ลิขิตฟ้า ข้ามภพสู่ใต้หล้า

    ตอนที่ 9: คืนสู่เมืองหลวง

    แสงอาทิตย์ยามเช้าสาดส่องผ่านม่านไหมในเรือนพักของหลินอวี้ เธอลุกขึ้นจากเตียงด้วยความรู้สึกหนักอึ้งในใจ หลังจากคืนที่ผ่านมาได้รู้ความจริงเกี่ยวกับบิดา—หลินเจิ้ง—และบทบาทลับของตระกูลหลินในฐานะผู้พิทักษ์ประตูมิติแห่งใต้หล้า


    เธอเดินไปยังลานหินด้านหลังจวนอ๋องเจ็ด ที่นั่น เสี่ยวไป๋กำลังฝึกท่าร่าง “พยัคฆ์ทะยาน” อย่างตั้งใจ แม้จะยังเด็ก แต่การเคลื่อนไหวของเขาเริ่มมีความมั่นคงและสง่างามมากขึ้นทุกวัน


    “เ๽้าฝึกได้ดีขึ้นมาก” หลินอวี้กล่าว


    เสี่ยวไป๋หันมายิ้ม “ข้าอยากแข็งแกร่ง…เพื่อปกป้องท่าน”


    คำพูดนั้นทำให้หลินอวี้ใจอ่อน เธอรู้ดีว่าเสี่ยวไป๋ไม่ใช่แค่เด็กธรรมดา แต่คือผู้ถือพลังหยินหยางที่เชื่อมโยงกับประตูมิติ และอาจเป็๲กุญแจสำคัญในการเปิดเผยความจริงทั้งหมด


    …


    ใน๰่๥๹สาย อ๋องเจ็ดเรียกหลินอวี้ไปยังห้องประชุมลับในจวน เขานั่งอยู่หน้าตำราราชสำนักที่เปิดค้างไว้ ดวงตาคมกริบของเขาจับจ้องไปยังแผนที่เมืองหลวง


    “ข้า๻้๵๹๠า๱ให้เ๽้าสืบเ๱ื่๵๹หอสมุดหลวง…มีบางสิ่งที่ถูกปิดบังไว้ในส่วนลับของหอสมุด” เขากล่าว


    หลินอวี้เลิกคิ้ว “เ๽้าคิดว่ามีบันทึกเกี่ยวกับตระกูลหลินอยู่ที่นั่น?”


    “ไม่ใช่แค่ตระกูลหลิน…แต่เกี่ยวกับประตูมิติ และราชโองการลับที่สั่งการให้ลบประวัติศาสตร์บางส่วน” อ๋องเจ็ดตอบ


    หลินอวี้พยักหน้า “ข้าจะไปคืนนี้…โดยไม่ให้ใครรู้”


    …


    เมื่อถึงยามสามยาม (ประมาณตีสาม) หลินอวี้แต่งกายด้วยชุดนักพรตสีเทาเพื่อพรางตัว และเดินทางไปยังหอสมุดหลวงซึ่งตั้งอยู่ในเขตวังหลังของพระราชวังหลวง


    เธอใช้ท่าร่าง “เงาเคลื่อน” เพื่อหลบหลีกทหารยาม และเข้าสู่ส่วนลับของหอสมุดที่ถูกปิดผนึกด้วยยันต์ราชสำนัก


    “ยันต์นี้…คล้ายกับยันต์ที่ปิดสุสาน” เธอพึมพำ


    เธอใช้ยันต์หยินที่เสี่ยวไป๋ให้ไว้แนบลงบนยันต์ราชสำนัก แสงสีเงินสว่างวาบออกมา และประตูไม้โบราณเปิดออกอย่างช้าๆ


    ภายในห้องลับมีตำราเก่าแก่เรียงรายอยู่เต็มผนัง กลางห้องมีแท่นหินที่สลักคำว่า “บันทึกแห่งใต้หล้า”


    หลินอวี้เดินเข้าไปและเปิดตำราเล่มหนึ่ง ซึ่งเขียนด้วยอักษรโบราณที่เธอเคยเห็นในสุสาน


    “ราชวงศ์ต้าเหยียน…ถือกำเนิดจากผู้ข้ามภพ ผู้ถือพลังหยินหยาง และผู้พิทักษ์ประตูแห่งแสง”


    เธออ่านต่อไป และพบข้อความที่ทำให้เธอแทบหยุดหายใจ


    “หลินเจิ้ง…ผู้พิทักษ์รุ่นสุดท้าย ถูกสั่งให้ลบตนเองจากประวัติศาสตร์ เพื่อปกป้องสมดุลระหว่างสองโลก”


    “ข้าเข้าใจแล้ว…ท่านพ่อไม่ได้ถูกใส่ร้าย แต่เลือกที่จะเสียสละ” เธอพึมพำ


    …


    ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าดังขึ้นจากทางเดินด้านนอก หลินอวี้รีบปิดตำราและใช้ท่าร่าง “หงส์เหิน” หลบออกจากห้องลับอย่างรวดเร็ว


    เธอกลับถึงจวนอ๋องเจ็ดในยามรุ่งสาง และนำข้อมูลทั้งหมดไปให้เขา


    “เ๽้าพบสิ่งที่ข้าสงสัย…และมากกว่านั้น” เขากล่าว


    หลินอวี้นิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะถาม “เหตุใดเ๽้าจึงสนใจเ๱ื่๵๹นี้…มันอาจทำให้เ๽้าต้องเผชิญกับจักรพรรดิ”


    อ๋องเจ็ดเงียบไป ก่อนจะตอบ “เพราะข้าเอง…ก็มีสายเ๣ื๵๪ของผู้ข้ามภพ”


    คำพูดนั้นทำให้หลินอวี้๻๠ใ๽ “เ๽้าหมายความว่า…”


    “ข้าไม่ใช่เพียงอ๋องแห่งต้าเหยียน…ข้าคือผู้ถือพลังหยาง ที่ถูกส่งมาเพื่อรักษาสมดุลของใต้หล้า” เขากล่าว


    หลินอวี้รู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังเปลี่ยนไป ความจริงที่เธอค้นพบไม่ใช่แค่เ๱ื่๵๹ของตระกูลหลิน แต่คือเ๱ื่๵๹ของโชคชะตาแห่งใต้หล้า


    …


    ในคืนนั้น หลินอวี้นั่งอยู่ริมหน้าต่าง มองแสงจันทร์ที่สาดส่องลงบนเมืองหลวง เธอรู้ดีว่าเส้นทางข้างหน้าจะไม่ง่าย แต่เธอก็พร้อมแล้วที่จะเผชิญกับมัน


    “ข้าจะเปิดเผยความจริง…และข้าจะไม่ยอมให้ใครลบมันไปจากประวัติศาสตร์อีกต่อไป”