ธุรกิจแฟรนไชส์
ธุรกิจทริพเพิลพียัมมี่ ฟู้ดส์ แฟรนไชส์ นอกจากจะได้เพเนียสเปิดตัวประชาสัมพันธ์ในไลฟ์สตรีมแล้ว ในช่องทางออนไลน์อื่นๆเช่น WooDที่ได้เปิดเพจในชื่อของบริษัทก็ได้ประชาสัมพันธ์ออกไปแล้วเช่นกันดูเหมือนว่าจะได้รับความสนใจมากเลยทีเดียวแต่คนสนใจหรือจะเทียบได้กับคนที่สมัครเข้ามาจำนวนคนซื้อแฟรนไชส์กับสมัครดูแลหน้าร้าน อัตราส่วนอยู่ที่ 2:3 ส่วนยอดตัวเลขที่แน่ชัดนั้นยังสรุปไม่ได้เพราะรอบแรกตั้งไว้ว่าสรุปผลแล้วติดต่ออีกฝ่ายกลับไปเพื่อเจรจาเรื่องสัญญาใน 5วันหลังจากที่เพเนียสไลฟ์สตรีมไป แต่นี่ผ่านมาแค่สองวันเท่านั้นก็ทำให้พวกเขาที่วางแผนงานกันมาพากันยิ้มออกแล้วเพียงจำนวนเท่านี้ในฐานะที่พึ่งเริ่มชิมลางธุรกิจใหม่ ก็ถือว่าเพียงพอแล้ว
“ดูเหมือนว่าของทอดจะได้รับความนิยมมากเลยนะเนี่ย”เพเรน่าว่าขึ้นเมื่อดูตัวเลข realtime ตัวเลขไม่ได้วิ่งเปลี่ยนไปเร็วเหมือนกับยอดผู้ชมของช่องเพเนียสแต่มันก็ไม่ได้หยุดชะงักเป็นอัมพาตแต่อย่างใด ทุกๆ 10 นาทีอย่างน้อยก็เพิ่มขึ้น1-3 รายได้ ตอนนี้รวมๆแล้วกว่าสี่ร้อยแล้วถึงจำนวนแค่นี้ไม่นับเป็นอะไรได้กับจำนวนผู้ชมกว่า 400 ล้านในช่องไลฟ์สตรีมของเพนียสแต่นี่ก็นับว่าเยอะแล้วสำหรับการริเริ่มธุรกิจ แล้วเน้นว่าเริ่มได้แต่สองวันด้วยนะยังต้องรอดูต่อไปอีกยาวๆเลย
“ของทอดกินง่ายนี่ครับ เด็กๆน่าจะชอบด้วย”เพเนียสว่า ไม่ว่าจะในยูทูบหรือกูเกิลหลายๆจ้าวก็บอกไว้ว่าอาหารประเภทนี้กินง่ายขายคล่องเป็นอันดับต้นๆควบคู่มากับพวกเครื่องดื่มเลยทีเดียว
“ก็น่าจะเป็นแบบนั้นจริงๆนั่นแหละตอนเราทำกินเองพวกของทอดก็หมดก่อนตลอดเลย” ต้องยอมรับล่ะนะ ว่าเป็นแบบนั้นจริงๆด้วยการทดลองทำกินเองที่บ้าน ทำต้อนรับแขกที่มาบ้าน ของทอดนี่แหละหมดเร็วจริง
“แบบนี้ก็คือได้ขายซอสของบริษัทไปด้วยในตัวเลยนะครับแบบนี้ต้องเพิ่มการผลิตไหมครับเนี่ย” เพเนียสว่าก่อนจะหันไปขอความคิดเห็นจากพี่ชาย
“ก็คงต้องเพิ่ม” เพวิสที่กำลังก้มหน้าอ่านอะไรสักอย่างในแท็บเล็ตอยู่เงยหน้าขึ้นมาตอบน้องชายสองส่วนนี้ต้องแยกกันอย่างชัดเจน อย่างไรเสียส่วนของสินค้าก็ต้องมีขายในจำนวนที่กำหนดไว้ หรืออาจจะมีเพิ่มจำนวนขึ้นอีกในอนาคตส่วนซอสที่ใช้กินกับของทอดในร้านแฟรนไชส์ก็ต้องสั่งผลิตเพิ่มหลังจากที่ให้คนสมัครเข้ามาใน 5 วัน หลังจากนั้นก็จะเริ่มสอนทักษะก่อนเปิดร้านจริงแล้วคาดว่านับจากวันนี้ไป 10-14 วันจะต้องมีร้านแฟรนไชส์เปิดหน้าร้านให้บริการลูกค้าแล้ว
“งั้นเดี๋ยวแม่กับพ่อไปติดต่อขอซื้อมะเขือเทศกับพริกจากสวนในละแวกนี้เพิ่มเลยนะลูก”เพเรน่าเสนอขึ้น ตอนนี้มะเขือเทศกับพริกในสวนของบ้านไม่เพียงพอต่อการผลิตแล้วจึงต้องเริ่มติดต่อจากสวนข้างๆบ้างแล้ว พวกเขาซื้อในราคาตามกำหนดจริงอย่างไรทางสวนก็ยินดีจะขายให้อยู่แล้วไม่ต้องเสียทั้งเวลาแล้วก็ค่าเดินทางหรือถ้าจะเสียก็ไม่มากเพราะคนซื้อก็อยู่ใกล้บ้านกัน ห่างกันไม่กี่กิโลเมตรเท่านั้น
“ได้สิครับแม่เดี๋ยวผมขอคุยกับฝ่ายวางแผนการผลิตแล้วก็ฝ่ายจัดซื้ออีกทีว่าต้องการการผลิตเพิ่มวันละเท่าไหร่ แล้วแม่กับพ่อก็ไม่ต้องไปซื้อเองหรอกครับเรามีพนักงานแล้วนะครับ”
“อา ใช่สินะ”ลูกชายว่าอย่างนั้นเธอก็ตอบรับอย่างไม่มีข้อแม่ แต่ก่อนจะทำอะไรก็ต้องลงแรงเองหรือว่าใช้หุ่นยนต์ช่วงงานไป ไม่ได้มีพนักงานที่เป็นคนมาก่อน เธอก็เลยไม่ชิน
“ตอนนี้ฝ่ายออกแบบส่งรูปแบบร้านมาแล้วครับเรามาเลือกเลยดีกว่าจะควรจัดร้านแบบไหน”พวกเขากำลังพูดคุยเรื่องการผลิตอยู่อีกไม่กี่ประโยคก็มีข้อความแจ้งเข้ามาหนึ่งในนั้นมาจากส่วนของฝ่ายออกแบบ ที่ทำการออกแบบร้านแฟรนไชส์หมูปิ้ง(ไก่แล้วเนื้อด้วย) ร้านของทอด แล้วก็ร้านข้าวมันไก่มาให้พวกเขาเลือกอีกทีว่าชอบแบบไหนหรือว่าต้องการเพิ่มอะไรเข้าไปอีกจะได้จัดการทันหลังจากนั้นก็จะได้ส่งให้บริษัทภายนอกรับงานผลิตอุปกรณ์ตกแต่งร้านส่วนนี้ไปทำต่อซึ่งร้านมีทั้งแบบจัดตั้งเปิดเป็นร้านถาวร เป็นแบบซุ้มร้านชั่วคราวแล้วก็ร้านอาหารเคลื่อนที่หรือขายจากบนรถ
“จริงๆ ที่ออกแบบมา ก็ใช้ได้หมดนะครับแต่ทำไมต้องมีหุ่นแฮงกรี้อิงค์กี้ด้วยล่ะครับ” เพเนียสว่าอย่างไม่ชอบใจ อย่างร้านหมูไก่เนื้อปิ้งก็มีหุ่นขนาดหนึ่งเมตรตั้งอยู่หน้าร้านมือซ้ายจับไม้หมูปิ้งจ่ออยู่ที่ปากที่กำลังงับชิ้นหมูอยู่ส่วนอีกมือก็กำอีกหลายๆไม้ชูขึ้นอย่างโดดเด่น ส่วนร้านของทอดก็มีตัวแฮงกรี้อิงค์กี้กำลังกินเฟรนช์ฟรายส์อยู่เช่นกันและร้านข้าวมันไก่ก็กำลังประคองจานข้าวมันไก่ยื่นมาตรงหน้าเป็นการเชิญชวน ไหนจะวิดีโอสั้นที่จะใช้ฉายในเครื่องฉายโฮโลแกรมบนหลังคาร้านอีกก็ยังมีเจ้าตัวนี้อยู่ด้วยเช่นกัน จนเขาอยากรู้ว่าคนออกแบบชื่นชอบเจ้าตัวแกะหน้าบูดนี่เป็นการส่วนตัวหรือยังไงหรือแค่อยากชูความเด่นจากภาพจำเดิมของแบรนด์สินค้าที่มีรูปเจ้าแฮงกรี้อิงค์กี้อยู่ด้วยหรือไม่เขาก็ได้ไอเดียมาจากเจ้าสองตัวที่ตั้งตระหง่านอยู่หน้าอาคารทางเข้านั่นแหละ
“จุดขายไงเด่นขนาดนี้ต้องเป็นที่สนใจแน่นอน” เพวิสที่กลั้นขำตอบน้องชายออกมา เขารู้ว่าน้องชายยังอับอายอยู่ที่ตัวเองออกแบบตัวเข้าหน้าบูดนี้ออกมาแล้วยังถูกนำไปใช้งานจริงอีก เป็นใครเห็นผลงานของตัวเองก็ต้องขัดเขินบ้างล่ะน่าเขาเองยังเป็นเลย เวลาได้ยินคนเปิดเพลงที่ตัวเองร้องน่ะ
“คนจะได้รู้ไงลูก ว่าแบรนด์เดียวกับสินค้าอื่นคนจะได้สนใจมากขึ้น เป็นการโฆษณาโดยไม่ต้องเสียเงินเลยนะเนี่ย”ดูเหมือนแม่เขาจะมีหัวด้านนี้เพิ่มขึ้นอีกเสียด้วยซ้ำ
“อา นั่นสินะครับ มีแต่ข้อดี”เป็นเพเนียสที่ต้องยอมรับความจริงพร้อมกับตั้งใจดูแบบอย่างตั้งใจ สุดท้ายก็เลือกออกมาได้ร้านละรูปแบบเพิ่มความคิดเห็น(คำสั่ง)เพิ่มเติมอีกนิดหน่อย รอดูร้านตัวอย่างแบบโฮโลแกรมเท่าขนาดจริงอีกครั้งว่าโอเคไหมถ้าเรียบร้อยดีก็สั่งให้ผลิตของได้เลย
โปรแกรมสื่อสารส่งข้อความต่างๆสามารถจัดหมวดหมู่ได้เองว่าข้อความนี้สมควรอยู่ในหัวข้อไหนมีความจำเป็นมากน้อยเพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้อ่านได้ ยิ่งตรวจพบว่าเป็นข้อความที่จำเป็นฉุกเฉิน หรือมีความพิเศษมากๆ ก็จะยิ่งแจ้งเตือนเป็นพิเศษตลอดหนึ่งเดือนกว่าที่ผ่านมาส่วนใหม่ข้อความที่ถูกส่งมาให้เพเนียสจะจัดอยู่ในหมวดชื่นชม ยินดี ซะเป็นส่วนใหญ่มีทักทายเข้ามาเพราะอยากรู้จักเขามากขึ้นก็อีกส่วน หรือว่าสำคัญขึ้นมาอีกก็เป็นการติดต่อเข้ามาเรื่องงานแต่นั่นก็ยังไม่ได้เป็นเหตุมากพอถึงระดับที่บ่งบอกว่ามีเหตุฉุกเฉินได้ แต่กับวันนี้เกิดมีข้อความแปลกแยกไม่เข้าพวกส่งเข้ามามันจึงส่งเสียงเตือนเพเนียสทันที ความสำคัญพอๆกับเรื่องงาน(งาน เงินเป็นเรื่องสำคัญ) มันส่งเสียงเตือนมากกว่าเรื่องงานหนึ่งครั้งถ้วนเพเนียสเลยต้องรีบเปิดดูว่ามีข้อความแบบไหนกันที่เตือนให้เขาต้องรีบเปิดอ่าน
โดยเนื้อหาของในข้อความนี้มีใจความว่า
[ สวัสดีครับคุณเพเนียสหวังว่าที่ส่งข้อความมาถึงคุณในครั้งนี้จะไม่เป็นการรบกวน หรือถ้าหากรบกวนคุณก็ขออภัยไว้ด้วยสาเหตุที่ผมต้องส่งข้อความถึงคุณในครั้งนี้ก็เพราะว่า..... ]
อาธาชายหนุ่มคุณพ่อลูกหนึ่งอยู่บ้านเลี้ยงลูกชายวัย 6 ขวบอย่างทุลักทุเลทั้งๆที่ยุคสมัยนี้การแพทย์พัฒนาไปไกลโข แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้นก็ใช่ว่าจะช่วยยื้อชีวิตได้ทุกคนไปยิ่งกับร่างกายของคนที่เกิดอุบัติเหตุอย่างเฉียบพลัน หรือเจอกับเหตุร้ายแรง ก็ยากจะรักษาชีวิตไว้ได้หรือถ้ายื้อชีวิตได้ทันการรักษาก็ขึ้นกับตัวบุคคลอยู่ดีไม่ใช่ว่าทุกคนจะโชคดีกลับมาหายขาดได้เสมอไป เช่นเดียวกับคนรัก(ชาย)ของเข้า อย่างเวย์ลันที่ต้องประสบกับเหตุการณ์ร้ายแรงก่อนที่ลูกชายเขาจะได้ลืมตาคลอดออกมาจากครรภ์เทียมด้วยซ้ำซึ่งนั่นยังเป็นเรื่องสะเทือนใจเขามาถึงทุกคนวันนี้ อาธาจึงต้องอยู่บ้านเลี้ยงลูกชายเฝ้าเลี้ยงดูอย่างทะนุถนอม แล้วเหตุการณ์แบบไหนกันแน่ที่ทำให้เขาต้องยังฝันร้ายถึงมันอยู่ตลอด6 ปีที่ผ่านมา มันก็ต้องย้อนกลับไปตั้งแต่....
เวย์ลันชายหนุ่มวัยทำงาน รูปร่างสมส่วนหน้าตาไม่ถือว่าโดดเด่นแต่ก็ถือว่าดูดีอยู่ไม่น้อยเขาและอาธาเป็นคู่รักกันมาตั้งแต่สมัยเรียน เมื่อเรียนจบได้แค่ 10ปี เวย์ลันก็ถือโอกาสขอคนรักแต่งงานทั้งคู่แต่งงานและอยู่กินด้วยกันมาหลายปี ตั้งใจทำงานเก็บเงินมาเรื่อยๆจนถึงระยะหนึ่งที่เงินเก็บมีมากพอที่จะใช้จ่ายสำหรับการให้กำเนิดลูกและเลี้ยงดูเขาได้อย่างดีพวกเขาเลยตัดสินใจมีลูกด้วยวิธีเลี้ยงตัวอ่อนใจครรภ์เทียม ค่าใช้จ่ายถือว่าสูงอยู่ใช่น้อยแต่นั่นก็ไม่ใช่ปัญหาสำหรับทั้งคู่ที่ตั้งใจทำงานมาเป็นสิบ ยี่สิบปีระยะเวลาการตั้งครรภ์เทียมเท่ากับการตั้งครรภ์ของเพศหญิงทั่วไปพวกเขาไม่ต้องทำอะไรเลย แค่เข้าพบแพทย์เพื่อเตรียมวัตถุดิบสำหรับผสมเทียมไม่ถึงวันจากนั้นก็กลับไปรอที่บ้านจนกว่าจะถึงกำหนดการคลอดได้เลยหรือว่าใครที่ยังกังวลจะแวะเวียนมาเยี่ยมลูกของพวกเขาที่โรงพยาบาลก็ได้แล้วแต่สะดวกหรือไม่ก็จะมีกล้องที่ติดตั้งไว้ให้เฝ้าดูอยู่ตลอด ซึ่งเชื่อมต่อระบบเข้ากับเครือข่ายออนไลน์ของพ่อแม่เช่นกัน
เวย์ลันและอาธาก็เป็นแค่คู่รักธรรมดาทั่วไปนอกจากใช้ชีวิตไปกับเรื่องงาน ก็เหมือนคู่รักคู่อื่นที่เดินจับมือกันไปกินข้าวดูหนัง ท่องเที่ยวบ้างตามโอกาสเพื่อเพิ่มเติมความบรรยากาศดีๆและความทรงจำอันสวยงามให้กับทั้งคู่จนกระทั่งถึงเวลาที่อยากมีสมาชิกเพิ่มเพื่อเป็นพยานรักของพวกเขา พวกเขาอยากมีเจ้าเด็กตัวเล็กๆให้ได้เรียกขานชื่อพวกเขาอย่างน่ารักน่าชังแต่ถึงจะมีเด็กในบ้านที่พูดเสียงเล็กเสียงน้อยออดอ้อนแต่ไม่รู้ว่าหนึ่งในพวกเขาจะมีโอกาสนั้นหรือไม่
ก่อนกำหนดคลอดของลูกชายของเวย์ลันละอาธาไม่ถึงเดือนวันนี้อาธายังคงยังงานอยู่ที่ทำงานของเขา หลังจากที่เขาคุยกับคนรักไว้แล้วว่าหลังจากที่ลูกชายคลอดเขาจะลาออกจากงานเพื่ออยู่บ้านเลี้ยงลูกเองนี่จึงเป็นการทำงานทิ้งท้ายด้วยเวลาอีกแค่ 2 สัปดาห์สุดท้ายแล้วก่อนจะส่งงานต่อให้คนอื่นเขาเลยต้องตั้งใจเป็นพิเศษขึ้นไปอีกทำให้วันนี้มีเพียงแค่เวย์ลันคนเดียวที่ว่างช่วงเย็น เขาเลยถือโอกาสไปเลือกซื้อเสื้อผ้าเด็กให้ลูกชายซะหน่อยเห็นว่าแบรนด์เสื้อผ้าเด็กทารกยอดนิยมเพื่อจะออกคอลเลคชั่นใหม่วันนี้เขาต้องได้มาเติมในตู้เสื้อผ้าลูกชาย จริงๆจะสั่งให้มาส่งที่บ้านก็ได้แต่เขาอยากเลือกด้วยตัวเองมากกว่า
“ช่วงนี้มีโปรโมชั่นปักชื่อฟรี ไม่ทราบว่าคุณลูกค้าต้องการด้วยไหมคะ”พนักงานสาวสอบถามออกมาเมื่อลูกค้าหนุ่มเดินนำหน้าหุ่นยนต์ในลักษณะตะกร้าใส่สินค้าของร้านมายังเคาน์เตอร์จ่ายเงิน
“อา งั้นช่วยปักชื่อว่า วิณณ์ ด้วยนะครับ”เวย์ลันตอบไปยิ้มๆ จริงๆเขาและคนรักยังตกลงเรื่องชื่อของลูกชายไม่ลงตัวด้วยซ้ำถือเอาเหตุผลนี้อ้างเลยก็แล้วกัน ลูกจะได้ใช้ชื่อนี้ที่เขาตั้งช่างได้โอกาสเหมาะเจาะอะไรเช่นนี้เนี่ย
“ได้ค่ะแต่ว่าต้องขออภัยด้วยนะคะตอนนี้การปักชื่ออาจจะล่าช้าสักเล็กน้อย ต้องรอของในอีก 30 นาทีเลยค่ะ ไม่ทราบว่าคุณลูกค้าจะรอรับ หรือให้ทางเราจัดส่ง”พนักงานสาวรีบเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงนอบน้อมเชิงขออภัยออกมา ช่วงนี้พึ่งจะออกคอลเลคชั่นใหม่วันนี้เลยมีออเดอร์เข้ามามากกว่าปกติการปักชื่อที่แถมให้ฟรีเลยต้องใช้เวลาสักเล็กน้อย
“ไม่เป็นไรครับ ผมรอได้ถ้ายังไงผมกลับมารับของอีกทีก็แล้วกันนะครับ” เวย์ลันตอบกลับไปหลังจากที่สแกนจ่ายเงินไปแล้ว
“ได้ค่ะถ้าเช่นนั้นทางเราจะโทรแจ้งอีกครั้งนะคะ”หญิงสาวลอบผ่อนลมหายใจอย่างโล่งอกทันทีที่ลูกค้าท่านนี้ไม่มีอาการไม่พอใจแสดงออกมา
“ครับ” เวย์ลันพยักหน้ารับอีกเล็กน้อยก่อนจะเดินออกมานอกร้าน เขาหันมองซ้ายมองขวาคิดว่าจะเดินไปทิศทางไหนต่อดีวันนี้นอกจากมาซื้อชุดลูกชาย ก็ไม่ได้คิดไว้ว่าต้องทำอะไรอีก โซนนี้ถือได้ว่าเป็นอาณาจักรของเด็กๆโดยแท้มองไปทางไหนถ้าไม่เป็นร้านเสื้อผ้าเด็ก ก็เป็นของเล่นหรือไม่ก็ร้านอาหารสำหรับเด็ก แต่เขาไม่มีธุระที่นี่แล้ว ก็ไม่ควรเดินเดี่ยวๆอย่างเหงาๆท่ามกลางครอบครัวอบอุ่นแต่อย่างไรชายหนุ่มเลือกเดินต่อไปยังอีกโซนที่เป็นจุดนั่งพักเอาท์ดอร์ มีชุดโต๊ะเก้าอี้จัดไว้ห่างกันพอประมาณมีหุ่นยนต์ให้สั่งซื้อเครื่องดื่มหรืออาหารสังเคราะห์ไว้บริการตอนนี้ไม่ค่อยมีคนเท่าไหร่ อาจจะด้วยหลายๆเหตุผล แต่ว่าชายหนุ่มเห็นว่าจุดนี้ก็ไม่แย่จึงเลือกปักจุดนั่งพักที่ตรงนี้ซะเลยในเวลาที่ต้องรอเสื้อลูกปักชื่อ
เวย์ลันสั่งเครื่องดื่มมาหนึ่งแก้วก่อนที่ดื่มไปบ้างสลับกับเอางานขึ้นมาทำรอ เขาทำงานเป็นคุณครูสอนมัธยมปลายในโรงเรียนขนาดใหญ่แห่งหนึ่งถือได้ว่าเงินเดือนไม่ได้แย่เลยต่อไปสามารถเลี้ยงดูลูกกับคนรักที่กำลังออกจากงานในบริษัทแห่งหนึ่งได้สบายชายหนุ่มตรวจดูข้อสอบที่ถูกตรวจโดยระบบอีกรอบเพื่อความถูกต้องเนื่องจากเป็นข้อสอบอัตนัย อย่างไรซะก็ต้องให้ครูตรวจเองอยู่แล้วเพราะบางครั้งบางจุดที่คำตอบไม่ได้ตรงตามที่กำหนดไว้ในระบบแต่บางทีก็อาจจะใช้คำใกล้เคียงและสามารถใช้คะแนนนักเรียนได้เช่นกันและถึงว่ามันจะเป็นการสอบเก็บคะแนนท้ายบท แต่ว่าจำนวนห้องที่เขาสอนก็ไม่น้อยเลยต้องใช้เวลาตรวจอยู่พักหนึ่งเลยทีเดียว
ติ๊ดๆๆ
“ว่าไงครับคุณ” เสียงเตือนจากคอนโทรลแบนด์ดังขึ้นไม่กี่ครั้งเขาก็รีบกดรับสายทันทีเมื่อเห็นชื่อว่าใครโทรเข้ามา อาธาคนรักนั่นเองตัวเองเป็นคนโทรมาแท้ๆ แต่ว่ายังก้มหน้าก้มตาคุยกับเขาซะได้ไม่เงยหน้าขึ้นมามองกันด้วยซ้ำ
“คุณอยู่ไหนน่ะ” อาธาถามออกมาทันทีที่อีกฝ่ายรับสายจริงๆเขาก็รู้อยู่แล้วจากพิกัดที่อยู่ของอีกฝ่ายจากในโปรแกรมหนึ่งที่อยู่ในเครื่องของเขา
“โซนตากแดดตากลมข้างๆกับโซนขายของเด็กน่ะ”เวย์ลันตอบกลับไปทันทีโดยไม่ต้องบอกว่าเขาอยู่ที่ห้างไหนแต่อย่างใดอีกคนได้ยินเช่นนั้นเลยนึกสนใจเงยหน้ามามองว่าชื่อโซนแปลกๆนั่นมันเป็นหน้าตายังไงนั่นแน่มันไม่ได้แย่เลยสมควรจะเรียกแบบนั้นจริงๆน่ะหรือ
“แอบไปซื้อของให้ลูกคนเดียวหรอ”อาธาถามพร้อมจ้องคนรักอย่างจับผิด
“ก็ นิดหน่อยน่าที่รักก็คุณมัวแต่ทำงานนี่นา ผมก็กลัวว่าชุดคอลเลคชั่นใหม่จะหมดซะก่อน ก็ต้องรีบๆมาสอยก่อนสิ”เวย์ลันตอบด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์เมื่อนึกไปถึงชื่อที่เขาสั่งให้ทางร้านปัก
“ก็ต้องส่งต่องานให้คนอื่นแล้วนี่นาเลยต้องรีบเคลียร์ทุกอย่างให้เสร็จเร็วๆไงหัวหน้าบอกด้วยนะว่าถ้าเคลียร์เสร็จก็ให้หยุดก่อนกำหนดได้เลย”อาธาว่าขึ้นอย่างร่าเริงทันทีเมื่อเล่าไปถึงเรื่องที่หัวหน้าเขาบอกไว้เขาถือว่าโชคดีไม่น้อยที่เข้าทำงานมาก็เจอกับหัวหน้าแบบนี้ หาได้ไม่ง่ายแล้วนะมีแต่คนบอกว่าเขาคิดผิดแท้ๆที่รีบลาออกในวัยนี้ทั้งๆที่สังคมการทำงานที่นี่ออกจะดี
“ดีจังเลยนะต่อไปเราก็จะได้มีเวลาด้วยกันมากขึ้นแล้วนะ ได้อยู่ด้วยกันกับลูกด้วยแต่ว่าคุณไม่เสียดายจริงๆใช่ไหมที่ต้องออกจากงาน” จากคำบอกเล่าของอาธา เวย์ลันก็ดีใจด้วยไม่น้อยเขาอยากให้คนรักได้พักเสียก่อนที่จะต้องเริ่มลงแรงไปกับการเลี้ยงลูกวัยทารกแรกเกิดถึงพวกเขาจะเรียนเพื่อเตรียมตัวเป็นพ่อมาแล้ว แต่นั่นมันก็ไม่พออยู่ดีเมื่อต้องรับมือกับสถานการณ์จริงไหนจะเรื่องงานอีก เขากลัวว่าคนรักจะเสียดายที่ต้องเสียงานนี้ไป เพื่อนร่วมงานที่เป็นมิตร(ส่วนใหญ่)หัวหน้าที่มีเหตุมีผล สภาพแวดล้อมก็นับว่าดีสวัสดิการก็ไม่ได้เอาเปรียบเลยแม้แต่น้อย
“อย่าคิดมากน่า ผมคิดมาดีแล้วจริงๆ” อาธาที่เห็นว่าคนรักหน้าหมองลงเลยต้องรีบปลอบใจเป็นการด่วนไม่ให้เขาคิดมากไป เขาตัดสินใจมากดีแล้วจริงๆ ถ้าอยากทำงานก็รอให้ลูกโตก่อนก็ได้งานก็หาได้เรื่อยๆนั่นแหละ ไม่ว่าจะหาตอนไหนความยากก็คงไม่ต่างกันหรอก
“อืม”
ติ๊ดๆๆ
“อะ ร้านชุดลูกแจ้งมาว่าของได้แล้วผมต้องไปเอาก่อนนะ”
“ได้ครับ”
“งั้นเจอกันที่บ้านเลยนะ” เวย์ลันที่ได้รับข้อความเลยถือเป็นการตัดบทสนทนากับคนรักไปรีบไปเอาของแล้วกลับบ้านเลยดีกว่า จะได้รอเจอคนรักตัวเป็นๆต้อนรับคนรักที่เหน็ดเหนื่อยกลับมาจากที่ทำงาน ต้องเตรียมอะไรบ้างนะ
“ครับ แล้วเจอกัน” อาธาโบกมือลาเป็นครั้งสุดท้ายเช่นเดียวกับเวย์ลันที่โบกมือลาตอบยิ้มๆ ก่อนที่สัญญาณการโทรจะตัดจบลงโดยที่ทั้งสองไม่รู้เลยว่านี่อาจจะเป็นการพูดคุยกันอย่างมีความสุขที่สุดครั้งสุดท้ายแล้วก็ได้
ให้หลังจากนั้น เวย์ลันจึงได้เก็บข้าวของเตรียมออกเดินไปยังร้านขายชุดเด็กทารกทันทีแต่เขายังไม่ทันได้เดินออกไปไหน ก็มีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้น ณ จุดนี้เสียก่อน
วึ้ดดดด
พลั่ววว
ปังๆๆๆ