Rich Second Gen Villain นายน้อยวายร้ายรุ่นสอง

    ตอนที่แปดสิบเก้า ความสามารถในการระดมทุน

    ตอนที่แปดสิบเก้า ความสามารถในการระดมทุน

    “บ้าจังทำไมปฎิเสธอีกรายแล้ว”

    ไป่มู่หลิงรู้สึกเหนื่อยใจที่เธอไม่ได้เงินห้าสิบล้านหยวนอย่างที่ต้องการตามเป้าหมาย

    เธอรวบรวมได้เพียงเล็กน้อยจากเพื่อนๆและคนรู้จักที่รวมได้คนละนิดหน่อยแค่เพียงสิบสองล้านหยวนเท่านั้นเอง

    แม้จะลองหาทางจำนองทรัพย์สินส่วนตัวก็ไม่น่าได้ถึงยี่สิบสามล้านหยวน

    ทำไมเธอถึงต้องตกระกำลำบากถึงขั้นนี้ด้วยแค่เงินเพียงห้าสิบล้านหยวนเล็กน้อยก็ยังหาไม่ได้

    อ้าวป้าหม่าแม้จะไม่ได้ขัดขวางตามที่กล่าวแต่ละคนก็เข้มงวด วิจารณ์ไวท์เปเปอร์แผนงานของเธอไม่มีชิ้นดี

    “ธุรกิจของคุณหนูจะสร้างกำไรให้พวกเราได้ดีจริงหรือ?ไม่ต้องพูดถึงความเสี่ยงที่มากกว่า แต่ผลกำไรหากมีเงินจำนวนนี้เหลือพวกเรานักลงทุนเอาไปลงทุนกับสกุลอ้าวและท่านอ้าวป้าหม่าจะยังดีกว่า”

    นักลงทุนบางคนถึงกับตอกคำพูดเช่นนี้มาใส่เธอ

    แม้จะอยู่ห่างไกล แต่เธอรู้สึกถึงเงามืดของอ้าวป้าหม่าเสมอ

    โดยไม่ได้คิดเลยว่าคนธรรมดาน่ะขอกู้แค่เจ็ดหมื่น ยังไม่มีคนปล่อยกู้ให้เลยด้วยซ้ำ

    คนที่กู้เงินได้จากธนาคารคือคนที่สินทรัพย์ค้ำประกันเท่านั้นและคนที่สามารถกู้ได้เงินสดทันใจ คือคนที่มีสลิปเงินเดือนหรือสินทรัพย์เช่นรถเป็นหลักประกันเช่นกัน

    ธนาคารจะปล่อยกู้ให้กับคนมีเงิน

    ทุนนิยมมีแต่คนที่มีทุนเท่านั้นที่จะมีความสุขได้

    ไม่ใช่ความผิดของใครแต่ระบบออกกติกาไว้เช่นนี้

    นิติกรบ่นในศาลครั้งหนึ่งว่า

    “ดูนี่สิ แม่ค้าคนนี้เป็นหนี้ห้าหมื่นทั้งร้านสินทรัพย์อะไรก็ไม่มี ที่ก็เช่าเขามา ไมได้มีคุณค่าอะไรเลย”คือแนวความคิดที่ว่าคนไม่มีสินทรัพย์ไม่มีสิทธิเข้าถึงเงินทุนสัมผัสกับความดีงามของระบบทุนนิยมแต่อย่างใด

    คนไม่มีเงินและคนจนที่พยายามจะแสวงหาทุนคือความผิดบาปร้ายแรงราวกับผีห่าซาตานที่ทุกคนในระบบรังเกียจ

    ยกเว้นคนบางคนที่พยายามทำให้คนจนเข้าถึงแหล่งเงินทุนประกาศสงครามกับความยากจน มองว่ามันเป็นเงื่อนไขหนึ่งที่ทำให้หายไปได้แต่คนคนนั้นก็โดนคดีอาญาสารพัดและแบ่งแยกธนาคารคนจนเป็นสิบห้าธนาคารทั้งที่แต่ละปีเขาก็ยังได้กำไรกว่ายี่สิบเปอร์เซ็น

    คนจนที่ไม่มีสินทรัพย์จะหาแหล่งเงินทุนอย่างไรกัน?

    และยุคสมัยของทะเลแดงเลือดที่คนกว่า 98% จะล้มเหลวในการลงทุนทำธุรกิจก็ไม่มีความหวังต่ออนาคตเลย

    แต่แม่ค้าที่เป็นหนี้ห้าหมื่นคงต้องทำร้านค้าอาหารเจ๊งไม่ต่ำกว่าล้านครั้งจึงจะเทียบเท่ากับกิจการที่เจ๊งได้ห้าหมื่นล้านและยังมาใส่สูทจิบไวน์ พูดจาดูดีในสังคม

    นิติกรที่ดูถูกแม่ค้า ยังต้องเจรจาเกรงใจกับคนที่เป็นหนี้เงินกู้หลายหมื่นล้าน

    ทั้งที่หากทำตามมาตรฐานที่หนี้ห้าหมื่นยังรังเกียจ

    นิติกรควรจะถุยน้ำลายรดหน้าหรือเอาไม้กวาดมาไล่คนที่เป็นหนี้ธนาคารนับหมื่นล้านด้วยซ้ำไม่ใช่ต้อนรับขับสู้อย่างดี

    ทั้งที่ดูตามความเสียหาย แม่ค้าที่เป็นหนี้ห้าหมื่นยังทำให้ธนาคารเสียหายน้อยกว่าล้านเท่า

    เป็นบัญญัติไตรยางศ์ ไม่ใช่การกล่าววาจาโอเวอร์แต่ประการใด

    แม่ค้าคุกเข่าขอร้อง ร้องไห้กลางศาล จะกราบเท้านิติกรนิติกรยังทำท่ารังเกียจ

    ส่วนคนเป็นหนี้หมื่นล้านใส่สูทเจรจากันอย่างดี

    นั่นล่ะคือทุนนิยมล่ะ

    เราเลือกได้แค่ว่าเราจะสูดโคเคนจากหน้าอกของสาวๆในชุดว่ายน้ำแบบวูล์ฟออฟวอลสตรีทหรือจะถือปืนเข้าป่าแบบเชย์เท่านั้น

    เลือกที่จะใช้ข้อได้เปรียบของตนเองอย่างมีความสุขคนรวยในระบบทุนนิยมนั้นสบายมากๆ หรือจะเลือกละทิ้งความสวยงามทุกอย่างที่ทุนนิยมสร้างมา

    อ้าวป้าหม่าก็เลือกทางสายที่หนึ่งนั่นเอง

    ...        

    “เอ้าฉลองกันหน่อย “

    บรรดานักลงทุนและเส้นสายของผู้จัดการเจียงได้มารวมตัวกันที่จะลงทุนซื้อที่ดินบริเวณข้างเคียงและขยับขยายเพิ่มเติม

    “เป็นเกียรติกับผมมากครับที่ท่านอ้าวป้าหม่ามาเป็นผู้นำการลงทุนของพวกเราให้เกียรติผมรินเหล้าให้ท่านนะครับ”

    ม้าพันลี้จะออกทะยานตนเองไม่ใช่ม้าพันลี้แต่เป็นแมลงวันที่เกาะหางม้า ก็จะเดินทางได้ไกลนับพันลี้อย่างแน่นอน!!!

    ทุกคนเชื่อมั่นในความร่ำรวยและแผนการทางธุรกิจที่สกุลอ้าวจะนำมาสู่พวกเขาทุกคน!!!

    แม้อ้าวป้าหม่าจะไม่ได้เขียนไวท์เปเปอร์อะไรแม้แต่ตัวเดียวแต่พวกนี้มาเพราะความเชื่อถือในสกุลอ้าวและความเชื่อมั่นทางการเงินของอ้าวป้าหม่าล้วนๆนั่นเอง