เทียนนักรบยอดคุณหมอ ภาคสี่ ตอนราชันเก้าพิภพ (จบแล้ว)

    ตอนที่ 53 ทัณฑ์อัสนีเซียนเก้าสาย

    เสี่ยวเทียนพา ไป๋น้อยเขาไปมิติฟ้าคราม ซึ่งบัดนี้มีเจ้าตงตง กำลังนอนอาบแดดอยู่ พอเห็นเสี่ยวเทียนเข้ามา มันพุ่งร่างที่ตัวเล็กเท่าไม้บรรทัดเข้ามาหาทันที ฟิ้ว มันเลื้อยไปมารอบ ๆ เสี่ยวเทียน พอเห็น ไป๋น้อย มันก็แลบลิ้นขู่ฟอด ๆทันที

    ไป๋น้อยลืมตาขึ้นมา ก็ยกมือเข้าเคาะหัว ตงตงทักทาย ตงตง อ้าปากขึ้นมาใหญ่แทบจะกลืนหัว เจ้าไป๋น้อยได้เลย

    “ ตงตง หยุดนะ ! นี่คือไป๋น้อย ต่อไปมันจะเป็นน้องของเจ้า ห้ามรังแกน้องเด็ดขาด ต้องดูแลน้องด้วยรู้ไหม”  เสี่ยวเทียนส่งเสียงดุไป เจ้าตงตง ก็กลับมาเป็นงูน้อยตามปกติ แล้วเข้าไปเลื้อยพันร่างของไป๋น้อยไปรอบๆ สำรวจ  ซึ่งไป๋น้อยก็เลียตงตง เพราะอยากรู้ว่าคืออะไรเช่นกัน  เสี่ยวเทียนปล่อยให้ตงตง ดูแลไป๋น้อย แล้วเอ่ยถามอาจารย์ลู่เอินว่า

    “ อาจารย์ ข้าจะเอานมที่ไหนให้ ไป๋น้อยกินดีล่ะ”

    “ ข้าสัมผัสถึงกลิ่นนมสัตว์อสูร ในสำนักปราชญ์เทวะ เจ้าไปถามอาจารย์มู่ เรื่องอาหารของไป๋น้อย เขาเป็นคนพื้นที่ ต้องรู้ดีกว่าพวกเรา”

    “ ขอรับ ข้าคงต้องออกไปจากที่นี่ก่อน ไม่รู้ว่าคนข้างนอกกำลังทำอะไรกันอยู่ก็ไม่รู้”    เสี่ยวเทียนเอ่ยจบก็ฝากให้ ลุงฟงอี้มาช่วยดูเจ้าไป๋น้อยไปก่อน 

    พอออกไปด้านนอกเห็นไข่มุกอัสนี ตกอยู่ตามพื้นเกลื่อนไปหมด เสี่ยวเทียนกวาดเอาเก็บไว้ได้เกือบสามสิบลูก   แล้วเห็นทุกคน ๆ ยังคงเฝ้ารอไม่ยอมจากไปไหน เสี่ยวเทียนก็ หายวับมายืนข้างๆ ศิษย์พี่รอง ที่กำลังคุยกับธิดาเทพ  แต่พอเห็นเสี่ยวเทียนปรากฏตัว ก็ตกใจ!

    “ นี่เจ้าไปไหนมา  ข้าตามหาเจ้าซะทั่วเลย”

    “ ไม่มีอะไรแล้ว พวกเรากลับสำนักกันเถอะ” เสี่ยวเทียนเอ่ยคำนี้มา ศิษย์พี่รองกับธิดาเทพ ก็เอามือปิดปาก แล้วเอ่ยถามเบาๆ ว่า

    “ นี่เจ้าพบแม่จิ้งจอกสายฟ้าแล้วหรือ?”

    “ ใช่ แต่ว่ามันตายไปตั้งเจ็ดวันแล้ว ที่พวกเราเห็นเป็นพลังวิญญาณบำเพ็ญเพียรครั้งสุดท้ายของมัน เพื่อปกป้อง จิ้งจอกน้อย”

    “ จิ้งจอกน้อยอยู่กับเจ้าแล้วอย่างงั้นหรือ?”  ธิดาเทพกระซิบถามเบาๆ

    เสี่ยวเทียนพยักหน้า 

    “ ข้าอยากเห็น ขอดูได้ไหม” ธิดาเทพนี่อยากรู้ อยากเห็นจริงๆ

    “ ที่นี่ไม่เหมาะ พวกเรากลับไปดูที่สำนัก ถ้าพี่สาวอยากดู ก็ตามพวกเราไปที่เขาอินทรี”  เสี่ยวเทียนเรียกเทพอินทรีบูรพาออกมา ทุกคนเห็น อินทรีสีน้ำเงินตัวใหญ่ก็ตะลึง แต่ที่ยิ่งตะลึงยิ่งกว่า ศิษย์พี่รองพาธิดาเทพ ขี่กระบี่บิน ตามเสี่ยวเทียนที่นั่งบนหลังอินทรียักษ์นำหน้าไปก่อนแล้ว

    “ศิษย์พี่หยางลี่ ข้าไปเที่ยวที่สำนักปราชญ์เทวะ แล้วข้าค่อยกลับสำนักเอง”  เสียงของธิดาเทพ บอกกับ ศิษย์พี่ใหญ่หยางลี่ ซึ่งเทพบุตร เค่อจิ้งหนานก็มองตามด้วยความสงสัย องค์ชายห้าที่ยืนอยู่ด้วย ก็ไม่พอใจยิ่งนัก

    “ เจ้าเสี่ยวเทียนบอกว่ามันมาเพื่อช่วยแม่จิ้งจอกสายฟ้า ! แล้วทำไมมันถึงรีบออกไปเร็วแบบนี้นะ?” หยางลี่ เอ่ยกับทุกๆ คน

    “ หรือว่า  มันได้จิ้งจอกน้อยไปแล้ว  !” องค์ชายห้าพูดคำนี้ออกมา ทุกคนถึงกับโกรธเฉินเสี่ยวเทียนยิ่งนัก

    “ แล้วมันไปเอาจิ้งจอกน้อย ออกมาได้ยังไง โดยที่พวกเราไม่เห็นเลย?”  หยางลี่เอ่ยด้วยความสงสัย

    “ มันมีปราสาทเทพเซียน มันสามารถเข้าไปในป่าเทวะบรรพกาลได้ บัดนี้ จิ้งจอกน้อยคงตกอยู่ในมือมันแล้ว”          เทพบุตรเย่วเหอ บอกกับทุก ๆ คน

    “ ในเมื่อ เฉินเสี่ยวเทียนได้จิ้งจอกสายฟ้าไปเช่นนี้ พวกเราก็ไม่สามารถแย่งกับมาได้อีกแล้วรีบกลับไปรายงานท่านสังฆราชกันก่อน”  เทพบุตรเค่อจิ้งหนานเอ่ยแล้วกำหมัดแน่น ที่เสี่ยวเทียนสามารถแย่งจิ้งจอกน้อยตัดหน้าเขาไปได้

    ณ สำนักปราชญ์เทวะ 

    เสี่ยวเทียนมาถึงยอดเขาอินทรี  แล้วก็ศิษย์พี่รองกับ ธิดาเทพฟ่งเฟยหยานก็มาถึงพร้อมกัน ทั้งหมดไปคำนับท่านอาจารย์มู่หวายอิงทันที

    “ ธิดาเทพไม่เจอกันนานเลย เจ้าเติบใหญ่ขึ้นเยอะเลยนะ”

    “ ท่านอาจารย์มู่ก็ยังดูแข็งแรง ไม่เปลี่ยนเลยนะเจ้าคะ”

    “ ฮ่า ฮ่า ฮ่า  นี่คือ จิ้งจอกสายฟ้ารึ?ิ”  อาจารย์มู่หวายอิงเห็นจิ้งจอกน้อยที่เสี่ยวเทียนอุ้มเข้ามาก็รู้เลยว่าเป็นจิ้งจอกสายฟ้า   พอมันลืมตาเห็นคนอยู่หลายคน มันก็เอียงคอ มองแต่ละคนด้วยความสงสัย ว่าคือใคร

    “ ไป๋น้อย นี่คืออาจารย์ของข้า อาจารย์มู่หวายอิง คำนับท่านซะ”  เสี่ยวเทียนยกมันให้อาจารย์มู่หวายอิงอุ้ม ไป๋น้อยมันก็เลียมือ ของอาจารย์มู่ แล้วใช้ขาหน้าเกาะแขนอาจารย์มู่แน่น

    “ ฮ่า ฮ่า เจ้าไป๋น้อยนี่มันไม่กลัวคนเลยนะเนี่ย” อาจารย์มู่ หยิบยาเม็ดบางอย่างใส่ปากไป๋น้อย  มันเคี้ยวไม่ได้มันกลืนลงไปเลย แล้วมันก็ใช้ขาหน้า เขี่ยใหม่เหมือนว่าอยากกินอีก อาจารย์ให้มันกินอีกเม็ดมันดีใจใหญ่ ยกขาหน้าสองขา ขออีกเม็ด

    “ เจ้าจิ้งจอกน้อยนี่ ฉลาดไม่เบา นี่คือยาเพิ่มพลังปราณเซียนเชียวนะ เจ้านี่กินเป็นขนมไปได้”  อาจารย์มู่หวายอิงให้มันกินอีกเม็ด ไม่อยากให้มันกินมาก เพราะมันเพิ่งจะเกิดไม่กี่วัน ร่างกายกำลังปรับตัว

    “ ในตัวมันก็มีร่างเซียนอสูร ระดับ 10 แล้วเจ้าต้องหาสมุนไพร เพิ่มพลังเซียนให้มันด้วย เจ้าเอาคะแนนไปแลกที่  หอภารกิจซะ ! แล้วที่นั่นก็มีนมแม่เสือขาว ! เจ้าไปแลกมาให้มันกินทุกวันด้วยเลย”

    “ ที่หอภารกิจมีนมแม่เสือขาวด้วย”

    “ใช่ รีบไปแลกมาเลย ดูท่ามันคงจะหิวแล้ว” อาจารย์มู่หวายอิงยกไป๋น้อยที่ยังไม่อยากไปไหน อยากกินยาเม็ดอีก ทำท่าดิ้นไม่อยากอยู่กับเสี่ยวเทียน

    “ มาให้ข้าลองอุ้มไป๋น้อยบ้าง” ธิดาเทพรับไป๋น้อยไปอุ้ม แล้วปล่อยพลังแห่งแสงออกไปให้ความอบอุ่นกับ ไป๋น้อย ทำให้ไป๋น้อย รู้สึกดีมา ซุกเข้าไปที่หน้าอกของธิดาเทพนิ่งไม่ขยับตัวเลย  เสี่ยวเทียนเห็นเช่นนั้นก็เลยบอกว่า

    “ ฝากไป๋น้อยกลับพี่สาวก่อน ข้าจะไปแลก เอานมแม่เสือขาว มาให้มันกิน”

    เสี่ยวเทียนไปหอภารกิจ แล้วแลกนมเสือที่มีอยู่ มาถังใหญ่ แล้วรีบกลับมาให้เจ้าไป๋น้อยกิน  พอมาถึงเห็นเจ้าไป๋น้อย กำลังนอนซบอก ธิดาเทพ หลับตาพริ้มอย่างมีความสุข พอเสี่ยวเทียนมาถึงก็เทนมเสือใส่ชาม ไป๋น้อยได้กลิ่นนมก็ลืมตาทันที  ธิดาเทพปล่อยให้ไป๋น้อยกินน้ำนมเสือขาว มันใช้เวลาแค่พริบตา

    นมในชามใหญ่ก็หมด  เสี่ยวเทียนเทให้มันกินอีก มันกินไปห้าชามใหญ่ก็อิ่มจนกินไม่ไหวอีก แล้วมันก็เดินเตาะแตะ ไปหา ธิดาเทพ แล้วยกขาหน้าสองขาให้ธิดาเทพอุ้ม ทำให้ธิดาเทพต้องจับมันมาอุ้มอีกครั้ง

    “ เจ้าไป๋น้อยนี่มันจะมากเกินไปแล้วนะ เสี่ยวเทียน” ศิษย์พี่รองมองไป๋น้อยที่เอาหัวซุกไปที่หน้าอกของธิดาเทพแล้วหลับตาพริ้ม แล้วยังใช้ขาหน้าขวามือจับไปที่หน้าอกของ ธิดาเทพอีก

    “ ใช่แล้วมันมากไปแล้วจริงๆ กินไปได้อย่างไร ทีเดียว 5 ชาม วันหนึ่งมันกิน ห้าเวลาต้องใช้ถึง 25 ชาม 1 ถังเทได้ 25 ชาม ข้าต้องจ่ายคะแนนความดีถังละ หนึ่งหมื่นคะแนน เดือนละสามแสน ปีละ สามล้าน มันมากเกินไปแล้วจริงๆ”  เสี่ยวเทียนนำนิ้วมือกับนิ้วเท้ามานับจนหัวหมุนไปหมด  ศิษย์พี่รองหันมามองเสี่ยวเทียนนึกในใจ   ‘นี่มันพูดเรื่องอะไรของมันกันเนี่ย !’

    ธิดาเทพชอบเจ้าไป๋น้อยมาก บอกกับเสี่ยวเทียนว่า จะขอมาหามันบ่อยๆ ได้ไหม

    เสี่ยวเทียนได้แต่พยักหน้ารับไป สร้างความยินดีให้กับ ศิษย์พี่รองยิ่งนัก

     หลังจากธิดาเทพกลับไป ศิษย์พี่รองยังยืนมองตาม แล้วยิ้มไม่หุบ

    เสี่ยวเทียนกลับมาในมิติฟ้าคราม แล้วกำลังมองต้นผิงกั่วที่ออกผลมาแล้ว 1 ผล แล้วก็เห็นลูกแก้วสีทองลูกใหญ่เท่าไข่ห่าน วางอยู่ด้านหน้าอาจารย์ลู่เอิน

    “ อาจารย์ข้ากิน ผลผิงกั่วได้หรือยัง?”

    “ อีก 7 วัน ค่อยกิน  แต่เวลานี้ไข่มุกอัสนีพร้อมแล้ว เจ้านำมัน ฝังเข้าไปในร่างของเจ้าก่อน”

    เสี่ยวเทียนหยิบลูกแก้วสีทอง ที่มีสายฟ้าแลบแปร๊บ ๆ เข้ามาวางบนฝ่ามือ แล้วลูกแก้วอัสนี ก็ค่อยหายเข้าไปในมือ ปรากฏสัญลักษณ์ ลูกแก้วอัสนีไว้บนแขน

    “ อาจารย์แล้วทำไงต่อ”

    “ ข้าจะปล่อยพลังอัสนีเข้าไป เจ้าลองเปิดรับพลังอัสนี เข้าไปในลูกแก้วอัสนนีดูก่อน”  อาจารย์ลู่เอิน  ออกมายืนต่อหน้าแล้วใช้นิ้วชี้ ชี้ใส่เสี่ยวเทียน ปรากฏมีสายฟ้า พุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว เสี่ยวเทียนลองเปิดรับสายฟ้าให้มาเก็บเอาไว้

    เปรี้ยง ! เสี่ยวเทียนเปิดรับพลังช้าไป ถูกกระแทกลงไปนั่งก้นจำเบ้า

    “ โห อาจารย์ปล่อยมาเร็วจัง ข้าไม่ทันได้ใช้พลังดูดซับเลย”

    “ ทัณฑ์อัสนีเซียน ที่ส่งลงมาเร็วกว่านี้อีกสองเท่า แล้วไม่ได้ปล่อยมาเส้นเดียว แต่มาเป็นชุดๆ แค่นี้เจ้าก็รับไม่ได้ แล้วจะไปรับ พลังทัณฑ์อัสนีเซียนได้อย่างไร” อาจารย์ลู่เอินเอ่ยเตือน

    “ โอ้ โห  เร็วกว่านี้สองเท่าเลยรึ?  ถ้าเช่นนั้น ลองกันใหม่ขอรับ”

    เสี่ยวเทียนตั้งท่ารับ พลังอัสนีจากอาจารย์ลู่เอินใหม่อีกครั้ง เปรี้ยง ๆ ๆ ๆ ๆ  อาจารย์ลู่เอินปล่อยไปอีก 5 ครั้งเสี่ยวเทียนรับไม่ได้เลยสักครั้ง ทำให้สามวัน ที่ผ่านมาเสี่ยวเทียนไม่สามารถรับ พลังอัสนีจากอาจารย์ลู่เอินได้แลย เสื้อผ้า ถูกเผาไหม้ ขาดเป็นชิ้น ๆ  ถึงแม้ร่างกายจะเป็นร่างกายาอมตะ ก็ตาม ส่วนเกราะเพชร และ พลังป้องกันจากเทพเจ้าราถูกห้ามนำมาใช้มิเช่นนั้น จะไม่สามารถรับพลังฑัณฑ์อัสนีเซียนได้ ดังนั้นหลายวันมานี่ เสี่ยวเทียนถูกพลังอัสนีของ อาจารย์ลู่เอินกระแทกใส่ จนเสื้อผ้าขาดวิ่น ตัวดำมืด ทุกวัน วันนี้เข้าเป็นวันที่สี่ หลังจากฝึกมา สามวันเต็มเสี่ยวเทียนก็เริ่มรับ พลังอัสนีได้เป็นบางเส้นแล้ว

    “ ข้ารับพลังอัสนี ของอาจารย์ได้แล้ว  ฮ่า ฮ่า ฮ่า ข้ารับพลังอัสนีได้แล้ว” เสี่ยวเทียนคุกเข่าหัวเราะดีใจ น้ำหูน้ำตาไหล ทั้งที่อยู่ในสภาพเสื้อผ้าขาดวิ่น ร่างตัวดำเป็นถ่านไป บางช่วง

    “ เจ้าจะดีใจไปทำไม่ ข้าแค่ใช้พลังไม่ถึง สามส่วนของ พลังทัณฑ์อัสนีเซียนเลย”

    “ ฮ้า นี่แค่สามส่วนเองหรือนี่?”

    “ เตรียมตัว ข้าจะลองให้พลังอัสนี ครึ่งหนึ่งของทัณฑ์อัสนีเซียน”  อาจารย์ลู่เอินเอ่ยจบ ก็ใส่สายฟ้าเขาไปอีก สี่สาย ฟาดใส่เสี่ยวเทียน จนร่างแทบระเบิด กระเด็นถอยไปหลายก้าว !!

    ผ่านไปอีกสี่วันคราวนี้เสี่ยวเทียนรับได้ โดยที่ไม่ต้องถอย พลังอัสนีที่ปล่อยมา ถูกพุ่งเข้าไปเก็บเป็นพลังงานไว้ในลูกแก้วอัสนี จนหมด

    “ สำเร็จ ! ข้าทำสำเร็จแล้ว”  เสี่ยวเทียนดีใจ ที่สามารถรับพลังอัสนีแล้วมาเก็บไว้ในลูกแก้วอัสนีได้เสียที

    “ ไปเอาผลผิงกั่วทองคำ มาดูดซับพลังได้แล้ว หลังจากที่เจ้าผ่านทัณฑ์อัสนี เจ้าจะได้รับพลังแสงแห่งเซียน เจ้าก็ใช้วิธีดูดซับที่ข้าสอนไว้ พยายามเร่งดูดซับให้มากที่สุด คนทั่วไปสามารถรับแสงแห่งเซียนได้เพียง ห้า ระดับเท่านั้น  หากเจ้าใช้วิธีดูดซับที่ข้าสอนไว้ เจ้าจะสามารถดูดซับได้มาก กว่าคนปกติทั่วไป ถึงสามเท่าเลยทีเดียว”

    เสี่ยวเทียนเด็ดผลผิงกั่วทองคำมากินเข้าไปจนหมด แล้วเริ่มนั่งสมาธิ พลังงานของต้นผิงกั่ว แผ่ซ่านกระจายไปทั่วร่างแล้วเคลื่อนตัวเข้าไปในจุดตันเถียนจนเต็ม ทำให้ระเบิดพลังปราณจักรพรรดิที่อยู่ระดับที่ 96 เพิ่มขึ้นเป็น 97 98 99 100 หลังจากนั้นด้วยพลังงานจากผลผิงกั่วยังไม่หมด ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เกิดขึ้นกับร่างกายของเสี่ยวเทียน  จุดปราณในร่างกายที่มีเพียงแปดร้อย กลับพุ่งทะลุทะลวงเพิ่มขึ้น เป็นเก้าร้อยจุด พันจุด พันหนึ่ง พันสองร้อยจุด กลายเป็นลมปราณเซียน แล้ว แล้วตอนนี้ ท้องฟ้าเริ่มปกคลุมไปด้วยเมฆสีดำครึ้มฟ้า ครึ้มฝน สายฟ้าเริ่มมีประกายไฟแลปแปร๊บ ๆ  เหมือนจะบอกว่า ทัณฑ์อัสนีเซียน  ใกล้เข้ามาแล้ว   เปรี้ยง ! ทัณฑ์อัสนีเซียนฟาดใส่เสี่ยวเทียนเป็นครั้งแรก

    เสี่ยวเทียนใช้ฝ่ามือรับ แล้วเก็บพลังทัณฑ์อัสนีสายแรกเก็บเอาไว้อย่างง่ายดาย

    “ ฮึ  ก็ไม่เท่าไร” เสี่ยวเทียนลอบยินดีอยู่ในใจ เปรี้ยง !  เปรี้ยง ! สายที่สองก็ผ่านเข้ามาพร้อม ๆกัน เสี่ยวเทียนยิ่งคอยรับอยู่แล้ว ยิ่งสบายเข้าไปใหญ่

    เปรี้ยง ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ !!  จนผ่านไปที่   แปดสาย เสี่ยวเทียนร่างเริ่มไหม้เกรียม

    เพราะไม่สามารถใช้พลังจากเกราะเพชร หรือ พลังเทพมาป้องกันไว้ได้ มิเช่นนั้นจะไม่สามารถเก็บพลังทัณฑ์อัสนีเซียนเอาไว้ได้ จึงใช้ได้แต่พลังกายาอมตะ และเม็ดยาสวรรค์ข่วยเท่านั้น เปรี้ยง ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ !!  โดนทัณฑ์อัสนีเซียนไปอีก แปดสายบรรยากาศโดยรอบกลายเป็นหลุมลึก ร่างเสี่ยวเทียนลุกไหม้มีไฟลุกตามตัว

    เสี่ยวเทียนกินยาสวรรค์เอาไว่ก่อนแผลบาดแผลจึงหายอย่างรวดเร็ว

    อาจารย์มู่ กับ ศิษย์พี่ทั้งสองคน ออกมาดูด้วยความตกใจไม่คิดว่า พลังทัณฑ์อัสนีเซียน ของเสี่ยวเทียนทำไมถึงได้รุนแรงเช่นนี้

    “ อาจารย์ สมัยข้าโดนทัณฑ์เซียน แค่สามครั้งเอง ทำไมเสี่ยวเทียนนี่ โดนไป แปดครั้ง แต่ละครั้งเส้นสายฟ้าทำไมมันใหญ่ต่างกันขนาดนี้” ศิษย์พี่รองเอ่ยถามอาจารย์มู่ ด้วยความสงสัย

    “ สวรรค์คงรู้แล้วว่า หากปล่อยให้เสี่ยวเทียนเป็นเซียน ต้องยิ่งใหญ่เกินสวรรค์กำหนด จึงพยายามกดดันมิให้ เสี่ยวเทียนรับพลังทัณฑ์เซียนได้ หากว่าเสี่ยวเทียนยอมแพ้ ก็เข้าทาง ทัณฑ์เซียนพอดี”  หลังจากพูดจบ  เสี่ยวเทียนก็ตะเกียกตะกายขึ้นจากหลุมมาได้อีกครั้ง ในขณะที่ปราศจากเสื้อผ้าแม้แต่ชิ้นเดียว

    “ เหอ เหอ เหอ  ทัณฑ์เซียน แน่จริงก็ผ่ามาอีกเซ่  ข้าเฉินเสี่ยวเทียนไม่กลัวหรอกโว๊ย”  เสี่ยวเทียนท้าทาย เพราะว่า อาจารย์ลู่เอินบอกให้ท้าทายไป เพื่อจะได้เก็บพลังอัสนีสายฟ้า ได้เยอะๆ

    “ อาจารย์ท้าทายพอไหม?”

    “ ด่ามันไปอีกหน่อย” อาจารย์ลู่เอินยุส่ง

    “ ได้เลย”  เสี่ยวเทียนเอ่ยเบาๆ กับอาจารย์ แต่ยังไม่ทันอ้าปากด่า คราวนี้ทัณฑ์อัสนีมาพร้อมกันทีเดียว เก้าสายเลย เสี่ยวเทียนต้านรับอย่างเต็มที่  ย๊ากกกกก!!เปรี้ยง ๆ ๆ ๆ ๆ เปรี้ยง ๆ ๆ ๆ ๆ  !!!!!  คราวนี้หลุมลึกลงไปถึงสองเท่า เสี่ยวเทียนยังไม่ตาย จึงค่อยๆ ตะเกียกตะกายขึ้นมาจนได้ 

    “สำเร็จ ข้าผ่านทัณฑ์อัสนีเก้าสายแล้ว ฮ่า ฮ่า ฮ่า   ทัณฑ์เซียนเหรอ !  นึกว่าจะแน่สักแค่ไหน  แน่จริงก็ผ่ามาอีกซิวะ ข้าเฉินเสี่ยวเทียน ยังไม่รู้สึกอะไรเลย เหอ เหอ เหอ” พอเสี่ยวเทียนพูดจบ ศิษย์พี่กำลังช่วยประคองเสี่ยวเทียนขึ้นมา  พอทั้งสองคน ก็เห็นทัณฑ์อัสนี่สายฟ้าลูกใหม่มาต่างก็ทิ้งร่างเสี่ยวเทียนไว้ แล้วหายวับหนีไปอย่างสุดชีวิต เพราะครั้งนี้มาเป็นพายุอัสนีเป็นร้อยเป็นพันเส้น  เสี่ยวเทียนมองเห็น ก็ตาเหลือกทันที !  แต่ไม่ทันแล้ว

    ตูม !!!  พายุอัสนีลูกนี้อัดเข้าใส่เสี่ยวเทียนเต็มที แล้วยังพาร่างของเสี่ยวเทียนม้วนเข้าไปในพายุอัสนี

    “ รีบเก็บมันเข้าไปในลูกแก้วอัสนนีเร็ว” อาจารย์ลู่เอินตะโกนสั่ง

    ในขณะที่เสี่ยวเทียนเวลานี้ เกือบจะสูญสิ้นสติสัมปชัญญะ อยู่แล้ว พอได้ยินก็สะดุ้งเฮือกมาอีกครั้ง แล้วทำการตั้งสมาธิกลับมา ในขณะที่ร่างกายแทบจะขาดออกจากกันเป็นชิ้นๆ แต่พอหลังจากตั้งสติแล้วใช้ปล่อยพลังธาตุอัสนีออกมา

    ทำให้คลายความกดดันลงไป แล้วค่อยๆ ปล่อยให้ร่างกายไหลไปตามพายุอัสนีลูกใหญ่นี้  ส่วนพลังพายุอัสนีทั้งหมดก็เริ่มค่อยๆ ไหลเข้าไปในลูกแก้วอัสนีจนหมด 

    ในขณะที่ร่างของเสี่ยวเทียนก็ยังคงลอยอยู่กลางอากาศ บรรยากาศเริ่มสงบนิ่ง ไม่มีสายลมหรือสิ่งใดเคลื่อนไหว แล้วแสงแห่งเซียน ก็ส่องเข้ามาที่ร่างของเสี่ยวเทียน พลังเซียนก็เข้าซึมซับไปทั่วร่างกายอย่างรวดเร็ว  เสี่ยวเทียนเริ่มใช้เคล็ดวิชาดูดพลังที่อาจารย์ลู่เอินถ่ายทอดให้ ซึ่งแม้แต่ตัวอาจารย์ลู่เอินเองก็ไม่รู้ว่า มันชื่อวิชาอะไร ซึ่งความจริงแล้วมันคือ วิชามหายุทธ์ดูดจักรวาล ที่เคยเลื่องชื่อเมื่อหลายพันปีก่อนนี่เอง

    พลังแสงแห่งเซียนที่ปล่อยออกมาปกติคนทั่วไปสามารถดูดซับได้เพียง 5 ระดับ แต่เสี่ยวเทียนเวลานี้ดูดซับไป 10 ระดับแล้ว และยังไม่หยุดกำลังจะดูดต่อไปอีก

    พลังแสงแห่งเซียนก็พยายามจะดึงแสงแห่งเซียนกลับสวรรค์ แต่ก็ไม่สามารถดึงกลับไปได้ ทำให้เสี่ยวเทียนดูดซับเข้าไปอีก 5 ระดับ จนกระทั่งร่างกายของเสี่ยวเทียนไม่สามารถดูดซับได้แล้ว  พลังแสงแห่งเซียนจึงลอยกลับไปบนสวรรค์เช่นเดิม

    “ สำเร็จ ข้าเป็นเซียนมนุษย์ระดับ 15 แล้ว ฮ่า ฮ่า ฮ่า” เสี่ยวเทียนในสภาพเปลือยกายในท่านั่งสมาธิ หัวเราะดีใจอยู่กลางอากาศคนเดียว  อาจารย์มู่หวายอิงทนมองภาพนี้ไม่ไหว ส่ายหัวเดินกลับเข้าถ้ำไป....

    คล้ายกับเรื่องเทียนนักรบยอดคุณหมอ ภาคสี่ ตอนราชันเก้าพิภพ (จบแล้ว) ที่คุณอ่าน