หลิวหยางเข้าไปหาน้องชายที่ถูกขังอยู่ในห้องขังเมื่อเห็นหน้าน้องชายผ่านกรงเหล็กนั้นเขาเห็นน้องชายนั่งอยู่มุมห้องด้วยสีหน้าเศร้าซืม และเช็ดน้ำตาเป็นครั้งคราว
หลิวหยางเห็นน้องชายแล้วก็อดไม่ได้ที่จะกำหมัดแน่น“ทั้งหมดเกิดขึ้นเพราะความจน ข้าจะต้องสร้างฐานะทางการเงินไม่งั้นก็จะมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีก”
นายตำรวจเปิดห้องขัง แล้วเดินหาหลิวเหว่ย “หลิวเหว่ยพี่ชายเจ้ามารับแล้วออกจากห้องขังได้”
เมื่อเดินออกจากประตูเหล็กหลิวเหว่ยก็เงยหน้าขึ้นมองหน้าหลิวหยางเขาไม่สามารถควบคุมน้ำตาได้อีกต่อไป โผเข้ากอดหลิวหยางด้วยน้ำตา “พี่ชายข้าควรทำยังไงดี”
“อันดับแรก หยุดร้องไห้ เราจะค่อย ๆ แก้ปัญหากัน เจ้าโตแล้วลูกผู้ชายไม่ควรร้องไห้ เข้าใจไหม” หลิวหยางพูดด้วยเสียงเคร่งครึ่งเพื่อเรียกสติน้องชาย
หลิวเหว่ยหยุดร้องแล้วออกจากอ้อมกอดพี่ชาย “ข้าควรทำยังไงดีข้าไม่ได้ตั้งใจ”
หลิวหยางส่ายหัวอย่างไร้ประโยชน์ “เอาเถอะ กลับบ้านกันก่อนแล้วค่อยว่ากันอีกที”
หลิวหยางส่งหลิวเหว่ยกลับบ้านแล้วก็เดินทางไปที่ไซค์ก่อสร้างเพื่อลาออกก่อนหน้านี้เขาคิดว่าจะยังคงทำงานไปด้วยและเล่นเกมส์ไปด้วย แต่ปัจจุบันเขามีความจำเป็นเร่งด่วนเขาจึงแอบคาดหวังว่าจะมุ่งความสนใจไปกับเกมส์แล้วมันจะสามารถแก้ปัญหาเรื่องเงินของเขาได้แม้จะลังเลอยู่บ้างแต่สุดท้ายเขาก็พบหัวหน้างานก่อสร้างแล้วก็ขอลาออกจากงาน
“นอกจากเรื่องเงินแล้วต้องคิดเรื่องความปลอดภัยด้วย จะต้องซื้อบ้านใหม่ที่มีระบบรักษาความปลอดภัยที่ดี”หลิวหยางกำหมัดแน่น
เมื่อกลับบ้านหลิวหยางก็พบว่าหลิวเยี่ยนทำกับข้าวเรียบร้อยแล้วและรอทานข้าวอยู่
“พี่ชายหลิวเหว่ยถูกไล่ออกจากโรงเรียนด้วยแม้จะถือว่าเรียนจบแล้ว แต่ไม่มีใบรับรองจากโรงเรียนก็สอบมหาลัยไม่ได้” หลิวเยี่ยนกล่าวด้วยความเป็นห่วง
“หะ ทำกันขนาดนี้เลยเหรอ”
“ใช่ พ่อของฉินเจียวหลินนั้นเป็นคณะกรรมการโรงเรียนเขาทำการกดดันให้ไล่ออกทันที แม้อาจารย์ประจำชั้นก็ไม่สามารถช่วยได้เลยอาจารย์ติดต่อข้าเมื่อสักพักนี่เอง”
หลิวหยางขมวดคิ้มแน่น น้องมีคดีแล้วไม่ได้เรียนต่ออีกเรียกได้ว่าทำลายอนาคตของเขาทุกช่องทาง เพราะเป็นคนจนก็เลยรังแกกันง่าย ๆแบบนี้นะเหรอ
“หนิงไป๋ฝู บอกว่าพี่ชายนางอาจจะพอช่วยได้เพราะว่าเป็นทนายเดี๋ยวค่อยไปคุยกันในเกมส์”
หลังจากทานข้าวกันเรียบร้อย หลิวหยางก็กลับห้องเพื่อเข้าสู่ถังเกมส์ส่วนหลิวเยี่ยนนั้นเอาหมวกเกมส์มาด้วยเข้าห้องตัวเองเล่นเกมส์เช่นกันส่วนหลิวเหว่ยนั้นหลิวหยางให้กลับไปอ่านหนังสือไปก่อน ถ้าอ่านไม่ได้ก็ให้ผ่อนคลาย
Ting “ยินดีต้อนรับสู่ Magic Earth Online”
หลิวหยางตรวจสอบรายชื่อเพื่อนที่ออนไลน์อยู่ทันที เพราะเขาร้อนใจมากถ้าจะมีใครสักคนช่วยได้ แม้ช่วยไม่ได้ก็ให้คำปรึกษาก็ยังดีมันก็ดีกว่าที่จะคลำหาทางไปในความมืด
“พี่ชายข้าวผัด” หนิงไป๋ฝูทักทายผ่านข้อความทันทีที่หลิวหยางเปิดรายชื่อเพื่อน
“เจอกันที่น้ำพุแห่งการเกิด ที่เก้าอี้ข้างน้ำพุ” หลิวหยานวิ่งออกจากย่านคนรวยแล้วตรงไปที่ลานน้ำพุแห่งการเกิดทันทีเมื่อเดินทางไปถึงเขาก็พบกับหลิวเยี่ยนและหัวร้อน
“หัวร้อนก็มาด้วย?”
“ท่านอาจารย์ ข้าออนไลน์ก็เห็นว่าทั้งสองคนออนไลน์พอดี มันเป็บบุพเพสันนิวาสของข้ากับหลิวเยี่ยน”
“จะอ๊วก” หลิวเยี่ยนบ่นด้วยความไม่พอใจ
“ฮา ฮา เอาละเจ้ารู้ปัญหาอยู่แล้ว ข้าไม่รู้จะพูดยังไงดีพี่ชายไอติมไม่ออนเหรอ”
“พี่ชายข้าบอกว่า ให้ไปกินข้าวด้วยกันพรุ่งนี้ตอนเที่ยงแล้วค่อยคุยกันเรื่องนี้ไม่ยาก ตอนนี้เราเล่นเกมส์กันไปก่อน อย่าเพิ่งคิดมากพี่ชายข้ามีวิธี และช่วยได้อย่างแน่นอน”
“อ่า งั้นข้าจะไปเก็บเลเวลคนเดียว ถ้าให้พี่ชายนำทางตลอดเดี๋ยวข้าจะไม่พัฒนา เผื่อจะช่วยหาเงินได้บ้าง” หลิวเยี่ยนกล่าวแล้วก็วิ่งออกไป
“ข้าไม่รู้พวกท่านมีปัญหาอะไรกัน แต่ข้าก็ต้องขอตัว”หัวร้อนนั้นรีบวิ่งตามหลิวเยี่ยนไปทันที
“ทำไมข้ารู้สึกเหมือนหัวร้อนกำลังวิ่งตามหลิวเยี่ยน”หลิวหยางมองแล้วขมวดคิ้ม
“เขาชอบกัน แต่หลิวเยี่ยนนั้นค่อนข้างที่จะไม่เปิดใจเท่าไหร่นักนางจะทำตามสัญญาของพี่ชายจะไม่มีแฟนจนกว่าจะเรียนจบแม้หลิวเยี่ยนจะชอบหัวร้อนอยู่บ้าง”
“เจ้าว่าน้องข้าชอบคนอ้วนแบบนั้นเหรอ” หลิวหยางแปลกใจ
“เขาเหมือนท่านสมัยก่อนไง ข้าเคยดูรูปเก่าๆ ของหลิวเยี่ยนกับท่านอยู่ ก่อนทำงานก็เป็นหมูตัวโตๆ แต่พอเริ่มทำงานก่อสร้างมันก็กลายเป็นมัดกล้าม”
“อืม...” หลิวหยางขมวดคิ้ว
“ข้าจะไปที่สลัมเพื่อรักษาคนตามที่ท่านเคยบอกไว้ ท่านจะไปไหน” ลมหนาวกล่าว
“อ่อ เดี๋ยวข้าไปเป็นเพื่อน ข้ายังไม่สบายใจเท่าไหร่อยากพักสักหน่อยหนึ่งก่อนค่อยไปหาตีมอนเตอร์ระบายอารมณ์”
หลิวหยางกลับไปที่มุมเดิมเมื่อครั้งแจกขนมปังแล้วเรียกหน้าต่างซื้อขายเพื่อเอาของที่ตั้งซื้อไว้ในร้านค้าออกมาทำอาวุธและชุดเกราะ เสร็จแล้วเขาก็นั่งท่าม้า กำหนดลมปราณตามที่อาจารย์ได้สอนไว้
หมุนเวียนพลังปราณไปตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย แล้วรวมกันที่ตันเถียนแล้วก็วิ่งลมปราณหมุนวนอย่างต่อเนื่อง ทำให้ความรู้สึกที่ตึงเครียดของหลิวหยางนั้นค่อยๆ ผ่อนคลายขึ้นเรื่อย ๆ
กว่าครึ่งชั่วโมงหลิวหยางรู้สึกเส้นทางลมปราณนั้นค่อย ๆ ขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ จนมันเริ่มมีความเข้มข้น เขารู้สึกเหมือนเส้นลมปราณนั้นจะระเบิดหลิวหยางต้องตั้งสมาธิอย่างมากเพื่อเคลื่อนย้ายพลังปราณไปตามเส้นลมปราณแล้วส่งกลับไปสู่ตันเถียนเมื่อผ่านไปสักพักหนึ่งเขาก็รู้สึกว่ามีเสียงอะไรบางอย่างดังขึ้นในหูเขาเหมือนกับเกิดการระเบิดในร่างกาย
Ting “ ขอแสดงความยินดี NineTurns to emperor ของท่านได้เข้าสู่ระดับ2”
Nine Turns toemperor(Passive) (Lv2 การพัฒนา-ไม่ทราบ) : วีธีการกำลังภายในระดับสีม่วงมี 9 ระดับดึงดูดพลังจากจากสวรรค์และโลกเพื่อปรับปรุงร่างกาย และกำลังภายใน เพิ่ม HP150 MP150 สถานะทั้งหมด+5 (ความแข็งแกร่ง ความอดทน ความว่องไว ปัญญา และวิญญาณ)
“อ่า ...”หลิวหยางรู้สึกร่างกายผ่อนคลายเป็นอย่างมากจากความตึงเครียดในเส้นลมปราณก่อนหน้านี้
“พี่ชายข้าวผัดข้าได้รับภารกิจ” ลมหนาวส่งข้อความหาหลิวหยางหลิวหยางกดดูข้อความแล้วก็ไปที่กระท่อมหลังหนึ่ง ซึ่งเป็นที่อยู่ของคนแร่ร่อนในพื้นที่สลัม บ้านนั้นสกปรกและมีกลิ่นเหม็นคลุ้ง มีห้องเพียงห้องเดียวในห้องนั้นเป็นทุกอย่างทั้งห้องนอน ห้องกินข้าง ห้องนั่งเล่น มีหญิงกลางคนนางหนึ่งลุกขึ้นนั่งบนเตียงโดยมีลมหนาวนั้นช่วยพยุงร่างนาง
“ลมหนาว”หลิวหยางเรียกเมื่อมาถึง
ลมหนาวนั้นแบ่งปันภารกิจกับหลิวหยาง NPC นั้นชื่อว่าเรย่านางทะเลาะกับลูกชายด้วยความโกรธลูกชายนั้นหนีออกจากบ้านโดยนางคาดว่าจะเขาจะไปที่ค่ายทหารโบราณ หรือเรียกอีกชื่อว่าค่ายทหารผีสิง ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากเหมืองที่หลิวหยางเคยไปขุดแร่มากนัก ค่ายนั้นเป็นสิ่งก่อสร้างเก่าแก่ตั้งแต่สมัยก่อนเมื่อครั้งสงครามระหว่างแสงสว่างกับความมืดยังมีอยู่ และภารกิจเป็นภารกิจระดับซ่อนเร้น
สงครามแสงสว่างและความมืดนั้นเป็นสงครามโลกเมื่อครั้งอดีตหลิวหยางคิดว่าเมื่อเลเวลถึงระดับหนึ่งแล้ว แต่ละคนน่าจะได้เลือกค่ายว่าจะอยู่ค่ายไหน แล้วต่อสู้กันเพื่อเก็บสะสมชื่อเสียงในแต่ละฝ่ายแต่ก็เป็นเพียงการคาดเดาเท่านั้น
แววตาของเรย่านั้นเศร้าหมองอย่างมากคล้ายร่างไร้วิญญาณเพราะนางวิตกกังวลถึงลูกชายที่สุด
“ไปค่ายทหารโบราณกันเถอะ”หลิวหยางจับมือลมหนาวแล้วพาลมหนาววิ่งออกจากเมือง
ลมหนาวนั้นรู้สึกเขินอายเล็กน้อยในตอนแรกที่หลิวหยางจับมือนางแต่เมื่อมองหลิวหยางนั้นปรากฏว่าหลิวหยางนั้นนิ่งเฉยมากเหมือนไม่ได้คิดอะไรเลย