เหยาหงโกรธจัด มันตะโกนขึ้น “เฉินเซี่ยง เจ้าใช้ทักษะประหลาดอะไรควบคุมผู้อาวุโสตระกูลเหยา!?”
“เฉินเซี่ยง.... เจ้าสังหารอัจฉริยะผู้มิอาจหาผู้ใดเปรียบของเราตระกูลเหยา และตอนนี้เจ้ายังใส่ร้ายเรา พวกเราตระกูลเหยา...ต้องกำจัดตระกูลเฉินของเจ้าให้สิ้น!!”
เฉินเซี่ยงหัวเราะอย่างเย็นชาพลางกล่าวตอบ “อัจฉริยะผู้มิอาจหาผู้ใดเปรียบ...เหยาเทียนหัวเนี่ยนะ? แล้วเหตุใดมันจึงพ่ายแพ้แก่ข้า? อีกอย่าง...ข้ากระทำเพียงลำพัง เหตุใดถึงดึงตระกูลเฉินเข้ามาเกี่ยวข้อง? ...... ดูเหมือนตระกูลเหยาของเจ้าจะเป็นกังวลกับธุรกิจเม็ดยาจริงๆ สินะ”
ในเวลานั้น เหล่าผู้ชมทั้งหมดต่างพากันสาปแช่งตระกูลเหยาหลายต่อหลายครั้ง หลังตึกราชาเม็ดยาเพิ่งเปิดกิจการ...มันก็ถูกทำลายก่อนที่จะเริ่มธุรกิจเสียอีก ผู้คนทั้งหลายต่างทราบเรื่องนี้ และเมื่อได้ฟังจากปากเฉินเซี่ยงในตอนนี้ ทำให้พวกเขาได้รู้ว่า...แท้จริงแล้วตระกูลเหยามันร้ายกาจสักเพียงไหน
“เฉินเซี่ยง ปล่อยมัน! เจ้าคือนักสู้คนหนึ่ง เช่นนั้น เรามาสู้กันอย่างตรงไปตรงมา!” เฉินฟู่หลงต้องมองความแข็งแกร่งของเฉินเซี่ยงใหม่ เนื่องเพราะหนึ่งในผู้อาวุโสตระกูลเหยายังมิอาจต่อต้านการกระทำของเฉินเซี่ยงได้ และท้ายที่สุดมันก็ตกเป็นตัวประกัน
เฉินเซี่ยงกล่าวอย่างเย็นชา “เฉินฟู่หลง… เจ้าเองไม่ได้เป็นสมาชิกตระกูลเฉินแล้ว เจ้าถูกขับไล่ออกจากตระกูลเฉินเรา! เจ้าทรยศหักหลังเรา! ดังนั้น ตามกฎของตระกูลเราแล้ว ผู้ทรยศมันต้องตายสถานเดียว!!”
หลังจากกล่าวจบ ฝ่ามือของเฉินเซี่ยงก็พาดผ่านที่หัวของผู้อาวุโสตระกูลเหยาราวกับตัดผ่าแตงโม กะโหลกศีรษะและสมองถูกฉีกกระชาก สาดกระจายไปทั่วทุกพื้นที่ เมื่อเห็นฉากนั้น ทุกคนต่างแข็งค้าง การกระทำเช่นนั้น ไม่ต่างอะไรกับการประกาศสงครามระหว่างเฉินเซี่ยงและตระกูลเหยา!
“ฮึ่ม! เอาหล่ะ...ในเมื่อข้าสังหารไปแล้ว 2 คน เช่นนั้น..สังหารอีกสักคนจะเป็นไรไป!” เฉินเซี่ยงกล่าวอย่างใจเย็น
ตระกูลเหยาแข็งแกร่งเป็นอย่างมาก แต่ถึงอย่างนั้นเฉินเซี่ยงยังยืนเผชิญหน้ากับพวกมัน! ด้วยสิ่งที่เฉินเซี่ยงทำ ล้วนไม่ต่างอะไรกับการรนหาที่ตาย!
อย่างที่คาด เหยาหงคำรามลั่น “ล้อมมันไว้ ข้าจะสับมันเป็นชิ้นๆ!”
“เฉินเซี่ยง หรือว่านี่เป็นสิ่งที่เจ้าหวังเอาไว้แต่แรก!” เฉินฟู่หลงรู้ว่า ตัวมันต้องโทษประหารโดยตระกูลของมัน และยังถูกประณามว่าเป็นผู้ทรยศ แต่มันมิได้เกรงกลัว มันเชื่อว่าในโลกธรรมดาสามัญใบนี้ มีเพียงไม่กี่คนในตระกูลเฉินที่สามารถเอาชนะมันได้
เฉินเซี่ยงถูกล้อมโดยชายชราหลายคน ชายชราเหล่านี้คือผู้อาวุโสตระกูลเหยา ในบรรดาทั้งหมด มี 2 คนที่อยู่ในระดับ 8 ขอบเขตนักสู้ เหยาหงเองก็เช่นกัน แต่กระนั้น เฉินเซี่ยงยังคงยืนอย่างใจเย็นอยู่ตรงนั้นเช่นเดิม
ผู้คนจำนวนมากที่อยู่บริเวณนั้นรีบถอยหนีอย่างรวดเร็ว แต่กลับมีประมาณ 300 คนหรือมากกว่านั้นที่ไม่ได้ขยับไปไหน
เหยาหงจ้องไปทางบุคคลกว่า 300 คนที่เหลืออยู่ ปราณแท้จริงที่แผ่ออกมาจากร่างกายของพวกเขามิได้อ่อนด้อยแต่อย่างใด เช่นนั้นแล้ว พวกเขาย่อมไม่ง่ายที่จะจัดการ
“เฉินเทียนหู่!” เฉินฟู่หลงจำบุคคลผู้หนึ่งในกลุ่มนั้นได้จึงโพล่งตะโกนออกมา เมื่อมันสังเกตเห็นเหล่าผู้เชี่ยวชาญระดับ 8 ขอบเขตนักสู้มากมาย หัวใจของมันพลันเต้นระรัวราวบ้าคลั่ง ก่อนหน้านี้ ในตอนที่มันกลับไปยังตระกูลเฉิน มันกลับไม่พบผู้เชี่ยวชาญแม้เพียงคนเดียว
“ไอ้คนทรยศ! วันนี้คือวันตายของเจ้า!” เฉินเทียนหู่ดึงกระบี่รูปร่างคล้ายหัวพยัคฆ์ออกมาพร้อมเดินตรงไปยังตำแหน่งที่เฉินเซี่ยงยืนอยู่
ตระกูลเฉินได้เหยียบย่างเข้าสู่ตระกูลเหยาแล้ว แต่กลับไม่มีใครตระหนักถึงเรื่องนี้ เช่นนั้นพวกเขาจึงสามารถเข้าสู่ตระกูลเหยาได้ทั้ง 300 คน!
เหล่าผู้เชี่ยวชาญตระกูลเหยาในตอนนี้ต่างรู้สึกกดดันเป็นอย่างมาก เนื่องเพราะอีกฝ่ายมีผู้เชี่ยวชาญระดับ 8 ขอบเขตนักสู้ถึง 6 คน แต่พวกมันกลับมีเพียง 4!
“ท่านเฉิน นี่….” เหยาหงจับจ้องไปยังเฉินฟู่หลง ตัวเฉินฟู่หลงเองอยู่ในระดับ 9 ขอบเขตนักสู้ และมันยังเป็นผู้หนุนหลังแก่ตระกูลเหยา ด้วยเหตุนี้ พวกมันถึงกล้าก่อสงครามกับตระกูลเฉิน
“ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของข้า” มันเหยียดหยามพร้อมพุ่งเข้าใส่เฉินเทียนหู่ทันที
ในเวลานั้น เฉินเซี่ยงได้หายไปจากจุดที่เขาอยู่ เขากระโดดขึ้นไปบนอากาศอย่างรวดเร็วและปรากฏตัวที่เบื้องหน้าของเฉินฟู่หลง เฉินเซี่ยงคำรามลั่น รัศมีปราณครามปริมาณมหาศาลที่มาพร้อมกับสายลมและสายฟ้าพุ่งทะลักออกจากปาก ตามด้วยเสียงดังสนั่นคล้ายเสียงมังกรคำรามด้วยความเกรี้ยวกราด กดทับลงใส่เฉินฟู่หลง!
“สังหารตระกูลเฉินให้หมด! อย่าให้ผู้ใดรอดไปได้!!” เหยาหงตะโกนลั่น เฉินเทียนหู่พร้อมด้วยกระบี่หัวพยัคฆ์และสมาชิกตระกูลเฉินที่แข็งแกร่งกว่า 50 คนต่างพุ่งเข้าใส่เหยาหง พร้อมปราณสังหารและปราณแท้จริงพวยพุ่งออกจากร่างอย่างรุนแรง
เมื่อเห็นผู้นำของพวกเขาทำเช่นนั้น สมาชิกตระกูลเฉินคนอื่นๆ กลับไม่เต็มใจที่จะถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง ทุกคนแหงนหน้าขึ้นไปบนท้องฟ้าพลางคำรามอย่างบ้าคลั่งพร้อมชักกระบี่ของตนออกมา ต่อหน้าตระกูลเหยานับพัน พวกเขาทั้งหมดก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างมั่นคง
เสียงคำรามของสมาชิกตระกูลเฉินกว่า 300 คนดังสะเทือนเลือนลั่นไปทั่วเมืองโหวหวาง พวกเขาทั้งหมดเป็นนักสู้ระดับหัวกะทิผู้ไม่เกรงกลัวความตาย พวกเขาเลือกจะปกป้องตระกูลเฉิน พวกเขาไม่ลังเลที่จะปกป้องตระกูลของตนแม้เพียงนิด!
300 ปะทะคนกว่าพัน ตระกูลเหยามีกำลังคนมากกว่า ฝูงชนที่อยู่ห่างออกไปต่างถูกกระตุ้นและส่งเสียงเชียร์ตระกูลเฉิน
เฉินเซี่ยงและเฉินฟู่หลงเข้าห้ำหั่นกัน สมาชิกตระกูลเฉิน 300 คนและสมาชิกตระกูลเหยากว่าพันคนเริ่มเข้าโรมรัน การต่อสู้ทั้งสองส่วนเริ่มขึ้นในเวลาเดียวกัน เสียงกู่ร้องคำรามระหว่างการต่อสู้ผสมผสานกันเป็นเนื้อเดียว ทั่วทั้งพื้นที่การต่อสู้กลายเป็นสับสนอลหม่าน ผ่านไปชั่วครู่ อิฐ หินกว่าครึ่งที่วางเรียงรายทั่วพื้นที่พลันถูกทำลายสิ้น
ตราบใดที่เฉินเซี่ยงรั้งเฉินฟู่หลงไว้ได้ เขาย่อมไม่กังวลกับเฉินเทียนหู่และผู้เชี่ยวชาญคนอื่นๆ เนื่องเพราะผู้เขาเหล่านั้นอยู่ในระดับ 8 ขอบเขตนักสู้
เฉินฟู่หลงผู้เจ็บปวดจากมังกรครามคำรามเมื่อครู่ยังคงมีท่าทางสงบนิ่ง มันมั่นใจเต็มร้อยว่าเฉินเซี่ยงอยู่ในระดับ 8 ขอบเขตนักสู้ เฉินเซี่ยงมีอายุเพียง 16 ปี ใช้ชีวิตอยู่ในโลกธรรมดาสามัญพร้อมทรัพยากรที่ใช้บ่มเพาะยังหาได้ยากยิ่ง แต่ยังสามารถบรรลุถึงระดับนี้ อีกทั้งยังเป็นนักปรุงยาด้วย
“เฉินเซี่ยง ข้ายอมรับว่าเจ้าเปี่ยมไปด้วยพรสวรรค์ แต่เรื่องจริงคือเจ้า...และตระกูลเฉินของเจ้าไม่อาจทำอะไรข้าได้! ที่ข้าทำไปก็เพียงเพื่อได้รับผลประโยชน์จากนิกาย หากข้าช่วยเหลือตระกูลเหยา ข้าจะได้รับผลประโยชน์มากมายภายในนิกายนักสู้แท้จริง ดังนั้น ข้าต้องสังหารเจ้า! ข้าในตอนนี้ไร้ความรู้สึกใดๆ ต่อตระกูลเฉิน จะเหลือก็เพียงความเกลียดชัง!” เฉินฟู่หลงตะโกนอย่างดุร้าย
เฉินเซี่ยงยังคงรักษาความสงบพร้อมกับหลอมรวมธาตุทั้ง 5 แห่งปราณแท้จริงภายในร่างกาย การเผชิญหน้ากับผู้เชี่ยวชาญระดับ 9 ขอบเขตนักสู้ผู้มาจากหนึ่งในนิกายนักสู้ เขาทำได้เพียงเชื่อใจอำนาจจักรวาลเพื่อใช้จัดการกับศัตรูของเขา
ทุกคนต่างทราบว่าผู้คนจากเหล่านิกายนักสู้ได้มายังเมืองโหวหวางเพื่อชมงานประลองและเลือกสรรลูกศิษย์ลูกหาใหม่ อย่างน้อยๆ คนเหล่านั้นก็อยู่ในระดับ 9 ขอบเขตนักสู้ ด้วยความแข็งแกร่งระดับนี้ ภายในจักรวรรดินักสู้ตอนใต้ถือว่าหาได้ยากอย่างที่สุด และน่าหวาดกลัวอย่างที่สุดด้วย
ด้วยอายุเพียงเท่านี้ เฉินเซี่ยงกลับกำลังเผชิญหน้ากับหนึ่งในผู้เชี่ยวชาญเหล่านั้น ผู้คนมากมายยังคงอยู่ที่นี่เพื่อเฝ้าชมความแข็งแกร่งที่ยากหยั่งถึงของเฉินเซี่ยง ก่อนหน้านี้ไม่นาน เฉินเซี่ยงได้สังหารศิษย์แห่งนิกายนักสู้ ผู้มีความแข็งแกร่งในระดับ 8 ขอบเขตนักสู้เพียงหมัดเดียว!
“ฮึ่ม... คิดไม่ถึงว่าสมาชิกตระกูลเฉินจะโง่เง่าถึงเพียงนี้ เจ้าส่งเพียงเด็กเหลือขอมาจัดการกับข้า! หากมันเป็นผู้เชี่ยวชาญระดับ 8 ขอบเขตนักสู้ 6 คนนั้น บางทีพวกเจ้าอาจจะมีโอกาสหลบหนี! แต่ตอนนี้เจ้าต้องตายพร้อมกับพวกมัน! ตระกูลเฉินจบสิ้นแล้ววว!” ทั่วร่างเฉินฟู่หลงปรากฏปราณสีแดงพวยพุ่ง เคลือบคลุมมือทั้งสองข้าง เท้าทั้งสองข้าง ดวงตาทั้งสองข้าง จนค่อยๆ เปลี่ยนไปเป็นสีแดงเข้ม
เมื่อเห็นเช่นนั้น เฉินเซี่ยงถอยหลังเล็กน้อย นี่คือครั้งแรกที่เขากำลังจะสู้กับผู้เชี่ยวชาญในระดับ 9 ขอบเขตนักสู้ นี่คือหนึ่งในศัตรูที่แข็งแกร่งที่สุดเท่าที่เขาเคยเผชิญ และเมื่อสัมผัสได้ถึงระดับปราณแท้จริงแล้ว เฉินเซี่ยงค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นสงบนิ่งมากขึ้น
………………