ณรุ่งอรุณ หยาดน้ำค้างยามเช้าเกาะอยู่บนขนตา ต้นไม้ใบหญ้าเริ่มส่งกลิ่นหอมบริเวณรอบๆ เรียงรายด้วยเทือกเขาที่ตั้งอยู่ซ้อนกัน แสงจางๆของดาราเริ่มถูกแสงสว่างของเช้าวันใหม่บดบังจนหายไป
“ฟู่!”
ตู้เซ่าฝู่พ่นปราณโสมมขับของเสียในร่างออกมาจากทางปราณแล้วตาสองข้างของเขาก็เปิดออก เขาบิดขี้เกียจขยับเอวนิดหน่อยข้อต่อระหว่างกระดูกที่ขยับเกิดเป็นเสียง “กรอบแกรบ”ท่าทางดูสดชื่นเปี่ยมล้นด้วยพลัง
“ไม่รู้ว่าเมื่อไรจึงจะฝึกวิชาการบ่มเพาะขนสีทองขั้นแรกได้เสร็จสมบูรณ์” หลังจากการฝึกร่างเสร็จทุกครั้งตู้เซ่าฝู่ก็รับรู้ได้ถึงพัฒนาการของร่างกายตนเองในใจตู้เซ่าฝู่ก็รู้สึกพอใจอย่างที่สุด
“ปาฏิหาริย์จริงๆ ช่างเป็นปาฏิหาริย์จริงๆเจ้าหนูเจ้าฝึกวิชาฝึกฌานของอสูรเหยี่ยวยักษ์ปีกทองงั้นหรือเจ้าทำอย่างนั้นได้อย่างไร น่าอัศจรรย์เป็นที่สุด ไม่อยากจะเชื่อเลยจริงๆ” เสียงของเจินชิงฉุนดังขึ้นมาเขากระโดดออกมาจากเจดีย์เล็กที่ใส่อยู่ในเสื้อตรงอกของตู้เซ่าฝู่พลังงานในเจดีย์ยังคงเคลื่อนไหวใบหน้าบูดเบี้ยวอัปลักษณ์ที่คุ้นเคยของคนคนหนึ่งปรากฏมาอยู่ต่อหน้าตู้เซ่าฝู่อีกครั้งเขาทำสีหน้าตื่นตกใจตาโตอ้าปากค้าง ราวกับค้นพบสิ่งมหัศจรรย์บางอย่าง
“เจ้าไม่ได้บอกว่าฟื้นฟูสามวันหรอกหรือ ทำไมสองวันก็ฟื้นฟูเสร็จแล้วล่ะ?” ตู้เซ่าฝู่มองเจินชิงฉุน เอ่ยถามด้วยความสงสัย
“พลังปราณในตัวของเจ้าบริสุทธิ์และเยี่ยมยอดมากเหนือกว่าที่ข้าจินตนาการไว้เสียอีก ผลลัพธ์ที่ออกมาจึงดีมากดังนั้นข้าจึงฟื้นฟูเสร็จก่อนหนึ่งวัน”
แววตาของเจินชิงฉุนยังคงเปี่ยมไปด้วยความรู้สึกตื่นเต้นเขาแสดงท่าทางอยากรู้อยากเห็นในตัวตู้เซ่าฝู่ กล่าวว่า “ความลึกลับในตัวเจ้ามีเยอะจริงๆสามารถฝึกวิชาฝึกฌานของอสูรเหยี่ยวยักษ์ปีกทองได้ด้วย เจ้าทำสำเร็จได้อย่างไรแต่เกรงว่าหากอสูรจากตระกูลอสูรเหยี่ยวยักษ์ปีกทองรู้ว่า มนุษย์สามารถล้วงความลับวิชาของพวกมันและนำมาฝึกได้จะต้องไม่ปล่อยเจ้าไว้แน่”
ตู้เซ่าฝู่มองบนใส่เจินชิงฉุนตอบกลับไปว่า “เจ้าเป็นห่วงตัวเองไปก่อนเถิด หากเจ้าทำให้ข้าเป็นนักเวทยันต์ไม่ได้ข้าขอรับประกันว่าต่อไปเจ้าต้องโดนดียิ่งกว่าการถูกปัสสาวะขับไล่สิ่งชั่วร้ายทุกวันแค่นั้นอีกแล้ว”
“เจ้าหนู อย่างน้อยเจ้าก็ควรแสดงท่าทีเคารพข้าสักหน่อยนะเจ้ายังมีเรื่องต้องขอร้องข้าอยู่นะ”
เจินชิงฉุนเหล่มองตู้เซ่าฝู่ท่าทางเต๊ะท่าเป็นคนเก่าคนแก่ของเขา ช่างไม่เหมาะกับรูปร่างภายนอกที่เป็นเพียงเด็กอายุสิบกว่าขวบเลยดูแล้วน่าหัวเราะน่าขำสิ้นดี
“อย่าลืมว่าเจ้าเองก็มีเรื่องต้องขอร้องข้า” ตู้เซ่าฝู่ตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“เจ้า!...”
เจินชิงฉุนกลั้นความโมโหไว้ในใจแล้วถลึงตาใส่ตู้เซ่าฝู่ กล่าวด้วยน้ำเสียงไม่พอใจว่า “ขณะนี้ข้าจะเริ่มสอนให้เจ้ากลายเป็นนักเวทยันต์แม้เจ้าพอมีพรสวรรค์บ้าง ทว่าการจะได้เป็นนักเวทยันต์หรือไม่นั้น ขึ้นอยู่ด้วยบารมีของเจ้าแล้วล่ะ”
“อย่างไรก็แล้วแต่ หากข้าไม่สามารถเป็นนักเวทยันต์ เจ้าคงจะต้องซวยแล้วล่ะ” ตู้เซ่าฝู่พูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบเขาไม่ยอมปล่อยให้ตัวเองถูกเจินชิงฉุนควบคุม
“เจ้า...”
เจินชิงฉุนอยากด่าอีกฝ่ายมากเด็กหนุ่มคนนี้ต่อกรด้วยยากเสียเหลือเกิน เขามองจิกใส่ตู้เซ่าฝู่ พลันกล่าวว่า “ข้าให้เจ้าเตรียมของมาเจ้าเตรียมมาพร้อมหรือยัง?”
“เตรียมพร้อมแล้ว ต้องใช้ตอนนี้เลยหรือ?” ตู้เซ่าฝู่พยักหน้า
“ตอนนี้ยังไม่ต้อง ของที่ให้เจ้าเตรียมมาเอาไว้สำหรับการพัฒนารากปราณและยังต้องทำการตรวจสอบให้ชัดเจนอย่างเป็นทางการก่อนว่า เจ้าสามารถเป็นนักเวทยันต์ได้หรือไม่” เจินชิงฉุนกล่าว
“ตรวจสอบให้ชัดเจนอย่างไร?” ตู้เซ่าฝู่เริ่มรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมา
“อยากเป็นนักเวทยันต์จำเป็นต้องมีพลังจิตและรากปราณเหนือมนุษย์ธรรมดาขาดไปสองอย่างก็ไม่ได้ รากปราณของเจ้าอ่อนแอมากทว่าเจ้ามีพลังจิตที่เหนือกว่าคนทั่วไปมาก และนี่ก็คือข้อได้เปรียบของเจ้า”
ใบหน้าร่างเงาของเจินชิงฉุนยิ้มกรุ้มกริ่มสีหน้าภาคภูมิใจ จ้องไปที่ตู้เซ่าฝู่พร้อมกล่าวว่า “การพิสูจน์ว่าเจ้าสามารถเป็นนักเวทยันต์ได้หรือไม่ก่อนอื่นที่ต้องทำก็คือต้องดูว่าเจ้าสามารถหลอมกระถางเตาแห่งวิญญาณออกมาได้สำเร็จหรือไม่”
“อะไรคือกระถางเตาแห่งวิญญาณ?” ตู้เซ่าฝู่จ้องเจินชิงฉุนด้วยสีหน้าตั้งใจและมุ่งมั่น
“มนุษย์เกิดจากบุพการีบิดามารดากำเนิดขึ้นอย่างวิจิตรบรรจงจากการสร้างสรรค์โดยธรรมชาติอวัยวะแต่ละส่วนร้อยติดกันจากการค่อยๆ ผสมผสานเริ่มจากการเจริญเติบโตของจุดกำเนิดปราณสามอย่าง จากนั้นเริ่มเกิดเป็นไตสองข้างไตสองข้างก่อให้เกิดการสร้างอวัยวะอื่นๆ ค่อยๆ เกิดเป็นตา และอวัยวะที่นอกเหนือจากไตจนอวัยวะสำคัญทั้งหมดครบถ้วนเกิดเป็นกระดูกเติบโตแตกแขนงออกเป็นแขนขาอย่างละสองข้างพัฒนาอย่างต่อเนื่องจนเกิดเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์...”
“จากนั้นภายในมนุษย์จะมีพลังแบ่งออกเป็นห้าธาตุคือทอง ไม้ น้ำ ไฟ ดิน แบ่งเป็นอวัยวะห้าระบบคือ ระบบปอดคือธาตุทอง ระบบตับคือธาตุไม้ระบบไตคือธาตุน้ำ ระบบหัวใจคือธาตุไฟ ระบบม้ามคือธาตุดิน ทองสร้างน้ำได้ไตเป็นธาตุน้ำที่เป็นแก่นแท้ของปราณแห่งสดับเวหาและปอดที่เป็นธาตุน้ำเป็นปราณแห่งเบิกนภา ไม้สามารถสร้างไฟได้ใจที่เป็นธาตุไฟเป็นประสาทที่ควบคุมปราณแห่งขั้นเบิกนภาดังนั้นตับที่เป็นธาตุไม้เป็นตัวแทนของประสาทแห่งปราณใจเป็นดั่งเตาที่ก่อให้เกิดไฟ ไตเป็นดั่งกระถางที่ห่อหุ้มน้ำสุดท้ายจึงสามารถหลอมกระถางเตาแห่งวิญญาณออกมาได้”
เจินชิงฉุนมองตู้เซ่าฝู่กล่าวว่า “กระถางเตาแห่งวิญญาณเป็นของศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นรากฐานของทั้งมวลสามารถบรรจุสรรพสิ่งใดๆ ในโลกได้ทั้งหมดเป็นสิ่งที่นักเวทยันต์ทุกคนต้องทำให้สำเร็จได้เป็นอย่างแรกข้าจะทำให้เจ้าเห็นว่าอะไรคือกระถางเตาแห่งวิญญาณ ณ บัดนี้”
เมื่อเจินชิงฉุนพูดจบร่างเงาของเขาก็รวบรวมพลังที่ฝ่ามือ ประสานสองมือห้านิ้วสอดไขว้กัน มีพลังปราณมากมายเอ่อล้นออกมาคลื่นพลังงานไหลเวียนไม่หยุด พร้อมกับมีอักษรยันต์ลอยออกมาจากฝ่ามือ
ตู้เซ่าฝู่จ้องมองที่ฝ่ามือเจินชิงฉุนไว้โดยตาไม่กะพริบทุกครั้งที่เจินชิงฉุนแสดงท่าทางตั้งใจออกมาตู้เซ่าฝู่ก็จะรู้สึกได้ว่าเจินชิงฉุนไม่เหมือนคนหลอกลวง พลังที่อานุภาพมหาศาลเช่นนี้ไม่ใช่สิ่งที่นักต้มตุ๋นจะเอามาตบตากันได้ต่อให้แสดงละครตบตา พลังไร้รูปร่างที่เป็นสิ่งเฉพาะตัวเหล่านี้ก็ไม่อาจหลอกกันได้
“โครม!”
เมื่อรวบรวมพลังที่ฝ่ามือเสร็จสิ้นแล้วร่างเงาของเจินชิงฉุนก็สั่นขึ้นมาวูบหนึ่ง ทันใดก็มีกระถางเตาที่มีขนาดราวๆร่างของเขาลอยปรากฏอยู่ตรงหน้า บนกระถางเตานี้ มีพลังงานห้าสีทั้งสีขาว สีเขียวสีดำ สีแดงและสีเหลืองที่มีแสงห่อหุ้มไว้ มีอักษรยันต์ลอยละล่องไปมาราวกับว่าสามารถเปลี่ยนรูปร่างเป็นสรรพสิ่งต่างๆ บนโลกได้จากนั้นก็มีพลังไอร้อนที่น่ากลัวแผ่ออกมาจากกระถางเตานั้นเคลื่อนไหวไปมา
“ฟู่ๆๆ”
พลังอันร้อนจัดที่แผ่ออกมาทำให้ร่างของตู้เซ่าฝู่เซถอยหลังไปรอบกระถางเตามีแรงกดดันอันมหาศาลแผ่กระจายออกมาโดยรอบทำให้โลหิตในตู้เซ่าฝู่เริ่มไหลมารวมกันแน่น ร่างทั้งร่างของเขาสั่นไหวแรงกดดันที่กดทับร่างเขาอยู่ ทำให้เขาแทบจะทรงตัวไม่อยู่เกือบต้องหมอบกับพื้นแต่เขาก็ยังรั้นไว้
ตู้เซ่าฝู่ยังคงจ้องไปที่กระถางเตาไว้อยู่ตลอดอักษรยันต์ทั้งหลายลอยไปรวมที่กระถางเตาจากนั้นก็เกิดเป็นเปลวเพลิงอันร้อนแรงพ่นออกมาจากในนั้นปริมาณอักษรยันต์พลุ่งพล่านออกมาไม่รู้จักจบสิ้น เป็นภาพที่น่าตื่นตาตื่นใจยากที่จะพรรณนาความรู้สึกออกมา
“เอ๋”
จู่ๆเจินชิงฉุนเก็บกระถางเตาแห่งวิญญาณทำให้หายไป แววตาของเขาสื่อถึงความงงงวยเขาคิดจะอวดวิชาทำให้เด็กหนุ่มคนนี้รู้สึกเกรงกลัวเขาบ้างทว่านึกไม่ถึงว่าอุณหภูมิอันร้อนแรงและแรงกดดันเช่นนั้น ชายหนุ่มคนนี้ก็ยังฝืนอดทนเอาไว้ได้แม้ว่าเขากลายมาเป็นสภาพเช่นนี้ที่มีพลังเพียงเศษเสี้ยวของแต่ก่อนทว่าระดับพลังนี้ที่เขาปล่อยออกมาต่อให้เป็นผู้ฝึกฌานขั้นชีพจรพลิ้วไหวก็ต้านทานได้ยากทว่าเด็กหนุ่มที่อยู่เพียงขั้นเบิกนภากับยังยืนหยัดได้ไหวอยู่
“นี่คือผลมาจากการฝึกวิชาฝึกฌานของอสูรเหยี่ยวยักษ์ปีกทองหรือ เจ้าหนูนี่เจ้านี่มันอสูรเหยี่ยวยักษ์ในร่างคนจริงๆ” เจินชิงฉุนตกตะลึงอยู่ในใจคนที่มีพรสวรรค์ถึงระดับนี้หาได้ยากมาก
“เมื่อครู่ที่เจ้าหลอมกระถางเตาแห่งวิญญาณงั้นหรือ?”
เมื่อเจินชิงฉุนเก็บกระถางเตาไปตู้เซ่าฝู่ก็ได้สติกลับมา แววตาของเขาเปี่ยมไปด้วยความรู้สึกตกตะลึง
“ถูกต้อง เมื่อครู่สิ่งที่ข้าสร้างก็คือกระถางเตาแห่งวิญญาณเพียงแต่สภาพของข้าในตอนนี้ ทำได้แค่หลอมพลังสร้างได้เพียงนิดหน่อย”
เจินชิงฉุนมองตู้เซ่าฝู่ด้วยสีหน้าท่าทางภูมิใจกล่าวว่า “เมื่อครู่ข้ารวบรวมพลังหลอมเป็นกระถางเตาแห่งวิญญาณ เจ้าเองก็เห็นแล้วทำตามหลักการที่ว่าร่างของมนุษย์แบ่งเป็นธาตุทอง ไม้ น้ำ ไฟ ดินห้าอย่างพลังเหล่านี้คู่กับอวัยวะห้าอย่าง ปอดคือทอง ตับคือไม้ ไตคือน้ำ ใจคือไฟม้ามคือดิน ทองสร้างน้ำได้ ไตเป็นธาตุน้ำที่เป็นแก่นแท้ของปราณแห่งสดับเวหา และปอดที่เป็นธาตุน้ำเป็นปราณแห่งเบิกนภาไม้สามารถสร้างไฟได้ ใจที่เป็นธาตุไฟเป็นประสาทที่ควบคุมปราณแห่งขั้นเบิกนภาดังนั้นตับที่เป็นธาตุไม้เป็นตัวแทนของประสาทแห่งปราณใจเป็นดั่งเตาที่ก่อให้เกิดไฟ ไตเป็นดั่งกระถางที่ห่อหุ้มน้ำสุดท้ายจึงสามารถหลอมกระถางเตาแห่งวิญญาณได้ไงล่ะ เจ้าน่าจะพอเข้าใจได้แล้วนะเมื่อเจ้าสามารถรวบรวมพลังหลอมกระถางเตาแห่งวิญญาณได้ก็พิสูจน์ได้ว่าเจ้ามีพรสวรรค์เพียงพอที่จะเป็นนักเวทยันต์คนธรรมดาทั่วไปไม่สามารถเป็นนักเวทยันต์ได้ แม้เจ้าพอมีพรสวรรค์บ้างพลังจิตก็ไม่เลว ทว่าจะเป็นนักเวทยันต์ได้หรือไม่ก็ต้องขึ้นกับความสามารถและทักษะในการเข้าใจของเจ้าแล้วล่ะ”
“ได้ อย่างนั้นข้าลองดูบ้าง”
ตู้เซ่าฝู่พยักหน้าเมื่อสักครู่ที่เห็นเจินชิงฉุนรวบรวมพลังหลอมกระถางเตาแห่งวิญญาณเขาคิดว่าเขาพอเข้าใจได้บ้าง เขาหลับตาทั้งสองข้าง เข้าสู่สภาวะทำสมาธิเปิดปัญญา
“เฮอะ ค่อยๆ ทำความเข้าใจไปนะต่อให้มีพรสวรรค์แค่ไหนหากจะบรรลุวิธีการหลอมกระถางเตาแห่งวิญญาณก็ต้องใช้เวลาเป็นเดือน ไม่ต้องรีบร้อน ค่อยๆ ทำไป” เจินชิงฉุนพูดเบาๆใบหน้าอัปลักษณ์ของเขายิ้มแฉ่งออกมาเขาไม่เชื่อว่าเด็กหนุ่มคนนี้จะไม่คุกเข่าอ้อนวอนเขาให้เขาสอนเพิ่มเพราะต่อให้เป็นผู้ฝึกที่มีพรสวรรค์สูงและได้รับการชี้แนะอย่างใกล้ชิดจากเขาผู้ฝึกยังต้องใช้เวลาเป็นเดือนๆ เลยจึงจะหลอมกระถางเตาแห่งวิญญาณออกมาได้