เหลืออีกสี่วันจะถึงกำหนดรับของที่สั่งไว้
เออร์วินตื่นเช้าขึ้นมาบนเตียงพบว่าเขาถูกพี่สาวจับทำเป็นเหมือนข้างอีกครั้ง เมื่อคืนเขาเร่งสร้างลูกกระสุนปืนจนดึกดื่นก่อนจะกลับเข้ามาที่ห้องพบว่าบนเตียงมีร่างพี่สาวของเขานอนหลับอยู่เหมือนที่เป็นประจำ เขาตัดสินใจขึ้นไปนอนข้างพี่สาวเมื่อตื่นมาก็พบว่าตนเองอยู่ในสภาพนี้ ไม่ทันที่ได้ทำอะไรเรเชลก็โผล่เข้ามาชวนเขาไปอาบน้ำแล้วก็ทะเลาะกับลิลิธตามระเบียบ เออร์วินใช้วิธีคลานคืบมุดเข้าใต้เตียงแอบข้างไปในห้องของเรเวนพบว่าสองเสาใต้ตื่นเป็นที่เรียบร้อย
“อรุณสวัสดิ์ครับพี่สาวอรุณสวัสดิ์ครับคุณโซอี้”
เออร์วินกล่วทักทายพวกเธอทั้งสองโซอี้กล่าวทักทายตอบทั้งที่นั่งอยู่บนเตียง
“อรุณสวัสดิ์เพคะเจ้าชาย”
เรเวนตอบเพียงว่า
“อรุณสวัสดิ์” ก่อนจะบอกเออร์วินว่า “พวกเราสัมผัสได้ถึงการสั่นของมานาในร่างกายแล้วยังไงต่อ”
“งั้นเหรอครับถ้าอย่างงั้นก็เยี่ยมเลย สิ่งที่พวกคุณต้องทำตอนนี้ก็คือรับรู้ถึงมันต่อไปครับ ตอนนี้ยังมีเพียงเท่านี้โดยเฉพาะพี่สาวที่มีปริมาณมานาสูงกว่าผมหรือโซอี้ยิ่งต้องทำความคุ้นเคยมันให้มากๆ ครับ”
เรเวนที่ได้ฟังก็พยักหน้าเงียบๆ เธอไม่สงสัยในสิ่งที่เออร์วินพูดเลยสักนิด จริงอยู่ที่เขามักพูดในสิ่งที่แปลกๆ แต่จากการค้นพบของเธอเมื่อคืนก็พบว่ามันเป็นจริงอย่างที่เขาบอกเธอจริงๆ
หลังมื้อเช้าเออร์วินก็เดินไปที่บ้านของพวกเจคแล้วสอนหนังสือให้พวกเขาในตอนเช้า ขณะที่กำลังทานมื้อเที่ยงอยู่นั้นเออร์วินสังเกตว่าแม้จูนจะยังไม่คุยกับเจค แต่ท่าทีของเธอก็ดีขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก หลังจากทานมื้อเช้าเสร็จเจคกับรอนก็เข้ามาขอคุยกับเออร์วินเรื่องที่ทั้งสองคนค้นพบการสั่นของมานาในร่างตามที่เขาบอก เออร์วินก็แนะนำแบบเดียวกับที่แนะนำเรเวนว่าให้รับรู้ถึงมันต่อไป
หลังทานมื้อเช้าเสร็จสิ่งที่เออร์วินทำก็คือให้พวกเขาไปซ่อมแซมบ้านของผู้คนในสลัมโดยมีเหล่าช่างมาสอนอยู่เช่นเดิม ผลจากค่าตอบแทนวันละสองเหรียญเงินทำให้ช่างพวกนี้มาสอนด้วยความเต็มใจโดยไม่รู้เลยว่ากำลังถูกพวกเจคขโมยเรียนอยู่ ส่วนพวกคุณอื่นๆ หลังจากที่ได้ค่าจ้างมาเมื่อวานก็ตั้งอกตั้งใจทำงานกันอย่างมาก ซึ่งเจคที่เข้าใจดีในสิ่งที่เออร์วินพูดว่างานที่ใช้ทักษะนั้นได้ค่าตอบแทนมากกว่างานที่ใช้แรงก็ตั้งอกตั้งใจเรียนรู้เป็นอย่างมาก เขาเข้าใจแล้วว่าปัญหาที่กดผู้คนในสลัมที่อยู่กับความยากจนจนโงหัวไม่ขึ้นนั้นเกิดจากการขาดทักษะในการทำงานอื่นๆ ทำให้ได้แต่ทำงานที่ใช้แรงซึ่งค่าแรงต่ำ
ซึ่งบ้านที่พวกกลุ่มแต่ละกลุ่มได้ทำนั้นเออร์วินจะใช้วิธีสุ่มเลือกอย่างมั่วๆ เพราะถึงยังไงคนเหล่านี้ก็หวาดกลัวพวกเจคจนไม่กล้าปฏิเสธ (ความหวังดี) ที่จะซ่อมแซมบ้านให้อย่างฟรีๆ ของพวกเขาแน่นอน
แต่บ้านที่พวกเจคต้องทำในวันนี้กลับเป็นบ้านของหญิงชราคนหนึ่งที่อยู่ข้างบ้านของจูน วันนี้ลูกชายกับลูกสะใภ้ของเธอออกไปทำงานข้างนอกเหลือเพียงหญิงชรากับหลานสาวที่วันนี้โรงเรียนหยุด ทุกคนต่างทำงานกันอย่างขมักเขม้นในขณะที่หญิงชราได้แต่นั่งงงอยู่ในบ้าน
วันนี้ขณะที่เธอกำลังปลอกส้มให้กับหลานสาวอยู่ดีๆ ก็มีคนมาเคาะประตู หลานสาวจึงอาสาไปเปิดประตูพบว่าเป็นเด็กชายที่มีอายุไล่เลี่ยกับเธอ ใบหน้าที่งดงามราวกับงานศิลปะชั้นเยี่ยมผสานเข้ากับนัยน์ตาสีแดงเพลิงของเขาทำให้เด็กสาวเผลอมองจนลืมตัว แต่หญิงชรากลับจำได้ว่าเขาเป็นเด็กที่มักจะโผล่มาวิ่งกับเจคในยามเช้า และเป็นเด็กที่พาพวกเจคมาซ่อนแซมบ้านให้จูนเด็กสาวที่อยู่ข้างบ้าน แม้หญิงชราจะไม่รู้ว่าเด็กชายคนนี้มีชาติกำเนิดและความเป็นมายังไงแต่ก็เดาว่าคงไม่ธรรมดาแน่ หญิงชราลุกขึ้นเดินไปเพื่อทักทายเขาแต่อีกฝ่ายกลับยิ้มให้เธอแล้วกล่าวว่า
“สวัสดีครับพวกผมมาซ่อมแซมบ้านให้คุณครับ”
หญิงชราที่ได้ยินดังนั้นก็ตะลึงไปชั่วขณะแต่ก่อนที่เธอจะตั้งสติได้พวกเจคก็บุกเข้ามาในบ้านประเมินว่ามีสิ่งไหนควรซ่อมบ้านอะไรบ้างก่อนจะลงมือซ่อมแซมให้ทันทีโดยไม่ถามความเห็นของเธอเลยสักนิด
ในขณะที่ทุกคนกำลังซ่อมแซมบ้านให้เธอหญิงชราก็มักจะจับตัวหลานสาวไว้ไม่ให้ไปวุ่นวายกับพวกเจค เพราะเธอไม่รู้ว่าคนพวกนี้มีจุดประสงค์อะไรจึงไม่ต้องการให้หลานสาวไปข้องแวะด้วย ระหว่างที่พวกเจคซ่อมแซมบ้านไปเธอก็จะคอยดูไปแต่ยิ่งดูเธอก็ยิ่งอึ้ง เดิมทีในสองวันนี้ที่พวกเจคมาซ่อมแซมบ้านให้จูนเธอเองก็แอบดูด้วยความสงสัยแล้วกลับต้องงงเมื่อพบว่าการซ่อมแซมบ้านนี้เป็นการซ่อมแซมบ้านโดยคนที่มีพลังเวทย์อ่อนด้อยทั้งสิ้น แถมอุปกรณ์ที่ใช้ก็เป็นแค่ค้อนกับเลื่อยธรรมดาไม่ใช่อุปกรณ์เวทย์มนต์
บนหลังคาบ้านตอนนี้มีคนสองคนกำลังซ่อมหลังคาอยู่ซึ่งก็คือเออร์วินกับเรเวน ขณะที่กำลังใช้ค้อนตอกตะปูอยู่เรเวนก็ถามด้วยความไม่พอใจว่า
“ถามจริงเถอะใช้อุปกรณ์ช่างไม่ได้หรือไงทำไมต้องมาใช้ค้อนเหล็กธรรมดาแบบนี้ด้วย” อุปกรณ์ช่างที่เรเวนพูดถึงคือค้อนที่เป็นอุปกรณ์เวทย์มนต์ที่พวกช่างใช้ การใช้งานก็เรียบง่ายเพียงแค่จับตะปูให้ตรงแล้วถ่ายพลังเวทย์ลงไปที่ค้อนตอกลงไปหนึ่งทีตะปูก็จะจมมิดทันที
เออร์วินตอบพลางนั่งตอกตะปูไม่ไกลจากเรเวนนัก
“ผมก็เคยบอกพี่สาวไปนี่ครับว่าพี่สาวยึดติดกับเวทย์มนต์มากเกินไป และอีกอย่างนี่ก็นับเป็นการฝึกด้วยครับ”
เรเวนหยุดมือแล้วหันไปมองเออร์วินพบว่าอีกฝ่ายกำลังตอกตะปูทีละดอกอย่างชำนาญ บางครั้งเธอเองก็ชักสงสัยว่าเด็กคนนั้นเป็นคนอื่นที่ถูกสลับตัวกับเจ้าชายตัวจริงหรือเปล่า เพราะการที่เจ้าชายของเมืองๆ หนึ่งจะมีนั่งตอกตะปูโป๊กๆ แบบนี้เป็นอะไรที่เธอนึกภาพไม่ออกเลยด้วยซ้ำ
“เธอไม่คิดจะรักษาภาพลักษ์ของเจ้าชายหน่อยเหรอ”
เรเวนถามขึ้นแต่เออร์วินกลับตอบโดยที่ไม่หยุดตอกตะปูว่า
“โดนใครต่อใครพากันเรียกว่าเจ้าชายขยะยังต้องมีภาพลักษณ์อะไรให้รักษาอีกเหรอครับ”
เรเวนพูดไม่ออกในทันที
ด้านล่างเจคกำลังทำประตูบานใหม่โดยมีประตูบานเดิมเป็นต้นแบบ เนียที่อยู่ข้างๆ เคยหยิบจับและส่งของให้ตามที่เจคบอก
“เนียขอตะปู”
เนียหยิบตะปูและยื่นส่งให้เจครับตะปูมาแล้วตอกลงไม่กี่ทีตะปูก็จมลงมิดด้าม ผลจากการฝึกกล้ามเนื้อเห็นผลอย่างชัดเจน เจคขอตะปูเนียอีกดอกเนียก็หยิบส่งให้
การกระทำของเนียอยู่ในสายตาของหลานสาวหญิงชราอย่างชัดเจน ตั้งแต่ที่เด็กหญิงได้มาเห็นเนียที่ออกวิ่งกับพวกเจคในตอนเช้ามืดเธอก็สงสัยมาโดยตลอด เพราะย่าของเธอมักบอกว่าพวกเจคนั้นเป็นคนไม่ดีและควรหลีกหนีให้ห่างแต่เด็กสาวที่ผมสีน้ำเงินตาสีฟ้าคนนี้กลับอยู่กับไม่ดีที่ย่าเธอพูดถึง และเมื่อเธอได้มีโอกาสเข้าเรียนที่พึ่งเปิดนั้นเธอก็ได้พบกับเพื่อนร่วมห้องหลายคนแต่กลับไม่พบว่าเด็กผู้หญิงคนนี้อยู่ในนั้นด้วย เมื่อเธอถามเรื่องนี้กับพ่อแม่และคุณย่าก็ได้รับคำตอบว่าเด็กคนนี้เป็นเด็กไม่ดีและไม่ให้เธอเข้าไปยุ่งเกี่ยวด้วย
เด็กหญิงหันไปมองทางหนึ่งพบว่าอันนากับจูนพี่สาวข้างบ้านก็กำลังช่วยกันนำน้ำหรืออุปกรณ์ไปให้คนที่ต้องการ เธอหันมาสนใจเด็กผู้หญิงคนเดิมอีกครั้งพบว่าเด็กผู้หญิงคนนี้มีผทสีน้ำเงินตาสีฟ้า เสื้อผ้าที่เธอใส่ถูกปะชุนไปทั่วแต่ก็ผ่านการซักจนสะอาด เด็กผู้หญิงคนนั้นจ้องมองเนียด้วยความสงสัย เธอไม่เข้าใจว่าทำไมคุณย่าของเธอถึงบอกว่าเด็กคนนั้นเป็นเด็กไม่ดี
เนื่องเพราะมีประสบการณ์จากสองวันก่อนทำให้การซ่อมแซมบ้านของหญิงชราเป็นไปด้วยความราบรื่น เมื่ออาทิตย์เริ่มตกดินก็จัดการจนเสร็จเออร์วินค้อมกายให้หญิงชรากับหลานสาวของเธอ
“ขออภัยที่มารบกวนนะครับ”
หญิงชรามีท่าทีลนลานทันที่เห็นท่าทีของเขาที่ลูกหลานของคนมีฐานะจะมาก้มหัวค้อมกายลงให้กับคนที่อยู่ในสลัมเป็นเรื่องที่เธอไม่เคยเจอมาก่อน ในขณะที่หลานสาวของเธอนั้นก็ยังคงดูสนใจในตัวเนียเช่นเดิมจนในที่สุดเธอก็ไม่สนสิ่งที่ย่าของเธอเตือน เด็กสาววิ่งมาหาเนียก่อนจะถามว่า
“นี่ฉันชื่อแทมมี่นะเธอน่ะชื่ออะไรเหรอ?”
เนียดูอึ้งเล็กน้อยเธอไม่นึกว่าเด็กผู้หญิงคนนี้จะเข้ามาถามชื่อเธอแบบนี้ อันนาที่ได้เห็นเด็กผู้หญิงรุ่นราวคราวเดียวกันเป็นฝ่ายเข้ามาทักเนียเองก็รู้สึกดีใจ เมื่อก่อนเนียก็เคยมีเพื่อนเล่นเหมือนเด็กทั่วไป แต่อยู่ๆ เด็กเหล่านั้นก็เลิกเล่นกับเนียแล้วทำเป็นไม่สนใจเธออีกเลย อันนาจำได้ว่าในวันที่เนียไม่เหลือเพื่อนเล่นเลยสักคนเธอกลับมาที่บ้านก่อนจะร้องไห้โฮออกมา หลังจากนั้นเธอก็มักจะเล่นกับตุ๊กตาของเธอ อันนาที่เห็นว่าเนียยังคงนิ่งก็กลัวว่าจะเสียโอกาสที่เนียอาจจะได้มีเพื่อนไปจึงบอกว่า
“มีคนแนะนำกับหนูอยู่นะเนียตามมารยาทแล้วต้องทำยังไง”
เนียะดุ้งในใจเต้นตึกตักมือของเธอกำชายเสื้อที่ตอนนี้เลอะไปด้วยฝุ่น
“นะ...เนีย”
แทมมี่พูดว่า
“งั้นเหรอชื่อเนียสินะงั้นตอนนี้เราก็รู้จักกันแล้วสินะ”
หญิงชราที่เห็นการกระทำของหลานสาวก็รู้สึกตกใจเธอตั้งใจจะเรียกหลานสาวกลับมาแต่ก็กลัวว่าถ้าเธอทำแบบนั้นพวกเจคอาจจะทำอะไรเธอกับหลานสาวได้ เธอตั้งใจว่าหลังจากที่พวกเจคกลับไปเธอจะกำชับหลานสาวไม่ให้ข้องแวะกับเด็กผู้หญิงคนนั้นเด็ดขาด ทว่าเสียงของเด็กผู้ชายกลับพูดในสิ่งที่เธอไม่อยากได้ยินว่า
“เอ ทั้งสองคนรู้จักกันแล้วสินะครับทำไมไม่ลองเป็นเพื่อนกันเลยล่ะครับ”
หญิงชราหน้าซีดทันทีแม้เธอจะไม่รู้ว่าเด็กคนนี้เป็นใครแต่ก็พอเดาได้ว่าถ้าไม่ใช่ลูกหลานขุนนางก็คงเป็นลูกหลานของพวกเศรษฐีสักคน การที่เขาพูดแบบนี้ออกมาก็ไม่ต่างอะไรกับการบ่งบอกว่าเขาต้องการให้หลานสาวของเธอเป็นเพื่อนกับเด็กคนนั้น และเธอที่เป็นเพียงแค่คนชนชั้นล่างก็คงไม่มีทางขัดขืนในสิ่งที่เขาต้องการได้ เพราะหากทำแบบนั้นก็ไม่ต่างอะไรกับการท้าทายอำนาจที่อยู่เบื้องหลังเด็กคนนี้ ขณะที่หญิงชรากำลังรู้สึกกังวลและกลุ่มใจแทมมี่หลานสาวของเธอก็หันมาถามเนียว่า
“นี่เรามาเป็นเพื่อนกันมั้ย”
เนียนิ่งไปทันก่อนจะยิ้มออกมาแล้วพยักหน้าตกลง
“อื้ม”
อันนากกับจูนและเจคที่ได้เห็นก็พากันยิ้มออกมา ในใจของเจครู้สึกขอบคุณเออร์วินเพราะการที่เนียไม่มีเพื่อนเลยสาเหตุทั้งหมดก็เป็นเพราะเขา เออร์วินยิ้มแล้วก็พูดว่า
“ดีใจด้วยนะครับคุณเนียที่ในที่สุดคุณก็มีเพื่อนแล้ว”
เนียที่ได้ยินเออร์วินพูดรีบทำแก้มป่องแล้วสะบัดหน้าไปทางอื่น หากเป็นตอนแรกๆ เจคกับอันนาคงกลัวว่าเออร์วินอาจจะไม่พอใจกับท่าทีนี้ของเนียจนพาลบันดาลโทสะ แต่ตอนนี้เขารู้แล้วว่าเออร์วินไม่ได้ใส่ใจอะไรขนาดนั้น เขายิ้มให้เนียก่อนจะหันไปพูดกับหญิงชราว่า
“พวกผมขอตัวกลับก่อนนะครับ” แล้วหันไปพูดกับแทมมี่ว่า “คุณแทมมี่พวกผมกลับก่อนนะครับไว้ว่างก็แวะมาเล่นกับคุณเนียได้ที่บ้านของคุณเจคนะครับ เดี๋ยวคุณอันนาจะทำของอร่อยๆ ให้กิน”
อันนาที่ฟังอยู่ก็รีบรับลูกทันที
“อื้มไว้มาเมื่อไหร่จะทำของอร่อยๆ ให้ทานแน่จ๊ะรับรองว่าเธอจะต้องชอบ”
แทมมี่ยิ้มแล้วพยักหน้า
“จะไปแน่ค่ะ”
แล้วเออร์วินกับพวกเจคก็ทำการลาหญิงชรากับแทมมี่จนเมื่อพวกเขาไปลับตาแล้ว แทมมี่ก็พูดว่า
“พวกเขาดูเป็นคนดีจังเลยนะคะ”
ทว่าหญิงชรากลับเงียบไม่ตอบคำแทมมี่จึงหันไปมองพบว่าย่าของตนมีสีหน้าประหลาดพิกล จึงถามด้วยความสงสัย
“ย่าคะมีอะไรเหรอคะสีหน้าดูไม่ดีเลย?”
หญิงชรารีบปั้นรอยยิ้มกลบเกลื่อนความในใจ
“ไม่ต้องกังวลไปหรอกจ๊ะย่าไม่ได้เป็นอะไรหรอกปะกลับเข้าบ้านกัน อีกเดี๋ยวพ่อกับแม่ของหลานก็คงกลับมาแล้ว”
หญิงชราพาแทมมี่กลับเข้าไปในบ้านที่ตอนนี้ผ่านการซ่อมแซมจนมีสภาพที่ดีขึ้น แต่ก่อนที่เธอจะเข้าบ้านก็ได้หันไปมองทิศทางที่พวกเจคจากไปด้วยความกังวล
ที่หน้าบ้านของพวกเจคตอนนี้ทุกคนต่างก็มารวมตัวกันครบ เออร์วินได้ทำการจ่ายค่าจ้างให้กับพวกช่างคนละสองเหรียญเงินตามเคย แล้วจ่ายค่าแรงให้พวกเจคคนละหนึ่งเหรียญเงิน ตอนที่เนียมารับค่าเงินจากเออร์วินเธอก็ทำแก้มป่องเล็กน้อยคว้าเงินจากเมือเขาแล้วหมุนตัววิ่งจากไปแต่วิ่งไปได้เพียงแค่ไม่กี่ก้าวเธอก็หยุดวิ่งก่อนจะหันมาอ้ำอึ้งใส่เขาแล้วพูดออกมาว่า
“ขอบคุณนะ”
“ครับ?”
“กะก็เรื่องแทมมี่ไง” เนียจับกระโปรงก้มหน้า “ของคุณนะเรื่องแทมมี่” เนียเงยหน้าขึ้นตาสีฟ้าของเธอสบเข้ากัยนัยน์ตาสีแดงเพลิงของเขา
“ด้วยความยินดีครับ” เออร์วินตอบพร้อมรอยยิ้มที่เป็นเอกลักษณ์ของเขา
เนียหน้าแดงทันทีรีบพูดว่า
“ตะแต่เรื่องนี้เป็นคนละเรื่องที่ทำร้ายพี่เจคนะ ระเรื่องนั้นเนียยังไม่ให้อภัยหรอก”
พูดจบเนียก็หันตัวแล้ววิ่งกลับเข้าบ้านไปอย่างรวดเร็วในขณะที่ทุกคนต่างมองปฏิกิริยาของเนียแล้วยิ้มออกมา เจคเดินมายืนข้างเออร์วินสายตามองไล่หลังของเนียก่อนจะพูดว่า
“ขอบคุณ”
เออร์วินรู้ว่าเขาหมายถึงเรื่องของเนียจึงตอบไปว่า
“ไม่ต้องใส่ใจไปหรอกครับผมก็แค่ทำสิ่งที่ผมอยากทำเท่านั้น เด็กทุกคนสักวันล้วนต้องโตเป็นผู้ใหญ่แต่ก่อนที่เขาเหล่านั้นจะโตมาเผชิญกับโลกที่เต็มไปด้วยกฏเกณฑ์ การแบ่งแยก ความไร้เหตุผล ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งที่ผู้ใหญ่สร้างขึ้น ผมก็เลยอยากให้พวกเธอได้สนุกกับวัยเด็กให้เต็มที่ก่อนจะโตมาเผชิญความจริงที่แสนจะเฮงซวยครับ” เออร์วินเงียบไปพักหนึ่งก่อนจะพูดอีกว่า “ผมขอตัวกลับก่อนนะครับแล้วว่างๆ ก็ให้ฝึกกล้ามเนื้อกับทำความเคยชินการสั่นของมานาที่อยู่ในร่างของคุณนะครับ”
เจครับคำ “ครับ” สั้นๆ ความจริงเรื่องนี้ถึงเออร์วินไม่บอกเขาก็ตั้งใจจะฝึกมันทุกครั้งที่ว่างอยู่แล้ว
เออร์วินหมุนตัวแล้วเดินกลับไปทันทีจังหวะที่ผ่านเรเวนก็พูดว่า
“กลับกันเถอะครับพี่สาว”
เรเวนเดินตามหลังเด็กชายในขณะที่สายตาของเธอนั้นมองแผ่นหลังของเขา สิ่งที่เออร์วินพูดกับเจคนั้นเรเวนได้ยินอย่างชัดเจน แม้ว่าจะมีเพียงเนื้อหาสั้นๆ แต่เธอก็รู้สึกได้ว่ามันสะท้อนออกมาจากมุมมองของเขาที่มีต่ออะไรบางอย่างที่เรเวนไม่เข้าใจ เธอเดินตามหลังเขาไปเงียบๆ โดยที่ไม่ได้พูดอะไร
เย็นวันนั้นพ่อและแม่ของแทมมี่กลับมาที่บ้านแต่กลับเกิดเรื่องประหลาดเมื่อพวกเขาเดินเลยบ้านไป ต้องใช้เวลาพักหนึ่งกว่าจะหาบ้านของตัวเองพบและพบว่ามันดูดีขึ้นกว่าบ้านที่พวกเขาพึ่งออกไปเมื่อเช้า