Born to be Barbarian เกิดใหม่เป็นบาบาเรี่ยน

    ตอนที่สามสิบแปด Gold Cloak

    ตอนที่สามสิบแปด Gold Cloak

    Gold Cloak ผ้าคลุมสีทอง?

    สัญลักษณ์ของคนเชื้อพระวงศ์นี่หว่า

    ตกลงไม่ใช่แค่ทหารยามธรรมดามาจัดการคนที่ก่อเรื่องวุ่นวายหรือนี่?

    นี่คือแผนการของ DM แน่ๆที่จะวางแผนให้ผมยอมจำนนแต่โดยดีโดนจับเข้าคุกลงโทษไปตามกฎหมายบ้านเมือง

    เพราะอีกทางเลือกหนึ่งคือการไปหาเรื่องกับเชื้อพระวงศ์ทำให้อาณาจักรทั้งอาณาจักรกลายเป็นศัตรูกับผมไปอีกนั่นล่ะ

    ซึ่งทางเทคนิคถือว่ายังมีทางชนะมากกว่าไปต่อสู้กับจอห์นชาวนาหรืออิวานเดอะจีเนียสแม็ดเอนเชนเตอร์

    ผมครุ่นคิดอย่างรวดเร็วเมื่อเจอคนที่เกราะอย่างดีมากกว่าคนทั่วไปที่ใส่เกราะหนังและมีตราสัญลักษณ์ขลิบทองอยู่ตรงผ้าคลุม

    ผู้นำกลุ่มของอัศวินนั้นใส่ชุดเกราะคลุมทั้งตัวแต่เสียงผมฟังรู้ว่าเป็นผู้หญิงและยังเป็นสาวพรหมจรรย์

    เฮ้อเป้าหมายที่เนโครแมนเชอร์จะลักพาตัวไปเพื่อใช้เลือดในการประกอบพิธีกรรมก็เพิ่มอีกคนหนึ่งแล้ว

    ผมไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมคนในโลกนี้ถึงยังทำตนบริสุทธิ์อยู่ได้หากความบริสุทธิ์ พรหมจรรย์คือเครื่องสังเวยชั้นดีให้กับเทพปีศาจ

    และอย่างที่เราคิดกัน

    ทหารยามที่มีประสบการณ์มากมายโดนธนูปักหัวเข่าใช้ชุดเกราะราคาถูกๆ

    ส่วนคนที่มีเกราะอย่างดีราคาแพงคือพวกลูกท่านหลานเธอ

    อย่างฟาลเนเซ่แห่ง Berserk ที่เกราะของพวกเธอแต่ละคนในกองพันอัศวินโซ่ศักดิ์สิทธิ์นั้นหรูหราราคาแพงมาก

    ส่วนชาวบ้านชาวช่องนั้นหาหม้อไหกระทะกันเอาตามมีตามเกิด

    แต่ผมไม่ได้ดูถูกพวกเธอคนที่เป็นชนชั้นสูง

    Noble upbringing  การเลี้ยงดูแบบขุนนาง

    พวกนี้นั้นมีทักษะต่างๆสูงกว่าชาวบ้านทั่วไปที่เขียนชื่อตนเองก็ยังไม่เป็นจริงๆ

    ก่อนที่เธอจะกล่าววาจาต่อไป

    ผมสะบัดผมไปข้างหลังราวกับสิงโตสะบัดแผงคอ

    Smoldering Intensity ตีหน้าเข้มเร้าใจ

    เกร้ง

    พี่กล้ามหลายคนทำอาวุธตก

    หญิงสาวนักผจญภัยหลายคนก็ปิดปากกล่าวว่า

    “มันเท่เหลือคณา”

    หญิงสาวในชุดเกราะคลุมทั้งตัวก็หยุดชะงักไปสักพักไม่สามารถกล่าวอะไรต่อไปได้สักครู่

    จนกระทั่งผ่านไปสักพักเธอก็คุมสติได้

    “ตะต่อให้เจ้าหน้าตาหล่อเหลาแค่ไหนก็ไม่สามารถเปิดเผยความลับทางการทหารของอาณาจักรได้นะพวกเรานำพวกเขาไปที่ห้องขังของวังเดี๋ยวนี้”

    เหล่าอัศวินที่ใส่เกราะอย่างดีพยักหน้ารับคำสั่ง

    ผมสามารถฆ่าพวกเขาได้ไม่ยากนักแต่นั่นเท่ากับว่าผมต้องเป็นศัตรูกับพวกตระกูลขุนนางที่เป็นญาติของพวกเขาด้วยนั่นเอง

    เพราะหากนับกันดีดี พวกขุนนางก็คือญาติกันหมดนั่นล่ะ

    “อะแฮ่ม เลดี้อาจจะมีเรื่องเข้าใจผิดอาณาจักรนี้ต้อนรับเชื้อพระวงศ์จากต่างแดนกันอย่างนี้หรือ?”

    Liturgy ธรรมเนียมสังคม

    สกิลที่ผมอัพเกรดไว้เพื่อเอาตัวรอดจากขุนนางโดยเฉพาะ

    “เชื้อพระวงศ์เจ้าบอกว่าเจ้าคือเชื้อพระวงศ์หรือ?”

    ร่างในชุดเกราะกล่าวอย่างไม่เชื่อถือ

    ผมคิดว่าทางเทคนิคผมก็นับว่าเป็นเชื้อพระวงศ์ขุนนางล่ะนะเพราะเป็นเชื้อสายของหัวหน้าเผ่าลูกชายของเผ่าไคมีเรี่ยน

    “ข้าไม่ใช่เชื้อพระวงศ์แต่คือท่านผู้นี้ต่างหาก”

    ผมผายมือไปทางอิทมาริที่กำลังทานนมจากชามที่ผมเอามาให้ก่อนหน้านี้อยู่

    “ท่านผู้นี้สืบเชื้อสายมาจากเทพเจ้าแห่งพงไพรคูโรนอสเจ้าชายแห่งสวินนิ่งพูล เจ้าชายอิทมาริ”

    แม้

    อิทมาริมองมาอย่างตกใจที่คัลได้ผายมือมาที่ตนเอง

    คล้ายกับเรื่องBorn to be Barbarian เกิดใหม่เป็นบาบาเรี่ยน ที่คุณอ่าน