วันตายได้มาถึง
อีกหนึ่งเดือนได้ผ่านไป บนภูเขาแห่งหนึ่งในปักกิ่ง ซึ่งเป็นสถานที่ฝึกของระบบสุนัขกับเริ่นหวู่เทียน ทั้งสองคนเวลานี้กำลังเตรียมความพร้อม
ถ้าหากจะถามว่าพวกเขาเตรียมความพร้อมไปไหนนั้น คำตอบมีเพียงเตรียมความพร้อมไปฆ่าเย่กู่เฉิน
จากจุดนี้ไม่ยากเย็นจนเกินไปที่จะคาดเดาว่า ความแข็งแกร่งของเริ่นหวู่เทียนถึงระดับที่ระบบสุนัขต้องการแล้ว
ดังนั้นเวลาที่จะไปฆ่าเย่กู่เฉิน จึงได้มาถึงอย่างที่เห็นอยู่ในตอนนี้
ใช้เวลาไม่นานมากนัก ทั้งสองคนก็เตรียมความพร้อมเสร็จสิ้น
“เริ่นหวู่เทียน เจ้าพร้อมที่จะไปฆ่ามันให้ข้าแล้วหรือไม่?”
ภายใต้ท้องฟ้าที่ปกคลุมด้วยความมืดมิดของยามราตรี ปราศจากซึ่งแสงสว่างจากดวงจันทร์ ระบบสุนัขถามออกมา
เริ่นหวู่เทียนที่ยืนอยู่เบื้องหน้าของระบบสุนัข พยักหน้า ใบหน้าแสดงความเย่อหยิ่งอหังการออกมา
“ย่อมพร้อม รีบบอกออกมาเถอะว่าจะให้ข้าไปฆ่าใคร ไม่ว่ามันจะเป็นผู้ใด ล้วนจะถูกข้าฆ่าตายทั้งนั้น!” น้ำเสียงที่ใช้ของเริ่นหวู่เทียนล้วนแล้วแต่เย็นชายิ่ง นอกจากนี้ยังเต็มไปด้วยความมั่นใจอันเต็มเปี่ยม
ไม่แปลกที่เริ่นหวู่เทียนจะมีความมั่นใจมากขนาดนี้ ระดับพื้นฐานฝึกตนของเขาในระดับปราณนิรันดร์ขั้นปลายมั่นคงเต็มที่แล้ว
และด้วยการฝึกอย่างหนักหน่วงกับระบบสุนัขตลอดเวลาที่ผ่านมา ทำให้เขาแข็งแกร่งมากกว่าเดิมหลายเท่า
ไม่ว่าจะเผชิญหน้ากับใครที่ไหน เริ่นหวู่เทียนมั่นใจว่าเขาฆ่าได้ ในความคิดของเขา เขากระทั่งฆ่าได้แม้กระทั่งพระเจ้า!
“ดีมาก!” ระบบสุนัขพยักหน้าให้กับเริ่นหวู่เทียนอย่างพึงพอใจอย่างถึงที่สุด
เริ่นหวู่เทียนไม่ได้ทำให้เขาผิดหวังจริงๆ เพียงแค่เวลาไม่นานก็มาถึงจุดที่เขาต้องการให้มาถึงได้แล้ว
และด้วยการมาถึงจุดนี้เอง เขามั่นใจว่าอีกฝ่ายสามารถฆ่าเย่กู่เฉินได้อย่างแน่นอน โดยไม่จำเป็นที่จะต้องสงสัยเลย
“คนที่ข้าจะให้เจ้าไปฆ่า มีชื่อว่าเย่กู่เฉิน มันเองก็เป็นผู้ฝึกตนระดับปราณนิรันดร์ขั้นปลาย เพราะงั้นการฆ่ามัน อาจจะไม่ง่ายนัก” ระบบสุนัขบอกออกมาอย่างรวดเร็วว่าจะให้เริ่นหวู่เทียนไปฆ่าใคร
มันแน่นอนว่าไม่ลืมเตือนเริ่นหวู่เทียนว่า เย่กู่เฉินฆ่าไม่ง่าย ถ้าเย่กู่เฉินฆ่าได้ง่าย มันไหนเลยจะไปพาเริ่นหวู่เทียนมาที่โลกใบนี้ เกรงว่ามันคงจะลงมือฆ่าเองไปแล้ว
“เย่กู่เฉิน? ชื่อห่วยเป็นบ้า แต่เอาเถอะ ข้าจะฆ่ามันให้เจ้า แต่เจ้าห้ามลืมข้อตกลงของพวกเราโดยเด็ดขาด!” เริ่นหวู่เทียนแค่นเสียงเย็นๆ ออกมา
ระบบสุนัขพยักหน้าเล็กน้อย “ไม่ต้องห่วง ข้าไม่ลืมแน่ คนอย่างข้าไม่เคยผิดคำพูดอยู่แล้ว” แม้ปากจะพูดออกไปแบบนี้ แต่ภายในใจของระบบสุนัขนั้น ลอบหัวเราะเยาะในความโง่เขลาของเริ่นหวู่เทียน
อีกฝ่ายไม่รู้เลยสักนิดว่าเป็นเพียงแค่หมากตัวหนึ่งในมือของมัน เมื่อทำงานเสร็จ มันก็จะโยนทิ้งในทันที ไม่มีความคิดที่จะทำตามข้อตกลง โดยการฟื้นคืนชีพให้กับคนรักของอีกฝ่ายแต่อย่างใด
“ถ้าอย่างนั้นจะมัวเสียเวลาอยู่ทำไม รีบพาข้าไปหามันเดี๋ยวนี้!” เริ่นหวู่เทียนพูด ราวกับว่าจะทนไม่ไหวแล้วที่จะได้ฆ่าเย่กู่เฉิน
“ตามข้ามา” ระบบสุนัขพุ่งทะยานออกไปในทันที ทิศทางที่พุ่งทะยานไป แน่นอนว่าเป็นทิศทางที่คฤหาสน์ตระกูลเย่ตั้งอยู่
ระบบสุนัขได้ตรวจสอบมาแล้วว่าตอนนี้เย่กู่เฉินอยู่ที่คฤหาสน์ตระกูลเย่ ดังนั้นมันจึงมุ่งตรงไปที่คฤหาสน์ตระกูลเย่อย่างไม่ลังเล
เริ่นหวู่เทียนที่ได้เห็นว่าระบบสุนัขทะยานร่างออกไปแล้ว เขาก็หาได้รอช้า เร่งรีบทะยานร่างติดตามไปอย่างรวดเร็ว
‘เย่กู่เฉินไม่ว่าเจ้าจะเป็นใคร แต่เพื่อคนรักของข้า ข้าจะฆ่าเจ้าซะ!’ เริ่นหวู่เทียนคิดในใจอย่างโหดเหี้ยม
สำหรับเขาแล้ว คนรักคือทุกสิ่ง ดังนั้นเย่กู่เฉินต้องถูกเขาฆ่าสถานเดียว ไม่มีโอกาสให้โต้แย้งใดๆ ทั้งสิ้น!
.................................................
คฤหาสน์ตระกูลเย่ บนหลังคาคฤหาสน์ เย่กู่เฉินยืนอยู่ คิ้วของเขาขมวดเข้าหากัน วันนี้ทั้งวันเขารู้สึกไม่ดีเอามากๆ ราวกับว่ามันจะมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นอย่างไรอย่างนั้น
“อาจเป็นระบบสุนัข มันคงคิดจะทำอะไรสักอย่างอยู่เป็นแน่” เย่กู่เฉินพึมพำออกมา นอกจากระบบสุนัขแล้ว เขาคิดเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้จริงๆ
เขารู้สึกว่าต้นเหตุที่ทำให้เขารู้สึกไม่ดี น่าจะมาจากระบบสุนัข ในโลกใบนี้คนที่มีความแค้นต่อเขา เกรงว่าจะมีเพียงแค่ระบบสุนัขคนเดียวเท่านั้น
จิตสัมผัสของเขาเวลานี้กำลังกวาดผ่านออกไปอยู่ตลอดเวลา เพื่อค้นหาระบบสุนัข หากว่ามันปรากฏตัวในระยะสัมผัสของเขา เขาจะสัมผัสถึงมันได้ในทันที
ทันใดนั้น ใบหน้าของเย่กู่เฉินก็เปลี่ยนไป ไม่สิ เปลี่ยนไปอย่างมากต่างหาก จิตสัมผัสของเขาสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าระบบสุนัขกำลังทะยานร่างเข้ามาหาเขาด้วยความเร็วสูง
นอกจากนี้ มันยังไม่ได้มาคนเดียว ยังพาใครบางคนมาด้วย และคนนี้เห็นได้ชัดเลยว่าไม่ใช่คนธรรมดา
ด้วยความที่กระจายกลิ่นอายของผู้ฝึกตนระดับปราณนิรันดร์ขั้นปลายออกมา จะเป็นคนธรรมดาไปได้อย่างไร?
“เป็นมันจริงๆ” ในเวลานี้ เย่กู่เฉินมั่นใจแล้วว่า ที่วันนี้เขารู้สึกไม่ดีทั้งวันนั้น มีต้นเหตุมาจากระบบสุนัขจริงๆ
การปรากฏตัวของมันพร้อมกับผู้ฝึกตนระดับปราณนิรันดร์ขั้นปลาย สามารถเป็นตัวยืนยันได้เป็นอย่างดี
โดยที่ไม่รอให้พวกระบบสุนัขสองคนทะยานร่างเข้ามาถึง เย่กู่เฉินทะยานร่างหนีห่างออกไปในทันที
การที่ระบบสุนัขปรากฏตัว มันไม่ได้มาดีอย่างแน่นอน ดังนั้น เขาต้องหาสถานที่ที่ปราศจากผู้คนก่อน หากว่าเกิดการต่อสู้ขึ้นมา จะไม่มีคนถูกลูกหลง
“คิดหนี?” ระบบสุนัขที่เข้ามาใกล้คฤหาสน์ตระกูลเย่มากแล้ว ย่อมมองเห็นเย่กู่เฉินโดยธรรมชาติ
เมื่อได้เห็นว่าอีกฝ่ายทะยานร่างหนี มันอดหัวเราะเยาะออกมาไม่ได้ แต่แน่นอนว่า มันไม่มีความคิดที่จะปล่อยเย่กู่เฉินไปอยู่แล้ว เร่งรีบทะยานร่างติดตามเย่กู่เฉินไปด้วยความเร็วทั้งหมด
เริ่นหวู่เทียน ไม่รอช้าเช่นเดียวกัน ล้วนเร่งรีบทะยานร่าง เพิ่มความเร็วมากขึ้นอีกหลายเท่าตัว
เวลาผ่านไปราวสิบนาที เย่กู่เฉินก็มาถึงสถานที่แห่งหนึ่ง ซึ่งไร้ผู้คนและห่างไกลจากเมืองมาก สถานที่แห่งนี้ ล้วนเต็มไปด้วยป่าไม้สีเขียวขจีสวยงาม
เย่กู่เฉินไม่ลังเลที่จะเหินร่างลงไปที่พื้น เนื่องจากเขาคิดสถานที่แห่งนี้ เหมาะสมอย่างมากที่จะใช้พบกับระบบสุนัข ในกรณีที่เกิดการต่อสู้ขึ้น เขาก็สามารถใส่ได้เต็มที่ โดยไม่จำเป็นที่จะต้องห่วงอะไร
“เย่กู่เฉิน วันตายของแกได้มาถึงแล้ว!” ทันทีที่ระบบสุนัขมาถึง มันก็พูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่ดังกึกก้องเป็นอย่างมาก จนรอบด้านสั่นไหวไปหมด
“ระบบสุนัข วันนี้เป็นวันตายของใครยังไม่แน่หรอก!” เย่กู่เฉินจ้องมองไปยังระบบสุนัขอย่างเย็นชา
จากคำพูดของระบบสุนัข ชัดเจนยิ่งกว่าอะไรดีว่ามันมาเพื่อฆ่าเขา เมื่อเป็นแบบนี้ เขาย่อมมีความคิดที่จะฆ่ากลับขึ้นมาแล้ว!
จบบทที่ 80