คัมภีร์ลับแห่งฉางอัน [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 3 ตอนที่ 69 เทพแท้ที่แสนไร้ค่า


            เมื่อซูฉางอันได้สติกลับมาอีกครั้ง ก็เป็นรุ่งเช้าของอีกวันแล้ว

            แสงแดดเจิดจ้า ท้องฟ้าสดใส อากาศดีราวกับฤดูใบไม้ผลิก็ไม่ปาน

            เขารู้สึกสบายตัวเป็นอย่างมาก ไม่ได้รู้สึกอ่อนแรงจากการใช้พลังเกินกำลังเลยแม้แต่น้อย

            เขามองดูห้องของตัวเอง จู่ๆเขาก็รู้สึกว่าของตกแต่งภายในห้องดูจะแปลกไปจากเดิมเล็กน้อย แต่ก็แลดูคุ้นตาเหลือเกินเหมือนห้องที่เมืองฉางเหมินไม่มีผิด เขารู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยไม่รู้ว่าใครเป็นคนตกแต่งห้องของตนจนกลายเป็นเช่นนี้

            จู่ๆ ประตูก็ถูกเคาะจากด้านนอก ซูฉางอันรีบสวมเสื้อผ้าและจัดระเบียบตัวเองให้เข้าที่เข้าทางจากนั้นจึงรีบเดินไปเปิดประตู

            ทว่าคนที่ปรากฏกายอยู่ตรงหน้ากลับทำให้เขาชะงักนิ่งไป

            กู่หนิง

            เขาอยู่ในชุดนักวิชาการสีขาว ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มเป็นมิตร และในตอนนี้คนตรงหน้าก็กำลังมองมาที่ซูฉางอันอยู่...

            ซูฉางอันรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยเขาเตรียมจะถามว่าเหตุใดคนตรงหน้าถึงมาอยู่ที่นี่ได้แต่กู่หนิงก็ชิงพูดขึ้นมาเสียก่อน

            “สหายซู นี่มันกี่โมงกี่ยามแล้ว ยังมัวแต่ชักช้าลีลาอยู่อีก มั่วมั่วรอนานมากแล้วนะ”ทันทีที่สิ้นเสียง กู่หนิงก็ลากซูฉางอันออกไปด้านนอกโดยไม่ถามไถ่ถึงความยินยอมของเขาเลยสักนิด

            ซูฉางอันรู้สึกสงสัยมากขึ้นกว่าเดิม มั่วมั่วรออยู่?เขาจำไม่ได้ว่าเคยนัดอะไรกับมั่วมั่วเอาไว้ เหตุนี้ เขาจึงถามขึ้นอย่างอดไม่ได้“สหายกู่ มั่วมั่วรอข้าทำไมรึ?”

            กู่หนิงยังคงดึงมือของซูฉางอัน แล้วเดินต่อไปโดยไม่แม้แต่จะหันกลับมามอง“สหายซู เจ้าช่างขี้หลงขี้ลืมเสียจริง วันนี้เป็นวันแต่งงานของเจ้ากับมั่วมั่วเชียวนะเจ้าลืมได้ยังไงกันเนี่ย?”

            แม้จะไม่เห็นสีหน้าท่าทางของกู่หนิง แต่ซูฉางอันรับรู้ได้ว่าอีกฝ่ายรู้สึกดีใจแทนตนอย่างแท้จริง

            ทว่าซูฉางอันกลับช็อกไปทันทีที่ได้ฟัง แต่งงานกับมั่วมั่ว?

            จู่ๆ เขาก็รู้สึกมึนหัวขึ้นมา จากนั้นภาพรอบๆ ก็เริ่มพร่ามัวขึ้นอย่างกะทันหัน

            เมื่อได้สติกลับมาอีกครั้ง เขาก็มาอยู่ในโถงขนาดใหญ่ที่ถูกตกแต่งอย่างดงามเสียแล้ว

            ที่นี่คือที่ไหนกัน? เขามองสำรวจไปรอบด้านอย่างลืมตัว

            เขาพบว่ามีผู้คนยืนอยู่เต็มโถงไปหมด

            เขารู้จักคนพวกนี้ พวกเขาเป็นเพื่อนบ้าน เพื่อนร่วมชั้น และเหล่าอาจารย์ที่เคยเฆี่ยนลงโทษเขาตอนอยู่ที่เมืองฉางเหมิน

            ตอนนี้ ทุกคนกำลังมองมาทางเขาด้วยรอยยิ้มที่ปากก็เอาแต่พูดอวยพรว่าขอให้รักกันไปนานๆ และขอให้มีลูกเต็มบ้านหลานเต็มเมืองออกมา

            ซูฉางอันหันกลับมาอีกครั้งด้วยความประหลาดใจ จึงพบว่ามีหญิงในชุดแดงที่มีผ้าสีแดงปิดคลุมหัวยืนอยู่ตรงหน้าตั้งแต่เมื่อใดก็ไม่ทราบและเมื่อก้มลงมองตัวเองอีกครั้ง เขาก็พบว่าตนอยู่ในชุดเจ้าบ่าวแล้ว

            จู่ๆ เขาก็ถึงบางอ้อ ที่แท้วันนี้เป็นวันแต่งงานของตนกับมั่วมั่วนั่นเอง

            และในตอนนั้นเอง จู่ๆ ชายรูปร่างกำยำบึกบึนคนหนึ่งก็เดินเข้ามาหาซูฉางอันรู้จักเขา เป็นจี้เต้านั่นเอง

            เขาขยิบตาให้ซูฉางอันเล็กน้อย จากนั้นจึงเดินไปหยุดอยู่ตรงหน้า ในจุดที่ไม่ไกลออกไปนัก

            “ไหว้ฟ้าดิน!” เสียงที่ดังจนราวกับตะโกนบอกเช่นนั้น

            ซูฉางอันยังจมอยู่ในความงุนงง คนข้างๆ จึงสะกิด แล้วเตือนเขาเบาๆ “ท่านพี่ยืนนิ่งอยู่ทำไม”

            แค่ได้ยินเสียง ซูฉางอันก็มั่นใจแล้วว่าคนที่มีผ้าสีแดงคลุมอยู่ต้องเป็นซูมั่วอย่างแน่นอนแต่จู่ๆ เขาก็รู้สึกสติหลุดลอยไปชั่วขณะ รู้สึกไม่ค่อยอยากจะเชื่อว่าตนกำลังจะแต่งกับหญิงที่ตนแอบชอบมานานแสนนานจริงๆ

            แต่ดูเหมือนซูมั่วจะทนไม่ได้ที่ซูฉางอันมัวมายืนเหม่อในเวลาเช่นนี้เธอดันร่างของซูฉางอันให้หันไปทางผู้คน แล้วโค้งคำนับตามพิธีการ

            “ไหว้บุพการี!” จี้เต้าพูดเสียงดังลั่น

            ซูฉางอันได้สติกลับมาในที่สุด เขารีบหันกลับไปด้านในสุดของโถงแล้วโค้งคำนับอีกครั้ง

            เขาพบว่าที่ด้านในสุดของโถงมีคนอยู่สามคน คนที่นั่งอยู่ทางซ้ายเป็นซูเหอพ่อของซูมั่วกับฮูหยินของเขา ซูฉางอันเคยเจอพวกท่านทั้งสองมาก่อน ส่วนทางด้านขวาเป็นบิดาของเขาซูไท่ ทั้งสามกำลังมองมาทางซูฉางอันกับซูมั่วด้วยรอยยิ้มสดใส ความดีใจที่มากมายของพวกเขาถูกแสดงออกมาทางรอยยิ้มและดวงตาอย่างชัดเจน

            แต่ซูฉางอันกลับรู้สึกเสียใจเล็กน้อย ตนแต่งงานทั้งทีพ่อกับแม่ของซูมั่วต่างก็มากันอย่างพร้อมหน้า น่าเสียดายที่แม่ของตนตายไปตั้งนานแล้วเขายังจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่านางหน้าตาเป็นอย่างไร

            และในตอนนั้นเอง จู่ๆ หญิงวัยกลางหน้าตาดีคนหนึ่งก็เดินมาจากด้านข้าง จากนั้นก็รีบเดินตรงไปที่ข้างซูไท่ซึ่งในตอนนั้นเอง จู่ๆ ก็มีเก้าอี้เพิ่มขึ้นมาอีกตัว เธอนั่งลงบนนั้น จากนั้นก็หันไปยิ้มเป็นเชิงขอโทษกับซูเหอและภรรยา

            “ต้องขอโทษด้วย เกิดเรื่องเล็กน้อยระหว่างทางทำให้เสียเวลา ถึงได้มาสายเช่นนี้”หญิงวัยกลางกล่าวเช่นนั้น

            “ฮ่าๆ ไม่เป็นไร ไม่เป็นไรหรอก” ซูเหอและภรรยาตอบด้วยรอยยิ้ม

            “เจ้าก็จริงๆ เลย งานแต่งลูกชายตัวเองทั้งทียังมาช้าอีก” ซูไท่ที่อยู่ข้างกันพูดขึ้นแม้คำพูดของเขาจะแฝงไปด้วยการตำหนิ แต่สายตาของเขากลับแสดงออกให้เห็นอย่างชัดเจนว่าเขารู้สึกดีใจมากขนาดไหน

            ทว่าซูฉางอันกลับชะงักนิ่งไป หญิงคนนี้เป็นแม่ของเขางั้นรึ?

            เขารู้สึกแปลกใจเล็กน้อย เท่าที่จำได้ หลังให้กำเนิดเขาได้ไม่นานท่านแม่ก็...

            จู่ๆ เขาก็รู้สึกสติหลุดลอยไปชั่วขณะ เมื่อได้สติกลับมาอีกครั้ง หญิงวัยกลางก็เดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าเสียแล้วเธอมองดูเขาอย่างอ่อนโยน พลางกล่าวขึ้น “เจ้าเด็กนี่ มัวยืนเหม่ออยู่ทำไมกัน รีบไหว้สิเจ้าสาวที่ดีขนาดนี้ เจ้าไม่อยากได้หรือไง หากไม่อยากได้ ก็ยังมีคนอยากได้อีกถมเถไปเดี๋ยวเขาก็มาแย่งไปหรอก”

            ทันทีที่สิ้นเสียง ก็มีเสียงหัวเราะดังขึ้นทั่วโถง เป็นการเร่งให้ซูฉางอันโค้งคำนับตามพิธีการ

            ซูฉางอันรู้สึกเขินอายจนทำตัวไม่ถูก เขาที่จมอยู่ในความงุนงงและเจ้าสาวที่ยืนอยู่ข้างๆจึงโค้งตัวให้ผู้ใหญ่ทั้งสี่ท่านอย่างเคารพ

            “คู่สามีภรรยาทำความเคารพซึ่งกันและกัน!” จี้เต้าตะโกนขึ้นอีกครั้ง

            เมื่อได้ยินดังนั้น ซูมั่วที่มีผ้าสีแดงคลุมใบหน้าอยู่ก็หันไปหาซูฉางอันตามพิธีการแต่ซูฉางอันกลับยังเหม่อไม่เลิก เธอจึงดึงชายเสื้อของซูฉางอันหลายครั้งแล้วถามเสียงกระซิบ “ท่านพี่ ท่านเป็นอะไรไปรึ?”

            ซูฉางอันได้สติกลับมาในที่สุด เขารีบหันหน้าไปหาซูมั่ว เมื่อทั้งสองหันหน้าเข้าหากันแล้วพวกเขาก็เตรียมจะโค้งตัวเพื่อคำนับซึ่งกันและกันตามพิธี ขณะที่ซูฉางอันก็เอาแต่นึกด่าตัวเองในใจไปด้วยไม่ใช่เรื่องง่ายเลยกว่าจะได้ครองรักกับมั่วมั่ว หากยังมัวแต่คิดฟุ้งซ่านจนทำให้นางโกรธล่ะก็หากนางหนีตามกู่หนิงไปจะทำอย่างไร

            เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ จู่ๆ ร่างที่กำลังจะโค้งตัวก็ชะงักนิ่งลงอย่างกะทันหัน

            จู่ๆ เขาก็ตระหนักได้ว่ามีบางอย่างแลดูแปลกๆ

            มั่วมั่วแต่งงานกับตน แล้วกู่หนิงล่ะ?

            แต่ทันทีที่มีความคิดเช่นนี้ผุดขึ้นมาในหัว ร่างของหนุ่มในชุดนักวิชาการก็ปรากฏอยู่กลางฝูงคนภายในโถงอย่างกะทันหันเป็นร่างของกู่หนิงนั่นเอง!

            เขามองมาที่ซูฉางอันด้วยรอยยิ้มพลางกล่าวขึ้น “สหายซู เป็นอะไรไปรึ? นี่เป็นวันดีของเจ้านะกำลังเหม่ออะไรอยู่? ยังไม่รีบโค้งคำนับตามพิธีอีก พวกเรายังรอป่วนห้องหอของพวกเจ้าอยู่นะ”

            รอยยิ้มบนใบหน้าของเขาแลดูจริงจัง ไม่เหมือนเป็นการเสแสร้งดูเหมือนกู่หนิงจะรู้สึกยินดีกับซูฉางอันจากใจจริง

            แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ซูฉางอันคลายความกังวลในใจลงเลย เขามองไปยังชายหนุ่มที่มีรอยยิ้มเป็นมิตรอยู่บนใบหน้าก่อนความกระวนกระวายจะทวีความรุนแรงขึ้นภายในจิตใจ

            เขารู้สึกว่านี่เป็นเรื่องที่ไม่สมควร เขาคิดเช่นนั้นจากใจจริง แม้เขาจะชอบมั่วมั่วมาตั้งนานมากแล้วแต่คนที่มั่วมั่วชอบคือกู่หนิง และกู่หนิงก็ชอบมั่วมั่วเช่นกัน ทว่าตอนนี้คนที่กำลังจะแต่งกับมั่วมั่วกลับเป็นตน!

            มันไม่ถูกต้อง!

            ซูฉางอันอยากเข้าไปจับไหล่ของกู่หนิงเอาไว้ทั้งสองข้างแล้วตะโกนบอกกับเขาว่า... ข้ากำลังจะแต่งกับผู้หญิงที่เจ้าชอบนะ ทำไมเจ้ายังมีความสุขแบบนี้ได้อีก?เจ้าน่าจะชวนให้ลิ่นหยูกับจี้เต้ามาช่วยชิงตัวเจ้าสาวสิถึงจะถูก ทำไมถึงมายืนอยู่ตรงหน้าแล้วอวยพรให้ข้าแบบนี้?

            แต่เขาทำเช่นนั้นไม่ได้ เพราะจู่ๆ ร่างของเขาก็แข็งทื่อ ไม่อาจขยับเขยื้อนใดๆได้อีก กระทั่งเรื่องง่ายๆ เช่นการขยับปากพูด เขาก็ยังทำไม่ได้เลย

            แต่ดูเหมือนพลังที่ซ่อนอยู่ภายในจะไม่พอใจกับเหตุการณ์เช่นนี้ ซูฉางอันรับรู้ได้ว่าร่างกายกำลังถูกพลังบางอย่างควบคุมอยู่ร่างของเขาถูกดึงให้หันกลับเข้าไปหามั่วมั่วอีกครั้ง

            จากนั้น หัวของเขาก็ค่อยๆ ถูกกดลงต่ำ หลังก็ค่อยๆ โค้งลงไปเรื่อยๆ ในตอนนั้นเองที่เขาตระหนักได้ว่าแท้จริงแล้ว พลังนั้นอยากให้เขาทำพิธีแต่งงานในครั้งนี้ให้สมบูรณ์นั่นเอง

            ซูฉางอันรู้สึกราวสติหลุดลอยออกไปอีกครั้ง จู่ๆ ความสงสัยที่อยู่ในใจก็ดูจะไม่ได้สำคัญมากเท่าแต่ก่อนแล้ว

            จะไปสนใจเรื่องพวกนั้นทำไม? แค่ทำพิธีให้เสร็จหญิงตรงหน้าก็เป็นภรรยาของเขาแล้ว แบบนั้น เขาก็จะได้อยู่กับนางไปตลอดชีวิตแล้ว...เสียงหนึ่งปะทุขึ้นที่กลางใจ ดูเหมือนมันจะมีพลังสะกดบางอย่าง เพราะทันทีที่ได้ฟังการต่อต้านและขัดขืนเพียงน้อยนิดที่แฝงอยู่ในหัวใจก็ถูกทำลายลง

            “หลังเสร็จพิธี มั่วมั่วก็เป็นภรรยาของข้าแล้ว” เขาพึมพำขึ้นดังนี้ ขณะที่ดวงตากลับประกายความสลดใจออกมา

            แล้วศิษย์พี่ล่ะ? เซี่ยนจวินล่ะ? หรูเยว่ล่ะ? พวกเขาจะทำยังไง?

            จู่ๆ ความคิดเช่นนี้ก็ปะทุขึ้นในสมอง หากเขาแต่งกับมั่วมั่ว เช่นนั้นพวกนางก็ต้องแต่งกับคนอื่นน่ะสิ?เมื่อคิดมาจนถึงตรงนี้ เขาก็รู้สึกไม่มีความสุข ไม่สบายใจเลยสักนิด

            ซูฉางอันรู้สึกลังเลขึ้นมาทันตา หากแต่งกับมั่วมั่ว เขาก็ต้องเสียพวกนางทั้งหมดไปตอนนี้เขาเริ่มไม่มั่นใจแล้ว ว่าสรุปแล้วคนที่ตนชอบเป็นใครกันแน่

            ความคิดเช่นนั้น ทำให้เขาหยุดตัวเองเอาไว้ก่อนจะก้มคำนับอย่างสมบูรณ์

            “ท่านพี่!” จู่ๆ ร่างของคนสามคนก็เดินออกมาจากห้องด้านหลังเป็นหญิงสามคน แม้ทั้งสามจะเกล้าผม และแต่งกายคล้ายหญิงที่แต่งงานแล้ว แต่ก็ยังเต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งความเป็นวัยรุ่นไม่เปลี่ยนไปทว่าท่าทางและการกระทำของพวกเธอกลับเต็มไปด้วยความทรงเสน่ห์ราวกับหญิงที่เป็นผู้ใหญ่แล้วแลดูงดงามอย่างบอกไม่ถูกเลย

            “ศิษย์พี่? เซี่ยนจวิน? หรูเยว่?” ทันทีที่เห็นหญิงทั้งสาม ซูฉางอันก็ชะงักอึ้งไปอย่างฉับพลันเขาไม่รู้ว่าทำไมพวกนางถึงแต่งกายเช่นนี้และไม่รู้ด้วยว่าทำไมพวกนางถึงเรียกตนว่าท่านพี่ ซึ่งเป็นคำที่หญิงใช้เรียกสามีของตน

            “ท่านพี่ รีบทำตามพิธีสิ มัวเหม่ออะไรอยู่ จะให้น้องมั่วมั่วรออีกนานเท่าไหร่?”กู่เซี่ยนจวินก้าวเข้ามาหา แล้วคล้องแขนซูฉางอันอย่างสนิทสนม

            ฝานหรูเยว่กับเซี่ยโหวฟ่งอวี้ก็เดินเข้ามาหา แล้วพูดเร่งด้วยเสียงอ่อนโยน

            ซูฉางอันเข้าใจแล้ว ที่แท้พวกนางก็แต่งกับเขามาตั้งนานแล้วสินะ หากเพียงทำพิธีไหว้ฟ้าดินกับซูมั่วจนเสร็จเพียงเท่านี้ ตนก็จะได้อยู่กับพวกนางตลอดไปแล้ว

            ดูเหมือนนี่จะเป็นเรื่องที่มีความสุขมากที่สุดแล้วซูฉางอันบอกกับตัวเอง

            แต่เขาก็ยังรู้สึกเสียดายอยู่ดี หากอาจารย์ลุงอยู่ด้วยก็คงจะดี

            ท่านสุขภาพไม่ค่อยจะดี หากได้เห็นว่าตนแต่งงานล่ะก็ ไม่แน่ งานมงคลนี้อาจทำให้ท่านสุขภาพดีขึ้นก็ได้

            และแล้ว ชายชราคนหนึ่งก็เดินออกมา แม้เขาจะแลดูอายุมากแล้ว แต่การก้าวเดินก็ยังลื่นไหลและคล่องแคล่วแลดูมีชีวิตชีวาเป็นอย่างมาก คนแก่มาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าซูฉางอันด้วยรอยยิ้ม “ฉางอันได้แต่งกับผู้หญิงที่สวยขนาดนี้แล้ว ต้องรีบมีลูกกันเร็วๆ ล่ะ คลอดเด็กชายตัวอ้วนตุ้ยมาสักคนวิทยาลัยเทียนหลานจะได้ครึกครื้นกัน”

            หากผู้อาวุโสฉู่อยู่ด้วยก็คงจะดี ซูฉางอันคิด...

            จากนั้น ชายที่มีผมยุ่งเหยิง ซึ่งแบกดาบเอาไว้ด้านหลังก็ปรากฏตัวขึ้น เขามองมายังซูฉางอันจากที่ซึ่งไม่ไกลนักใบหน้าที่เย็นยะเยือกประกายรอยยิ้มอ่อนโยนขึ้นอย่างเบาบาง

            หากอาจารย์หญิงอยู่ด้วย ก็คงจะดีกว่านี้... ซูฉางอันพูดขึ้นในใจ

            จากนั้น เสียงร้องกังวานของนกก็ปะทุขึ้น ก่อนนกขนาดใหญ่ที่ร่างกายลุกโชนไปด้วยเปลวเพลิงจะบินพุ่งมาจากนอกโถงแล้วพุ่งเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าซูฉางอัน และวินาทีที่สองเท้าแตะพื้น นกขนาดใหญ่ก็กลายเป็นหญิงที่มีรูปโฉมงดงามในชุดสีแดงเธอเดินมาหยุดอยู่เบื้องหน้าซูฉางอัน จากนั้นก็เคาะไปที่หัวของเขาเบาๆ “เจ้าเด็กนี่ไม่เลวเลยนี่ ทักษะการจีบสาวๆ ดีกว่าอาจารย์จอมทึ่มของเจ้าเยอะเลย”

            ซูฉางอันหยุดกิจกรรมที่ทำอยู่ แล้วมองดูวู๋ถงที่ไม่ได้เจอกันมานาน มองฉู่ซีฟงที่เพิ่งแยกจากกันไปและมองไปยังอาจารย์ลุงที่ประกายความมีชีวิตชีวาออกมาทางดวงตาในที่สุด จู่ๆเขาก็รู้สึกมีความสุขมากจนพูดไม่ออกเลย

            แต่เขาก็ยังรู้สึกว่ายังขาดใครไป...

            ดังนั้น เขาจึงคิดในใจอีกครั้ง

            หากอาจารย์อยู่ด้วยล่ะก็...

            ชายคนหนึ่งเดินเข้ามาจากที่ไกลลิบ เขาน่าจะมีอายุประมาณสามสิบต้นๆใบหน้าเย็นยะเยือก แลดูเคร่งขรึม ถือดาบยาวเอาไว้ในมือ แต่งกายด้วยชุดธรรมดา และมีเกล็ดหิมะติดอยู่ตามเสื้อผ้าทั่วร่างราวเพิ่งตื่นขึ้นมาอีกครั้งท่ามกลางหิมะเมื่อสองปีก่อนเช่นนั้น

            เขาเดินมาหยุดอยู่เบื้องหน้าซูฉางอัน ทันใดนั้นความเย็นชาบนใบหน้าก็สลายหายไปอย่างรวดเร็ว เขาประกายรอยยิ้มอันแสนอบอุ่นออกมา แล้วอ้าปากเตรียมจะพูดอะไรบางอย่าง

            แต่ซูฉางอันกลับชิงพูดขึ้นเสียก่อน

            พูดด้วยน้ำเสียงที่เย็นยะเยือกจนน่าหวาดกลัว พูดออกมาทีละคำๆอย่างชัดเจน

            “ข้าต้องหั่นเทพสุนัขอย่างเจ้าให้ขาดเป็นสองท่อนด้วยดาบเดียวให้ได้!”

    คล้ายกับเรื่องคัมภีร์ลับแห่งฉางอัน [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    [นิยายแปล] อภินิหาร หนึ่งราชันหมื่นอัตลักษณ์ Absolute Resonance

    [นิยายแปล] อภินิหาร หนึ่งราชันหมื่นอัตลักษณ์ Absolute Resonance

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.77M 1648
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

    God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    146K 311
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    ข้าจะเป็นเศรษฐีแห่งราชวงศ์หมิง

    ข้าจะเป็นเศรษฐีแห่งราชวงศ์หมิง

    นิยาย แฟนตาซี
    81K 280
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    เลเวลอัพ

    เลเวลอัพ

    นิยาย เกมออนไลน์
    738K 4984
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 1 เหนือพิภพ)

    เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 1 เหนือพิภพ)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.45M 659