Mom in the 70s ทะลุมิติมาเป็นคุณแม่ของเจ้าหัวผักกาดน้อยในยุค70

    บทที่50. ท้องหรือเปล่านะ

    บทที่50. ท้องหรือเปล่านะ


     

    ผ่านวันสิ้นปีไปเริ่มเข้าวันปีใหม่พร้อมอากาศหนาวๆ เย็นๆ ยามเช้า


    “อูยยยตูตูหนาวมากเลยย”เจ้าตัวเล็กพูดงึมงำว่าหนาวเสียงสั่นๆพร้อมขดตัวอยู่ในผ้าห่มเป็นก้อนกลมๆก่อนจะกระดึ๊บๆ ตัวกลิ้งไปหาไคไคที่นอนอยู่ด้านข้าง


    “อื้มห่มผ้าเยอะๆ” ไคไคที่หนาวไม่ต่างจากพี่ชายก็ซุกตัวเป็นก้อนอยู่ใต้ผ้าห่มเหมือนกัน ทั้งที่ผ้าห่มที่แม่เอามาให็ก็หนามากทั้งยังนอนบ่นเตียงเตาแต่ก็ยังรู้สึกหนาวเย็นอยู่


    ซีอินเดินเข้าห้องนอนของลูกๆเพื่อจะดูว่าตื่นกันแล้วหรือยังเห็นภาพนั้นเข้าก็รีบเอาผ้าห่มนวมหนาๆผืนใหญ่ออกจากมิติมาห่มให้เด็กอีกชั้นหนึ่งก่อนจะนำเสื้อและหมวกไหมพรม ผ้าพันคอไหมพรมที่เธอถักออกมาให้สามีและลูกๆได้สวมใส่กัน เจ้าก้อนกลมๆสองก้อนโผล่ออกมาแต่ใบหน้าส่วนตัวที่เหลือนอกนั้นยังอยู่ในผ้าห่มทั้งหมด ดูน่ารักมากเหมือนตุ๊กตาหิมะซีอินจับลูกๆมาสวมเสื้อถักไหมพรมอุ่นๆ สวมหมวกและพันผ้าพันคอให้ทีละคน  


    “แม่ครับไคไคชอบผ้าอันนี้ที่แม่ถักมาก”พูดจบก็กอดแม่


    “ฮิฮิ ตูตูก็ชอบอุ่นมากครับแม่” โถมกายกอดแม่ตามน้องชายด้วย


    “จุ๊บผมก็ชอบมาก ขอบคุณนะครับภรรยา”  ร่างสูงกดจูบที่แก้มนุ่มแล้วกอดภรรยากับลูกๆไว้ในอ้อนแขนหนาวๆแบบนี้ก็ยิ่งต้องกอดกันแน่นๆ

    ซีอินได้แต่ยิ้มรับคำขอบคุณจากลูกๆและสามีที่กำลังดีใจเห่อของใหม่ที่เธอทำให้ ไม่ใช่ว่าเธอไม่เคยซื้อเสื้อผ้าใหม่ๆให้พวกเขาแต่เป็นเพราะไหมพรมถักที่เธอพึ่งให้สามีและลูกๆ ไปนั้นเธอพึ่งถักขึ้นมาเมื่อไม่นานมานี้เองและตลอดเวลาที่ทำก็มีสามคนพ่อลูกมาคอยวนเวียนเฝ้าดูอยู่ตลอดเวลาที่เธอถักว่ามันจะเสร็จเมื่อไหร่พอได้สวมใส่แล้วเลยดีใจกันมาก ส่วนของอี้เหวินและอี้เชาก็มีเหมือนกันคิดว่าจะแวะเอาไปให้หลังกลับจากบ้านหลิน..


    พอสาย ๆ แดดเริ่มส่องมากขึ้นแล้วก็ให้เด็ก ๆ ไปล้างหน้าแปรงฟันและมากินโจ๊กรองท้องก่อนเพื่อเตรียมตัวไปฉลองปีใหม่ที่บ้านตากับยายกัน 

    “เสื้อผ้าไหมพรมถุงนี้เอาไปบ้านพ่อตาแม่ยายด้วยใช่ไหมครับ”ฉิงเฟิ่งถามขึ้นขณะกำลังเตรียมของ


    “เอาไปด้วยค่ะนี่เป็นของที่ฉันทำเมื่อนานมาแล้วมันมีเยอะมากคิดว่าจะเอาไปให้พ่อกับแม่ที่บ้านหลินแล้วก็แวะไปให้อี้เหวินกับอี้เชาด้วยค่ะส่วนของบ้านเซียวฉันมีแยกไว้ให้อีกถุงแล้วนะคะ”


    “ได้ครับ”ฉิงเฟิ่งรับคำภรรยาพร้อมรอยยิ้มก่อนจะยกของฝากต่างๆ ที่เตรียมไว้ขึ้นรถยนต์ส่วนซีอินก็ต้อนเด็กๆให้เดินไปหน้าบ้านเพื่อขึ้นรถแต่ตอนที่เดินตามหลังลูกๆไปเธอกลับรู้สึกวิงเวียนขึ้นมากะทันหันจนต้องหยุดเดินแล้วหลับตาอยู่ครู่หนึ่งก่อนฉิงเฟิ่งที่หันกลับมามองภรรยาก็รู้สึกตกใจทันทีรีบวิ่งเข้าไปหา


    “ภรรยาคุณเป็นอะไรไปครับ”มือหนาจับไหล่บาง มืออีกข้างก็ยกขึ้นลูบแก้มนุ่มไปมาเบาๆพร้อมก้มลงมองใบหน้าหวานที่ซีดลงเล็กน้อยด้วยแววตาเป็นห่วงและกังวล


    “เวียนหัวนิดหน่อยค่ะไม่เป็นไรมากค่ะสงสัยคงนอนไม่พอ”


    “ครับงั้นเข้าไปพักในบ้านก่อนดีกว่าไหมครับคุณนอนสักตื่นก่อน พอดีขึ้นแล้วค่อยไปกัน”


    “ไม่เป็นไรค่ะฉันไม่ได้เป็นอะไรมากความจริงถ้าตอนกลางคืนคุณสามีจะก่อกวนให้น้อยลงฉันก็ไม่มีอาการนอนไม่พอแบบนี้แล้วนะคะ”พูดพร้อมย่นจมูกใส่คนชอบก่อกวนเธอทุกเช้าค่ำให้รู้ตัวบ้าง


    “อื้มก็ได้ครับผมจะยอมให้คุณนอนหลับอยู่เฉยๆ แล้วเดี๋ยวผมทำเองคนเดียวได้เรื่องนี้ไม่เป็นปัญหาเลย”


    ตุบ!


    “คนทะลึ่งนี่ไปเลยค่ะขึ้นรถได้แล้ว”


    “หึหึ ครับๆไปเถอะครับ นั่นเจ้าหัวผักกาดน้อยมาแอบดูพวกเราแล้ว”เมื่อซีอินหันไปมองจึงเห็นหัวกลมๆที่ยื่นผลุบๆโผล่ๆออกมาแอบดูพ่อกับแม่อยู่ตรงหน้าต่างรถที่เปิดเอาไว้จนหมด


    “พ่อกับแม่จี๋จี๋กันใช่ไหมไคไค” ตูตูที่วางคางแปะลงกับขอบหน้าต่างรถโผล่ออกมาแต่หัวกลมๆน่ารักเอ่ยถามน้องชายเพื่อความมั่นใจ


    “จู๋จี๋นะไม่ใช่จี๋จี๋”


    “อ้อจู๋จี๋นี่เอง”


    “อื้มม”


    สี่คนพ่อแม่ลูกเดินทางไปบ้านหลินเพื่อฉลองวันขึ้นปีใหม่กันคุณพ่อคุณแม่หลินดีใจมากที่ลูกสาวลูกเขยและหลานๆ มาเยี่ยมในวันขึ้นปีใหม่แบบนี้เพราะส่วนใหญ่หลายๆ ครอบครัวที่ลูกสาวแต่งออกไปแล้วครอบครัวบ้านสามีไม่ยินยอมให้กลับบ้านเดิมง่ายๆ จึงทำให้หลายๆ บ้านไม่ได้พบเจอกันพร้อมหน้าพร้อมตานัก


    “พ่อแม่ฉันมาแล้วค่ะ” เสียงหวานเอ่ยขึ้นทันทีที่ลงจากรถมาที่หน้าบ้านแล้ว


    “ตาครับยายครับตูตูกับไคไคแล้วก็พ่อก็มาด้วยครับ”เสียงกังวานใสช่างพูดเอ่ยขึ้นทันทีที่ลงจากรถได้แล้ว


    “โฮ๊ะๆๆตูตู ไคไคเข้ามาๆๆ มาหาตาเร็วเข้า” คุณพ่อหลินหัวเราะอย่างยินดีปีใหม่ปีนี่เป็นปีที่ดีมากจริงๆ


    พี่ใหญ่หลินและพี่รองหลินก็รีบเดินเข้ามาช่วยน้องเขยอย่างฉิงเฟิ่งขนของลงจากรถเข้าบ้านทันทีส่วนตูตูกับไคไคหลังจากทักทายตากับยายตามมารยาทและธรรมเนียมแล้วก็วิ่งไปเล่นกับลูกพี่ลูกน้องที่เป็นลูกๆของลุงใหญ่หลินและลุงรองหลินพร้อมเอาลูกอมกระต่ายขาวออกมาแบ่งกันกินด้วย


    “กินลูกอมแล้วต้องแปรงฟันด้วยนะ”ไคไคพูดขึ้นเมื่อเห็นญาติของตนเองที่อายุพอๆกันแกะลูกอมกินพร้อมยิ้มให้จนตาหยีอย่างดีใจ


    “ใช่แม่ตูตูบอกว่าไม่งั้นแมงสีดำๆ จะมากินฟันตอนกลางคืนนะแล้วฟันก็จะหายไป” ตูตูส่งลูกอมให้ต้าห่าวและหมิ่นหมิ่นผู้เป็นลูกพี่ลูกน้องของเขาได้กินพร้อมพูดเรื่องแมงสีดำไปด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น


    “อื้ม/อื้ม”เด็กน้อยทั้งสองที่เป็นลูกพี่ลูกน้องของพวกเขาก็พยักหน้าเข้าใจทันทีก่อนจะพากันไปวิ่งเล่นด้วยกันที่ลานหน้าบ้าน ส่วนพวกผู้ใหญ่ก็ทำอาหารกินกันและพูดคุยถามไถ่กันไปมาทุกช่วงเวลาของวันขึ้นปีใหม่มีแต่รอยยิ้มและเสียงหัวเราะ


    ตอนนี้พี่รองหลินการค้ามั่นคงขึ้นเยอะมากสามารถเก็บเงินซื้อมอเตอร์ไซค์แล้วเอาไปติดพวงข้างเหมือนรถของเธอแล้วขับตระเวนรับซื้อของตามหมู่บ้านต่างๆหลายหมู่บ้านเพื่อเอาของไปขาย จนตอนนี้เริ่มมีชาวบ้านเป็นฝ่ายเอาของมาเสนอขายให้เองบ้างแล้วด้วย


    ส่วนพี่ใหญ่หลินเองตั้งแต่ยอมทำตามที่ซีอินแนะนำก็เริ่มให้ภรรยาตัดเย็บออกแบบเสื้อผ้าไปฝากขายที่ร้านของซีอินวันไหนที่ตรงกับวันหยุดของโรงงานทอผ้าเขากับภรรยาก็จะออกมาตั้งแผงขายเสื้อผ้ากันเองด้วย และได้รับการตอบรับที่ดีมากเกิดคาดไปเยอะ


    ร้านค้าที่ซีอินซื้อไว้ก็ปล่อยพี่ใหญ่เซียวและพี่รองหลินเช่าไปหมดแล้วพี่ใหญ่หลินเองที่ทำงานโรงงานทอผ้ามานานก็มีเงินเก็บอยู่แล้วก้อนหนึ่งจึงหาเช่าหน้าร้านเพื่อเปิดร้านขายเสื้อผ้าเองโดยให้ภรรยามาดูแลซึ่งค่าเช่าร้ายก็เดือนละ15หยวน ซึ่งเป็นได้ด้วยดีทีเดียว


    ผ่านพ้นการฉลองวันสิ้นปีและวันขึ้นปีใหม่ไปอย่างชื่นมื่นตอนเช้าวันต่อมาซีอินลุกจากเตียงยังมีอาการวิงเวียนอยู่เธอเริ่มมั่นใจกับอาการของตัวเองมากขึ้นจึงนั่งนิ่งคิดและนับรอบเดือนของตัวเองว่าขาดหายไปตั้งแต่เมื่อไหร่ ก่อนยิ้มบางๆออกมาเมื่อคิดว่าอาจจะมีเรื่องมงคลต้อนรับปีใหม่แน่ๆแต่เพื่อความแน่ใจก็ต้องไปตรวจที่โรงพยาบาลเสียก่อน


    ฉิงเฟิ่งที่เข้ามาในห้องนอนเห็นภรรยายังมีอาการวิงเวียนอยู่ทั้งที่เมื่อคืนเขาเพียงนอนกอดเธอเท่านั้นไม่ได้ก่อกวนอุ่นเตียงเลยสักรอบเพราะต้องการให้ภรรยานอนหลับพักผ่อนได้เต็มที่แต่พอตอนเช้ากลับยังไม่ดีขึ้นจนเขาเองเริ่มกังวลใจมากขึ้น


    “ภรรยาครับไปโรงพยาบาลกันเถอะผมเป็นห่วงคุณมากนะครับ” เสียงสั่นๆของสามีที่ดังอยู่ข้างกายพอเงยหน้ามองก็เห็นแววตาที่เป็นกังวลของเขามือนุ่มจึงยกขึ้นลูบแก้มสากที่มีไรหนวดสีเขียวที่พึ่งโกนไปมาเบาๆราวกับต้องการปลอบขวัญเขา


    “ได้ค่ะฉันเชื่อฟังคุณ” เสียงหวานเอ่ยขึ้นเบาๆพร้อมยิ้มบางๆ ส่งไปให้


    “ดีครับ...ถ้าอย่างนั้นตูตูไคไคเดี๋ยวพ่อไปรับพี่เหวินเหวินพี่เชาเชาก่อนอย่างพึ่งกวนแม่นะแม่ไม่สบายเข้าใจไหม” เมื่อภรรยาตอบรับอย่างเชื่อฟังเขาก็เอ่ยชม พร้อมหันไปสั่งความลูกๆที่พากันเดินเข้ามาในห้องนอนของพ่อกับแม่


    “เข้าใจครับ/เข้าใจครับ”


    “เด็กดีๆ...ผมจะรีบกลับมานะครับจุ๊บๆ” เอ่ยชมลูกๆ จบก็หันมาพูดกับคนตัวนุ่มที่นั่งอยู่บนเตียงเตาก่อนเดินออกจากห้องนอนยังไม่วายหันกลับมากดจูบที่หน้าผากภรรยาติดๆ หันหลายครั้งด้วย


    “ค่ะ”


    ความจริงเขาบอกอี้เหวินอี้เชาว่าจะกลับไปที่เมืองอำเภอวันนี้ช่วงสายๆแต่ตอนนี้ต้องเปลี่ยนเวลาเดินทางกะทันหันเขาจึงเข้าไปรับเอง

    พอฉิงฟิ่งออกจากบ้านเพื่อไปรับเด็กๆที่บ้านอี้แล้ว เจ้าหัวผักกาดน้อยทั้งสองก็เริ่มเบะปากน้ำตาคลอหน้าตาเศร้าซึมเดินเตาะแตะกันไปมาแม่ ที่นั่งเอนหลังพังพนักเตียงอยู่


    “แม่ครับ”


    “แม่เจ็บที่ตรงไหนครับไคไคจะรักษาให้เอง”


    “หื้มไคไคจะรักษาให้แม่หรือจ๊ะ”


    “ตูตูด้วยตูตูจะช่วยแม่เอง”


    “งั้นขึ้นเตียงเตามาเร็วเข้าจะได้ช่วยกันรักษาแม่”


    “ครับ/ครับ”ได้ยินแล้วก็รีบพากันเอาขาสั้นๆ ปีนขึ้นเตียงเตาไปหาแม่ทันที


    ซีอินที่รออยู่ก็ยกแขนโอบกอดร่างเล็กๆทั้งสองร่างเข้ามากอดไว้ในอ้อมแขนทันที ก่อนตวัดผ้าห่มคลุมร่างตัวเองและลูกๆไว้ซุกตัวอยู่ในผ้าห่มอุ่นๆ ด้วยกัน


    “โหพอแม่ได้กอดตูตูกับไคไคแล้วก็ดีขึ้นเลยน้าาา”


    “จริงหยอคับ”ตูตูผงกหัวขึ้นถามอย่างตื่นเต้นจนเริ่มพูดไม่ชัดอีกแล้ว


    “แม่จะหายแล้วใช่ไหมครับ”


    “ความจริงแล้วแม่ไม่ได้เป็นอะไรมากจ้ะอืม..อาจเพราะกำลังจะมีน้องให้ตูตูกับไคไคก็ได้นะ” ซีอินลูบหัวกลมๆทั้งสองหัวที่ซบแปะอยู่บนตัวของเธอซ้ายขวาและเอ่ยบอกอย่างอ่อนโยน


    “น้องจะมา”ตูตูตื่นเต้นจนห่อปากทำตาโต


    “น้องสาวๆ”ไคไคเองก็ตื่นเต้นมากเพราะเขาจะได้กลายเป็นพี่บ้างแล้วตอนนี่ถ้าเรียงตามอายุเขาเป็นน้องเล็กสุดอยู่นั้นเอง


    “จ้าแต่ต้องไปให้หมอตรวจดูก่อนว่าใช่หรือเปล่านะ เพราะงั้นตูตูกับไคไคอย่าพึ่งบอกพ่อก่อนนะรอไปหาหมอกันก่อนดีกว่านะจ๊ะ”


    “ครับฮิ ฮิ ตูตูอยากมีน้องเร็วๆ ครับแม่” หัวเราะคิกคักอย่างอดตื่นเต้นไม่ได้


    “คิกไคไคด้วย น้องตัวนุ่มนิ่มๆ”


    ไม่นานฉิงเฟิ่งก็กลับมาพร้อมอี้เหวินและอี้เชาก่อนที่ร่างสูงโปร่งจะก้าวยาวๆ เข้ามาแล้วเก็บของในบ้านทันทีโดยมีอี้เหวินคอยช่วยขนขึ้นรถก่อนทุกคนจะพากันขับรถยนต์กลับเข้าเมืองอำเภอและตรงไปที่โรงพยาบาลก่อนเป็นอันดับแรก...




    คล้ายกับเรื่องMom in the 70s ทะลุมิติมาเป็นคุณแม่ของเจ้าหัวผักกาดน้อยในยุค70 ที่คุณอ่าน