สะบั้นมารสังหารเทพ (杀死魔鬼和神)

    ตอนที่ 58 มายา ภูผา ควาย

    ตอนที่ 58

    มายา ภูผา ควาย

               

                ฝูงนกนางนวล บินโฉบเรือประมงเหินวนเวียนไปมา ยามเคลื่อนใกล้ จึงค่อยส่งเสียงร้องแว่วดัง กลายเป็นช่วยปลุกหลิวซีอิ๋งให้ตื่นขึ้นจากหลับฝัน แม้คราบน้ำตาข้างแก้มของนาง ยังคงทิ้งร่องรอยจางแต่ฝันเมื่อครู่ นั้นช่างดียิ่งนัก ยามนั้นลืมตาตื่นแล้วแต่ยังไม่ทันยันกายขึ้นนั่ง พอดีคลื่นน้ำซัดกระแทกจนเรือโคลง ค่อยเกิดความสงสัยก่อนหน้าจนจำได้เพียง ตนเองเลือดลมระอุร้อน กำลังบุกเข้าไปยังลานกว้างภายในหมู่ตึกตระกูลหยาง แต่เหตุใด จมูกตน กลับสูดได้กลิ่นเค็มมาตามลม แถมพื้นไม้เวลานี้ยังสั่นไหวโยกเอนไปมา

                ...นี่ข้าอยู่ที่ใดกัน

                แต่ยังมิทันได้เริ่มค้นหาคำตอบทันทีที่นางยันกายขึ้นนั่ง เสียงอันคุ้นหู พลันดังชัดผ่านไหล่ มาทางด้านหลัง “เจ้าฟื้นแล้ว”

     

                “ท่านพ่อ”หลิวซีอิ๋งยิ่งมายิ่งงุนงง ด้วยภาพโหดร้ายก่อนหน้า ยังคงตราตรึงอยู่ในสมองไม่เสื่อมคลายเมื่อย้อนคิด หยาดน้ำตาใส พลันหยดหลั่ง อาบสองแก้ม ด้วยหวาดกลัวหากตนต้องสูญเสียคนที่รักทั้งหมดไป จะใช้ชีวิตอยู่ได้เยี่ยงไร

     

                หลิวเหวินหงรู้ดีว่าวันนี้ทุกคนเจอเรื่องราวโหดร้ายมามาก จึงโผเข้าสวมกอดบุตรสาวด้วยอบอุ่น“พวกเราผ่านมันมาแล้ว อย่าได้วิตกอีก”

     

                “ผ่านมาแล้วท่านพ่อหมายความว่า...”

     

                หลิวเหวินหงไม่ตอบคำแต่ใช้หลังมือเช็ดปาดคราบน้ำตาที่เปรอะเปื้อนสองแก้มของหลิวซีอิ๋งพลางบุ้ยปากไปยังร่างที่นอนหมดสติอยู่อีกมุมหนึ่งของเรือ

     

                “หยางเฉิง...”แม้แรกดีใจที่เห็นสามีรอดชีวิตกลับมาแต่เมื่อเห็นผ้าขาวที่พันทับบาดแผลทั่วทั้งร่าง โดยเฉพาะแขนขวาที่หลุดขาดเมื่อนั้นกลายเป็นเศร้าโศกคับข้อง แต่รู้ดีว่าแค่ทั้งหมด สามารถเอาชีวิตรอดกลับออกมาได้เพียงนี้ ก็ถือว่าเกินคาดหวังไกลไปโขแล้ว “แล้วท่านอารอง”

     

                “เด็กน้อย เจ้าคิดจะซักไซร้ว่ามีผู้ใดบ้างจนครบ โดยมิสนใจเลยรึ ว่าเหตุใด พวกเราถึงรอดกลับออกมาได้”

     

                หลิวซีอิ๋งแย้มยิ้มขวยเขินด้วยรู้ตัวหลงลืมประเด็นสำคัญ แต่ในใจล้วนคิดไปถึงโชควาสนาไม่สิ้น อาจปรากฎผู้วิเศษมากสามารถผ่านทางมาช่วยเหลือ “ท่านพ่อโปรดบอก ลูกเถิดว่าเป็นเพราะเหตุใด”

     

                “เจ้าช่างโชคร้ายยิ่งนัก”

     

                “ข้า...โชคร้าย”หลิวเหวินหงพยักหน้าคราหนึ่ง แม้เอ่ยคำโชคร้ายเมื่อครู่แต่สีหน้าท่าทางกลับยิ้มแย้ม ตรงกันข้ามกับเนื้อความ อย่างสิ้นเชิง “ท่านพ่อโปรดบอกข้ามาเถอะ”

     

                “ลูกชายของเจ้ายังมีชีวิตอยู่”คำนั้นแม้แผ่วเบา แต่กลับสะท้อนก้องอยู่ในหัวใจของหลิวซ๊อิ๋งไม่เสื่อมคลาย

     

                “ท่านพ่อไม่ได้โกหก...”หลิวเหวินหงพยักหน้ารับ “ข้า...ข้ามิได้ฝันไป...” หนึ่งหยดน้ำตา แต่ต่างความหมายรอยยิ้มแม้แห้งจาง แต่ในใจของหลิวซีอิ๋ง ยามนี้กลับชุ่มชื้นราวกับทะเลทรายแห้งแล้งยาวนาน พลันประสบฝนห่าใหญ่ชโลมลง หลิวซีอิ๋งมิมีคำใดจะเอ่ยออก เนื้อตัวสั่นเทา ยิ่งมาน้ำตายิ่งมิอาจกลั้น สุดท้ายเพียงกระชับกอดบิดาตนเองแน่นขึ้น“ลูกอี้...เก่งกล้าเพียงนั้น”

     

                “ฮ่า ฮ่า ฮ่าเมื่อเจ้าตัวแสบกลับมา เจ้าก็จะรู้เอง”

     

                “ลูกอี้จะกลับมา”

     

                “ใช่ หยางอี้จะต้องกลับมา”หลิวเหวินหงเอ่ย พลางมองทอดสายตาย้อนกลับไปยังทิศทางของหมู่ตึกตระกูลหลิว

     

                “ว่าแต่ ท่านพ่อที่นี่คือที่ใดกัน”

     

                “ที่นี่เจ้ามิคุ้นตารึ”

     

                “ไม่”

     

                “น่าแปลก ตรงที่ไกลๆ นั้น คือเขตด้านหลังตระกูลหยางนั่นละ ยามหลบหนี พอดีพ่อพบเจอเรือประมงแล่นใกล้จึงได้ขอซื้อเรือลำนี้มาจากชาวประมงผู้นั้น”

     

                “ด้านหลังตระกูลหยางมิใช่เป็นภูผาสูงหรอกรึ เหตุใดจึงกลายเป็นหลุมราบเช่นนั้น” หลิวซีอิ๋งเอ่ยจบ ก็ไม่คิดสนใจทิวทัศน์ที่เรือประมงแล่นห่างออกไปทุกทีอีกเพียงหันกลับไปสนใจดูแลหยางเฉิง และคงอยู่ข้างกายคนรัก ตลอดจนสิ้นสุดการเดินทาง กลับคืนสู่ตระกูลหลิว

    .

    .

                รับมือ !!!

                ครานี้หยางอี้กลับตะโกนลั่น ก่อนเริ่มลงมือ ราวกับส่งสัญญาณให้อีกฝั่งเตรียมตัว

     

                จ้าวมู่แม้แรกสับสนด้วยเกรงเป็นลูกเล่นของคู่ต่อสู้ ยังคงเคลื่อนช้า เน้นสมาธิจดจ่อ แต่แล้วร่างของหยางอี้ด้านหลังม่านหมอก พลันหายวับไปจากสัมผัสรับรู้ เมื่อนั้น ท่าเท้าค่อยเคลื่อนตามทิศทางของเสียงที่ตกกระทบแล่นไว

                ...เจ้ามิได้ทะยานหลบหนีเช่นนั้นก็เป็นด้านข้าง

                หยางอี้แม้ปกปิดมิดชิดเคลื่อนไหวว่องไว แต่กลับหลงลืมว่าตนมีบาดแผล หยดโลหิตที่ตกลงจากไหล่ขวากลายเป็นเปิดเผยร่องรอยให้จ้าวมู่ติดตาม โดยมิต้องอาศัยเสียงกระทบพื้นอีกต่อไป

                ...ครานี้เจ้าไม่รอดแน่

                หากวัดกันที่ความพิสดารและระยะเร่งความไว ย่างก้าวเงาอสูร ล้วนเหนือกว่า ท่าร่างเหยียบผิวน้ำ ของจ้าวมู่อย่างไม่อาจเทียบแต่หากนับความไวเพียงอย่างเดียว ผู้ฝึกตนลมปราณเชื่อมฟ้าดินย่อมว่องไวกว่าผู้ฝึกตนลมปราณแรกธรรมชาติหลายเท่าหากมิอาจตามติดระหว่างการเคลื่อนไหวของหยางอี้ แต่ใช้วิธีการคาดเดาจุดหมายสุดท้ายและทะยานไปดักรอ ความเร็วของจ้าวมู่ ย่อมไม่เป็นรองหยางอี้ในปัจจุบัน

               จ้าวมู่เคลื่อนตัวทีหลังแต่สุดท้ายเพราะคาดเดาทิศทางของหยางอี้ออก กลับไล่ตามจนเข้าสู่ระยะจู่โจมเมื่อนั้นเพลงกระบี่...แม่น้ำคลั่งทำลายเรือ ที่สะสมลมปราณเอาไว้ก่อนพลันปะทุออก คำตวาด...ตายซะเถอะ !!! ดังลั่นแต่แล้วภาพมายาของหยางอี้ กลับแสดงอิทธิฤทธิ์อีกครา ผู้คนที่กระโจนใส่ตนกลับกลายเป็นอิสตรีงดงาม เช่นเดียวกับในคราแรก

               ...อย่าหวังว่าลูกไม้เดิมๆ จะใช้กับข้าได้อีกหน

               ครานี้จ้าวมู่ไม่ยินยอมให้ถูกหลอกอีกหนแม้ได้ยินเสียงอ้อนวอน กลับไม่คิดออมรั้ง ยิ่งกลายเป็นเดือดดาลกว่าเก่าเร่งสภาวะจู่โจม กลายเป็นกระบวนว่องไวยิ่งขึ้น พริบตา เพลงกระบี่ แม่น้ำคลั่งทำลายเรือก็ส่งลมปราณกระบี่แหลมคม ฉีกกระชากทุกสรรพสิ่งในรัศมี ทำลายล้างดุดันราวกับคมเขี้ยวของสัตว์ร้ายกรุ้มรุมขย้ำเหยื่อในทุกทิศทาง เสียงเลือดเนื้อแตกระเบิด ดัง...โพละ โพละ โพละ !!! ต่อเนื่องยาวนานจนสุดท้าย เลือดเนื้อทุกชิ้นล้วนแหลกเหลว ไม่มีชิ้นดี

     

               แต่แล้วม่านโลหิตที่ฟุ้งกระจาย เริ่มจืดจาง ภาพมายาล้วนหมดสิ้น สายตาของจ้าวมู่กลายเป็นเขม็งเกร็งเส้นโลหิตข้างศีรษะกลายเป็นปูดโปน หยางอี้กลับปรากฏกาย ยืนยิ้มแฉ่งอยู่ที่ห่างออกไปสองหูแรกได้ยินเสียงโหวกเหวกของเหล่าศิษย์ ที่แตกตื่นตกใจแต่ยามนี้กลายเป็นอื้ออึ้งมืดบอดด้วยความโกรธ เพราะสิ่งที่มันลงมือสังหารคือภาพหลอนที่หยางอี้ใช้ออกแต่ครานี้ เด็กน้อยกลับมิได้ใช้มันกับตนเองแต่กลับใช้ภาพมายานั้นกับหนึ่งในศิษย์เอกที่บาดเจ็บ นั่งสมาธิรักษาตัวอยู่ด้านข้าง...หม่าฉีถาง ศิษย์รักที่จ้าวมู่หมายมั่นเป็นตัวแทนของตนในการคัดเลือกผู้ฝึกตนสายเลือดใหม่ ในอีกสามปีข้างหน้าของเทียนถัง

     

               สารเลวชั่วช้าแกต้องตาย !!!

               จ้าวมู่ไม่สนสิ่งใดอีกความคิดในหัว มีเพียงสังหารหยางอี้เพียงสิ่งเดียว ท่าเท้าทะยานไวเข้าหาเด็กน้อยราวสุนัขคลั่งลมปราณในร่างถูกเร่งเร้า จนบรรยากาศรอบกายสั่นไหว

     

               ฮ่า ฮ่า ฮ่าผู้อาวุโสโง่เง่า สังหารศิษย์ตนเอง !!!

               หยางอี้ยิ่งมายิ่งยั่วยุตะโกนดังแต่ยามตะโกนมิได้คิดรนหาที่ตาย กลับหลบหนีถอยห่าง

     

               จ้าวมู่เห็นดังนั้นยิ่งกระโจนตามด้วยโกรธา เห็นหยดโลหิตตกสัมผัสพื้นคราใด ก็ใช้ออกด้วยรังสีกระบี่ก่อตัวเป็นลมปราณรุนแรงฟาดออกจนสุดรั้ง ทำลายทุกสิ่งในบริเวณนั้น จนพินาศสิ้น

     

               สุดท้ายหยางอี้ถูกบีบให้จนมุม หลบหนีจนประชิดถึงตึกสูง หากหลบหนีเข้าภายใน เชื่อว่าจ้าวมู่ต้องใช้กระบวนท่าวงกว้าง ทุบทำลายทั้งคนและสิ่งของเพียงหยุดการเคลื่อนไหวของหยางอี้ได้คราเดียว เชื่อว่าหนต่อไปเด็กน้อยคงไร้ทางรอด

     

               “เจ้าเด็กสารเลวดูสิ ว่าครานี้ เจ้าจะหนีไปที่ไหนได้อีก”จ้าวมู่ตามติดหยดโลหิตมาจนกระชั้นใกล้หยางอี้เต็มทน ยิ่งเห็นด้านหน้าทิศทางของหยางอี้มุ่งหาตึกสูง ในใจนึกกระหยิ่มยินดี

     

               ...มาจบเรื่องนี้กันเถอะ

               ย่างก้าวเงาอสูรไม่เพียงใช้ออกในแนวราบแต่ยังสามารถปีนไต่ในแนวขวาง หยางอี้กลายเป็นวิ่งขึ้นสูง หันหลังให้พื้นดิน

     

               จ้าวมู่เห็นหยดโลหิตไหลตรงสายตาตามติดขึ้นสูง ค่อยพบร่างของหยางอี้ ผลุบโผล่ขึ้นบน เมื่อนั้น ลงมือสุดกำลังฟาดทำลายตึกสามชั้นด้านหน้าจนพังพินาศ

     

                แต่หยางอี้ รั้งรออยู่ก่อน กระบวนท่ากระบี่ลมปราณยังไม่ทันบรรลุถึง ชิงกระโจนสูงขึ้นกลางหาว พอดีแรงระเบิด ปรากฏเศษไม้ปลิวว่อน ค่อยอาศัยเหยียบย่าง หยั่งฝ่าเท้าต่อเนื่อง กลายเป็นไม่ตกลง

     

               แต่สมรภูมิกลางหาวไหนเลยผู้ฝึกตนลมปราณแรกธรรมชาติ จะเทียบได้กับผู้ฝึกตนลมปราณเชื่อมฟ้าดิน ที่สามารถเหาะเหินอิสระจ้าวมู่เห็นหยางอี้ที่ด้านบน ถูกจำกัดเส้นทาง เมื่อนั้นไม่ลังเล กระทืบเท้าออกแรงส่งร่างตน ทะยานสูงเข้าหา กระบี่ในมือกลายเป็นเส้นแสงด้วยบีบอัดลมปราณเข้าจนเต็มเปี่ยม หวังระเบิดสังหารหยางอี้ให้จงได้

     

               หยางอี้แสยะยิ้ม เหลือบมองจุดดำเต็มดวงจุดสุดท้ายเมื่อนั้น ปล่อยเศษผ้าร่วงลง กลายเป็น...หม่าฉีถาง ศิษย์รักที่จ้าวมู่เพิ่งจะสังหารไปเมื่อครู่ กลายเป็นกระตุ้นโทสะของฝั่งตรงข้าม จนเดือดดาลหากอยู่เบื้องล่าง ก่อนหน้าลงมือสังหารผิดตัว อาจไม่รู้ว่าจริงเท็จแต่อยู่กลางอากาศเช่นนี้ ย่อมไม่ผิดเพี้ยน เพลงกระบี่ที่รวมรั้ง แทงทะลวงแตกระเบิดแต่กลับไม่ปรากฏโลหิตสาดกระเซ็นดังที่คาด

     

               พริบตาเงยหน้าขึ้นเห็นหยางอี้กำลังร่วง กลายเป็นร่างทะยานกลับทิศ คิดพุ่งตรงเข้าหาตนเองยามนั้นลมปราณที่รั้งรวมใช้ออกต่อเนื่อง ยังมิทันฟื้นฟู แต่ถือตัว ว่าตนเองยังเหนือชั้นกว่าเด็กน้อยก้าวใหญ่ทิ้งกระบี่เกร็งสองฝ่ามือ รวมรั้งลมปราณ หมายปะทะท้าดวลลมปราณ

     

               แต่แล้วจู่ ๆ พลันปรากฏเงามหึมาทาบทับลงมาจากเบื้องสูง ส่วนปลายยอดภูผา ที่ทิ่มหัวกลับทิศทางกำลังตกใส่ตน ในใจล้วนคิดว่าเด็กน้อยเจ้าเล่ห์ ช่างใช้ภาพลวงตาได้น่าขบขันจึงมิคิดหลบเลี่ยง

     

               “เจ้าติดกับแล้ว”หยางอี้ที่หลบอยู่หลังภูผา รับรู้ถึงแรงผลักที่ปะทะขึ้นด้านบนเมื่อนั้นจึงปลดปล่อย ภูผาที่ดูดกลืนเข้าสู่...แหวนวิถีพรตแห่งขุนเขาออกไปทั้งหมด พร้อมออกแรงกระทืบส่งจนสุดกำลัง

     

               พริบตา...เสียงกัมปนาททับถล่มดังสะท้าน แผ่นดินเบื้องล่างสั่นไหว โยกคลอน ฝุ่นผงฟุ้งกระจายเต็มแน่นยามที่ทุกอย่างหยุดเคลื่อนไหว หยางอี้จึงค่อยกระโจนลงจากที่ราบสูงแห่งใหม่แต่กลับมิได้ลงไปจนถึงด้านล่างในคราเดียว กลับ หยุดอยู่ที่หน้าต้นไม้ใหญ่ซึ่งชี้กลับหัวต้นหนึ่ง ต้นไม้อันคุ้นตา

               ...ข้านั่งหลบแดดอยู่ใต้ร่มเงาของเจ้ามาหลายคราหากจะปล่อยทิ้งไว้ให้ งอกกลับทิศก็น่าเสียดายอยู่ เช่นนั้นวันนี้ เราก็ควรจะนำมันลงไปทำประโยชน์อีกสักครา

               ความคิดบังเกิด เด็กน้อยจึงลงมือถอนดึงต้นไม้ใหญ่ออกมาจากพื้นดิน ก่อนจะแบกมันลงมา รั้งรออยู่ที่ด้านล่าง ยามนั้นเหล่าศิษย์สำนักแม่น้ำใหญ่ที่เหลืออยู่ ต่างหวาดกลัวหยางอี้ จนมิกล้าเข้าใกล้ หยางอี้รอคอยยาวนานร่วมหนึ่งเค่อในที่สุดร่างปางตายก็ขุดดินตะเกียกตะกายออกมาจากข้างใต้ของภูผา

     

               ร่างรวยรินของจ้าวมู่แหงนหน้า เงยขึ้นมองดูหยางอี้จากใต้ดิน แม้ในใจเดือดดาล แต่รู้ดีเวลานี้ควรเอ่ยแต่ถ้อยคำอ่อนน้อม

     

               เพียงแต่...หยางอี้ไม่คิดให้อีกฝั่งเอ่ยคำใดๆ ออกมา เพียงทำท่า...จุ๊ปากเบา ก่อนจะปักต้นไม้ใหญ่ที่ลงทุนแบกมา กระแทกด้วยลมปราณที่เหลือทับร่างของจ้าวมู่ลงไปจนสุดแรง ร่างที่สาหัสจนลมปราณคุ้มกายไม่เหลือหลอย่อมมิอาจต้าน ลำต้นไม้ใหญ่จมหายลงดินเกือบครึ่ง เมื่อนั้หยางอี้จึงค่อยหยุดมือหันหลังกลับ พื้นดินรอบข้าง ค่อยปรากฏชุ่มชื้น โลหิตสีแดงเข้มซึมเปียกเมื่อนั้นสัมผัสรับรู้ถึงชีวิตของจ้าวมู่จึงค่อยดับลง


    จบภาค 1

    คล้ายกับเรื่องสะบั้นมารสังหารเทพ (杀死魔鬼和神) ที่คุณอ่าน

    ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

    ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    781K 869
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    หมื่นจักรภพสยบราชันย์

    หมื่นจักรภพสยบราชันย์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.77M 4643
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    นิยาย แฟนตาซี
    4.85M 1262
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    จุดสูงสุดแห่งชูร่า【至尊修罗】

    จุดสูงสุดแห่งชูร่า【至尊修罗】

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.60M 3244