันตั้งใจจะหาเรื่องตระกูลซ่างกวันชัดๆ

            คนพวกนี้เป็นใครกันแน่!

            แค่หินแร่ระดับสี่ดาวกลับเสนอราคาหนึ่งพันล้าน ไอ้คนพวกนี้มันฟุ่มเฟือยเหลือเกิน

            ส่วนซ่างกวันอวิ๋นนั้น

            เขาวางเอกสารในมือลง ไม่มีอารมณ์ดื่มชาอีกต่อไป

            หนึ่งพันล้านมันบ้าเกินไปแล้ว

            ไม่ใช่ว่าเขาจ่ายราคานี้ไม่ไหว แต่นี่เพิ่งเริ่มประมูลได้ไม่นานถ้าหากต้องจ่ายเงินจำนวนมหาศาลขนาดนั้นเพื้อหินแร่ระดับสี่ก้อนเล็กๆ แค่ก้อนเดียวละก็เขาก็จะไม่เหลือเงินไว้สำหรับใช้ในการประมูลพวกสมบัติระดับสูงหลังจากนี้น่ะสิ...

            เป้าหมายของตระกูลซ่างกวันในครั้งนี้คือพวกวัตถุดิบหายากระดับสี่ที่มาประมูลกันสิบกว่าชนิดและที่สำคัญที่สุดคือค้อนสะเทือนขุนเขาอันนั้น

            ช่างเถอะ... อดทนไปก่อนแล้วกัน...

            ซ่างกวันอวิ๋นพยายามปลอบใจตัวเองว่าไม่จำเป็นต้องทุ่มเงินจำนวนมากไปกับหินก้อนเล็กๆจนอาจทำให้เสียการใหญ่ได้ ชื่อเสียงของตระกูลซ่างกวันที่สั่งสมมานานนับพันปีไม่จำเป็นต้องใส่ใจกับเรื่องเล็กๆ แบบนี้ก็ได้

            ดังนั้นแล้ว...

            หลังจากผ่านไปหนึ่งนาที ก็ยังไม่ได้ยินเสียงเสนอราคาของตระกูลซ่างกวัน

            แต่คนในห้องโถงนั้นถึงกับตกตะลึง

            ตระกูลซ่างกวันยอมแพ้หรือนั่น!

            โอ้

            ตระกูลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอาณาจักรโล่ยื่อแห่งนี้ยอมแพ้อย่างนั้นหรือนี่!!

            แต่พอมาลองคิดดูดีๆ แล้ว มันก็ไม่แปลกที่ตระกูลซ่างกวันจะตัดสินใจแบบนี้

            เงินพันล้านกับหินแร่ระดับสี่ ไอ้พวกที่อยู่ในห้องรับรองระดับแผ่นดินหมายเลขสิบหกนั่นถ้าไม่ร่ำรวยมากเกินไปก็คงจะเป็นพวกฟุ่มเฟือยสุดๆ

            หลังจากที่หยูยี่ประกาศปิดการประมูลหินแร่ระดับสี่ก้อนที่มีมูลค่าสูงถึงหนึ่งพันล้านชั่งก้อนนี้ก็ถูกส่งไปให้กับผู้ที่อยู่ในห้องรับรองหมายเลขสิบหก

            ผู้คนที่อยู่ในงานประมูลทั้งหมดรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาแล้ว

            งานประมูลครั้งนี้จะต้องมีเรื่องสนุกๆ เกิดขึ้นอีกเยอะแน่นอน

            ถึงกับกล้าท้าทายตระกูลซ่างกวันกันตรงๆ แบบนี้

            อยากรู้จริงๆ ว่าคนที่อยู่ในห้องนั้นมันเป็นใครมาจากไหน?

            หลังจากนี้จะยังมีเรื่องน่าประหลาดใจอะไรอีกหรือเปล่า?

            แถมการประมูลครั้งนี้ยังได้สร้างสถิติใหม่อย่างราคาประมูลหินแร่ระดับสี่ที่มีมูลค่าสูงทะลุพันล้านขึ้นมาอีกด้วย

            และนี่ก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้งานประมูลครั้งนี้ดุเดือดขึ้นกว่าเดิมโดยสมบูรณ์

            ราคาการประมูลในครั้งนี้ค่อยๆ เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆหลังจากผ่านไปราวๆ หนึ่งชั่วยามราคาสูงสุดที่เกิดการประมูลตอนนี้ได้ทะลุไปถึงสองพันล้านแล้ว โดยเจ้าของสินค้าชิ้นนั้นได้รับเงินจำนวนมหาศาลนี้ไปก็คือตระกูลฮว๋าที่อยู่ในห้องรับรองระดับสวรรค์หมายเลขสี่

            แต่ถึงแม้ว่าบรรยากาศในงานตอนนี้จะดุเดือดมากแค่ไหนแล้วก็ตามแต่สิ่งที่ผู้คนกำลังรออยู่นั้นก็คือหินแร่ระดับสี่ชิ้นต่อไปต่างหากพวกเขาอยากจะรู้ว่าผู้ที่อยู่ในห้องรับรองหมายเลขสิบหกนั่นจะยังกล้าแย่งเนื้อจากปากเสืออย่างพวกตระกูลซ่างกวันอยู่หรือไม่

            แต่ก่อนหน้านั้นมีสินค้าชิ้นหนึ่งที่ดึงดูดความสนใจของพวกเขาอยู่

            นั่นก็คือสินค้าชิ้นที่ยี่สิบแปดซึ่งเป็นสร้อยคอเส้นหนึ่ง

            เป็นสร้อยคอที่สวยงามจนผู้หญิงทุกคนต่างก็ต้องการมัน

            ขนาดตอนที่หยูยี่กำลังนำเสนอสินค้าชิ้นนี้อยู่ ดวงตาคู่สวยของนางเองก็ยังเปล่งประกายไปด้วยเลย

            “เอาละค่ะ สินค้าชิ้นต่อไปที่เราจะประมูลกันนั้นใช่แล้ว มันก็คือสร้อยเส้นนี้นั่นเอง โดยสร้อยเส้นนี้ถูกสร้างขึ้นด้วยไข่มุกมหาสมุทรทั้งหมดสามสิบหกเม็ดและที่มหัศจรรย์มากกว่านั้นคือไข่มุกทั้งสามสิบหกเม็ดนี้ล้วนถูกสร้างขึ้นมาจากหอยพันปีตัวเดียวกันทั้งขนาดและน้ำหนักของแต่ละเม็ดล้วนเท่ากันหมด ไม่มีผิดเพี้ยนและมันยังมีอีกความลับที่สุดยอดยิ่งกว่าซ่อนอยู่ด้วย...”

            ระหว่างที่พูดอยู่ ไฟในห้องก็ดับลงสร้อยคอเส้นนั้นถูกหยูยี่หยิบขึ้นมาโดยที่มันได้ฉายภาพๆหนึ่งขึ้นมาบนอากาศได้อย่างน่าอัศจรรย์โดยที่มันเป็นภาพวิวใต้ท้องทะเลลึก!

            เป็นภาพของท้องทะเลสีน้ำเงินที่ฉายอยู่กลางอากาศโลกใต้ท้องทะเลลึกปรากฏขึ้นในสายตาของผู้คน มีฝูงปลาที่กำลังแหวกว่ายอยู่ในนั้นนอกจากนี้ยังมีพืชพันธ์ต่างๆ ที่ปลิวไสวอยู่ในน้ำ เป็นภาพที่งดงามจนน่าใจหาย

            “สวยจังเลย!”

            สวี่เหยาที่อยู่ข้างๆ หลินหยางยังอดไม่ได้จนเผลอพึมพำออกมาเบาๆ

            ผู้หญิงส่วนใหญ่มักจะไม่สามารถต้านทานกับพวกสิ่งของสวยๆ งามๆ แบบนี้ได้ซึ่งสร้อยไข่มุกมหาสมุทรชิ้นนี้ ถึงมันจะไม่ได้มีความสามารถที่พิเศษอะไรก็ตามแต่ด้วยความงดงามระดับนี้เพียงอย่างเดียวมันก็มากพอที่จะทำให้เหล่าสตรีเพศต่างก็ลุ่มหลงไปกับมัน

            ไม่ใช่แค่สวี่เหยาเท่านั้นที่รู้สึกสนใจ

            แม้แต่ผู้ที่อยู่ในห้องรับรองระดับสวรรค์หมายเลขหนึ่งที่หรูหรามากที่สุดในงานประมูลครั้งนี้แววตาของสาวงามคนหนึ่งที่ตอนนี้ได้ถอดผ้าคลุมออกแล้วก็เปล่งประกายขึ้นด้วยเช่นกัน

            นางผู้นี้มีผิวพรรณที่งดงามจนแม้แต่หยกขาวยังไม่อาจเปรียบเทียบความงามของมันได้แม้แต่ดวงจันทร์ยังไม่เปล่งประกายเท่าดวงตากลมโตทั้งสองดวงของนางนิ้วมืออันเรียวยาวที่ดูอ่อนนุ่มชวนสัมผัสนั่นเป็นตัวตนที่สง่างามราวกับรวบรวมความงามของสรรพสิ่งเอาไว้ในตัวนาง

            หากบอกว่าหยูยี่เป็นผู้หญิงแบบที่ผู้ชายอยากจะจับมากดลงบนเตียงพร้อมกับข่มเหงรังแกด้วยความสนุกสนานแล้วถ้าอย่างนั้นสาวน้อยผู้นี้ก็เป็นดั่งนางฟ้าจากสรวงสวรรค์ที่สง่างามจนไม่มีใครกล้าคิดอะไรไม่ดีไม่งามกับนางเลย

            ตอนนี้นางกำลังมองไปที่สร้อยเส้นนั้นด้วยความลุ่มหลงภาพของท้องทะเลที่ปรากฏบนอากาศนั้นทำเอาคิ้วของนางกระตุกไปไม่รู้กี่ครั้งแล้ว

            “องค์หญิง”

            ชายชราผมขาวผู้หนึ่งได้ขยับมายืนที่ข้างตัวนาง “ถ้าท่านชอบละก็ เดี๋ยวข้าจะไปซื้อมาให้ท่านเอง”

            อืม

            สาวน้อยพยักหน้า

            ด้วยฐานะของนางแล้ว ไม่ว่านางจะต้องการอะไร นางก็ไม่เคยต้องลงแรงไปหาด้วยตัวเองให้เหนื่อยเลย

            ตอนนี้เริ่มการประมูลสร้อยเส้นนั้นแล้ว

            ราคาเริ่มต้นนั้นอยู่ที่ยี่สิบล้านแต่ราคานั้นดีดขึ้นสูงอย่างรวดเร็ว ไม่นานมันก็เพิ่มมาถึงห้าสิบล้านแล้ว

            ทันใดนั้นเอง ท่ามกลางเสียงพูดคุยอันวุ่นวายนี้ก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นมาจากในห้องรับรองหมายเลขหนึ่ง “แปดสิบล้าน!”

            ทั้งห้องโถงพลันเงียบลงทันที

            พอพวกเขาเห็นว่าคนที่เสนอราคานั้นมาจากห้องโถงหมายเลขหนึ่งแล้วพวกคนที่ฉลาดหน่อยก็รู้ทันทีว่านั่นมีความหมายแฝงว่าอะไร

            นั่นคือห้องรับรองสำหรับแขกที่มีฐานะสูงส่งมากที่สุดของหอฟ้าสมุทรแม้แต่ตระกูลซ่างกวันที่เป็นตระกูลที่ใหญ่ที่สุดในอาณาจักรนี้ยังไม่มีสิทธิได้เข้าไปนั่งในนั้นเลยเกรงว่าคนเหล่านี้คงจะเป็นคนของเหล่าราชวงศ์แล้ว

            ดังนั้น พอคนในห้องหมายเลขหนึ่งนั่นเป็นคนเสนอราคาเองแบบนี้ย่อมต้องไม่มีใครกล้าแย่งอยู่แล้ว

            แค่สร้อยเส้นเดียวเองด้วย... ไม่คุ้มเสี่ยง ไม่คุ้มเสี่ยง

            แต่ในตอนที่หยูยี่กำลังจะเคาะค้อนปิดประมูลนั่นเองก็มีเสียงเรียบเย็นของชายผู้หนึ่งดังก้องไปทั่วทั้งงาน

            “หนึ่งร้อยล้าน”

            “คุณชายหลิน!!”

            สวี่เหยารู้สึกตกใจที่อยู่ดีๆ หลินหยางก็มาปรากฏอยู่ข้างๆ เครื่องขยายเสียงนี้

            หลินหยางมองไปที่สร้อยเส้นนั้นในขณะที่ดวงตาของเขาเปล่งประกายสีแดงออกมาแล้วจึงบอกสวี่เหยาว่า

            “ประมูลสร้อยเส้นนั้นมา”

            “ค่ะ”

            สวี่เหยารู้ว่าหลินหยางต้องมีเหตุผลในการทำแบบนี้แน่ ดังนั้นนางจะต้องประมูลมันมาให้ได้อย่างแน่นอน

            ผู้คนภายในห้องโถงตกตะลึงขึ้นอีกครั้ง

            ห้องรับรองหมายเลขสิบหกนั่นอีกแล้ว!

            คราวนี้แม้แต่ของที่พวกหมายเลขหนึ่งต้องการพวกนั้นมันยังกล้าแย่งอีกหรือนี่

            คนที่นั่งอยู่ในนั้นเป็นใครกันแน่นะถึงได้กล้าท้าทายกับคนระดับนั้นได้ไม่เคยได้ยินหรือว่า ต่อให้เป็นมังกรก็อาจแพ้งูที่อยู่ในถิ่นตัวเองได้

            อวดเก่งเกินไปแล้ว

            ช่างโอหังเหลือเกิน