บทที่ 4: เงาสังหารในคืนเดือนมืด
รัตติกาลมาเยือนยอดเขากิเลนทองเร็วกว่าปกติ
หลังจากเหตุการณ์วุ่นวายหน้าประตูสำนัก หลงเฟยถูกหามกลับมาที่เรือนพักท้ายเขาในสภาพ "าเ็สาหัส" จากเปลวเพลิงของเฟิงเยี่ยน (ตามการวินิจฉัยของหมอประจำสำนักที่ถูกหลงเฟยหลอกตา)
ภายในห้องนอนที่ปิดไฟมืดสนิท หลงเฟยนอนหงายอยู่บนเตียงไม้จันทน์ ลมหายใจสม่ำเสมอเหมือนคนหลับลึก แต่ความจริงแล้ว เขากำลังลืมตาโพลงในความมืด เหงื่อกาฬไหลซึมเต็มหน้าผาก ไม่ใช่เพราะอาการาเ็ แต่เพราะพลังงานความร้อนมหาศาลที่เขาดูดซับมาจากเฟิงเยี่ยนเมื่อตอนกลางวันกำลังอัดแน่นอยู่ในจุดตันเถียน
"ยัยผู้หญิงบ้าพลังนั่น... ปล่อยไฟมาเสียขนาดนั้น ถ้าข้าไม่ดูดซับไว้ ิัคงไหม้ไปแล้ว แต่ตอนนี้... ร้อนชะมัด"
เขากำลังพยายามโคจรลมปราณอย่างช้าๆ เพื่อสลายความร้อนออกจากร่างโดยไม่ให้ใครจับได้ แต่ทว่า...
กึก...
เสียงฝีเท้าแ่เบาราวกับแมวเหยียบใบไม้ดังขึ้นบนหลังคาเรือน เบากว่าเสียงลมหายใจ เบากว่าเสียงลมพัด หากเป็ยอดยุทธ์ทั่วไปคงไม่มีทางััได้ แต่สำหรับหลงเฟยที่มีประสาทััระดับ "ขอบเขตไร้ลักษณ์" เสียงนี้ดังราวกับเสียงฟ้าร้อง
"แขกยามวิกาล?" หลงเฟยหรี่ตาลง "คืนนี้คงไม่ได้นอนดีๆ อีกแล้วสินะ"
เขาััได้ถึงจิตสังหารที่แหลมคมแต่เยือกเย็น ต่างจากความบ้าคลั่งของเฟิงเยี่ยน นี่คือจิตสังหารของผู้ชำนาญการลอบสังหารโดยเฉพาะ
เงาร่างสายหนึ่งเล็ดลอดเข้ามาทางหน้าต่างที่แง้มไว้อย่างเงียบเชียบ ผู้บุกรุกสวมชุดรัดรูปสีดำสนิท ปิดบังใบหน้ามิดชิด เห็นเพียงดวงตาคู่สวยที่เ็าดุจน้ำแข็ง ขยับกายไร้เสียงราวกับเป็ส่วนหนึ่งของความมืด นางคือ "หลานเยว่" ว่าที่คู่หมั้นคนที่สาม จากนิกายเงาจันทร์ สำนักมือสังหารอันดับหนึ่ง
ในธรรมเนียมของนิกายเงาจันทร์ การบอกเลิกสัญญาหมั้นหมายมีเพียงวิธีเดียว... คือ "เ้าบ่าวต้องตาย"
หลานเยว่เคลื่อนกายมาหยุดที่ข้างเตียง นางมองดูชายหนุ่มที่นอนหลับไม่รู้เื่รู้ราวด้วยสายตาเวทนา "โทษทีนะหลงเฟย... ข้าไม่ได้เกลียดเ้า แต่ข้าไม่อาจแต่งงานกับคนที่ปกป้องตัวเองไม่ได้ การตายด้วยมือข้า อย่างน้อยก็ไม่เ็ป"
นางชักกริชสีดำทมิฬออกมาจากแขนเสื้อ กริชเล่มนี้อาบยาพิษ "เจ็ดก้าวปลิดิญญา" เพียงแค่สะกิดิั เืก็จะแข็งตัวและหัวใจหยุดเต้นทันที
ฟุ่บ!
หลานเยว่แทงกริชลงไปที่ลำคอของหลงเฟยด้วยความเร็วสูง ในเสี้ยววินาทีก่อนที่คมกริชจะััิั
"อูยยย... ร้อนๆๆ!"
จู่ๆ หลงเฟยก็ละเมอเสียงดัง พลิกตัวอย่างรุนแรงราวกับหนีจากฝันร้าย แขนของเขาเหวี่ยงปัดไปสะเปะสะปะตามสัญชาตญาณ
ผัวะ!
หลังมือของหลงเฟยฟาดเข้าที่ข้อมือของหลานเยว่อย่างจัง มันดูเหมือนอุบัติเหตุของคนนอนดิ้น แต่แรงกระแทกนั้นทำให้หลานเยว่รู้สึกเหมือนถูกค้อนเหล็กทุบ ข้อมือของนางชาหนึบจนเผลอปล่อยกริชหลุดมือ
กริชสีดำลอยคว้างกลางอากาศ หลงเฟยที่ยังคงหลับตาอยู่ พลิกตัวอีกครั้ง ขาข้างหนึ่งยกขึ้นมาพาดบนหมอนข้าง... แต่ดันไปเตะโดนด้ามกริชพอดิบพอดี
เคร้ง!
กริชกระเด็นไปปักที่เสาไม้หัวเตียง ห่างจากใบหน้าของหลานเยว่ไปเพียงหนึ่งนิ้ว!
หลานเยว่เบิกตากว้าง ถอยกรูดไปตั้งหลักที่มุมห้อง หัวใจเต้นรัวเร็ว ‘บังเอิญ? เป็ไปไม่ได้... จังหวะเมื่อครู่มันสมบูรณ์แบบเกินไป’
นางจ้องมองหลงเฟยเขม็ง ชายหนุ่มยังคงนอนกรนเบาๆ ขาข้างหนึ่งก่ายหมอนข้าง น้ำลายยืดเล็กน้อย ดูอย่างไรก็เป็แค่คนธรรมดาที่โชคดี
"ดูซิว่าเ้าจะโชคดีได้สักกี่ครั้ง"
หลานเยว่ประสานอิน เรียกใช้วิชา "เงาพรางกาย" ร่างของนางเลือนหายไปในความมืดอีกครั้ง คราวนี้เข้มข้นกว่าเดิม นางเคลื่อนที่ไปด้านหลังเตียง เล็งจุดตายที่หัวใจ
แต่ทันทีที่นางยื่นมือออกไปจะััตัวเขาเพื่อส่งปราณสังหารเข้าสู่หัวใจโดยตรง
หมับ!
มือที่แข็งแกร่งดุจคีมเหล็กคว้าข้อมือของนางไว้! หลานเยว่สะดุ้งสุดตัว นางพยายามกระชากมือกลับแต่ไม่ขยับแม้แต่นิล นางก้มลงมอง พบว่าหลงเฟยยังคงหลับตาพริ้ม แต่คิ้วขมวดมุ่นเหมือนคนกำลังหงุดหงิด
"ร้อน... บอกว่าร้อนไง..." หลงเฟยพึมพำ
ทันใดนั้น พลังความร้อนมหาศาลที่อัดอั้นอยู่ในตัวหลงเฟย ก็ถูก "ระบาย" ผ่านฝ่ามือที่จับข้อมือนางไว้
ซูมมม!
"อ๊า!" หลานเยว่หลุดปากร้องออกมาด้วยความเ็ป ปราณอัคคีที่บริสุทธิ์และรุนแรงไหลทะลักเข้าสู่ร่างของนาง ลมปราณธาตุความมืดของนางปะทะกับธาตุไฟจนเกิดปฏิกิริยารุนแรง ร่างกายของนางร้อนผ่าวราวกับถูกเผาจากภายใน
หลงเฟย (ที่แกล้งละเมอ) สะบัดมือทิ้งอย่างแรง "ไป๊! ยุงบ้า!"
ร่างของหลานเยว่ปลิวตามแรงเหวี่ยง กระแทกทะลุหน้าต่างไม้ พุ่งออกไปตกที่พุ่มไม้ด้านนอกเรือน
"แค่กๆ..." หลานเยว่กระอักเืออกมาเล็กน้อย เืนั้นมีไอร้อนระเหยออกมา นางมองกลับไปที่ห้องนอนด้วยสายตาหวาดกลัวระคนสับสน ‘พลังนั่นมันอะไรกัน? ปราณอัคคี? รุนแรงขนาดย้อมลมปราณของข้าได้... หรือว่าเขามีกายาเก้าสุริยันในตำนาน?’
และที่สำคัญ... ท่าทีนั้น เขาหลับจริงหรือแกล้งกันแน่?
หากเขาแกล้ง... เขาก็คือสัตว์ประหลาดที่น่ากลัวที่สุดเท่าที่นางเคยพบ แต่หากเขาหลับ... สัญชาตญาณการป้องกันตัวของเขาก็เหนืุ์ไปแล้ว
"ภารกิจล้มเหลว... ข้าประมาทเกินไป" หลานเยว่กัดฟัน ตัดสินใจล่าถอย นางรู้ดีว่าสภาพร่างกายตอนนี้ไม่พร้อมจะสู้ต่อ หากฝืนใช้วิชาเงาอาจจะธาตุไฟเข้าแทรก นางดีดตัวหายไปในความมืด ทิ้งไว้เพียงกริชที่ปักอยู่บนเสาเตียง
...
ภายในห้องนอน หลงเฟยลุกขึ้นนั่ง ถอนหายใจอย่างโล่งอก พลางสะบัดมือไปมา
"เฮ้อ... โชคดีที่แม่นางเงานั่นมาช่วยรับพลังไฟไป ไม่งั้นคืนนี้ข้าคงนอนไม่หลับเพราะร้อนในแน่ๆ"
เขามองไปที่กริชอาบยาพิษบนเสาเตียง แล้วดึงมันออกมาพิจารณา "นิกายเงาจันทร์... วิธีบอกเลิกช่างรุนแรงจริงนะ แต่ดูเหมือนข้าจะเผลอทำให้นางเข้าใจผิดอะไรบางอย่างไปเสียแล้ว"
หลงเฟยยิ้มมุมปากเล็กน้อย "เอาเถอะ อย่างน้อยก็ผ่านไปได้อีกคน... เหลืออีกสาม"
เขาโยนกริชลงถังขยะข้างเตียง ล้มตัวลงนอนต่ออย่างสบายใจ โดยไม่รู้เลยว่า วีรกรรมในคืนนี้จะทำให้ชื่อเสียงของ "ขยะตระกูลหลง" ในสายตาของหลานเยว่ เปลี่ยนจาก "เหยื่อ" กลายเป็ "ปริศนาที่ต้องไข"
และในวันรุ่งขึ้น... ผู้มาเยือนคนที่สี่ ก็กำลังเดินทางมาพร้อมกับความวุ่นวายในรูปแบบที่เขาคาดไม่ถึง