แสงแดดยามเช้าสาดผ่านผ้าม่านบางๆ เข้ามาแตะผิวเนื้อเปลือยเปล่าของลูก้า เนื่องจากเมื่อคืนแสงจันทร์มันค่อนข้างจะสวยพวกเขาก็เลยเปิดม่านทิ้งเอาไว้
กลิ่นเหงื่อ กลิ่นแอลกอฮอล์เจือจาง และกลิ่นของเขา…ยังอบอวลอยู่ใกล้กับจมูกของเธอ ลูก้านอนขดอยู่ในอ้อมกอดของเอกบนโซฟาหนังสีเข้มที่เล็กเกินกว่าจะนอนได้สบาย
แต่เมื่อคืนไม่มีใครใส่ใจจะเดินไปถึงเตียงด้านในห้องนอน พวกเขาหมดแรงและนอนกอดกันอยู่บนโซฟานี่ยันเช้า
“อื้อออ หนักจัง” ฉันบ่นก่อนเป็นอย่างแรกที่รู้สึกตัว
ลืมตาขึ้นช้าๆ ผมปรกหน้าทำให้เห็นอะไรไม่ชัดเท่าไร แต่ก็พอจะรู้แล้วจำได้ว่าตัวเองทำอะไรลงไปบ้างเมื่อคืนนี้
เอกยังนอนหลับอยู่และยังกอดฉันเอาไว้แน่น ร่างกำยำของเขาแนบชิดติดกับแผ่นหลังของฉัน อ้อมแขนแข็งแรงพาดแน่นรอบเอว ฉันขยับตัวเล็กน้อยรู้สึกได้ถึงคราบเหนียวเล็กๆ ตามร่างกาย
ก็เมื่อวานเขาเล่นใช้ท่อนหนาๆ นั้นลากน้ำเชื้อของตัวเองวาดรูปไปทั่วทั้งตัวของฉันเลย คงต้องลุกแล้วล่ะ ต้องอาบน้ำแล้วในตอนนี้
“อืม… ปล่อยฉันได้แล้วค่ะเอก” บอกเบาๆ พลางพยายามขยับออกจากอ้อมแขนเขา แต่เขายิ่งกระชับรัดอ้อมกอดแน่นขึ้น
“จะไปไหนครับ” เสียงของเขาหนักแน่น แม้ยังแหบพร่าอยู่จากความง่วง
“ฉันเหนียวตัวไปหมดเลย เอก…ขอฉันลุกไปอาบน้ำเถอะ”
“ขออีกห้านาทีนะครับ” เขากระซิบชิดหลังคอ ร่างกายของเขายังร้อนระอุเหมือนเมื่อคืน
“ให้กอดต่ออีกแค่ห้านาทีนะคะ ฉันเหนียวตัวไปหมดเลยเพราะรูปวาดของคุณ” ฉันแซว น้ำเสียงก็อ่อนลงในอ้อมแขนอุ่นๆ ของเขา
แม้จะเหนียวตัวสุดๆ แต่มันไม่ได้รู้สึกแย่เลยกับที่ถูกกอดแบบนี้ ไอ้เวรแฟนเก่านั้นไม่เคยกอดฉันแบบนั้นเลยซักครั้ง
อ่อ… ยกเว้นเวลาที่จะขอเงินหรือมีของที่อยากจะได้อะน่ะ
ความเงียบปกคลุมเราทั้งสองคนอีกครั้ง เสียงลมหายใจช้าๆ สลับกันอย่างพอดี ฉันไม่รู้ว่าเขาหลับต่อไหมเพราะถูกกอดจากด้านหลังแต่ความอบอุ่นแบบนี้มันดีจังเลยนะ
เมื่อเวลาผ่านไปเกือบห้านาทีจริงๆ เอกค่อยๆ ขยับตัวลุกขึ้นนั่ง ขยี้ตา และลืมตาขึ้น รอยยิ้มจางๆ ปรากฏบนใบหน้า
“ตอนนี้ผมโอเคแล้ว ถ้าคุณจะลุก…” เขาพูดไม่จบดี ก็พลิกตัวยืนขึ้นแล้วสอดแขนช้อนร่างเปลือยของฉันขึ้นมาในอ้อมแขน
“ทำอะไรของคุณคะ ปล่อยเลย”
“ผมก็อุ้มคุณไปอาบน้ำไงครับ”
“เอก! เดี๋ยว! ฉันเดินเองได้นะคะ” ฉันร้องพลางยกมือขึ้นจับไหล่เขา ร่างของเขายังเต็มไปด้วยรอยจูบและรอยข่วนจากเมื่อคืน ราวกับเป็นงานศิลป์จากความปรารถนาของฉัน
“ผมรู้ แต่แค่อยากอุ้ม ก็เมื่อคืนเราเล่นกันจนเกือบเช้าคุณคงเดินไม่สะดวกเท่าไร” เขาตอบนิ่งๆ ก่อนก้าวเท้าเปล่าเดินออกจากห้องนั่งเล่น มุ่งหน้าสู่ห้องน้ำที่มีอ่างน้ำวนพร้อมใช้งานที่เขาให้ลูกน้องเตรียมไว้เมื่อหลายชั่วโมงก่อน
//คลิก// เพียงแค่กดเปิดเครื่องทำน้ำวนก็เริ่มทำงาน แผ่กระจายน้ำอุ่นๆ ไปจนทั่วอ่าง
“น้ำอุ่นพอดีแล้ว”
“งั้นคุณก็ปล่อยฉันลงได้แล้วค่ะ” ในที่สุดเขาก็ยอมปล่อยฉันลงในอ่างน้ำซักที น้ำอุ่นๆ ทำให้ฉันรู้สึกอุ่นสบายดีจริงๆ
//สวบบบ// และแน่นอนว่าคนที่ทำให้ฉันแทบจะหมดแรงทั้งคืนตามลงมาในอ่างอย่างรวดเร็วก่อนจะกอดฉันเอาไว้จากด้านหลัง
ฉันมองเขาอย่างอ่อนใจ แต่สุดท้ายใบหน้าก็ยิ้มบางๆ ด้วยตัวเอง หัวใจอบอุ่นกว่าทุกเช้าในชีวิตที่ผ่านมา
ไม่ได้สิ… ฉันพึ่งจะโดนทิ้งมาเมื่อคืน และตอนนี้นี้ฉันกำลังจะใจเต้นให้กับผู้ชายอีกคนที่พึ่งจะเจอเมื่อคืนนี้หรอ
หยุดเลยนะไอ้หัวใจ คนดามใจแค่ชั่วคืนต้องห้ามรัก ห้ามรู้สึกถ้าฉันยังไม่อยากจะเจ็บอีกครั้งในเวลาอันใกล้นี้
ไอน้ำอุ่นลอยคลุ้งทั่วห้องน้ำ กลิ่นลาเวนเดอร์จากฟองสบู่ในอ่างแช่ตัวกระจายหอมละมุน เสียงหยดน้ำแผ่วเบาสะท้อนในความเงียบ เอกเอนตัวพิงขอบอ่าง
แขนข้างหนึ่งโอบฉันเอาไว้ในอ้อมกอดแน่นหนา ร่างเปลือยเปล่าของพวกเราแนบกันอย่างเป็นธรรมชาติ ในน้ำอุ่นที่ขับไล่ความเหนื่อยล้าจากค่ำคืนที่เพิ่งผ่านมา
อ้อมกอดของเขามันอุ่นสบายมากเลย การถูกผู้ชายกอดโดยไม่ขออะไรนี่ดีจริงๆ
“มันจั๊กจี้นะคะ” ฉันหัวเราะเบาๆ เมื่อเขาใช้นิ้วลากเป็นเส้นช้าๆ บนต้นขาของฉัน
“อารมณ์ศิลปินน่ะ”
“คุณชอบทำแบบนี้ทุกเช้าเหรอ?” ฉันถามเสียงนุ่มมีแววหยอกล้อ
“เฉพาะเช้าที่ผมตื่นมาแล้วมีคุณอยู่ด้วย” เอกตอบพลางยิ้มมุมปาก ดวงตาคมดูมีเสน่ห์มากเหลือเกิน
พวกผู้ชายเจ้าชู้นี่ลูกเล่นพราวแพรวดีจัง ฉันกลอกตาแต่รอยยิ้มปิดไม่มิด ขยับตัวเล็กน้อยให้แผ่นหลังแนบกับแผ่นอกอุ่นของเขามากขึ้น นิ้วของไล้วนบนท่อนแขนที่โอบรัดฉันเบาๆ วาดรูปแบบที่เขาวาดบนขาของฉันบ้าง
“เมื่อคืน…มันเหมือนฝันเลยนะ” เสียงของฉันเบาจนแทบกลืนไปกับไอน้ำ “ฉันไม่เคยรู้สึก…เชื่อมโยงกับใครขนาดนี้มาก่อน”
“ฉันคงไม่ได้บอกคุณว่าฉันพึ่งโดนแฟนที่ไม่ได้เจอกันหกเดือนทิ้งมาใช่ไหม ฉันไม่ได้เล่าให้คุณฟังเพื่อกดดันหรืออะไร ฉันแค่อยากเล่าความเสียใจระบายให้ใครซักคนฟัง และคุณไม่ใช่ทั้งครอบครัว เพื่อน หรือว่าแฟน”
“ฉันรู้สึกสบายใจกว่าถ้าจะเล่าความทุกข์ใจให้กับคนที่ไม่รู้จักฟัง และคุณดูจะเป็นผู้ฟังที่ดี”
เอกเงียบอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะโน้มหน้ามากระซิบข้างหูฉัน
“ไม่ใช่แค่คุณหรอกที่รู้สึกว่าเราเชื่อมโยงกันอย่างพิเศษลูก้า ผมอาจจะไม่ใช่ผู้ฟังที่ดีนักแต่ถ้าคุณมีอะไรอยากจะระบายคุณบอกกับผมได้นะ ผมสามารถรับฟังเรื่องทุกข์ใจของคุณได้ทุกวันถ้าคุณอยากจะเล่า”
ฉันหันหน้าไปสบตาเขาแววตาครุ่นคิด “คุณพูดเหมือนว่า…นี่อาจเป็นอะไรที่จริงจัง เราก็แค่เล่นๆ กันไม่ใช่หรอฉันบอกแล้วไงว่าไม่ได้พูดเพื่อให้คุณสงสารหรือต้องรับผิดชอบอะไร”
เขาใช้นิ้วเกลี่ยปอยผมเปียกที่แนบแก้มฉันออก แล้วจูบหน้าผากช้าๆ มันอ่อนโยนจนฉันรู้สึกหัวใจเต้นแรง
“มันก็จะจริงจัง ถ้าคุณรู้สึกเหมือนกันกับผม”
“ฉัน…”
“ผมรู้ว่าคุณพึ่งมีประสบการณ์แย่ๆ ก่อนมาเจอผม แต่ผมกลับคิดว่าเรื่องที่ทำให้คุณเสียใจมันคือพรที่ทำให้ผมได้เจอคุณ”
“ผมจะไม่เร่งเร้าแค่อยากจะให้คุณรู้ว่าผมจะเดินน่าจีบคุณแล้วหลังจากนี้ และผมก็คิดว่าตัวเองสามารถมัดใจคุณได้ด้วยเพราะงั้นคุณอย่าพึ่งคิดปฏิเสธเลยนะ”
บรรยากาศรอบตัวอบอุ่นเหมือนน้ำในอ่าง ฟองสบู่ลอยแผ่วผ่านผิวของพวกทั้งสองคน ขณะที่โลกทั้งใบดูเงียบลง
เหลือเพียงเสียงลมหายใจที่ประสานกันช้าๆ เอกกระชับอ้อมแขนแน่นมากขึ้นราวกับกงขัง ขณะที่ฉันเอนศีรษะซบไหล่เขา หัวใจเต้นในจังหวะเดียวกัน
พวกเราไม่ได้พูดอะไรกันอีกได้แต่จมอยู่กับความคิดของตัวเอง ฉันจะสามารถเชื่อใจคนที่ดูเจ้าชู้ขนาดนี้ได้จริงๆ หรอ