วันนี้พ่อเลี้ยงกับแม่ออกไปธุระอีกแล้ว ส่วนใหญ่วันเสาร์ภารดีกับ คุณนพรักษ์ไม่ค่อยจะอยู่บ้านแม่หล่อนมีงานด่วนที่ตลาดและพ่อเลี้ยงหล่อนก็ใจดีอาสาไปทำงานเป็เพื่อนส่วนใหญ่แม่จะหยุดกลางสัปดาห์กับวันอาทิตย์ หล่อนบอกว่าจะต้องหยุดให้ตรงกับลูกสาวอย่างน้อยหนึ่งวันแต่ถ้าวันเสาร์ไหนที่หล่อนเคลียร์งานได้ภารดีก็จะหยุดเสมอคุณชายใหญ่อยู่บ้านั้แ่กลับมาอยู่บ้านครั้งนี้ส่วนใหญ่พริมาจะเจอเขาเดินไปทั่วไม่เหมือนตอนปิดเทอมคราวก่อนที่เขามักจะหมกตัวอยู่แต่ในห้อง ขนาดแถวเล้าไก่ของหล่อนที่เขาไม่เคยย่างกรายเข้าไปเลยั้แ่หล่อนมาอยู่ที่บ้านหลังนี้ พักหลังๆ ยังเจอเขาไปเตร็ดเตร่อยู่แถวนั้นบ่อยๆ เจอแบบนี้เล่นเอาอึดอัดเหมือนกันวันนี้หล่อนเลยนั่งรถสองแถวออกมาเดินเล่นหน้าปากซอย ตอนนี้ พริมาเริ่มจะชำนาญในการสัญจรภายในซอยแล้ว
“ถ้าไม่หลงก็ไม่จำหรอก” หล่อนพูดเข้าข้างตัวเองแถมบางทียังเคยลองนั่งรถไปไกลถึงหน้าโรงเรียน โดยที่ไม่ต้องผ่านถนนใหญ่เลยด้วยซ้ำพริมาสังเกตสองแถวในซอยมี 2 สาย สีน้ำเงินไปหน้าปากซอย ส่วนอีกสายสีส้มที่มีน้อยกว่าและรอนานกว่าจะพาไปทะลุซอยโรงเรียนได้พอดิบพอดี
วันนี้พริมาตั้งใจจะออกไปซื้อแป้งทำขนม เพราะคราวก่อนมัน กระจายหายไปพร้อมถุงเงินทอน ชุลมุนไปหมด หล่อนก็ลืมไปแล้วเหลือแค่เงินทอนที่เป็หลักฐาน แต่ถุงแป้งหล่อนไม่แน่ใจ หล่อนตั้งใจจะทำขนมฝากให้คเชนทร์และนักมวยสองคนเมื่อคืนนี้พริมานัดแนะคเชนทร์เรียบร้อยแล้ว ให้เขาแวะรับขนมด้วยตอนที่เด็กหนุ่มขี่มอเตอร์ไซค์ผ่านเข้าบ้านยามาจะตามมาเจอที่หน้าปากซอย เสาร์อาทิตย์นี้หล่อนไม่มีเรียนเย็บผ้า เพื่อนรักพริมาเลยได้มาเที่ยวที่บ้านในวันสุดสัปดาห์นี้หลังจากที่ไม่ได้มาเที่ยวเกือบสองเดือนหล่อนได้ข่าวว่าพริมามีเมนูใหม่และหล่อนก็ว่างพอดีมีหรือจะพลาด พริมาไลน์ไปบอกยามาั้แ่เมื่อคืนแล้วว่าวันนี้จะทำอาลัวสดและรีบบอกอีกว่ามันไม่ยากเลยสักนิด ยามาน่าจะชอบ
“รับรองปลาทูทำออกมาได้ดีแน่นอน” เด็กหญิงที่เคยหยอดวุ้นแยกชั้นแยกสี แต่กลับได้วุ้นแยกสีที่ไม่เป็ชั้นขมวดคิ้วสงสัยมีขนมที่หล่อนทำได้ด้วยหรือ?
“แน่ใจเหรอ? วุ้นที่ว่าง่ายปลาทูก็ทำเละมาแล้ว” ถึงจะบ่นแต่หล่อนก็ไปแน่นอน ยามาถือคติที่ว่าทำซ้ำๆ ทำบ่อยๆเดี๋ยวก็ต้องเจอขนมที่หล่อนทำออกมาดูดี...กินได้ สองสาวนัดเจอกันหน้าปากซอยตอนสายๆเพราะวันนี้ วันเสาร์จึงไม่ต้องรีบ ยามาหอบเสื้อผ้ามานอนที่บ้านด้วยในคืนนี้พริมาชี้ให้ ยามาดูร้านเกมส์ซึ่งตอนนี้ปิดไปแล้ว ไม่รู้เพราะโดนตำรวจเข้าตรวจ หรือเพราะคิดได้เองว่ามันเป็แหล่งมั่วสุมที่เป็อันตรายต่อชุมชน
“อ้าว! คริสตัลวันนี้มาแต่เช้าเลย” คุณป้าทักทาย
“วันนี้ไม่รีบค่ะ มีอะไรแปลกๆ ใหม ๆ รึเปล่าคะ” พริมาหันไปยิ้มหวานป้าอำไพหยิบพิมพ์กดคุ๊กกี้รูปสัปปะรดส่งให้ เด็กหญิงสนใจ...คุ๊กกี้ไส้สัปปะรด ที่ทำเป็รูปสัปปะรดดีเลยใครเห็นก็รู้ว่าขนมอะไร โดยที่ไม่ต้องถาม พริมาซื้อพิมพ์สัปปะรดไปสามอัน กับหัวบีบกุหลาบทั้งแบบที่ทำทีละกลีบและแบบสำเร็จ...บีบพรวดเดียวออกมาเป็ดอกไม้ได้เลยเลือกของในร้านพักใหญ่ จนเห็นเพื่อนยืนโยกไปมาเหมือนเมื่อยขาหล่อนจึงเอาของที่เลือกได้แล้วทั้งหมดไปคิดเงิน ยามาไม่เคยเร่ง แม้หล่อนจะขี้บ่นแต่ถ้าเป็เื่ความชอบความสนใจหล่อนมีความอดทนและรอได้เสมอ
“เลือกได้ครบแล้วเหรอ?”
“เดี๋ยวไว้มาใหม่ ลูกแก้วมาเที่ยวบ่อย ปลาทูจะได้ไม่ต้องรอนาน”
“ปลาทูรอได้นะ ลูกแก้วเลือกเลย” ยามาพูดจริงหล่อนแค่ไม่รู้จะดูอะไร อุปกรณ์บางอย่างหล่อนไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันใช้ทำอะไรความสนใจเลยไม่มีเท่ากับคนที่ชอบเท่านั้นเองแต่ถ้าเป็อุปกรณ์เย็บผ้านี่สิถึงจะน่าสนใจมากกว่า พริมาเดินไปจ่ายเงิน วันนี้หล่อนไม่รีบจนเกินไปเหมือนคราวก่อนเด็กสาวเก็บเงินไว้อย่างเรียบร้อยและใส่กระเป๋าไว้อย่างมิดชิด
“ดีแล้ว เก็บให้ดีก่อนค่อยออกไป ถึงไอ้ร้านข้างๆ จะปิดไปแล้ว แต่ในซอยเราก็ยังมีไอ้พวกนั้นขี่มอเตอร์ไซค์ผ่านไปผ่านมาอยู่”ป้าอำไพ ยืนดูพริมาเก็บเงินลงในกระเป๋า ั้แ่สองคนหัวโจกถูกจับไป ชาวบ้านก็เบาใจลงมาก และดูเหมือนจะสบายใจไปอีกนาน เพราะคดีของไอ้สองคนนั้นยาว เป็หางว่าวพริมาดีใจที่อย่างน้อยหล่อนก็มีส่วนร่วมในการจับตัวคนชั่วได้ แม้จะเจ็บตัวลงไปนอนกลิ้งอยู่กับพื้นก็ตาม
“เห็นว่าจะมีคนมาเซ้งต่อทำเป็ร้านกาแฟนะดีเลยป้าอาจได้ลูกค้าเพิ่ม” ป้าอำไพเล่า ร้านกาแฟก็ต้องมีขนม...ถ้าเ้าของร้านทำขนมเอง หล่อนก็อาจจะมีช่องทางหรือโอกาสขายของ
“ดีเลยค่ะ คราวหน้ามาปลาทูจะได้มีที่รอ” เด็กสาวตอบคุณป้าและหันไปคุยกับยามาออกจากร้านแล้ว พริมาระวังตัวอย่างดี หล่อนยังหวาดๆ กับการข้ามถนนจึงตั้งใจเหลียวซ้ายแลขวาเป็พิเศษ ทั้งสองนั่งรถสองแถวเข้าซอยไปลงหน้าหมู่บ้านแล้วเดินต่อเข้าไปอีกไม่ไกลบ้านของคุณนพรักษ์อยู่โซนด้านหน้าใกล้ถนน จึงค่อนข้างเดินทางสะดวกพริมาหยิบพวงกุญแจไก่ที่ห้อยกุญแจห้องและกุญแจบ้านออกมาไขยามามองตามพวงกุญแจ...เหมือนของคเชนทร์ไม่มีผิด ไก่คู่รักหรือไงนะ? หล่อนแค่สงสัย แต่ไม่ได้ถามตรงๆ เพียงแค่เอ่ยลอยๆ เหมือนไม่ใส่ใจ
“พวงกุญแจนี่เหมือนไก่ของลูกแก้วเลย” ยามาหยิบพวงกุญแจไก่น้อย ในมือพริมามาดู...พลิกมาพลิกไป
“หูขาวด้วย เหมือนไอ้นพคุณไม่มีผิด” ยามาทึ่งพวงกุญแจนี่เก็บรายละเอียดได้ครบไม่ตกหล่นเลยแม้แต่น้อย
“พี่เมษ์พี่สาวพี่ตุลย์เป็คนทำล่ะ ลูกแก้วเห็นของพี่ตุลย์น่ะ เลยอยากได้บ้างส่งรูปนพคุณไปให้ พี่เมษ์ก็เลยทำให้แล้วฝากพี่ตุลย์กลับมา ทำขนมวันนี้ลูกแก้วเลยจะฝากขนมไปให้พี่เมษ์ด้วย”
“โห...อยากได้บ้างเลย” ยามายังทึ่งไม่หายพวงกุญแจนี้ใช้หนังอย่างดีทำออกมาได้น่ารักสุดๆ มีสลักสัญลักษณ์เล็กๆ ของคนทำด้วย
“มีเพจขายพวงกุญแจของพี่เมษ์ด้วยนะ พี่ตุลย์เคยส่งลิ้งค์มาให้ลูกแก้วดู เดี๋ยวลูกแก้วส่งต่อให้ ปลาทูเข้าไปดูสิมีหลายแบบเยอะแยะไปหมดเลย”สองสาวเดินเข้าบ้าน จัดแจงแกะของในถุงออกมา กะว่าจะนั่งเล่นกันก่อนแล้วค่อยเริ่มทำขนมกันตอนบ่ายๆพริมานัดคเชนทร์ไว้สี่โมงเย็น อาลัวสดทำไม่ยาก ใช้เวลาไม่นาน สี่โมงน่าจะเสร็จเรียบร้อยพอดีหล่อนหยิบโทรศัพท์ไลน์หาคเชนทร์ให้แน่ใจอีกที
“พี่ตุลย์” พริมาพิมพ์ชื่อเขานำไปก่อนไม่รู้ว่าเขาจะว่างอ่านไหม
“ว่าไง” คเชนทร์ตอบกลับมาอย่างไว
“พี่ตุลย์จะเข้ามาเอาขนมกี่โมงคะ? วันนี้ปลาทูกับลูกแก้วจะเตรียมไว้ให้ เอาที่พี่ตุลย์สะดวกนะคะ ไม่รีบ แต่อยากถามเวลาที่แน่นอนอีกที”
“ห๊ะ? น้องปลาทูไหม้ก็มาเหรอ?มาช่วยงานหรือมาพังครัว?” พริมา อ่านมาถึงตรงนี้หล่อนนึกหน้าคเชนทร์ออก และก็นึกหน้ายามาออกด้วย ถ้าเพื่อนมาเห็นข้อความเข้าคงเต้นเร่าๆพริมารอคำตอบ แต่ดูเหมือนไลน์จะเงียบหายไปเลยคเชนทร์ยังไม่ตอบคำถาม สงสัยเขาคงยุ่งอยู่ หล่อนจึงยังไม่เซ้าซี้ รอให้เขาตอบกลับมาอีกทีระหว่างนี้จึงไปนั่งเล่นกับเพื่อนที่หลังบ้านไก่น้อยของหล่อนเดินเล่นอยู่...จะว่าเดินเล่นก็ไม่น่าจะใช่ เพราะยามาเดินไปทางไหน นพคุณร่างไก่ก็เดินตามหล่อนไปทุกที และดูเหมือนว่าเพื่อนของพริมาจะหลงรักเ้าไก่ขี้หลีตัวนี้เข้าให้แล้วขนาดว่าเป็คนเกลียดสัตว์รำคาญเด็กขนาดหนัก แต่กับเ้าไก่หัวงูตัวนี้ทำเอาหล่อนหลงรักเข้าไปเต็มๆ
“มานี่มา เร็วๆๆๆ นพคุ๊ณณณณ” พริมาไม่แน่ใจว่าเพื่อนตั้งใจเรียกไก่หรือว่าพูดดังๆ เพื่อให้ใครบางคนได้ยินหรือเปล่าคุณชายใหญ่น่าจะอยู่บนบ้านเพราะั้แ่หล่อนกลับเข้ามายังไม่เห็นหน้าเขาเลย
“ชื่อนี้ก็แปล๊กแปลก เป็ไก่ก็แสนจะน่ารักแต่พอเป็คนสิแสนจะน่า....” ยามาเว้นไว้เพราะหล่อนเห็นความเคลื่อนไหวในบ้านแล้ว หล่อนนึกขำในใจ โธ่เอ้ย! หมอนี่เดาทางง่ายจะตาย และหล่อนเคยนึกเดาเล่นๆว่าถ้าเขาตายไป ก็คงจะไปเป็ปู่คุณเฝ้าทรัพย์แน่ๆเพราะเขาหวงทุกอย่างน่าดู หวงพ่อ หวงบ้าน หวงๆๆๆๆ ฮึ! ไอ้ขี้เก๊กขี้หวง ยามาทำสายตาส่งซิกให้พริมาว่านพคุณลงมาข้างล่างแล้วพริมายืนดูเพื่อนอยู่หน้าประตูครัว หล่อนจึงสามารถมองเข้าไปในห้องรับแขกได้ด้วยเช่นกัน
นพคุณลงมานั่งอยู่ดูทีวีอยู่ในห้องรับแขก...วันนี้เขาลงมาข้างล่าง แล้วแต่ไม่เห็นใคร พ่อก็ไม่อยู่แม่เลี้ยงก็ไม่อยู่ยัยฝรั่งแคระก็ไม่อยู่...หรือพวกเขาจะออกไปเที่ยวกันสามคนโดยไม่มีเขากันนะนพคุณไปเดินเล่นหน้าบ้าน ดอกแก้ว ดอกเฟื่องฟ้า รวมถึงดอกเล็บมือนางที่พริมาปลูกไว้ ตอนนี้มันเติบโตแข่งกันออกดอกทีเดียวให้ความรู้สึกเหมือนพวกมันกำลังแข่งขันกันเอาใจคนปลูก...ใครออกดอกได้มากกว่าคนนั้นชนะนพคุณตัดสินไม่ถูกว่าจะให้ใครชนะ พริมาเลือกปลูกไม้ดอกที่ออกดอกได้ตลอดทั้งปี ดอกแก้วนั้นสาวน้อยปลูกไว้เป็ทางยาวตลอดทางเดินหน้าบ้าน...เหมือนรั้วเล็กๆให้กลิ่นหอม เฟื่องฟ้าของหล่อนในหนึ่งต้นมีดอกหลายสีสัน ส่วนเล็บมือนางหล่อนปลูกไว้ให้มันเลื้อยอยู่ที่ซุ้มนั่งเล่นหน้าบ้านกลางคืนจะส่งกลิ่นหอมชื่นใจ เด็กสาวหาตัวไม่ยาก เพราะถ้าไม่อยู่ในครัวเล้าไก่ สวนครัวหลังบ้าน ก็จะเห็นหล่อนตัดแต่งกิ่งต้นไม้อยู่หน้าบ้านพริมาไม่ชอบอยู่ในห้องตัวเอง ยกเว้นเวลาเข้านอน ถ้าหล่อนอยู่บ้าน เขาจึงเจอหล่อนเดินไปทั่วบ้าน
พริมาชอบทำกับข้าว ทำสวน...แต่ไม่ชอบเรียนหนังสือ! หล่อนไม่ เคยโดดเรียนหรือเกเร...แต่เหมือนการอ่านหนังสือจะทำให้พริมาเหมือนโดนทรมาน...เขาเห็นเกรดเฉลี่ยของเด็กสาวแล้วก็อนาจใจอยู่เหมือนกันก็ยังดีที่ถึงหล่อนจะเรียนไม่เก่งแต่หล่อนก็มีดีอย่างอื่น...แต่เขาจะว่าอะไรหล่อนได้ขนาดแม่ของหล่อนยังหัวเราะกับกระดาษแผ่นนั้น!!! ภารดีบอกว่าการเป็คนเก่งไม่ใช่การเป็คนดีเสมอไปขอแค่ลูกสาวเรียนผ่านจบการศึกษาตามเกณฑ์มาตรฐานของสังคมไทยก็พอแล้วอย่าออกเสียกลางคันแบบหล่อนก็พอ ส่วนเกรดจะต่ำเตี้ยเรี่ยดินยังไงนั้นหล่อนไม่สนใจ พริมาเสียอีกทีดูจะเป็กังวลกับผลสอบของตัวเองมากกว่าเสียด้วยซ้ำ ปากก็พร่ำขอโทษขอโพยแม่ไม่ขาดปากเขาได้ยินแว่วๆ ว่ายามารับปากจะช่วย “เข็น” เพื่อนรักของหล่อนให้มีผลการเรียนดีขึ้นกว่าเทอมก่อนๆให้ได้ เื่นี้เขาเห็นด้วยอย่างที่สุดนี่สิถึงเรียกว่าเพื่อนแท้ พริมาโชคดีที่มีเพื่อน ที่ดีแบบนั้น เพื่อนซี้ของหล่อนคนนี้ดีทุกๆอย่างเลย โดยเฉพาะ “ปาก”
นพคุณออกไปเดินเล่นดูผลงานของลูกเลี้ยงพ่อเขาแล้วก็ไม่มีอะไรทำ เขาจึงกลับขึ้นไปข้างบนแต่แล้วเขาก็ได้ยินเสียงผู้หญิง...ไม่ใช่เสียงพริมา ปกติเขาอยู่ในห้องก็ได้ยินเสียงหล่อนบ่อยๆ เวลาเด็กสาวคุยกับไก่ยิ่งพักหลังๆ มีสวนครัวด้วยแล้ว หล่อนจะทำสวนไปด้วยคุยกับไก่ไปด้วยตลอดเวลา นพคุณเคยสงสัยว่าหล่อนจะรู้ตัวหรือเปล่าว่าเสียงของหล่อนที่พูดอยู่ข้างล่างนั้นได้ยินชัดเจนเหมือนหล่อนมายืนพูดอยู่ในห้องของเขาเลย...และถ้าหล่อนรู้หล่อนจะกล้าคุยกับไก่ไปเรื่อยแบบนี้หรือไม่หลังๆ มานี่ยิ่งแล้วใหญ่ เพราะ พริมาเริ่มขยับมาร้องเพลงกล่อมไก่เข้านอนเสียงร้องเพลงของเด็กสาวสดใสน่ารัก แต่มันไม่ตรงจังหวะเลยสักนิด เขาไม่แน่ใจว่าไอ้ไก่นั่นหลับเพราะเคลิ้มหรือหลับเพราะเพลียแต่เขาเองก็เริ่มเคยจะชินกับความวุ่นวายพอสมควรแล้ว ความจริงพริมาไม่ใช่เด็กวุ่นวายหล่อนไม่เหมือนกับพวกเด็กผู้หญิงที่โรงเรียน...ที่ทั้งวุ่นวายและน่ารำคาญ เด็กนั่นออกจะเกรงใจเขากับพ่อเสียด้วยซ้ำส่วนภารดียิ่งแล้วใหญ่ หล่อนไม่เคยมายุ่งวุ่นวายกับเขาซะยิ่งกว่าพริมาเสียอีกถ้าเทียบกันแล้วเขายังคุยกับเด็กนั่นมากกว่าแม่ของหล่อนด้วยซ้ำภารดีแทบจะไม่อยู่บ้านเลย ได้เจอกันก็น้อยมากเหมือนหล่อนมีธุระอะไรสักอย่างที่ต้องจัดการอยู่ตลอดเวลาอยู่มาก็หลายเดือนเขายังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าแม่เลี้ยงเขาทำงานอะไรภาพในหัวที่ถูกฝังต่อๆ กันมาที่ว่าแม่เลี้ยงนั้นร้ายยิ่งกว่างูพิษ สำหรับกรณีนพคุณนั้นตอนนี้เขายังตัดสินไม่ได้ว่ามันจริงหรือไม่ เพราะภารดีไม่เคยทำอย่างนั้นหล่อนอยู่ในที่ของหล่อน แต่ถึงอย่างไรเขาก็ยังไม่วางใจ...จะไว้ใจใครง่ายๆ ไม่ได้
ตอนที่นพคุณได้ยินเสียงผู้หญิงที่สวนหลังบ้านเขากำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่ นพคุณชอบเรียนหนังสือ เขาสนุกกับการเรียนหนังสืออ่านอะไรก็เข้าใจและจำได้...ต่างกับพริมาราวฟ้ากับเหวเด็กนั่นอ่านอะไรก็ไม่เข้าหัว นอกจากเื่ที่หล่อนสนใจ (ซึ่งก็มีไม่มาก)เสียงด้านล่างทำลายสมาธิเขา...พริมากลับมาแล้วหล่อนไม่ได้ไปเที่ยวกับพ่อเลี้ยงและแม่ แสดงว่าพวกนั้นออกไปธุระตามเคยพวกเขากล้าทิ้งเด็กสาวกับเด็กหนุ่มให้อยู่บ้านกัน ตามลำพังได้อย่างไรนะถึงเขาจะไว้ใจได้ก็เถอะ...นี่คือข้อเสียของภารดี บางครั้งหล่อนก็ไม่กังวลอะไรเลยไม่กังวลจนน่าเป็ห่วงนี่ถ้าพริมาได้พ่อเลี้ยงและพี่ต่างพ่อที่ไม่ใช่คุณนพรักษ์และเขา ป่านนี้หล่อนจะเป็อย่างไร?
“ทำไมต้องเป็ห่วงด้วยวะ” นพคุณขมวดคิ้วงงกับความคิดตัวเอง ่หลังๆพริมาเข้ามาในความคิดเขาบ่อยจนเกินไป สาวน้อยเดินยิ้มๆ แถมยังเข้ามาเงียบๆจนบางครั้งสลัดเท่าไหร่ก็ไม่หลุด อ่านหนังสือจนเหนื่อยแล้ว(ความจริงก็ยังไม่เหนื่อยเท่าไหร่) ลงไปเดินเล่นข้างล่างดีกว่า
“นพคุ๊ณณณณ” เสียงเด็กสาวข้างล่างดังขึ้นมา ยามาตัวแสบแน่ๆเ้าหล่อนหมายหัวเขา ลองว่ายัยนี่หมายหัวใครอย่าหวังจะหลุดไปได้ง่ายๆเขาพลาดเองไม่น่าไปมีเื่ผิดใจกับผู้หญิงคนนี้เลย หล่อนไม่เหมือนพริมา เขาเดาผิดไม่คิดว่าเพื่อนสนิทของพริมาจะนิสัยต่างกันสุดขั้วแบบนี้แทนที่จะสลด กลับทำให้หล่อนเล่นเขาหนักกว่าเดิมหลายเท่า
นพคุณนั่งดูทีวี...ตาดูทีวีจริง แต่หูคอยเงี่ยฟังเสียงที่อยู่ทางหลังบ้านถ้ายามามาเที่ยวที่บ้านส่วนใหญ่พวกหล่อนจะต้องมีกิจกรรมทำอะไรสักอย่าง คราวก่อนที่มา พวกหล่อนเล่นระบายสีผนังบ้านตรงฝั่งเล้าไก่จนเขากับยามา มีเื่เถียงกันเสียงดังเป็ผลให้หล่อนเกลียดขี้หน้าเขาจนถึงทุกวันนี้ นพคุณปรามาสพวกหล่อนไว้ว่าเล่นอะไรกันไม่รู้เื่ทำบ้านเลอะเทอะหลังจากปะทะคารม และพวกนั้นชนะ(ความจริงก็ยามานั่นแหละ)จนเขาต้องถอยทัพ...เขาเคยแอบไปดู ภาพวาดฝีมือยามาทำออกมาดูดีไม่น้อยทีเดียวมันเป็ภาพของเ้านพคุณเอ้ย! ไอ้ไก่บ้านั่นแหละหล่อนจำลองภาพสวนหลังบ้านของเขาออกมาได้เหมือนทุกองค์ประกอบ...เหมือนสวนซ้อนสวนอยู่บนกำแพงนั่นไม่มีผิดมันเป็ภาพของสวน มีต้นไม้ เล้าไก่และไก่แจ้ที่ยืนพริ้มอยู่บนคอน หลายครั้งนพคุณเห็นพวกหล่อนชอบถ่ายรูปโดยใช้ผนังนั่นเป็ แบล็คกราวน์อยู่บ่อยๆพริมาเคยอุ้มไก่ตัวจริงไปยืนถ่ายรูปกับไก่บนกำแพง ดูเผินๆ เหมือนมีไก่สองตัวอยู่ในรูปนั้นจริงๆนพคุณเคยคิดภาพเพื่อนพริมา คนนี้ไปรวมอยู่กับกลุ่มพวกที่วาดGraffiti บนกำแพง...มันเหมาะมากกับยามา และวันนี้พอเขาได้ยินเสียงเพื่อนตัวแสบของพริมา ก็เลยต้องลงมาดู...สอดส่องและเฝ้าระวังไม่ให้พวกนี้เล่นอะไรแผลงๆ ได้อีก เสียงคุยเล่นเหมือนจะเงียบหายไปแล้ว พวกหล่อนกำลังทำอะไรกันอยู่นะ นพคุณเหลือบมองนาฬิกาเขานั่งอยู่ตรงนี้เกือบสองชั่วโมงแล้ว...หิวน้ำจัง! ต้องกินน้ำนะ! ร่างกายขาดน้ำไม่ดี คิดแล้วก็เดินไปในครัวสิตู้เย็นอยู่ในครัว
“ปลาทูต้องบีบสับหว่างกันสิไม่ใช่เรียงทางเดียวกันแบบนั้น มันจะเป็กลีบกุหลาบได้ไง”เสียงพริมาสอนเพื่อนให้บีบขนมที่มีกลิ่นหอมควันเทียนให้เป็รูปดอกกุหลาบดูจากถาดที่บีบเสร็จแล้วทั้งหมด น่าจะเป็ฝีมือของพริมาส่วนที่เสร็จ...เสร็จแล้วมั้ง? สองสามดอกน่าจะเป็ฝีมือยามา ถ้าให้เดาโดยไม่ได้ยินั้แ่แรกนั้นไอ้สองสามดอกที่วางอยู่ดูอย่างไรก็ไม่น่าจะใช่ดอกกุหลาบหรือดอกไม้ชนิดไหนได้เลย และเดาไม่ได้ด้วยว่ามันเหมือนอะไร...นพคุณแปลกใจ คนวาดรูปออกมาได้สวยทำไมถึงบีบดอกไม้ไม่ได้แล้วสิ่งที่ทำให้เขาแปลกใจมากกว่าทุกอย่าง คือเขาไม่คิดว่าจะมีวันได้เห็น พริมาสอนใครให้ทำอะไรได้ โดยเฉพาะสอนยามา!!!ใช่แล้ว! พริมากำลังสอนยามาให้ทำดอกกุหลาบ...เห็นท่าจะจริงอย่างที่ภารดีเคยว่าคนเรามีความถนัดไม่เหมือนกันการที่อีกคนทำอะไรได้ดีกว่าอีกคนไม่ใช่คนๆ นั้นจะเก่งกว่าหรือฉลาดกว่าอาจจะมีอะไรบางอย่างที่อีกคนทำไม่ได้และอีกคนทำได้ดีกว่าก็ได้มันเป็เื่ของความชอบและความถนัดเฉพาะบุคคล ตอนนั้นนพคุณฟังบ้างไม่ฟังบ้าง เขางงกับคำว่า“อีกคน” ที่ภารดีพูดซ้ำไปซ้ำมา
“มันยากอ่ะ” ยามาบ่นอุบตอนนี้หล่อนหน้ายุ่งคิ้วขมวดปากยื่นปากยาวเพราะขัดใจตัวเอง นพคุณอยากจะถ่ายรูปเก็บไว้ใจจะขาดมันน่าแปลกที่ได้เห็นยามาคนเก่งมีเื่ที่หล่อนทำไม่ได้เหมือนกัน
“งั้นเอาอันนี้ไปนะ...ลองบีบอันนี้ดู”พริมายื่นหัวบีบอันใหม่ให้เพื่อน มันเป็หัวบีบกุหลาบเหมือนกันเพียงแต่ว่าไม่ต้องใช้ทักษะอะไรมากมายเพียงแต่บีบวนๆ พรวดเดียวก็ทำให้ขนมที่บีบออกมานั้น รูปร่างคล้ายกุหลาบได้อย่างง่ายดาย...เพียงแต่ดูไม่มีมิติเท่ากับบีบทีละกลีบแบบที่พริมากำลังทำ
“เฮ้ย! สวยอ่ะ งั้นปลาทูเอาอันนี้แหละง่ายและดูดี...แบบนี้ค่อยมีกำลังใจหน่อย”เด็กสาวหันไปบีบขนมแป๊บเดียวก็ได้ขนมเกือบเต็มถาด บีบได้เร็วแซงหน้าพริมาไปไกล นพคุณยืนมอง...สวยแบบฉาบฉวยแบบนี้ยังกล้ามาคุยอีกบีบง่ายๆ สำเร็จแบบนี้ เด็ก 4 ขวบยังทำได้ พริมาเหลือบไปเห็นนพคุณที่ยืนอยู่หน้าตู้เย็นพอดีหล่อนยิ้มให้เขาพร้อมทักทายเสียงสดใส
“คุณนพคุณกินขนมไม๊คะ? วันนี้ลูกแก้วทำอาลัวสด” กำลังทำท่าจะปฏิเสธแต่เห็นสีหน้าท่าทางของเพื่อนรักพริมาแล้วเขาเลยเปลี่ยนใจ
“เอาสิ! แต่เอาถาดนี้นะ ถาดนั้นไม่ไหว สวยแบบฉาบฉวยดูเหมือนคนทำไม่ตั้งใจ”นพคุณชี้ไปที่ถาดของพริมาที่บีบเสร็จแล้วก่อนหน้า
“ได้ค่ะ เดี๋ยวลูกแก้วเอาใส่จานให้นะคะขนมวันนี้อร่อย...หวานกำลังดี ไม่หวานมาก”
“แล้วกลิ่นอะไร?”
“กะทิควันเทียนค่ะ ลูกแก้วไม่ได้อบควันเทียน แต่ใช้กะทิควันเทียนแทน ไม่อยากให้กลิ่นควันเทียนมันแรงเกินไปเพราะมันไม่ใช่ไส้ขนมแต่เป็ตัวขนมเลย กลัวถ้าอบควันเทียนมากไป แทนที่จะหอมมันกลับฉุนแทน...บางคนก็ไม่ชอบ แต่ถ้าใช้กะทิกลิ่นควันเทียนแทนมันก็จะได้กลิ่นที่อ่อนลงมาหน่อย” พริมาสาธยายยืดยาว นพคุณรับจานขนมไปเขาดูขนมในจานที่หล่อนส่งมาให้ มีกุหลาบสีสวยน่ากินสามดอก สีชมพู สีเหลืองและสีม่วง แต่ในถาดยังมีสีอื่นๆ อีกเช่นสีฟ้า สีแดง สีขาวใสๆ ที่ไม่ใส่สี เขาได้ไปสามดอกสวยๆ ลองหยิบชิมดู...อร่อย!
“ไม่มีให้เพิ่มหรอกนะ จะเอาไปฝากผู้ชาย” ยามาอ่านสีหน้าเขาออกรีบพูดดักคอ และดักถูกทางเพราะหล่อนเห็นนพคุณส่งสายตาสงสัยกลับมาแต่หล่อนไม่พูดต่อ และถึงแม้เขาอยากถามแค่ไหน นพคุณก็ปากหนัก ยามารู้จุดอ่อน หล่อนจะไม่พูดต่อปล่อยให้พ่อเ้าประคุณข้องใจจนอกแตกตายไปเลย
“นี่! ทำอันนี้มันง่ายไป ปลาทูไม่ยอมแพ้หรอกนะ อยากจะบีบทีละกลีบแบบนั้นอีก”ยามาหันไปดึงความสนใจของพริมาให้กลับมาสอนหล่อนบีบกุหลาบต่อนพคุณจึงได้แต่ยืนเอ๋ออยู่หน้าตู้เย็นต่อไป เขาอยากกินขนมเพิ่ม และอยากรู้ว่าพริมาลงทุนทำขนมไปให้ใครเสียงไลน์ดังเตือนว่ามีข้อความเข้า พริมารีบหยิบโทรศัพท์มาดู เพราะใกล้เวลานัดส่งของพอดีและหล่อนเองก็กำลังรออยู่
“พี่ตุลย์ไลน์ตอบมาแล้ว” เด็กสาวหันไปบอกเพื่อนที่ตอนนี้ยิ้มมุมปาก เพราะหล่อนเหลือบไปเห็นคุณชายใหญ่ยืนมองอยู่
“ว่าไง...พี่เค้าว่าไงมั่ง” นาทีนี้ยามาเล่นใหญ่ขนาดเรียกคเชนทร์ว่า“พี่” กันเลยทีเดียว
“เอ๊ะ!” พริมาอ่านข้อความแล้วอุทานเบาๆยิ่งเรียกความสนใจของคนในห้อง
“ว่าไง!” คราวนี้ยามาสนใจจริงๆ ไม่ได้เล่นใหญ่เหมือนตอนแรก
“พี่ตุลย์บอกว่าพรุ่งนี้จะมารับเราสองคนไปเที่ยวที่บ้าน 8 โมงเช้าให้เตรียมตัวให้พร้อม แล้วค่อยเอาขนมไปให้พวกพี่ๆเค้าเองกับมือ” พริมาอ่านจบ หันมาฟังความเห็นจากเพื่อนยามาเหลือบไปมองทางตู้เย็น...ยังยืนฟังอยู่แฮะ!
“ไปสิ!!! ก็ดีเหมือนกัน ขนมนี่จะได้ไม่ต้องรีบทำอีกอย่างพวกเรายังไม่เคยไปเที่ยวบ้านพี่ตุลย์เลย น่าสนุกดีออกเดี๋ยวปลาทูขอพี่พิมพ์ให้เอง ลูกแก้วไม่ต้องเป็ห่วง” ยามาทำเสียงตื่นเต้นเต็มที่เื่การแสดงและเล่นใหญ่ขอให้บอก หล่อนถนัดนักแหละ ตอนนี้คนที่ยืนอยู่หน้าตู้เย็นหายไปแล้วเขาคงได้คำตอบที่สงสัยก็เลยออกไปตั้งหลักแน่ๆ
“ฮี่ๆๆ” ยามาหัวเราะชอบใจ จนพริมาสงสัยว่าเพื่อนหล่อนเป็อะไรจะว่าชอบใจผลงานตัวเองก็ไม่น่าจะใช่ เพราะกุหลาบที่บีบเป็กลีบอยู่นี่ก็ไม่ได้ดูดีเท่าไหร่เลย
เวลาอาหารเย็น คุณนพรักษ์กับภารดีกลับมาแล้ว วันนี้กับข้าวเต็ม โต๊ะไปหมด เพราะพริมาไลน์ไปอวดขนมเมื่อตอนเย็นพวกเขาเลยรู้ว่าวันนี้เพื่อนรักของพริมาจะมานอนที่บ้านขากลับจึงซื้อของกินกลับมาไม่น้อยทีเดียว
“อร่อยทุกอย่างเลยค่ะ เดี๋ยวเสาร์หน้ามาใหม่” ยามากินไม่หยุดปากตอนนี้หล่อนเติมข้าวไปสองจานแล้ว นพคุณมองตาม เพื่อนพริมาคนนี้กินเก่งหรือเพราะหล่อนกำลังจะโตอืม...ดูเหมือนจะสูงขึ้นด้วย ผิดกับเพื่อนรักของหล่อนพริมาดูไม่มีท่าทีว่าจะโตขึ้นเลย...ส่วนสูงหล่อนน่าจะหยุดไว้แค่นี้ หล่อนกินแค่ครึ่งเดียวของเพื่อนด้วยซ้ำที่เหลือเพื่อนรักของหล่อนสูบหายไปหมด ช่างเข้าขาเหมาะเจาะเติมเต็มซึ่งกันและกันได้พอดิบพอดีอีกคนกินนิดเดียวพอประทังชีวิต...ส่วนอีกคนตามเก็บซากให้เหมือนปลาเทศบาล
ถ้าสองคนนี่โตขึ้นน่าจะเป็สองสาวที่แตกต่างกันสุดขั้วคนหนึ่งตัวสูง ผิวสีน้ำผึ้ง ยามาสูงไม่ต่ำกว่า 170 แน่นอน แขนขาหล่อนยาว แต่ตอนนี้มันอาจจะดูเก้งก้างขัดตาตามประสาเด็กวัยรุ่นที่ยังไม่โตเต็มที่ส่วนพริมา...คนนี้ไม่น่าจะต่างจากตอนนี้เท่าไหร่ เหมือนหล่อนโตเต็มที่ได้เท่านี้ส่วนสูงไม่น่าจะเกิน 160 แต่เขาเดาเอาว่าพวกหล่อนน่าจะโตขึ้นเป็สาวสวยน่ามองทีเดียว...แล้วแต่คนจะชอบแต่ถ้าให้เลือกยามาเขาคงปวดหัวตายยัยนี่ปากจัดปากร้ายและเ้าคิดเ้าแค้นอย่างที่สุด ต่างกันกับพริมาหล่อนน่ารัก...น่ารักทั้งนิสัยและหน้าตา เผลอคิดไปเรื่อยเปื่อยกว่าจะรู้ตัว...นี่เขาคิดบ้าอะไร? ยัยลูกแก้วนี่นะน่ารัก!
“เป็อะไรตาคุณ? หน้านิ่วคิ้วขมวดเชียว”คุณนพรักษ์สงสัยกับท่าทางของลูกชาย
“เป็ปกติไงคะ” ยามาปลาเทศบาลนั่นเองที่เป็คนตอบเขาจะไม่เรียกหล่อนว่าปลาเทศบาลออกมาให้หล่อนได้ยินหรอก เหมือนกับคเชนทร์นั่นแหละที่เขาแอบเรียกในใจว่าไอ้หน้าหมาเพื่อนของพริมานี่มันสิงห์สาราสัตว์ชัดๆ มีทั้งปลาทั้งหมา ไม่รู้คบกันเข้าไปได้อย่างไร
“ปลาทู!” พริมาปรามเพื่อนก่อนที่จะปากเสียไปมากกว่านี้ ยามาสะบัดแขนประมาณว่าอย่ามายุ่งน่า!หล่อนกำลังสนุก
“พี่พิมพ์พรุ่งนี้ปลาทูกับลูกแก้วจะไปเที่ยวบ้านพี่ตุลย์ล่ะ”ยามาขออนุญาต?เป็คำขออนุญาตที่เหมือนจะเป็ประโยคบอกเล่าเสียมากกว่า
“ลูกแก้วจะเอาขนมไปให้พี่เมษ์พี่ทองแล้วก็พี่ชาญค่ะ ตอนแรกจะฝากพี่ตุลย์เอาไปให้วันนี้ แต่พี่ตุลย์ไม่ว่าง เลยไม่ได้เข้ามาเอาขนมแต่จะมารับลูกแก้วกับปลาทูไปเที่ยวที่บ้านและก็ค่ายมวยพรุ่งนี้แทนค่ะ” พริมาแก้ให้เพราะเพื่อนหล่อนชอบพูดอะไรสั้นๆสั้นเกินไปเดี๋ยวคนฟังจะตีความผิดเอาได้
“ดีเหมือนกัน เดี๋ยวแม่ฝากของให้น้องเมษ์ด้วยคราวก่อนของขวัญถูกใจมาก” ภารดีกับพี่สาวคเชนทร์เป็เพื่อนกันใน Facebook ภารดีเป็ลูกค้าเพจร้านพวงกุญแจของคณิสรา เพราะหล่อนเห็นพวงกุญแจไก่ที่คณิสราฝากคเชนทร์มาให้พริมาแล้วสนใจ จึงตามไปกดไลค์ ในเพจที่ลูกสาวส่งลิ้งค์ต่อมาให้
“แล้วพรุ่งนี้จะไปกันยังไง? ให้ลุงไปส่งไหม?” คุณนพรักษ์อาสา
“ไม่เป็ไรค่ะ เดี๋ยวลูกแก้วนั่งรถสองแถวเข้าไป พี่ตุลย์บอกว่าอู่ของสองแถวอยู่ที่ตลาดใกล้กับบ้านเดี๋ยวพอไปถึงตรงนั้นแล้วพี่ตุลย์จะออกมารับค่ะ” พริมาจำได้สองนักมวยค่ายนรสิงห์เคยบอกหล่อนว่าถัดไปจากดงกล้วย ที่หล่อนไปวิ่งเล่นคราวก่อนนั้นเลยไปอีกนิดเดียวก็จะถึงตลาดแล้ว
“ถ้าน้องลูกแก้ววิ่งต่อไปอีกนิดนึงนะฮ่า ๆๆขึ้นสะพานข้างหน้านั่นแหละพอลงแล้วเลี้ยวซ้ายก็เห็นตลาดแล้ว...ตลาดใหญ่ซะด้วยฮ่าๆๆๆ” อำนาจเล่าให้ทุกคนฟังวันก่อนตอนที่พวกเขากินข้าวด้วยกันเขามีท่าทางขำขันกับเื่นี้มาก อย่าว่าแต่พริมาเลย อำนาจกับชำนาญเองก็คงจะไม่ลืมเื่นี้ด้วยเช่นกัน
“ไม่ต้องกลัวลูกแก้วหลงนะคะ ปลาทูพาไปเอง” ยามาที่ลุกไปยกถาดขนมเดินเข้ามาสมทบ หล่อนกินคาวเสร็จแล้ว ก็ถึงคราวตบหวานพริมาแยกขนม ที่เอาไปฝากใส่กล่องใสไว้อย่างสวยงาม 3 กล่องกล่องของคณิสราใหญ่กว่าอีกสองกล่องเพราะที่บ้านคเชนทร์นั้นน่าจะมีคนเยอะส่วนของอำนาจกับชำนาญหล่อนแยกไว้ให้คนละกล่องทุกกล่องจะคละกุหลาบทั้งสองแบบให้ไว้อย่างละเท่าๆ กันยามาปลาบปลื้มเพราะกลีบกุหลาบส่วนหนึ่งเป็ฝีมือการบีบของหล่อน (แม้จะบีบง่ายมากๆๆ ก็ตาม) อาลัวสดที่พริมาแยกไว้กินตอนเย็นก็มีกุหลาบสองแบบเหมือนกัน หล่อนหยิบกุหลาบสีแดงกลีบสวยมาอวดมารดายามาก็เช่นกัน นพคุณสังเกตกลีบที่ยามาหยิบมาอวดนั้นดูดีขึ้นมากแม้จะไม่สวยเท่าของพริมา แต่ถ้าหล่อนได้ฝึกอีกหน่อยก็คงจะสวยไม่แพ้กัน เขาเชื่อแล้ว...เพื่อนพริมาคนนี้หล่อนไม่ยอมแพ้อะไรง่ายๆจริงๆ
“อร่อยดีนะ ขนมอะไรคุ้นๆ “ คุณนพรักษ์ถาม มันกินเหมือนขนมอะไรสักอย่างที่คล้ายๆแบบนี้แต่ไม่เหมือนกันซะทีเดียว
“อาลัวสดค่ะ ไม่ได้ตากแดดหรืออบให้กรอบนอกแต่ให้มันนุ่มไปหมดทั้งชิ้นแบบนี้เลยค่ะ”
“จริงด้วยลุงว่าอยู่ว่าคุ้นๆ เหมือนเคยกิน แต่นึกไม่ออกอร่อยดีนะ...ไม่หวานมาก” คุณนพรักษ์หยิบกินไปหลายชิ้นทีเดียว ยามาเหลือบมองนพคุณเขาไม่ถามแต่หล่อนรู้ว่าหมอนั่นนั่งเก็บข้อมูลอยู่ เพราะหล่อนเห็นเขาหยิบขนมแล้วยกขึ้นมาดมแล้วชิมแล้วมองอยู่อย่างนั้นระหว่างที่คุณนพรักษ์ ถามพริมา ยามาที่สังเกตอยู่ตลอด เห็นนพคุณกินขนมไปหลายชิ้น...ชิ! หมอนี่เกลียดตัวกินไข่ โธ่เอ๊ย! ไอ้ขี้เก๊ก
“แล้วพรุ่งนี้จะออกกันกี่โมงล่ะ?” ภารดีถาม
“น่าจะแปดโมงค่ะ เห็นพี่ตุลย์บอกว่าให้ไปกินข้าวที่บ้าน”พริมาหันไปคุยกับมารดาแต่นอกจากภารดีแล้วยังมีใครบางคนตั้งใจฟังเพื่อเก็บข้อมูลอยู่เหมือนกัน