แสงอาทิตย์ยามเช้าสาดส่องผ่านม่านไหมในเรือนพักของหลินอวี้ เธอลุกขึ้นจากเตียงด้วยความรู้สึกหนักอึ้งในใจ หลังจากคืนที่ผ่านมาได้รู้ความจริงเกี่ยวกับบิดา—หลินเจิ้ง—และบทบาทลับของตระกูลหลินในฐานะผู้พิทักษ์ประตูมิติแห่งใต้หล้า
เธอเดินไปยังลานหินด้านหลังจวนอ๋องเจ็ด ที่นั่น เสี่ยวไป๋กำลังฝึกท่าร่าง “พยัคฆ์ทะยาน” อย่างตั้งใจ แม้จะยังเด็ก แต่การเคลื่อนไหวของเขาเริ่มมีความมั่นคงและสง่างามมากขึ้นทุกวัน
“เ้าฝึกได้ดีขึ้นมาก” หลินอวี้กล่าว
เสี่ยวไป๋หันมายิ้ม “ข้าอยากแข็งแกร่ง…เพื่อปกป้องท่าน”
คำพูดนั้นทำให้หลินอวี้ใจอ่อน เธอรู้ดีว่าเสี่ยวไป๋ไม่ใช่แค่เด็กธรรมดา แต่คือผู้ถือพลังหยินหยางที่เชื่อมโยงกับประตูมิติ และอาจเป็กุญแจสำคัญในการเปิดเผยความจริงทั้งหมด
…
ใน่สาย อ๋องเจ็ดเรียกหลินอวี้ไปยังห้องประชุมลับในจวน เขานั่งอยู่หน้าตำราราชสำนักที่เปิดค้างไว้ ดวงตาคมกริบของเขาจับจ้องไปยังแผนที่เมืองหลวง
“ข้า้าให้เ้าสืบเื่หอสมุดหลวง…มีบางสิ่งที่ถูกปิดบังไว้ในส่วนลับของหอสมุด” เขากล่าว
หลินอวี้เลิกคิ้ว “เ้าคิดว่ามีบันทึกเกี่ยวกับตระกูลหลินอยู่ที่นั่น?”
“ไม่ใช่แค่ตระกูลหลิน…แต่เกี่ยวกับประตูมิติ และราชโองการลับที่สั่งการให้ลบประวัติศาสตร์บางส่วน” อ๋องเจ็ดตอบ
หลินอวี้พยักหน้า “ข้าจะไปคืนนี้…โดยไม่ให้ใครรู้”
…
เมื่อถึงยามสามยาม (ประมาณตีสาม) หลินอวี้แต่งกายด้วยชุดนักพรตสีเทาเพื่อพรางตัว และเดินทางไปยังหอสมุดหลวงซึ่งตั้งอยู่ในเขตวังหลังของพระราชวังหลวง
เธอใช้ท่าร่าง “เงาเคลื่อน” เพื่อหลบหลีกทหารยาม และเข้าสู่ส่วนลับของหอสมุดที่ถูกปิดผนึกด้วยยันต์ราชสำนัก
“ยันต์นี้…คล้ายกับยันต์ที่ปิดสุสาน” เธอพึมพำ
เธอใช้ยันต์หยินที่เสี่ยวไป๋ให้ไว้แนบลงบนยันต์ราชสำนัก แสงสีเงินสว่างวาบออกมา และประตูไม้โบราณเปิดออกอย่างช้าๆ
ภายในห้องลับมีตำราเก่าแก่เรียงรายอยู่เต็มผนัง กลางห้องมีแท่นหินที่สลักคำว่า “บันทึกแห่งใต้หล้า”
หลินอวี้เดินเข้าไปและเปิดตำราเล่มหนึ่ง ซึ่งเขียนด้วยอักษรโบราณที่เธอเคยเห็นในสุสาน
“ราชวงศ์ต้าเหยียน…ถือกำเนิดจากผู้ข้ามภพ ผู้ถือพลังหยินหยาง และผู้พิทักษ์ประตูแห่งแสง”
เธออ่านต่อไป และพบข้อความที่ทำให้เธอแทบหยุดหายใจ
“หลินเจิ้ง…ผู้พิทักษ์รุ่นสุดท้าย ถูกสั่งให้ลบตนเองจากประวัติศาสตร์ เพื่อปกป้องสมดุลระหว่างสองโลก”
“ข้าเข้าใจแล้ว…ท่านพ่อไม่ได้ถูกใส่ร้าย แต่เลือกที่จะเสียสละ” เธอพึมพำ
…
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าดังขึ้นจากทางเดินด้านนอก หลินอวี้รีบปิดตำราและใช้ท่าร่าง “หงส์เหิน” หลบออกจากห้องลับอย่างรวดเร็ว
เธอกลับถึงจวนอ๋องเจ็ดในยามรุ่งสาง และนำข้อมูลทั้งหมดไปให้เขา
“เ้าพบสิ่งที่ข้าสงสัย…และมากกว่านั้น” เขากล่าว
หลินอวี้นิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะถาม “เหตุใดเ้าจึงสนใจเื่นี้…มันอาจทำให้เ้าต้องเผชิญกับจักรพรรดิ”
อ๋องเจ็ดเงียบไป ก่อนจะตอบ “เพราะข้าเอง…ก็มีสายเืของผู้ข้ามภพ”
คำพูดนั้นทำให้หลินอวี้ใ “เ้าหมายความว่า…”
“ข้าไม่ใช่เพียงอ๋องแห่งต้าเหยียน…ข้าคือผู้ถือพลังหยาง ที่ถูกส่งมาเพื่อรักษาสมดุลของใต้หล้า” เขากล่าว
หลินอวี้รู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังเปลี่ยนไป ความจริงที่เธอค้นพบไม่ใช่แค่เื่ของตระกูลหลิน แต่คือเื่ของโชคชะตาแห่งใต้หล้า
…
ในคืนนั้น หลินอวี้นั่งอยู่ริมหน้าต่าง มองแสงจันทร์ที่สาดส่องลงบนเมืองหลวง เธอรู้ดีว่าเส้นทางข้างหน้าจะไม่ง่าย แต่เธอก็พร้อมแล้วที่จะเผชิญกับมัน
“ข้าจะเปิดเผยความจริง…และข้าจะไม่ยอมให้ใครลบมันไปจากประวัติศาสตร์อีกต่อไป”