เธอไม่รู้ตัวว่ากระดุมเม็ดหนึ่งหลุดออกไปเมื่อตอนไหนก็ไม่รู้ ...
“แพรไหม ลูก มาช่วยป้าจัดหน้าโลงให้หน่อยสิ”
เสียงป้าเพื่อนบ้านคนหนึ่งดังขึ้นขัดจังหวะแพรไหมพยักหน้า รีบเดินไปช่วย
แต่ระหว่างที่กำลังยกผ้าคลุมโลงเธอนึกขึ้นได้ว่าลืมกระเป๋าเงินและเอกสารสำคัญไว้ที่บ้านเช่าเล็ก ๆ ของเธอกับสามีหัวใจเต้นแรงขึ้นด้วยความกังวล
‘โธ่เอ๊ย เราลืมซะได้ไงของสำคัญทั้งนั้นเลย’
แพรไหมมองนาฬิกา ดวงอาทิตย์กำลังลับขอบฟ้าเกือบค่ำแล้ว พระจะสวดคืนสุดท้ายในอีกชั่วโมงกว่าๆเธอจึงรีบขอตัวเพื่อเดินกลับไปที่บ้านเช่า
“ป้าคะ หนูลืมของที่บ้านหนูรีบไปเอามาให้ทันงานสวดศพนะคะ”
ป้าพยักหน้า “รีบไปรีบมาเลยลูกฟ้าใกล้มืดแล้ว เดี๋ยวจะอันตราย”
…
ณ บริเวณมุมหนึ่งของศาลาใหญ่ ชายขี้เมาสองคนวัยใกล้ห้าสิบกำลังยืนพิงเสาอยู่
ชายคนแรก ไอ้บุญล้น ร่างท้วม หัวล้านหนวดเคราหนาทึบ กลิ่นเหล้าอับคลุ้งไปทั้งตัว
ชายคนที่สอง ไอ้ยาวผอมแห้งแต่กล้ามเนื้อแน่น ผมหงอกเกือบทั้งหัวสวมเสื้อเชิ้ตเก่าขาดและกางเกงขาสั้นสกปรก
ดวงตาแดงก่ำจากเหล้าทั้งสองคู่ต่างจับจ้องมายังแพรไหมั้แ่เธอเดินมาถึงวัด
“เฮ้ย...สาวนมใหญ่คนนั้น ข้าได้ยินคนเค้าลือกันว่าผัวมันเพิ่งตายไปเหรอวะ? ไอ้ยาวเอ็งดูสิมันเดินตูดบิดไปโน่นแล้ว”
ไอ้บุญล้นกระซิบกับเพื่อนสายตาหื่นกระหายจับจ้องหน้าอกใหญ่โตที่ดันเสื้อเชิ้ตผ้าซาตินติดกระดุมหน้าจนแทบปริ
ไอ้ยาว ชายคนที่สองหัวเราะคิกคัก
“คงจะเหงาน่าดู ผัวเพิ่งตาย เดี๋ยวลองตามไปดูซักกะหน่อยดีกว่า ฮี่ ๆ ๆ”
เมื่อพวกมันได้ยินแพรไหมบอกป้าว่า เธอจะกลับบ้านไปเอาของที่บ้านเช่าพวกมันสบตากัน ยิ้มเ้าเล่ห์
“ไอ้บุญล้น! รีบตามไปสิวะเดินส่ายตูดขนาดนี้ ไม่ตามไปก็โง่ละ”
ไอ้บุญล้นพยักเพยิดหน้าตอบเพื่อนรัก จากนั้นพวกมันก็พากันย่องตามหลังแพรไหมออกจากวัดไปอย่างเงียบๆ โดยไม่ให้เธอรู้ตัว
แพรไหมรีบก้าวออกจากวัดทางเดินลูกรังที่คดเคี้ยวผ่านทุ่งนาและสวนผลไม้รกร้าง
ฟ้าเริ่มโพล้เพล้สีส้มแดงของพระอาทิตย์กำลังจางลง เงาต้นไม้ยาวเหยียดทอดตัวไปตามทาง
เธอเร่งฝีเท้าไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วรองเท้าส้นเตี้ยกระทบพื้นดินดังกรุบกรับ หัวใจเต้นรัว
ต้องรีบไปเอาของสำคัญที่บ้าน และต้องกลับไปวัดให้ทันก่อนพระสวด
เธอคิด พร้อมกับเอามือลูบหน้าท้องเบา ๆ คุยกับเ้าตัวจิ๋วขนาดเท่าเม็ดถั่วในครรภ์อ่อน ๆ ว่า
‘ลูกจ๋า แม่จะรีบกลับไปให้ทันพระสวดศพพ่อหนูนะ’
เสื้อเชิ้ตผ้าซาตินสีดำแขนสั้น จับคู่กับกระโปรงบานสีดำเหนือเข่าเธอสวมเพื่อร่วมงานศพแม้จะดูเรียบร้อย
แต่เมื่อถูกหน้าอกหน้าใจและสะโพกผายใหญ่กลมกลึงของแพรไหมดันเนื้อผ้าออกมา
ชุดเสื้อผ้าธรรมดาก็กลับกลายเป็ชุดรัดรูปทั้ง่อกและเอว ขับเน้นหุ่นอวบอั๋นให้ยิ่งดูเซ็กซี่
โดยเฉพาะในสายตาของพวกผู้ชายหัวงูที่มักจับจ้องทรวดทรงนาฬิกาทรายของเธออย่างไม่วางตาในใจเธอรู้สึกหนาวๆ ร้อนๆ จากความเศร้าที่สะสม รวมถึงบรรยากาศที่ดูวังเวงรอบตัว
หลังจากเข้าไปหยิบของที่ลืมไว้ในบ้านเช่าแล้วแพรไหมก็รีบกลับออกมา
ในระหว่างทางไปวัดเธอต้องผ่านสวนผลไม้ร้างที่ต้นไม้สูงใหญ่ปกคลุมหนาทึบใบไม้หนาแน่นบังแสงสุดท้ายของวัน
ทางแคบ ๆที่ปกคลุมด้วยใบไม้แห้งและรากไม้โผล่พ้นดิน แพรไหมก้าวเร็วขึ้น หัวใจเต้นแรง เธอแปลกใจเล็กน้อยว่าเหตุใดเย็นวันนี้บรรยากาศรอบข้างจึงดูน่ากลัวกว่าทุกวัน ได้แต่ปลอบใจตัวเองว่า
‘รีบ ๆ เดินดีกว่า อย่าคิดมากต่อไปอีกเลยแพรไหม’
แต่แล้ว เสียงฝีเท้าหนัก ๆดังขึ้นจากด้านหน้า
ชายวัยกลางคนสองคนยืนดักหน้าเธออยู่ พวกมันคือไอ้ขี้เมาที่มีกลิ่นเหล้าอับคลุ้งไปทั่วทั้งตัวเดินโซเซมาจากด้านตรงข้าม
แพรไหมสะดุ้งสุดตัวเมื่อได้เห็นสารรูปของพวกมันดูอย่างไรก็ไม่น่าจะใช่คนดีแน่ ๆ