"ขณะย้ายกล้าข้าวเมื่อไม่กี่วันก่อน ผมเผลอใช้จอบฟาดโดนกระดูกสีขาวราวหิมะ ผมคิดว่ากระดูกนั้นจะนำเื่ไม่ดีเข้ามา ผมจึงโยนมันเข้าป่าไป หลังจากวันนั้น ผมก็เริ่มเจอเื่ไม่ดีเกิดขึ้นทันที" ชายี้เีตอบกลับ
"แล้วทำไมนายถึงไม่บอกเราก่อนหน้านี้ล่ะ?" ผมะโด้วยความโกรธ
"ใช้สมองคิดสิว่า มีใครถูกฝังในทุ่งนาของนายหรือเปล่า? หรือมีใครเกี่ยวข้องกับเครื่องลายครามบ้างด้วยมั้ย?"
ชายี้เีนึกอยู่นานมองผมด้วยสีหน้าหวาดกลัว "พ่อของผมบอกว่าทุ่งนี้เคยเป็หลุมศพของบรรพบุรุษของเรา แต่ที่นี่ถูกกลบดินทับหลุมศพไปทั้งหมดแล้ว"
ผมหายใจไม่ออก "งั้นกระดูกที่นายโยนไป อาจจะเป็ของบรรพบุรุษนาย"
ชายี้เีกลัวจนพูดเสียงสั่น "พี่จาง พี่ต้องช่วยผมนะ!"
ผมตอบกลับ "ช่วยใจเย็นๆ หน่อยได้มั้ย ปล่อยให้พี่คิดก่อน!! นายไม่คิดว่ามันแปลกหรอ? ว่าทำไมหลุมศพถึงกลายเป็ในนาข้าวที่นี่!...พี่หลี่ ผมถามหน่อย..ตามประเพณีบ้านเกิดของพี่ หลุมศพต้องมีความลึกที่เท่าไหร่?"
"ประมาณ 1 เมตร" หลี่หม่าจือตอบ
"ใช่แล้ว หลุมศพถูกขุดขึ้นมา..แล้วนายได้ปล้นสมบัติจากหลุมศพบรรพบุรุษของตัวเองบ้างหรือเปล่า?" ผมถามกลับ
ชายี้เีส่ายหัวทันที
"ไม่เลย ผมยอมรับว่าผมไม่ใช่คนดี แต่ผมทำจะเื่ผิดศีลธรรมเกี่ยวกับบรรพบุรุษของตัวเองแบบนั้นไม่ได้"
ผมพิจารณาจากสีหน้าของเขาดูเหมือนจะไม่ได้โกหกจริงๆ มันคงมาโกหกเวลานี้ไม่ได้แล้วแหละ
แล้วสภาพของกระดูกเป็แบบไหนนะ...หลังจากผมวิเคราะห์ก็แบ่งข้อสรุปได้สองประเด็น
ประเด็นแรกคือมีคนอื่นขโมยหลุมศพบรรพบุรุษของชายี้เีไป
ประเด็นสองคือการแผ่นดินไหวของเกิดการเปลี่ยนแปลงของพื้นโลก ซึ่งได้ยกหลุมศพของบรรพบุรุษขึ้นมาโดยธรรมชาติ
แต่ภารกิจเร่งด่วนที่สุดในตอนนี้คือการตามหากระดูกที่ถูกทิ้งโดยชายี้เี..มีเพียงแค่ต้องตามหากระดูกที่หายไปเท่านั้นถึงจะทำให้สงบความโกรธของเครื่องลายครามนั่นได้
ตอนนี้ท้องฟ้าสว่างเป็สีเทาสดใส และเราสามคนมุ่งตรงไปที่ป่าวิลโลว์
ชายี้เีก็เล่ารายละเอียดของวันนั้นให้ฟังระหว่างทาง
ผมเริ่มรู้สึกรำคาญกับสิ่งที่เขาพูด จึงถามกลับแทน
"่นี้มีคนมาขุดอะไรแถวนี้มาบ้างมั้ยหรือนายเคยสงสัยใครในหมู่บ้านในหลายวันมานี้หรือเปล่า?"
"พวกขุด?? พวกมันคืออะไร"
"หมายถึงโจรขุดหรือปล้นศพ"
ชายี้เีอึ้งเต็มไปด้วยความสงสัย "พี่จาง..พี่กำลังหมายถึงว่าที่สุสานอาจมีโจรมาขโมยอะไรในหลุมศพนี่หรือเปล่า?"
"มันเป็ไปได้"
ชายี้เีเริ่มโมโหและพูดคำสบถกับโจรคนนั้น
การขุดหลุมศพบรรพบุรุษเป็เื่น่าะเืใจสำหรับชายคนนี้จริงๆ
เขาใช้ชีวิตอย่างยากจนน่าผิดหวัง จนไม่กล้ากลับไปไหว้ระลึกถึง หรือแตะต้องหลุมศพของบรรพบุรุษด้วยซ้ำ
และเหมือนชายี้เีก็ไปเอาเปรียบคนอื่นมาเยอะ ทำให้ตัวเองเจอเเต่ปัญหาตามมาไม่ต่างกัน
อารมณ์เหมือนเขามีแแฟน แต่ดันปล่อยให้แฟนไปนอนกับคนอื่น พอเธอท้องก็กลายเป็เขาต้องมารับผิดชอบเลี้ยงดูเองทั้งหมด มันเป็เื่ที่น่าเวทนาจริงๆ
ผมปลอบเขาและบอกว่าเราควรหากระดูกให้เจอก่อน แล้วค่อยพูดถึงมัน ตอนนี้ต่อให้ด่าใครไป มันก็ไม่มีประโยชน์หรอก
ชายี้เีได้พาเราเข้าป่าลึกขึ้นเรื่อยๆ และหยุดอยู่ตรงหน้าต้นไม้วิลโลว์ที่ใหญ่แข็งแรงที่สุด และบอกว่าที่นี่คือที่ที่เขาทิ้งกระดูกไว้
ผมสูดอากาศ..รู้สึกถึงความเย็นแล้ว "ต้นนี้มีพลังหยินที่แข็งแกร่ง ดูก็รู้ว่าต้นนี้อยู่มาหลายศตวรรษแล้ว..ถ้านายทิ้งกระดูกไว้ตรงนี้ จะทำให้ต้นนี้ปล่อยพลังหยิน ซึ่งจะกดทับมันทุกวันๆ และลงสู่พื้นดินในที่สุด..แบบนี้เป็การกระทำที่หาเื่ตายไม่ใช่หรอ?"
"เห้อ..ผมจะไปรู้ได้ยังไง ผมแค่โยนกระดูกทิ้งให้ออกห่างจากทุ่งนาแค่นั้น" ชายี้เีตอบ
หลี่หม่าจือถามด้วยความกังวล
"แล้วแบบนี้ กระดูกจะไม่กลายเป็ิญญาไปหรอ? ได้ยินมาว่าชายชราพูดถึงเื่ศพที่ถูกฝังอยู่ใต้ต้นวิลโลว์ จะเติบโตกลายเป็เนื้อที่ชั่วร้ายต่อผู้คน"
"แบบนั้นเป็ไปไม่ได้ เราต้องหากระดูกให้เจอเพื่อดูรายละเอียดก่อน"
แต่ทันทีที่ผมพูดจบ ก็มีบางอย่างหล่นลงมาจากยอดต้นไม้ เราสามคนใถอยหลังออกห่าง
เมื่อลองเข้าไปดูใกล้ๆ มันกลายเป็งูหลากสีตัวหนาเท่าข้อมือ
งูเริ่มขู่ฟ่อ! เมื่อมันรู้สึกว่ามีใครกำลังไปคุกคามมัน
และผมก็ผุดคิดจำอะไรได้บางอย่าง จึงเงยหน้าขึ้นมองยอดตต้นไม้ทันที
เมื่อเห็นสิ่งตรงหน้าก็ทำให้ผมต้องใอีกครั้ง!
งูหลายตัวนับไม่ถ้วนขวดตัวรวมกันอยู่บนต้นไม้ และในใจกลางฝูงงู มีกระดูกนั้นติดอยู่บนกิ่งไม้
ผมยังคำพูดที่ปู่เคยเล่าให้ฟัง..ถ้ากระดูกเต็มไปด้วยสัตว์อันตรายรุมล้อม สิ่งนั้นคือตัวก่อปัญหาอย่างแน่นอน
กระดูกนั่นอาจกลายเป็ิญญาแล้วจริงๆ!
ภายในหมู่บ้านมีงูชุกชุม ทำให้ชายี้เีไม่ได้กลัวแม่แต่น้อย
เขาคว้าเรียลการ์*ออกจากกระเป๋าแล้วเหวี่งไปที่ใต้ต้นไม้ เพราะพวกงูไม่ชอบกลิ่นยา แล้วมันก็เลื้อยหนีไป
ชายคนนั้นรีบปีนต้นไม้อย่างรวดเร็วและดึงกระดูกออกจากง่ามกิ่ง
เขาถือกระดูกรีบลงจากต้นไม้ "ได้โปรดบรรพบุรุษยกโทษให้ผมด้วย!"
ผมพูดทันที "รีบออกไปเร็ว!! ที่นี่ไม่ปลอดภัย"
พวกเรารีบวิ่งกลับไปที่ทุ่งนา
ผมขอให้ชายี้เีบอกตำแหน่งของหลุมศพของกระดูกชิ้นนี้
แต่เขากลับส่ายหัวปฏิเสธเพราะเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าในรุ่นพ่อของเขาถูกฝังศพอยู่ตำแหน่งไหน
ผมเพิ่มคำขอให้ชายี้เีไปที่หมู่บ้าน เพื่อพาผู้เฒ่าที่ยังจำตำแหน่งของหลุมศพได้
จากนั้น โชคดีที่ได้คำตอบ ผู้เฒ่าบอกไว้ว่าเขาเคยเข้าร่วมปฏิวัติ่ที่เขายังเป็นักเรียนและบังเอิญว่าเขาได้รับผิดชอบถมดินสุสานในตำแหน่งของบรรพบุรุษชายขี้เกียนั้นอยู่ติดกับขอบเขตแดน เพราะตอนนั้นพวกเขาวางแผนจะดึงป้ายเขตออกเหมือนกัน
หลังจากเล่าจบ เราจึงรีบไปขอบเขตแดน และหาหลุมศพด้วยความกว้างโดยรอบของรัศมีจากป้ายเขตแดนมีระยะที่ 10 เมตร
แน่นอนว่าเราไม่สามารถขุดโดยตรงได้ เพราะใช้แรงและเวลามากเกินไป ผมคือทำลั่วหยางพลั่วแบบง่ายๆ ขึ้นมา โดยตรวจจับทีละจุด ทำให้ความคืบหน้าไปได้อย่างราบรื่น
จากนั้นไม่นาน เราได้พบหลุมศพอยู่ทางทิศตะวันตกของเขตแดน
ผมบอกกับผู้เฒ่าว่าหลุมศพนี้ถูกขโมยไป เราจำเป็ต้องช่วยกันย้ายหลุมศพของเขา
ผู้เฒ่าให้คำอนุญาติ เขาสามารถหาใครมาดูฮวงจุ้ยให้ได้อีกด้วย
ต่อมา ผมขอให้พี่หลี่นำเงินมอบให้กับผู้เฒ่า 1,000 หยวน และขอให้พี่หลี่คอยช่วยผู้เฒ่าจัดการแทน
จริงๆ แล้วการย้ายหลุมศพไม่ใช่จุดประสงค์ของผม แต่มันคือพิธีคืนกระดูกกลับสู่บรรพบุรุษอีกครั้ง
ถ้ากระดูกชิ้นนี้ไม่สามารถกลับคืนสู่สภาพได้ แสดงว่าร่างถูกตัดออกตอนศพยังเย็นอยู่ ไม่แปลกใจเลยที่พวกเขายังโกรธแค้น
แต่ถึงอย่างนั้น ผมก็ยังคงไม่เข้าใจกับสิ่งที่สัมพันธ์กันระหว่างแจกันลายครามอยู่ดี
และการที่นางสนมนำมันมาจากราชวงศ์ชิงเอง...แบบนี้เป็ไปได้มั้ยว่าเครื่องลายครามนี้ มีความสัมพันธ์ที่ไม่ชัดเจนกับนางยังงั้นหรอ?
ต่อมามีชาวบ้านที่เป็ช่างฝีมือที่รับผิดชอบฝังศพ ช่างคนหนึ่งได้มาช่วยเดินสำรวจตามพื้นที่ หลายๆ รอบ
ในที่สุด ก็ได้พบสถานที่ที่มีฮวงจุ้ยที่ดี..จากนั้นเขาจึงเรียกช่างฝีมือหลายๆ คนรวมกลุ่มช่วยกัน
และมีโรงเก็บของที่ถูกสร้างขึ้นทับสุสานเก่านั้น ผู้คนต่างพากันคุกเข่า เผากระดาษ
เมื่อถึงเวลาที่พวกเขาได้รับอนุญาติให้ขุดหลุมศพได้ พวกเขาจึงเริ่มขุด
หลังจากที่ขุดลงลึกได้ถึง 1 เมตร ผมก็ได้ยินเสียงชาวบ้านะโ "เจอแล้วๆ!"
ผมหันไปมองแล้วรีบวิ่งเข้าไปดู ก็พบว่าพวกเขาได้เจอกับป้ายหลุมศพที่หายไป
ผมเหลือบไปเห็นข้อความสั้นๆ บนป้าย แล้วพูดกับชายี้เีว่า
"นี้คือหลุมศพของนางสนมที่เข้ามาในวังชิงเป็ครั้งแรก!"
ในธุรกิจผมต้องมีความรู้เกี่ยวกับฮวงจุ้ยอยู่แล้ว..และผมสังเกตุเห็นว่า มีห้องสุสานนั่นอยู่ที่ขอบหลุมศพ
ดังนั้น ผมจึงขอให้ชาวบ้านขุดตรงนั้นต่อทันที
แต่สิ่งที่ผมไม่คาดคิด เมื่อชาวบ้านได้เคลียร์กำแพงอิฐที่ละหน่อยออกมา พวกเขาต่างพากันใอึ้ง
เพราะสิ่งที่เจอในช่องที่เอาอิฐออกมา มีแต่ศพเน่าเปื่อยหลายคนเต็มไปหมดในนั้น
สักพัก ชาวบ้านต่างพากันกรีดร้อง มือไม้อ่อนแรง มือที่กำอุปกรณ์ร่วงลงพื้น
ผมพยายามปลอบให้ทุกคนสงบลง แล้วกลับมาสังเกตุร่างกายอย่างระมัดระวัง
ศพที่มีท่าทางมือซ้ายที่คว้าอิฐเหมือนพยายามจะปีนขึ้นแต่มีบางส่วนที่มือขวาหายไป และร่างกายที่เน่าเปื่อยส่งกลิ่นเน่าเหม็นจนทนไม่ได้
ดูจากเสื้อผ้าที่พวกเขาใส่แล้ว พวกเขาคือคนที่อยู่ในสมัยปัจจุบัน
สภาพการตายน่าจะน้อยกว่า 1 เดือน
ยิ่งไปกว่านั้น การแสดงออกทางสีหน้าของศพยังบิดเบี้ยว ราวกับว่าได้เห็นบางสิ่งที่หน้ากลัวก่อนตาย
ผมสรุปได้แล้วว่านี่คือดจรปล้นสุสาน
ซึ่งเสียชีวิตลง ขณะขุดหลุมศพนางสนมด้วยเห็นผลบางอย่าง
ทันทีที่ชายี้เีรู้ว่าพวกมันคือโจร เขาก็โกรธขึ้นทันที เขาไม่สนใจแม้กระทั่งความกลัวของเขาแล้ว!
ผมรีบหยุดเขาทันที เพราะตอนนี้มันไม่ใช่เวลา
ผมขอให้ชาวบ้านสักคนโทรหาตำรวจทันที และจัดการกับศพพวกนี้ตามกฎหมาย
ในขณะเดียวกัน ผมขอให้พี่หลี่ระบุตัวศพเท่าที่จำได้
หลี่หม่าจือนึกขึ้นได้ทันที ผู้ชายคนนี้คืออู๋เทียจูจากหมูบ้านถัดไป..เด็กคนนี้ชอบขโมยของเล็กๆ น้อยๆ มาต้งแต่เด็ก
ต่อจากนั้น หลี่หม่าจือไม่คิดไม่ันเลยว่านอกเหนื่อการลักขโมยจากสิ่งมีชีวิต จะมาขโมยจากของคนตายอีกด้วย สุดท้ายก็มาตายที่ที่ตัวเองเลือกทำ
ชายี้เียังคงโกรธแล้วพูดว่าเขาจะไปตามล้างแค้นครอบครัวของอู๋เทียจูให้ได้หลังจากเสร็จตรงนี้
ผมผู้ที่ไม่ได้สนใจคำพูดต่างๆ เพราะมีสิ่งที่น่าสนใจเกี่ยวกับศพของอู๋เทียจูอยู่ ยิ่งจ้องมองยิ่งน่าสงสัย
เนื่องจาก สิ่งที่เขาสภาพลักษณะศพที่มือขวาหายไป กับท่าทางที่อยากจะหนีออกจากหลุมนี้ออกไปให้ได้โดยไม่เอาอะไรไปเลย และสีหน้าที่หวาดกลัว
ในกรณีนี้ ผมเห็นอะไรแปลกๆ ในสุสานของนางสนมทำให้ผมช็อคครั้ง!
"แล้วแขนของเธอหายไปไหน?!"
*เรียลการ์ (Realgar) : [ยาผงไล่งูของประเทศจีน]