ไฟที่ลุกลามกินเวลาไปกว่าครึ่งวันถึงสงบลงได้ ขบวนเดินทางต่างเหนื่อยล้าเมื่อไฟดับลงได้ก็ทรุดกายนอนลงทั้งอย่างนั้น คนที่ยังพอมีแรงต่างเข้าช่วยประคองคนเจ็บรักษากันตามมีตามเกิดไปก่อน โชคดีคนเจ็บมีไม่มาก เสบียงแม้จะถูกเผาไปบ้างเนื่องจากนำออกมาไม่ทัน บ้างจมน้ำบ้างเสียหายแต่ก็นับว่าเป็ส่วนน้อย
“หัวหน้าพักก่อนเถิดขอรับ”เฉียนตัดกุดหมอประจำขบวนเข้าประคองผู้เป็หัวหน้าเมื่ออีกคนฝืนกายลุกทั้งที่ยังพันแผลไม่เสร็จดี ดูเอาเถอะแผลใช่ว่าจะเล็กยังจะฝืนอีก
“ข้าไม่เป็อันใดแล้ว ปล่อยมือเสีย”อี้หย่งหยางเจี๋ยปัดมือที่ช่วยประคองออกก่อนยัดกายยืนด้วยตนเอง “ใครที่ยังพอยืนได้มากับข้า!”
หมอประจำขบวนกลืนไม่เข้าคายไม่ออกอยากจะบอกเหลือเกินว่าาแของท่านหัวหน้าไม่ควรฝืนใช้กำลัง คนอื่นก็เช่นกันหากฝืนมากกว่านี้อาจต้องไปเฝ้ายมบาลก่อนตามหาคนเจอก็ได้
สาเหตุที่ทำให้คุณชายใหญ่สกุลอี้หย่งร้อนใจจนไม่สามารถรั้งรอได้ เกิดจากน้องชายต่างมารดาและคุณชายหลัวสุ่ยิหายไปใน่ชุลมุน หลัวเจิ้งเหยียนเมื่อไม่เจอภรรยาก็ฝ่ากองเพลิงย้อนกลับไปหากระทั่งตอนนี้ยังไม่มีวี่แววจะกลับมา เป็เช่นนี้จะให้เขาอยู่เฉยได้อย่างไร
“ข้าไปด้วย”สตรีเพียงหนึ่งเดียวลุกขึ้นก่อนใคร สองขาเรียวเต็มไปด้วยรอยถลอกก้าวเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าอี้หย่งหยางเจี๋ยเพื่อยืนยันเจตนา
ดวงตาคู่คมของคุณชายใหญ่มองสตรีตรงหน้าอย่างพิจารณา สภาพปวกเปียกแค่ยืนยังสั่นจะเอาแรงที่ไหนไปตามหาคนกับเขาได้ ช่างไม่ดูกำลังตัวเองเสียเลย“เ้ารออยู่ที่นี้จะดีกว่า”
“อย่าดูถูกข้า แม้ข้าจะเป็สตรีกำลังน้อยแต่ใจข้าใหญ่มากนะ!”หญิงสาวเถียงกลับทันทีด้วยความไม่พอใจ ดูจากสายตาที่มองมาแล้วคงดูถูกอยู่ในใจล่ะสิท่า มองคนแค่ภายนอกแบบนี้วิสัยทัศน์ไม่กว้างไกลเอาซะเลย
“ข้าไม่ได้ดูถูก แต่เ้าควรประเมินกำลังตัวเองเสียบ้าง”คนถูกว่าฉุนขึ้นมาทันควัน ยกขาที่โดนหาว่าปวกเปียกกระทืบเท้าคนว่าไปทีเต็มแรง ทำเอาคนที่เห็นเหตุการณ์ไม่กล้ามองต่อเลยทีเดียว
“เ้าก็ล่อแล่เต็มที ควรประเมินกำลังตัวเองเสียบ้างนะ”วาจาเดิมถูกย้อนกลับ หญิงสาวเพียงคนเดียวกอดอกมองคนที่ทรุดลงนั่งด้วยสีหน้าเหนือกว่า ตัวเองาเ็หนักสภาพแย่กว่าเขาด้วยมั้งยังจะปากดีอีก
“เ้าเจ็บหรือไม่?”มือใหญ่ประคองข้อเท้าขาววางไว้บนตักนิ้วแตะลงบนรอยช้ำม่วงพร้อมสังเกตสีหน้าเ้าของไปด้วย
“รีบทำให้เสร็จเถอะ”อันจื่อเทาหันหน้าไปอีกทางเกร็งรอคนที่กำลังลูบๆคลำๆทำต่อให้จบๆสักที
“ข้าจะดันให้สุดทีเดียว เ้าอดทนหน่อยนะ”พยักหน้าตอบรับก่อนรับรู้ถึงความรู้สึกเจ็บร้าวไปทั้งขา
กร๊อบ!
“อึก!”อันจื่อเทากัดฟันแน่นเหงื่อไหลลงตามกรอบหน้าเรียบนิ่งสวนทางกับความเจ็บที่พึ่งได้รับ
ทิ้ง่พอให้อีกคนปรับตัวได้หลัวสุ่มิจึงลองขยับมือด้วยความระมัดระวัง“ยังเจ็บอยู่หรือไม่?”
“ดีกว่าเดิม ขอบใจเ้ามาก”คนฟังระบายยิ้มอ่อนก่อนหยิบรองเท้ามาสวมกลับให้อีกคนแล้ววางลงอย่างเดิม ทุกการกระทำเต็มไปด้วยความระมัดระวังและใส่ใจเป็อย่างมาก อันจื่อเทาเผลอมองการกระทำนั้นอย่างไม่รู้ตัวจนกระทั่งสายตาสบผสานกันถึงรู้ว่าอีกคนเงยหน้าขึ้นมาแล้ว
“ข้าทำเ้าเจ็บรึ?”รับรู้ถึงการจับจ้องหลัวสุ่ยิจึงรีบเงยหน้ามองด้วยกลัวว่าจะเผลอทำอีกคนเจ็บเอาได้
“ข้าไม่เป็ไรแล้ว ห่วงตัวเองก่อนเถอะเืไหลอีกแล้วนั่น”พยักเพยิดไปยังไหล่ขวาที่เริ่มมีเืไหลซึมออกมาอีกแล้ว ไม่รู้ว่าเพราะห่วงร่างกายนี้หรือไม่ทันคิดกันแน่ถึงได้เข้ามาช่วยตอนกำลังวิ่งหนีไปจนลื่นไถลตกที่ลาดชันด้วยกันทั้งคู่ อีกทั้งยังรับแรงกระแทกแทนทั้งหมดอีก ไม่กลัวตายเลยรึไงนะ
“ไม่เป็ไร ใส่ยาสมานแผลเพิ่มอีกก็หายแล้ว"กล่าวหน้าตาเฉยมือดึงเศษผ้าที่ใช้พันแผลออกอย่างทุลักทุเล อันจื่อเทาที่ไม่สามารถนั่งมองเฉยๆได้เข้าไปช่วย คนเจ็บจึงยื่นขวดยาเล็กๆมาให้
“เ้าไหวมั้ย?”เอ่ยถามขณะเทผงยาลงไปบนแผล ก่อนใช้มีดกรีดอาภรณ์ตัวนอกของอีกคนให้มีขนาดพอดีแล้วใช้พันรอบแผล
“ข้าไม่เป็ไร อย่าได้ห่วงไป"เมื่ออีกคนยืนยันเช่นนั้นอันจื่อเทาจึงไม่ได้เซ้าซี้ต่อ แผลก็ทำเสร็จแล้วที่เหลือคงต้องรอดูอาการ
……ที่สำคัญคือตอนนี้พระอาทิตย์ใกล้ตกดินแล้วจะนอนกันยังไงในป่าก่อน?
“เ้าก่อไฟเป็หรือไม่?”ถึงจะเคยฝึกหนักขนาดไหนแต่ไม่เคยใช้ชีวิตกลางป่าเขาโดยไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกติดตัวมาด้วยแบบนี้มาก่อนไม่แปลกที่จะทำอะไรไม่ถูก หวังว่าคุณชายสกุลหลัวผู้นี้จะพอชี้แนะเขาได้บ้างนะ
“เป็”โล่งใจไปได้เปราะนึง อย่างน้อยมีไฟยังพอกันยุงกันแมลงได้บ้าง ที่เหลือคงเป็น้ำกับอาหาร แต่จากสภาพของแต่ละคนอย่าว่าแต่จะได้อาหารกลับมาเลย ดีไม่ดีทะเล่อทะล่าในป่ายามมืดๆค่ำๆอาจไปเป็อาหารแทนที่จะหาอาหารได้เป็แน่
เอาเถอะ ตอนนี้ตะวันยังไม่ตกดินดี หากอาศัยจังหวะนี้หากิ่งไม้แห้งใกล้ๆคงไม่เป็ไร คิดได้ดังนั้นอันจื่อเทาจึงพยุงกายลุกยืนไม่ลืมกำชับคนเจ็บอีกคนที่แม้เืหยุดไหลแล้วแต่ใบหน้ายังซีดเซียวไม่หาย“ข้าจะไปเก็บกิ่งไม้แห้ง เ้ารออยู่ตรงนี้ห้ามไปไหนนะ”
“ไม่ได้ ใกล้มืดแล้วอันตรายนัก อีกอย่างขาเ้ายังไม่หายเจ็บใช้งานมากๆย่อมไม่เป็ผลดี”มือใหญ่คว้าแขนขาวไว้ขณะกำลังจะเดินออกไป
อันจื่อเทามองมือที่จับแขนตัวเองไว้แน่นจากนั้นจึงเลื่อนสายตาขึ้นมองเ้าของมัน คิ้วเรียวเลิกขึ้นเป็เชิงถาม “รึเ้าจะไปเอง?”
“ข้าไปจะสะดวกกว่าเ้า”
“เ้าก็ไม่ต่างจากข้ามิใช่รึ?”สภาพแบบนั้นขืนแบกฟืนกลับมาได้ทำแผลใหม่แน่
“แค่นี้เอง”
ในเมื่อเ้าตัวยืนยันอันจื่อเทาจึงไม่คิดจะเล้าหลือต่อ มองหาที่นั่งเหมาะๆรออีกคนกลับมา“ระวังตัวด้วย”
หลัวสุ่ยิพยักหน้ารับคำมุมปากยกยิ้มคล้ายมีคล้ายไม่มี มือใหญ่วางแหมะลงบนกลุ่มผมนุ่มแววตาแปรเปลี่ยนไปสักพักไม่นานพลันชะงักคล้ายพึ่งนึกได้จึงชักมือกลับเดี๋ยวนั้นก่อนหันหลังรีบจ้ำอ้าวออกไปโดยไม่เอ่ยอะไรอีก อันจื่อเทามองตามแผ่นหลังกว้างไปจนลับสายตามือขาวยกขึ้นลูบศีรษะ ความรู้สึกซับซ้อนเกิดขึ้นในใจ ความรู้สึกที่อันจื่อเทาก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าคืออะไรและใช่ของตนหรือไม่
.
.
หลัวสุ่ยิหายไปร่วมครึ่งชั่วยามกลับมาอีกทีก็ตอนฟ้ามืดแล้วพร้อมกับคบไฟในมือ แขนอีกข้างเต็มไปด้วยกิ่งไม้แห้งและห่อผ้าที่ห่อมาอย่างดีวางไว้บนตักคนที่นั่งนิ่งไม่ขยับไปไหนก่อนเ้าตัวจะหันกลับไปก่อไฟใกล้ๆโดยไม่กล่าวอะไร
อันจื่อเทามองห่อผ้าที่คงจะทำมาจากเสื้อนอกยับเยินของคุณชายใหญ่สกุลหลัว ด้านในบรรจุไปด้วยผลไม้ป่าหลากหลายลูก ความเปียกชื้นที่ััได้บ่งบอกว่าถูกล้างมาอย่างดี มือขาวหยิบขึ้นมาพินิจมอง รูปร่างเหมือนสาลี่พอลองดมดูก็ให้กลิ่นที่แรงกว่า ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่กล้ากินอยู่ดี
ดวงตาคู่งามเสไปมองสุ่ยิกำลังจุดไฟอย่างขมักเขม้น ครั้นจะกินก่อนก็กระไรอยู่เลยใช้มีดปอกเปลือกและหั่นพอดีคำก่อนนำไปป้อนให้ถึงปากของคนเก็บมา หลัวสุ่ยิที่ถูกจู่โจมกระทันหันผงะมองมือทีมองเ้าของมือทีแต่ก็ไร้ผลจะหาคำตอบได้จึงยอมอ้าปากรับด้วยแต่โดยดี
เห็นอีกคนกินเข้าไปแล้วไม่เป็อะไรอันจื่อเทาจึงวางใจกลับมานั่งกินที่เหลือต่อประทังหิว หลัวสุ่ยิก่อไฟเสร็จหันกลับไปมองอีกหนึ่งชีวิต ท่าทางไม่วางใจเต็มที่กินเฉพาะผลที่หั่นให้เขากินเมื่อครู่ก็เข้าใจถึงการกระทำแปลกๆเมื่อครู่ทันที
"......"ไม่รู้จะหัวเราะหรือร้องไห้ดี อุตส่าห์เดินหาตั้งไกลยังไม่ไว้ใจกันอีกหนาคนเรา ช่างเป็คนระวังตัวแม้แต่เื่เล็กน้อยเสียจริง
"ไม่ชอบที่เหลือรึ?"แสร้งทำเป็ไม่รู้แล้วหยิบผลไม้ลูกหนึ่งขึ้นมากินให้ดู รสชาติหวานฉ่ำต่างจากผลเมื่อครู่ที่มีรสเปรี้ยวนำ แต่กระนั้นคนผู้นี้ก็ยังอุตส่าห์กินจนแทบหมดอยู่ดี.....
"ยังไม่กิน"ดูทรงคงรู้แล้วว่าเขาคิดอะไร แต่ไม่เปิดโปงหรือตำหนิก็ผิดคาดอยู่เหมือนกัน
"ข้าไม่ชอบรสหวาน เ้าช่วยทานให้หมดทีนะ"ยึดผลที่มีรสเปรี้ยวมากินเอง ส่วนผลที่อร่อยกว่าก็ให้อีกคนไป "อ้อ ข้ามีถุงหนังเพียงถุงเดียวหากไม่รังเกียจจะดื่มต่อข้าก็ได้นะ"
เห็นอีกฝ่ายเล่นใหญ่ดื่มน้ำโชว์ไปอึกใหญ่ คนคิดไม่ดีอย่างอันจื่อเทาเกิดรู้สึกระอายขึ้นมาจนต้องยกมือยอมแพ้สารภาพออกไปอย่างคนร้อนตัว"พอแล้วๆ ข้าขอโทษที่ระแวงเ้า"
หลัวสุ่ยิอึ้งไปเล็กน้อยไม่คิดว่าอีกคนจะเอ่ยขึ้นมาเอง แต่กระนั้นสีหน้าของคุณชายใหญ่สกุลหลัวก็ยังราบเรียบอ่านยากจนคนมองคิดว่าคงถูกเกลียดแล้วเสียอีก หากไม่มีเสียงบางอย่างออกมาจากลำคอตามด้วยมุมปากแย้มยิ้มกว้างกว่าที่เคย
หลัวสุ่ยิกำลังหัวเราะ?
คนขำก็หัวเราะไปคนมองก็นั่งงงไป ได้แต่มองตาปริบๆรอให้คุณชายใหญ่ขำจนพอใจค่อยถามก็ยังได้ แต่ไม่ยักรู้ว่าพ่อพระเอกหัวเราะกับเขาก็เป็ด้วย
ไม่รู้ว่าเผลอมองไปนานแค่ไหน ไม่รู้อีกเช่นกันว่าหลัวสุ่ยิหยุดขำเมื่อไหร่รู้ตัวอีกทีก็เห็นใบหน้านั้นในระยะใกล้ ทำเอาสะดุ้งจนเผลอฟาดมือออกไปสุดแรง
เพี๊ยะ!
"โอ๊ย!"
"เอ่อ...ขออภัย"มือขาวยื่นไปแตะแก้มที่เริ่มขึ้นสีแดงเป็รอยมือ
"ไม่เป็ไร"ใบหน้าหล่อเหลาระบายยิ้มที่ทำเอาคนมองไม่อาจละสายตาไปไหนได้ มือใหญ่ยกขึ้นกุมมือขาวพร้อมกับเอียงใบหน้าให้แนบมือนั้นมากกว่าเดิม "เ้าไม่ได้ตั้งใจมิใช่รึ"
ตึกตัก
.....บ้าจริง ความรู้สึกแทรกซ้อนนี่มันอะไรกัน
.
.
มื้อเย็นผ่านไปต่างคนต่างเงียบไม่มีใครเอ่ยสิ่งใดขึ้นมาอีก ทว่าในยามค่ำมืดกลางป่าจะอยู่ห่างกันมากนั่นไม่ใช่เื่ดี การเอนหลังพิงต้นไม้คนละด้านจึงเป็ทางเลือกที่ดีที่สุดในตอนนี้
ยิ่งดึกอากาศก็ยิ่งหนาว อาภรณ์ที่สวมติดกายมาแทบหาความอบอุ่นไม่ได้ ในสถานที่อันตรายเกิดขึ้นได้ทุกเมื่ออันจื่อเทาหลับได้ไม่สนิทเป็ทุนเดิมอยู่แล้ว มาตอนนี้อากาศเย็นลงจนไม่อาจข่มตาหลับต่อได้จำต้องเบิกตาตื่นจนกว่าจะง่วงอีกครั้งไม่ก็เช้าไปเลย
กองไฟยังคงลุกโชนสม่ำเสมอบ่งบอกว่ามีคนคอยเติมฟืนไม่ให้ดับ การกระทำไปไวกว่าความคิดเมื่อสายตามองไปยังคนที่เป็คำตอบ หลัวสุ่ยิยังคงหลับสนิท หากไม่เพราะแสงไฟส่องกระทบหน้าอันจื่อเทาคงคิดเช่นนั้น สองขารีบก้าวเข้าหามือแตะลงบนใบหน้าซีดเซียวแม้ในความมืดยังเห็นได้ชัด
พิษาแหรอ? ในที่แบบนี้จะหายาจากที่ไหนได้ล่ะ?
ในเมื่อไม่มียาก็รักษาตามมีตามเกิดไปก่อน หมอนี่เป็พระเอกคงไม่สู่ขิตเพราะเป็ไข้หรอก โชคดีเพราะเหตุการณ์บ้าๆนั่นน้ำที่มีอยู่ไม่มีใครแตะจึงเหลือเยอะพอเอามาเช็ดตัวรวมทั้งดื่มคนเดียวได้สบายๆ
อันจื่อเทาไม่เคยเช็ดตัวให้ใครมาก่อน เื่หยุมหยิมแบบนี้เขามองว่าไร้สาระโตๆกันแล้วไม่สบายกินยาก็หายไม่จำเป็ต้องเช็ดตัวให้ยุ่งยาก แต่ในตอนนี้มันต่างออกไปเพราะไม่มียาให้กิน ไม่มีอะไรเลยสิ่งที่พอทำได้คงมีแค่เช็ดตัวให้ความร้อนในกายทุเลาลงเท่านั้น ครั้นจะนิ่งเฉยอย่างเคยทำมาตลอดก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมถึงทำไม่ได้
ช่างเป็วันวุ่นวายของแท้
"เสี่ยวซาน...ขอโทษ..."ถึงขั้นเพ้อคงไม่ใช่ใกล้ตายแล้วหรอกนะ ั์ตาสีสวยวูบไหวยามใบหน้าของคนป่วยฉายแววเ็ปไม่รู้ว่าจากอาการไม่สบายหรือฝันร้ายที่กำลังเผชิญอยู่กันแน่ ทำไมมันชวนสลดใจได้ถึงเพียงนี้
ความร้อนไม่ลดลงแม้จะเช็ดตัวไปกี่รอบอาการก็ไม่มีทีท่าจะดีขึ้นสักนิด อันจื่อเทาเริ่มร้อนใจแกะผ้าพันแผลออกแล้วทำแผลให้ใหม่เผื่อจะช่วยทุเลาพิษาแได้บ้างก่อนกลับมาเช็ดตัวให้อีกครั้ง
ทุกอย่างที่ทำได้ก็ทำไปหมดแล้วที่เหลือก็ขึ้นอยู่กับเ้าตัวแล้วว่าจะอดทนได้แค่ไหน
อาการสั่นยังคงมีให้เห็นหลัวสุ่ยิก็ยังพร่ำเพ้อประโยคเดิมๆออกมาเป็ระยะจนน่าเป็ห่วง อันจื่อเทาไม่รู้จะทำยังไงเสื้อนอกที่สวมใส่ก็ใช้ห่มให้ไปแล้วจะหาเพิ่มให้ก็ทำไม่ได้อีก ขณะกำลังคิดไม่ตกสายตาเหลือบไปเห็นฟืนที่เหลือจึงนำมาเติมลงไปอีกให้ไฟกองใหญ่กว่าเดิมเพื่อทุเลาความหนาวเย็นรอบกายทั้งกับคนป่วยและตนเอง
วิธีนี้ได้ผลจริงแต่ก็มีขีดจำกัด ฟืนที่หลัวสุ่ยิหามากะแค่พอถึงเช้า เมื่อกี้อันจื่อเทาเล่นใส่ไปทีเดียวเกือบหมดในเวลาไม่ถึงชั่วยามดี ดูจากสิ่งรอบตัวบอกตามตรงเขาไม่สามารถเดาได้เลยว่าอีกนานแค่ไหนเช้าวันใหม่จะมาเยือน ไม่รู้ต้องทำยังไงต่อ ไม่รู้อะไรสักอย่างเกี่ยวกับโลกแห่งนี้
อันจื่อเทาพึ่งตระหนักได้ก็ตอนนี้ว่าเขานั้นช่างไม่รู้อะไรเลย ถือดีว่าตัวเองรู้เส้นเื่ของนิยาย อวดเก่งว่าสามารถจัดการได้ทุกอย่าง มั่นใจในจุดยืนของแต่ละคนมากเกินไปจนคิดว่าตัวละครหลักไม่มีทางเป็อะไรไปได้ มาถึงตอนนี้เห็นสภาพของผู้ได้ชื่อว่าเป็พระเอกของเื่ขาหนึ่งกำลังก้าวเข้าสู่น้ำพุเหลืองร่อมร่อแล้วเขามัวทำอะไรอยู่?
คิดแค่ว่าพระเอกไม่มีทางเป็อะไร คิดแค่ว่าอยู่กับพระเอกเดี๋ยวก็มีคนมาช่วย นิ่งเฉยไม่คิดดิ้นรนหาทางรอดด้วยตัวเอง กลับกันหลัวสุ่ยิที่เขาเคยดูแคลนว่าเป็คุณชายเหลาะแหละ ประสบความสำเร็จได้เพราะเป็พระเอกของเื่กลับมีความนึกคิดมากกว่า ไม่แปลกใจเลยทำไมตอนนั้นถึงยืนกรานจะออกไปหาฟืนเองทั้งที่เืพึ่งหยุดไหล หากเขาไปเองนอกจากไม่ได้ฟืนกลับมาอาจทะเล่อทะล่าเดินไม่ระวังจนหลงป่าเอาได้
ไม่คิดว่าคนๆนี้จะมองขาดหาทางรับมือกับสถานการณ์ไม่คาดฝันได้อย่างรอบคอบในเวลาอันรวดเร็ว คำเรียกขานว่ามีปัญหาเหนือใครนับว่าไม่เกินจริงเลย
"ต้องขอบคุณเ้าที่ทำให้ข้าตระหนักถึงสถานะตนเองได้"ผ้าเปียกชื้นถูกวางไว้บนหน้าผากก่อนใช้ร่างของตนต่างผ้าห่มโอบกอดร่างหนาวสั่นไว้หลวมๆแต่แนบชิดทุกสัดส่วนเพื่อส่งผ่านความอบอุ่นในร่างกายหวังทุเลาความหนาวให้อีกคนได้บ้าง
อดทนไว้นะหลัวสุ่ยิ เ้าต้องไม่เป็อะไร......
**************************