ภาพการสังหารหมู่ด้วยศรเปลวเพลิงทมิฬของเย่หยุนซีทำเอาเหล่าผู้อาวุโสที่อยู่ภายนอกถึงกับรู้สึกสะเทือนขวัญ แม้แต่เทพธิดาศักดิ์สิทธิ์และมหาเทพปีศาจก็ยังอดไม่ได้ที่จะอึ้งงันกับสถานการณ์ที่ปรากฏขึ้นเบื้องหน้านี้
"ผู้ฝึกตนระดับจักรพรรดิขั้นปลาย 154 คนถูกฆ่าด้วยการโจมตีเดียวเนี่ยนะ........พวกเจ้าไปหาข้อมูลของเด็กคนนั้นมาสิ ข้าอยากรู้ว่าเขาเป็นใครมาจากไหน" เหว่ยเสวียนจีเบนสายตาไปที่กลุ่มผู้อาวุโสฝ่ายธรรมมะพลางกล่าว
ทันใดนั้นเอง! หญิงวัยกลางคนในชุดขาวก็พลันก้าวขึ้นมาด้านหน้า "คาราวะท่านเทพธิดาศักดิ์สิทธิ์ ข้าน้อยพอมีข้อมูลของเขาอยู่บ้างเจ้าค่ะ?"
"อืม ว่ามา"
"ระ เรียนท่านเทพธิดา จากข้อมูลที่ข้าน้อยรู้มานั้น เด็กคนนี้คือจอมมารน้อยแห่งตำหนักมารดาราซึ่งเป็นขุมกำลังฝ่ายอธรรมที่พึ่งก่อตั้งขึ้นเมื่อไม่นานนี้ แถมเขายังกล่าวอ้างว่ามีเผ่าเทพปีศาจผู้พิทักษ์หนุนหลังอีกด้วยเจ้าค่ะ" หญิงวัยกลางชุดขาวกล่าวอธิบายเพื่อไขความกระจ่าง
ผู้เป็นเทพธิดาศักดิ์สิทธิ์เมื่อได้สดับฟัง ดวงตาคู่งานก็พลันหรี่มองไปทางมหาเทพปีศาจกู่หลินเฉินที่บัดนี้กำลังเผยรอยยิ้มเยาะเย้ยราวกับว่าตนเองอยู่เหนือกว่า
"ชิ ก็แค่ผู้มีพรสวรรค์เพียงแค่คนเดียวเท่านั้นแหละน่า เจ้าอย่าได้ใจให้มากนัก"
"ฮ่าๆๆขอรับๆ ท่านเทพธิดาศักดิ์สิทธิ์ผู้สูงส่ง" กู่หลินเฉินตอบกลับทั้งๆที่ใบหน้าอันหล่อเหลายังคงประดับรอยยิ้มเยาะเอาไว้ นับตั้งแต่ผ่านช่วงสงครามศักดิ์สิทธิ์ครั้งสุดท้าย เขาและเหว่ยเสวียนจีก็ได้กลายเป็นทั้งคู่แข่งและคู่กัดกันเช่นนี้ตลอดมา ในทุกๆครั้งที่เผชิญหน้าก็ล้วนแต่ต้องปะทะฝีปากกันไม่มากก็น้อย
"หึ! คอยดูเถอะ สักวันข้าจะทำให้เจ้าต้องพ่ายแพ้"
"เห้อๆถึงแม้ว่ามันจะเป็นไปไม่ได้ แต่ข้าก็ขอเอาใจช่วยเจ้าก็แล้วกัน" จบคำ! ทั้งเหว่ยเสวียนจีและกู่หลินเฉินก็หันกลับไปมองสถานการณ์ในแดนสังสารวัฏอีกครา
ซึ่งภาพเบื้องหน้าของพวกเขาก็คือ เย่หยุนซีที่กำลังเคลื่อนกายอย่างรวดเร็วประดุจสายอัสนีมุ่งหน้าไปยังทิศตะวันออกเฉียงใต้ท่ามกลางป่าไม้แปลกประหลาด
หลังจากนั้นไม่นานนัก! ชายหนุ่มก็หยุดชะงักฝีเท้าตัวเองแล้วสะบัดมือหนึ่งครา ลูกบาศก์สมปรารถนาปรากฏขึ้นในมือ ก่อนจะแปรเปลี่ยนกลายเป็นกระบี่สีดำ
"หากอยากสังหารข้าก็ออกมาเถอะ ข้าคร้านจะรอเจ้าลงมือเต็มที"
"แป๊ะๆๆ"
"ฮ่าๆๆ สัมผัสของเจ้าไวใช้ได้นี่ ดูเหมือนเจ้าจะพิเศษยิ่งกว่าระดับจักรพรรดิทั่วไป" ชายหนุ่มอาภรณ์สีทองลวดลายมังกรเผยกายออกมา
เย่หยุนซีจำได้ในทันทีว่าอีกฝ่ายคือคนของราชวงศ์โจว อันดับ 1 ของ 7 ราชวงศ์ผู้ยิ่งใหญ่ ทั้งยังคล้ายว่ามีตำแหน่งเป็นผู้นำกลุ่มอีกต่างหาก
"ตบะระดับมหาจักรพรรดิขั้นเก้าสินะ เข้ามาเถอะ ให้ข้าดูหน่อยว่าราชวงศ์ผู้ยิ่งใหญ่อันดับ 1 นั้นยอดเยี่ยมเพียงไหน"
"หึ! ปากดีใช้ได้ ถ้างั้นข้าจะทำให้เจ้าสมปรารถนา" พูดจบ! ชายหนุ่มอาภรณ์สีทองก็พลันหายวับไปกับตา เย่หยุนซีเผยรอยยิ้มออกมา ดวงเนตรปีศาจสวรรค์ถูกเรียกใช้งาน พร้อมทั้งสะบั้นกระบี่ไปทางด้านขวาของตนเองโดยไม่คิดลังเลใจ
'หือ! ชายคนนี้ถึงกับรับมือความเร็วของข้าได้!!' อัจฉริยะแห่งราชวงศ์โจวถอยร่นไปไกล ก่อนจะเผยจิตอสูรรูปแบบมังกรสีทองอร่ามออกมาให้อีกฝ่ายได้ประจักษ์
"ฮ่าๆๆมังกรทองงั้นหรือ แค่เพียงจิตอสูรของเจ้าเป็นมังกร! เจ้าก็ไม่มีวันชนะ!!" เย่หยุนซีระเบิดพลังตบะระดับจักรพรรดิขั้น 5 อย่างเต็มที่ จากนั้นร่างเงาสีดำขนาดมหึมาก็ปรากฏขึ้นด้านหลังของเขา
"นะ นี่มัน!!" อัจฉริยะแห่งราชวงศ์โจวดวงตาเบิกกว้างหลั่งเหงื่อเย็นร่างกายสั่นเทา ภาพเบื้องหน้าของมันคือราชามังกรเพลิงทมิฬเก้าชั้นฟ้าที่สยายปีกหกปีกราวกับจะปกปิดผืนฟ้าได้ทั้งผืนอย่างไรอย่างนั้น
"พระเจ้า! นั่นมันจิตอสูรมังกรระดับสวรรค์!!" แม้แต่ผู้อาวุโสระดับเซียนของทั้งสองฝั่งซึ่งอยู่ที่โลกภายนอกก็ยังอดไม่ได้ที่จะรู้สึกตื่นตระหนกตกใจ
"อึก! จิตอสูรระดับสวรรค์! จิตอสูรระดับสวรรค์แล้วอย่างไร!!" ชายหนุ่มแห่งราชวงศ์โจวเมื่อตั้งสติได้ก็พลันระเบิดพลังระดับมหาจักรพรรดิขั้น 9 ของตนเองสุดกำลัง จิตอสูรมังกรทองกลายเป็นแสงพุ่งทะยานเข้าห่อหุ้มร่างของมัน ก่อเกิดเป็นชุดเกราะมังกรสีทองที่ดูศักดิ์สิทธิ์และน่าเกรงขามราวกับราชันแห่งสัตว์อสูรลงมาจุติ
"โอ่ว ที่แท้ก็ทักษะจิตอสูรผสานร่าง" เย่หยุนซีที่มองเห็นทุกอย่างผ่านดวงเนตรปีศาจสวรรค์เผยรอยยิ้มเย็นชา ก่อนจะผายมือไปด้านหน้าแล้วเอ่ยเพียงหนึ่งคำ
"สยบ"
"ตูม!!"
เกราะมังกรสีทองที่ทั้งศักดิ์สิทธิ์และน่าเกรงขามของอีกฝั่งกลับคืนสู่ร่างมังกรทองดังเดิมในเวลาเพียง 3 ลมหายใจ แถมมันยังก้มศีรษะอย่างนอบน้อมเสมือนกับมันกำลังกราบไหว้แด่เทพเจ้าอีกต่างหาก
"เกิดอะไรขึ้น??" อัจฉริยะแห่งราชวงศ์โจวเต็มไปด้วยความสบสน
เย่หยุนซีจึงชิงจังหวะที่มันกำลังงุนงง ใช้งานทักษะกระบี่ที่รุนแรงและรวดเร็วที่สุดของตนเองโดยคิดไม่รอช้า
"หนึ่งกระบี่สะบั้นดารา"
คลื่นกระบี่สีดำทมิฬพุ่งเข้าสะบั้นคอเป้าหมายอย่างไร้ความปราณี ส่งผลให้ทัศนยภาพการมองของอีกฝ่ายเริ่มแปรเปลี่ยนกลายเป็นกลับหัวกลับหาง
'มะ ไม่จริง!!' ดวงตาของอัจฉริยะแห่งราชวงศ์โจวเบิกกว้างจนแทบถล่นออกมาจากเบ้า
"ไปเกิดใหม่เถอะ ต่อไปเจ้าก็จงอยู่ให้ห่างๆข้าเอาไว้!!" เย่หยุนซีจุดไฟเผาร่างอีกฝ่ายโดยไร้ซึ่งความลังเลใจ จากนั้นเก็บสินสงครามโยนเข้ามิติเก็บของไร้ขีดจำกัดไปแล้วเริ่มออกเดินทางต่อในทันที