ตอนที่ 46
“เป็นอย่างที่คิดจริงๆ ถ้ายังไม่กลายเป็นเกทเบรคก็ยังเข้าไปไม่ได้สินะ” การเลื่อนเป็นโลกระดับ 2 ทำให้ภายในประเทศไทยก็มีเกทจำนวนมากปรากฏขึ้นมาเช่นเดียวกันกับประเทศอื่นๆทำให้จูนและกิลด์ดาราสมุทรที่เตรียมการมาก่อนแล้วเตรียมตัวรับมือทันที เพียงแต่ระหว่างที่จูนกำลังตรวจสอบเกทที่ได้รับมอบหมายมาให้จัดการ จูนก็พบว่าเธอและคนของเธอไม่สามารถเข้าไปในเกทที่ยังไม่กลายเป็นเกทเบรคได้เสียอย่างนั้น
“ลืมคิดเผื่อเรื่องนี้ไปเลยนะเนี่ย พวกเรามัวแต่ปิดเกทเบรคกับยึดพื้นที่สีดำกลับมาอย่างเดียวเลยนี่นา” พี่ฝนใช้มือเคาะลงไปบนเกทเบาๆ แบบนี้หน่วยกัณหาก็เข้าไปปิดเกททันทีไม่ได้และต้องรอให้เกทพวกนี้กลายเป็นเกทเบรคอย่างเดียวนะสิ
“ไม่เป็นไร พวกเราใช้ข้ออ้างเรื่องการสำรวจภายในเกทให้ปลอดภัยก่อนได้ พอเกทพวกนี้กลายเป็นเกทเบรคแล้วพวกเราค่อยจัดการก็แล้วกัน” จูนถอยออกมาจากเกทก่อนจะติดต่อไปหารินรดาเพื่อรายงานสถานการณ์ให้เธอทราบ ตอนนี้เธอต้องระงับภารกิจกู้คืนพื้นที่สีดำไปก่อนแล้วเรียกหน่วยกัณหาทุกคนกลับมาทำหน้าที่เฝ้าระวังเกทแต่ละจุดให้ดี ตอนนี้พวกเธอไม่รู้เลยว่าเกทไหนจะกลายเป็นเกทเบรคไปก่อน ท่าทางจูนจะต้องขอส่งกำลังคนเข้ามาเพิ่มแล้วจริงๆ
“ยู ตอนนี้เป็นโอกาสเหมาะเลย ตอนนี้รุ่นพี่พร้อมหรือยัง” หลังจากรายงานสถานการณ์ให้รินรดาทราบ จูนก็เปลี่ยนสายแล้วติดต่อไปหายูที่รับหน้าที่ดูแลรุ่นพี่ของเธออย่างมะลิทันที ตอนนี้คนทั้งโลกกำลังสับสนวุ่นวายมันเลยเป็นโอกาสเหมาะที่จะเปิดตัวนักวิทยาศาสตร์อัจฉริยะที่จะออกมาอธิบายว่ามันเกิดอะไรขึ้นพอดี
“เรื่องนั้น…เธอพร้อมสุดๆเลยครับ” เสียงที่ตอบกลับมาของยูดูมีความประหลาดใจปะปนมาไม่น้อย หรือว่าการส่งยูไปเป็นคนสอนจะช่วยกระตุ้นรุ่นพี่จนมากเกินไปหรือเปล่า?
“คุณมะลิ พวกเราต้องเริ่มแผนแล้วนะครับ” ภายในห้องประชุมที่ถูกปิดอย่างมิดชิดเพื่อใช้ห้องเป็นห้องสำหรับศึกษาข้อมูลของมะลิ ร่างของยูที่กำลังยืนอยู่หลังกระดานดำดูประหลาดใจไม่น้อยเลย ตัวเขาเคยชินอยู่แล้วกับท่าทีของแฟนคลับที่ชื่นชอบตัวเขามากจนทำอะไรไม่ถูกเวลาอยู่ใกล้ๆ ตอนแรกที่ได้เจอกับมะลิเขาก็รู้สึกว่าเธอเหมือนแฟนคลับคนอื่นๆนั่นแหล่ะ แถมเขายังแอบรู้สึกผิดนิดหน่อยด้วยที่ต้องใช้ความชื่นชอบในตัวเขามาชักจูงให้มะลิรับงาน แต่ทันทีที่มะลิได้เห็นข้อมูลในเอกสารที่เขาเอามา อยู่ๆมะลิก็เปลี่ยนเป็นคนละคนจนน่าตกใจ แค่อ่านหัวข้อเรื่องมะลิก็ทำตาโตก่อนจะจมไปกับความคิดของตัวเองอย่างกับหลุดไปอีกโลกเลย
[ จริงด้วย ถ้าอิงตามที่เอกสารพวกนี้บอก เรื่องทั้งหมดก็จะลงล็อกพอดี มะลิดูตรงนี้สิเรื่องระบบการส่งผ่านมานาจากโลกอีกฝั่งของเกท ตรงนี้เหมือนกับที่เราเคยศึกษาเลยนี่นา ]
“...” ไม่ใช่แค่มะลิเท่านั้นที่เปลี่ยนไปคนละคน แม้แต่จัสมินที่ทำเอายูเกือบหลุดหัวเราะออกมากับท่าทีของเธอก่อนหน้านี้ก็เอาแต่อ่านข้อมูลไม่วางตา แถมดูท่าทางเธอจะไม่ได้สนใจด้วยว่าหนังสือที่เธอกำลังอ่านมันกำลังลอยอยู่เฉยๆในสายตาของคนอื่นที่มองไม่เห็นเธอเนี่ยสิ แต่คุณโอปอลที่ทำงานด้วยกันก็ไม่ได้ตื่นตกใจอะไรที่เห็นหนังสือลอยไปลอยมารอบๆตัวมะลิ ท่าทางเธอจะทำแบบนี้เป็นเรื่องปกติหรือเปล่า?
“คุณมะลิ…” ยูถอนหายใจออกมาก่อนจะเดินเข้าไปจับที่ไหล่ของมะลิเพื่อเรียกสติของเธอให้กลับมายังโลกใบนี้ ตลอดหลายวันที่ยูเอาเอกสารมาให้มะลิดู เธอก็เอาแต่ค้นคว้าจนไม่กินไม่นอนจนโดนคุณโอปอลลากให้ไปพักผ่อนอยู่หลายครั้ง ตอนนี้ความเข้าใจของเธอน่าจะมากกว่ายูเสียด้วยซ้ำ
“เอ๊ะ… ขะ ขอโทษค่ะ ฉันเผลอใจลอยอีกแล้ว เมื่อกี้คุณว่าไงนะคะ” มะลิดูเหมือนจะไม่ได้ยินที่ยูพูดก่อนหน้านี้จริงๆ นอกจากเสียงแจ้งเตือนจากระบบว่าโลกกลายเป็นโลกระดับ 2 แล้วก็แทบไม่มีอะไรดึงความสนใจของมะลิไปได้เลย เป็นสมาธิที่น่ากลัวจริงๆ
“พวกเราต้องทำตามแผนแล้วครับ คุณมะลิไปเตรียมตัวได้แล้วครับ” ยูก็อยากจะพามะลิออกไปเลยอยู่หรอก แต่หลายวันมานี้มะลิแทบจะขลุกอยู่แต่ในห้องจนสภาพผมเผ้าและเสื้อผ้าไม่เหลือรูปลักษณ์ตอนโดนช่างแต่งหน้าจับแต่งตัวเพื่อออกสื่อเลยสักนิด
“เอ๊ะ… นี่มัน… ขอโทษด้วยค่ะ พอดีเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ฉันอยากจะวิจัยมาตั้งแต่แรกแล้วก็เลยเผลอไปหน่อย” มะลิพอรู้ตัวว่าตนเองอยู่ในสภาพไหนแถมยังอยู่ต่อหน้าใครก็หน้าแดงก่ำรีบเอาเสื้อกาวน์สีขาวที่โยนทิ้งเอาไว้ใต้กองหนังสือออกมาสวมทับเสื้อผ้ายับๆของตัวเองเอาไว้
“ผมไม่ได้ว่าอะไรเรื่องนั้นหรอกครับ แค่ตอนนี้พวกเราต้องเริ่มแผนกันได้แล้ว” ยูหัวเราะออกมานิดหน่อยกับท่าทีของมะลิก่อนจะเดินไปหยิบรองเท้าที่มะลิถอดทิ้งไปตั้งแต่วันไหนก็ไม่ทราบกลับมาให้ด้วยตัวเอง แค่เวลาไม่กี่วันมะลิก็เข้าใจเรื่องยากๆที่ตัวเขายังสับสนอยู่ได้แล้ว มีหลายอย่างเลยที่ยูเพิ่งจะเข้าใจตอนเห็นมะลิเขียนบนกระดานดำและบ่นกับตัวเองด้วยซ้ำ และมันก็ทำให้ความรู้สึกนับถือปรากฏขึ้นมาบนแววตาของยูอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
“ฝากด้วยนะครับรุ่นพี่” ยูหยิบยืมคำที่พี่สาวของตัวเองใช้เรียกมะลิมาจนโอปอลที่อยู่ข้างหลังเผลอหลุดหัวเราะออกมาอีกคน แต่ก่อนจะเสียเวลาไปมากกว่านี้โอปอลก็ไม่รอช้ารีบเข้าไปลากตัวมะลิไปจัดการตัวเองให้มันสะอาดสะอ้านเสียก่อน ขืนออกไปในสภาพนี้มีหวังคนดูจำไม่ได้แน่ๆว่าเธอคือคนเดียวกับคนที่ออกมาให้ข่าวก่อนหน้านี้
.
.
.
“นี่เป็นทฤษฎีที่ทีมวิจัยของกิลด์ดาราสมุทรกำลังตรวจสอบอยู่ค่ะ อีกไม่นานพวกเราจะตั้งทีมสำรวจขึ้นและเข้าไปทดสอบสมมติฐานภายในเกทค่ะ” ใช้เวลาไม่นาน ทางสมาคมฮันเตอร์ของไทยและกิลด์ดาราสมุทรก็เริ่มจัดแถลงข่าวอย่างรวดเร็ว ตอนนี้มะลิรับบทเป็นตัวแทนทีมวิจัยที่กำลังศึกษาและตั้งสมมติฐานสำหรับใช้ในการอธิบายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นท่ามกลางความสนใจของเหล่านักวิทยาศาสตร์ทั่วโลก เพียงแต่ทฤษฎีที่เสนอออกไปมันได้รับการพิสูจน์มาก่อนแล้วทั้งนั้น ข้ออ้างว่าจะเข้าไปสำรวจก็ใช้อ้างเพื่อความสมจริงของข้อมูลเท่านั้นเอง
“กิลด์ดาราสมุทรจะส่งทีมสำรวจเข้าไปเหรอคะ แต่ล่าสุดทีมสำรวจของอังกฤษยังไม่ได้กลับมาเลยนะคะ” จำนวนเกทที่ปรากฏขึ้นมาสร้างความกังวลให้กับคนทั้งโลก ในจำนวนนั้นก็มีบางประเทศที่ตัดสินใจส่งคนเข้าไปสำรวจภายในเกทแล้ว แต่ส่วนใหญ่… ไม่สิ จะเรียกว่าทีมสำรวจทั้งหมดไม่มีทีมไหนสามารถรอดกลับมาได้เลยแม้แต่แห่งเดียว ทั้งๆที่ทีมเหล่านั้นก็น่าจะมีขนนกสำหรับหลบหนีออกจากเกทเอาไว้ใช้งานกันแท้ๆ
“ไม่ต้องกังวลค่ะ ก่อนหน้านี้ทีมของเราได้วัตถุดิบจากมอนสเตอร์ในพื้นที่สีดำมาจำนวนหนึ่ง พวกเราเลยตัดสินใจจะใช้วัตถุดิบพวกนั้นสร้างอุปกรณ์ใหม่ขึ้นมาเพื่อช่วยหนุนหลังเหล่าฮันเตอร์ของเราค่ะ พวกเรากิลด์ดาราสมุทรจะต้องปกป้องโลกของเราเอาไว้ให้ได้อย่างแน่นอน” เรื่องวัตถุดิบที่มะลิพูดออกมาถือเป็นเรื่องจริง แต่เวลาที่มีก็น้อยเกินกว่าจะจัดการกับวัตถุดิบพวกนั้นจริงๆ ขนาดจีนที่ทวงคืนพื้นที่สีดำใกล้เคียงกันกับไทยยังสร้างอุปกรณ์จากวัตถุดิบพวกนั้นไม่ทันเลย
“คุณมะลิคะ คุณมีความเชื่อมั่นแค่ไหนคะว่าอุปกรณ์ที่สร้างขึ้นมาจะสามารถปกป้องชีวิตของทีมสำรวจได้” เหล่านักข่าวเหมือนจะจำชื่อของมะลิกันได้แล้ว บางช่องก็ใช้การเรียกชื่อมะลิออกมาเวลาถามคำถามทำให้ชื่อของมะลิเริ่มเป็นที่จดจำได้มากขึ้นเรื่อยๆตามที่หวังเอาไว้เลย
“ในฐานะนักวิทยาศาสตร์ฉันไม่สามารถรับประกันอะไรได้หนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์จริงๆค่ะ แต่ดิฉันก็จะเข้าไปในการสำรวจเกทครั้งแรกด้วยและจะสวมใส่ชุดป้องกันที่เพิ่งสร้างออกมาใหม่อย่างมั่นใจค่ะ” มะลิเองก็นิ่งขึ้นมากหลังจากแถลงข่าวกับสื่อมวลชนมาแล้วหลายครั้ง เพียงแต่ท่าทีมั่นใจนี้จะเป็นใจจริงของมะลิหรือเปล่า…
.
.
.
[ ตะ… ต้องเข้าไปจริงๆเหรอเนี่ย มะลิตัวเลขพวกนี้มันไม่ได้โกหกใช่ไหม ]
ที่เบื้องหน้าเกทขนาดใหญ่ใจกลางเมืองหลวงซึ่งเป็นเกทแรกที่กิลด์ดาราสมุทรประกาศจะเข้าไป ร่างของจัสมินที่มีสภาพเป็นวิญญาณเท่านั้นกลับกำลังสั่นกลัวไม่ต่างจากเจ้าของร่างที่กำลังมองภาพเบื้องหน้าด้วยสีหน้าซีดเผือดที่ไม่อาจเก็บซ่อนความกังวลเอาไว้ได้มิดทั้งๆที่เมื่อวันก่อนเธอยังประกาศต่อหน้านักข่าวอย่างมั่นใจอยู่แท้ๆ
“ต้องจริงสิ นี่เป็นไอเทมจากเกทของคุณจูนเลยนะ” มะลิสวมใส่เสื้อคลุมที่เพิ่มค่าพลังป้องกันเยอะเป็นพิเศษติดตัวก่อนจะกลืนน้ำลายลงคออย่างอยากลำบาก หลังจากเซ็นสัญญาเธอก็กลายเป็นส่วนหนึ่งของแผนการไปแล้ว เรื่องตัวตนที่แท้จริงของจูนเองก็เป็นส่วนหนึ่งของข้อมูลที่เธอต้องไปรับด้วย แต่ถึงเสื้อคลุมที่จูนมอบให้เธอเพื่อปกป้องตัวเองจะมีพลังป้องกันสูงขนาดไหน แต่เพราะโลกกลายเป็นดวงดาวระดับ 2 แล้วทำให้อีกฝั่งของประตูก็มีโอกาสจะกลายเป็นโลกระดับ 3 ที่อยู่ระดับเดียวกับโลกของจูนเลยนี่นา และถ้ามันเป็นแบบนั้นเสื้อคลุมนี่อาจจะช่วยอะไรเธอไม่ได้เลย
“ขอบคุณทุกคนมากที่อาสามาร่วมงานในครั้งนี้ ทุกท่านโปรดจำเอาไว้ว่าภารกิจครั้งนี้เป็นเพียงภารกิจสำรวจเท่านั้นหากเกิดอะไรขึ้นขอให้ทุกคนอย่าลังเลที่ใช้ขนนกเพื่อกลับออกมาจากเกทในทันที” ธิดาสวรรค์คือผู้รับหน้าที่พาทีมสำรวจทีมแรกเข้าไปในเกทด้วยตัวเอง ตอนนี้รินรดามีสเตตัสจากอิชที่เป็นมอนสเตอร์ของเกทระดับ 3 อยู่กับตัว ทั้งยังมีอุปกรณ์สวมใส่ของเกทเมืองรกร้างสวมอยู่บนร่างกายอีกต่างหาก ต่อให้เกทบานนี้เชื่อมต่อกับโลกระดับ 3 รินรดาก็สามารถถ่วงเวลาให้ทีมสำรวจทุกคนกลับมาได้อย่างปลอดภัย
“รับทราบ…” เสียงตอบรับจากเหล่าสมาชิกกิลด์ดาราสมุทรดูแข็งขันแต่ก็ยังแฝงความตื่นกลัวอยู่เล็กน้อย สมาชิกที่จะเข้าไปทั้งหมดในตอนนี้คือสมาชิกดั้งเดิมของกิลด์ดาราสมุทรที่ติดตามยูมาตั้งแต่ก่อตั้งกิลด์ใหม่ๆ พวกเขาล้วนแล้วแต่เป็นคนที่ยูเชื่อใจจนสามารถเชิญมาร่วมภารกิจลับของประเทศอย่างการร่วมมือกับพี่สาวของเขาได้อย่างสนิทใจ แม้ข้อมูลที่พวกเขาได้รับจะไม่เท่ากับมะลิแต่พวกเขาก็รับทราบแผนการและเป้าหมายคร่าวๆของภารกิจนี้แล้ว แต่ถึงอย่างนั้นในฐานะคนธรรมดาที่ต้องอาศัยชุดเกราะจากเกทของจูน พวกเขาก็ยังมีความรู้สึกหวาดกลัวไม่ต่างจากมะลิเลย
“ได้เวลาแล้ว พวกเราเข้าไปกันเถอะ” ยูที่สวมเครื่องแบบใหม่ของกิลด์ดาราสมุทรเปลี่ยนรูปร่างของธนูออกมาถือเอาไว้บนมือพร้อมกับซองลูกธนูที่ร่วมมือกับคุณเมลล์สร้างขึ้นมาเป็นพิเศษ ภายในซองธนูพวกนี้มีลูกธนูที่สร้างจากเวทมนตร์ของคนในเกทเมืองรกร้าง แม้บางสกิลจะไม่สามารถทำงานได้เต็มที่เหมือนเจ้าของใช้เอง แต่มันก็เป็นไพ่ที่ทำให้เหล่าสมาชิกกิลด์ดาราสมุทรอุ่นใจขึ้นไม่น้อย
วูบ…
รินรดา ยู และ มะลิที่ต้องได้รับการปกป้องเป็นพิเศษจากทั้ง 2 คน เดินผ่านประตูมิติเข้ามาเป็นกลุ่มแรก เพียงแต่ภาพอีกฝั่งของประตูมิติกลับไม่เหมือนกับสิ่งที่พวกเขาจินตนาการเอาไว้เลยสักนิด ที่อีกฝั่งของประตูไม่มีมอนสเตอร์ขนาดใหญ่ที่น่าหวาดกลัวหรือสภาพแวดล้อมที่ชวนขนลุกเลยสักนิด ถึงแม้จากภาพที่เห็นจะมีสิ่งมีชีวิตหลากหลายชนิดกำลังเดินไปเดินมาจริงๆ แต่ไม่ว่าจะมองอย่างไรสภาพภายในเกทตรงหน้าก็เหมือนกับสภาพบ้านเมืองปกติชัดๆ
“ยินดีต้อนรับค่ะ พวกท่านคงเป็นดวงดาวที่เพิ่งได้เลื่อนเป็นระดับสองสินะคะ ตอนนี้พวกท่านคงกำลังสับสนแต่ไม่ต้องกังวลค่ะ พวกเราจะช่วยอธิบายให้พวกท่านเข้าใจ…” ขณะที่สมาชิกทีมสำรวจคนอื่นๆกำลังเดินเข้ามา ร่างของหญิงสาวผู้งดงามพร้อมปีกสีแดงเพลิงที่ติดอยู่บนแผ่นหลังก็ทำเอารินรดาและยูรู้สึกคุ้นเคยอย่างแปลกประหลาด สีของปีกและท่าทีของหญิงสาวตรงหน้านี้ช่างละม้ายคล้ายคลึงกับร่างที่อิชใช้เป็นต้นแบบเลย
“เอ๊ะ… ทำไมพวกคุณถึงมีตราของสมาคมได้ล่ะ” หญิงสาวผู้มีปีกสีแดงเพลิงหยุดสายตาที่กำลังใช้สำรวจพวกรินรดาเอาไว้ตรงตราสัญลักษณ์ที่ติดอยู่บนเสื้อผ้าของเหล่าสมาชิกกิลด์ดาราสมุทร เพราะนอกจากตราสัญลักษณ์ของกิลด์แล้วพวกเขายังมีตราพันธมิตรของสมาคมการค้าเอมเมอร์รันติดอยู่ด้วย ทำไมคนจากดาวที่เพิ่งเลื่อนระดับถึงได้มีตราพันธมิตรกัน?