ตอนที่ 6 ลางสังหรณ์แห่งความรัก
ผมภูมิใจในตัวเองมากๆ เื่งานก็ไปได้ดี เื่ความรักกับสาวปุ๊ก็เป็ไปอย่างงดงาม ส่วนเื่เงินไม่ใช่ปัญหาได้รับเงินเดือนเท่าไหร่ก็เท่านั้นใช้แบบประหยัดๆก็อยู่ได้แบบสบายๆแถมยังมีเงินส่งให้พ่อกับแม่ที่บ้านจ.ลำพูนได้ใช้อีกด้วย(เอาอีกแล้วนะไอ้ฟายอวยตัวเองอีกแล้ว-ช่างกูโว้ย!..ไอ้สติแตก) ผมเข้ามาทำงานใน บริษัท อาหารสัตว์ไทยฯ สาขายางตลาดได้ประมาณ 5 เดือนเศษๆ ในอายุเพียง 22 ปีเศษ สร้างผลงานเป็ที่ประจักษ์จนได้รับความไว้วางใจจากคณะผู้บริหารและเพื่อนๆพนักงานประจำสาขาอย่างดียิ่ง สาขา อ.ยางตลาด สร้างผลงานที่ดีได้มากจนเป็ที่รู้จักโดยทั่วไปในบริษัทฯเนื่องจากความร่วมแรงร่วมใจจากพนักงานในสาขาทุกคนนั่นเอง
การงานเป็ไปด้วยความราบรื่น ความรักยิ่งงดงาม ชื่นมื่น สดใสเบิกบาน ผมกับปุ๊เรารักกันอย่างหวานชื่นและจริงใจเรารักกันอย่างเปิดเผยไม่อายสายตาใครทั้งนั่นแต่เรารักกันอย่างถูกต้องตามครรลองคลองธรรมไม่เคยทำรุ่มร่ามต่อหน้าสาธารณชน พี่ๆเพื่อนๆร่วมงานทุกคนรู้ดีและลุ้นว่าเมื่อไหร่เรา 2 คนจะมีข่าวดีซะที ชายหนุ่มก็รูปหล่อแบบชาวเหนือกับหญิงสาวก็สายใสแบบชาวอีสานทุกคนให้ความรักใคร่เอ็นดูเรา2 คนเสมอมา จะมีก็แต่ไอ้เจ็คหนวดจิ๋มผู้จัดการใหญ่จอมเ้าเล่ห์นะแหล่ะที่มันเกรียดผมยิ่งว่าขี้ซะอีก มันชอบมาเกาะแกะกับปุ๊เป็ประจำตอนผมออกไปทำงานข้างนอกแถมยังชวนปุ๊ออกไปข้างนอกกับมันบ่อยๆอ้างว่าให้ไปเป็เลขาตอนออกไปเยี่ยมลูกค้าเื่นี้ปุ๊ชอบมาปรับทุกข์เสมอว่าเวลาออกไปกับมัน...มันชอบพูดจาแทะโลมต่างๆนานาว่าชอบปุ๊อย่างนั้นอย่างนี้ถ้าได้อยู่กับมันแล้วจะสบายทั้งครอบครัวเลยแต่ปุ๊ไม่ชอบตัวก็อ้วนหัวก็ล้านแถมไว้หนวดอีกน่าเกลียดที่สุด ผู้ชายอะไรลูกเมียก็มีอยู่แล้วยังคิดจะเอาปุ๊ไปเป็เมียน้อยอีกไม่มีทางฝันไปเถอะ ซึ่งในบางครั้งผมก็อดหวั่นใจไม่ได้เหมือนกันแต่ผมก็ยังเชื่อมันในตัวของปุ๊เสมอผมเลยไม่กลัวในเมื่อยังมีผมอยู่ข้างกายปุ๊แล้วคนอื่นก็รับรู้ในสถานภาพของเรามันไม่กล้าทำอะไรหรอก แต่ถ้าผมไม่อยู่หรือโดนสั่งย้ายไปที่อื่นนี่นะซิอันนี้น่าเป็ห่วง มันต้องใช้เล่ห์เหลี่ยมเข้าหาปุ๊แน่นอนในข้อนี้ผมยังเป็กังวลอยู่
“ปุ๊จ๋า...รู้ไหมว่าแม่น้อยท่านยกปุ๊ให้เป็ภรรยาของผมแล้วนะ...แค่รอให้ผมมาสู่ขอปุ๊อย่างเป็ทางการเท่านั้นเอง” ผมพูดแบบหยอกเย้า “บ้าเหรอ...แม่ยกให้ตอนไหนกัน” เธอค้อนแบบอายๆ “อ้าว...ถ้าไม่เชื่อก็ไปถามแม่น้อยเอาเองซิแถมท่านยังบอกผมว่าให้รีบๆมาสู่ขออีกด้วยนะ ไม่อย่างนั้นอาจจะมีคนมาแซงคิวก็ได้นะ แม่น้อยยังบอกอีกนะว่าเป็ผู้จัดการใหญ่ด้วยเห็นมากับปุ๊บ่อยๆมาทำเป็คุยโม้ว่าร่ำรวยแต่ยังดีนะที่แม่น้อยไม่ชอบมันจึงบอกให้ผมรีบยกขันหมากมาสู่ขอปุ๊เร็วๆยังไงล่ะ” ผมบอกไปแบบยวนๆ “ปุ๊ครับ...ผมคิดว่าผมจะทำงานเก็บเงินอีกสักหน่อย ถ้าผมพร้อมแล้วผมจะพาพ่อกับแม่ของผมมาหาแม่น้อยเพื่อสู่ขอปุ๊แต่งงาน ปุ๊จะยอมรับผมเป็สามีได้ไหมครับ” ผมถามปุ๊ตรงๆ...ปุ๊เขินอายอย่างที่สุดแล้วโผเข้ามากอดผมปุ๊ร้องไห้เหมือนดีใจสุดๆแล้วตอบเบาๆว่า“ค่ะ...ปุ๊ก็จะเป็ภรรยาที่ดีของคุณค่ะ” โอ้!..ช่างเป็อะไรที่มีความสุขมากเหลือเกินเป็่เวลาที่วิเศษที่สุดในชีวิตเลยจริงๆ...ผมโอบกอดสาวคนรักไว้แนบกายแล้วก็จูบแก้มที่ขาวเนียนของเธออย่างทะนุถนอมแบบแ่เบา...สุดที่รักของผม(เฮ้ย!!!..ไอ้ฟายหายนะกำลังจะมาเยือนมึงแล้ว – ไอ้สติมึงโผล่มาทำไมตอนนี้แล้วมึงพล่ามอะไรของมึงวะหายนะอะไรกูไม่เข้าใจ- มึงเชื่อกูเถอะแล้วทำใจได้เลยกูไปก่อนนะ) ผมสะดุ้งตื่นอย่างงงๆอยู่ นี่กูฝันไปเองหรือนี่ เฮ้อ!..ฝันแปลกๆนอนต่อดีกว่า
รุ่งเช้าอากาศแจ่มใสทำให้หัวใจชื่นบานเป็อันมาก ยิ่งได้มาเห็นหญิงสาวคนรักที่กำลังกุลีกุจอจัดข้าวของบนโต๊ะทำงานของเธอแล้วยิ่งทำให้ชื่นใจสุดๆ ร่างบอบบางของสาวงามคนนั้นคือคนรักของผมเอง...หึๆๆๆ ผมแอบย่องเข้าไปด้านหลังของเธอแบบเงียบๆแล้วก็...เข้าไปกอดเอวและหอมแก้มไปฟอดใหญ่ “ว้าย!!!...ใครกันนี่” เธอสะดุ้งใสุดขีดแล้วหันมามองหน้า “หนึ่ง!..ทำบ้าอะไรนี่ใหมดเลย” เธอค้อน “แหม...ขอโทษครับ ผมแค่อยากกอดแฟนสาวคนสวยของผมให้ชื่นใจเท่านั้นเอง...อย่าโกธรนะที่รัก” ผมอ้อน “ทำอะไรบ้าๆ...เดี๋ยวคนอื่นมาเห็นเข้าอายเค้า” เธอค่อนแคะ “ก็ให้เห็นไปเลยซิเค้าก็รู้กันหมดแล้วนี่ว่าเรารักกันแล้วก็เป็แฟนกันด้วย”ผมพูดหน้าตาเฉย
ในเช้าวันนี้พนักงานทุกคนเข้ามาที่สำนักงานครบกันทุกคนแล้ว จึงเริ่มวางแผนการดำเนินงานประจำวันของแต่ละคนให้คนอื่นทราบ สรุปทุกคน้าที่จะเปิดตลาดรายใหม่เพื่อเพิ่มยอดขายของแต่ละคนให้ได้มากที่สุดเพื่อค่าคอมฯ โดยอาจลืมคำนึงไปว่าลูกค้าที่มีอยู่แล้วเขาอาจจะต้องเข้าไปเยี่ยมเยือนช่วยเหลือและดูแลกันบ้างโดยเฉพาะสุขภาพสัตว์ของลูกค้าพวกเขา “แล้วหนึ่งล่ะมีแผนงานว่ายังไงบ้างเล่าให้ทุกคนฟังหน่อยซิ” พี่สุนทรถามขึ้นมาในฐานะหัวหน้าทีม “แผนงานของผมวันนี้ผมจะเข้าไปตรวจเยี่ยมลูกค้ารายเดิมๆนะครับ อยากจะเข้าไปตรวจดูสุขภาพสัตว์เลี้ยงของเขาว่าตอบสนองกับสูตรอาหารของเรามากน้อยแค่ไหน และจะดูความเจริญเติบโตของสัตว์เลี้ยงว่าดีหรือเปล่าหากมีข้อผิดพลาดจะได้รีบแก้ไขได้ในทันท่วงที เพื่อสร้างความมั่นใจให้ลูกค้าหนะครับ พวกพี่ๆคงสังเกตเห็นกระเป๋าสะพายของผมที่พกติดตัวเป็ประจำนั่นแล้วใช่ไหมครับ ข้างในมันก็มีเอกสารการซื้อขายของบริษัทฯตามธรรมดานั่นแหล่ะครับ แต่ที่ผมเพิ่มเข้าไปมันเป็กระเป๋ายาสัตว์ครับเวลาผมออกไปหาลูกค้าผมจะพกติดตัวไว้เสมอข้างในก็จะมี Antybiotic Chlorpheniramine Choramphenicol VitaminComplax Rumtun Alcohol กระบอกฉีดยา เข็มฉีดยาเบอร์ 20 และ 18 ลำลี ทิงเจอร์ มีดแผ่ตัด เข็มเย็บแผล ด้ายเย็บแผล แต่ถ้าจะติดยาสลบไปด้วยก็ได้นะถ้าหามาได้นะ เพื่อที่จะใช้ช่วยเหลือสัตว์ในยามจำเป็หนะครับ ส่วนลูกค้าใหม่ถ้าเจอก็ทักทายสวัสดีไปตามธรรมเนียมส่วนจะได้ขายหรือไม่นั่นมันอีกเื่หนึ่งครับ แต่พวกพี่ๆครับในส่วนตัวผมนั้นเชื่อว่าถ้าของเก่าของเราดีจริง เดี๋ยวของใหม่จะต้องตามมาเองละครับ” “หนึ่งแน่ใจได้ยังไง” พี่สุนทรสงสัย “ผมก็ใช้วิธีนี้ทำงานมาโดยตลอดครับพี่ เอาตามความเป็จริงนะครับพี่ๆ ผมว่าพวกพี่ๆก็รู้ว่าสูตรอาหารของเรายังไม่ค่อยนิ่งสักเท่าไหร่ ผันแปลไปตามวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตในแต่ละล็อดการผลิตซึ่งก็แตกต่างกันไปตามแต่ที่ฝ่ายจัดซื้อเขาจะจัดหามาได้อันนั้นก็โทษเขาไม่ได้เพราะเขาก็ทำตามหน้าที่ ถึงคุณค่าทางโภชนาการของอาหารเราจะได้มาตรฐานก็จริงแต่ในเื่ของรสชาติอาหารอาจจะไม่เหมือนกัน ผมคิดว่านี่แหละเป็สาเหตุของปัญหาท้องเสียในสัตว์เลี้ยงที่แก้ไม่หายซะที ซึ่งมันจะส่งผลต่อสุขภาพสัตว์ของเราได้ ผมจึงต้องเน้นกับลูกค้าของผมให้ความสำคัญเกี่ยวกับการให้อาหารเป็พิเศษ จะต้องมีการผสมอาหารทุกครั้งเมื่อเปลี่ยนชุดอาหารถึงจะเป็เบอร์เดียวกัน หรือ ต่างเบอร์ ก็ตามซึ่งพวกเราทุกคนรู้ดีอยู่แล้ว จะใช้สูตร 3 วัน หรือ 5วันก็แล้วแต่สะดวกเพียงแต่เราต้องคอยติดตามบ่อยๆ เพื่อสุขภาพสัตว์ของเราเป็หลัก ในเมื่อสุขภาพสัตว์ที่กินอาหารของเราเข้าไปมีสุขภาพดี FCRออกมาดีแล้วเราจะกลัวอะไรกันกับยอดขายล่ะครับพี่ๆเดี๋ยวก็ต้องมีปากต่อปาก”ผมอธิบายในวิธีการของผมให้ทุกคนในทีมฟัง แต่ผมหารู้ไม่ว่ามีผู้ใหญ่จากสำนักงานใหญ่บางท่านผ่านมาทำธุระที่สาขายางตลาดเลยแอบได้ยินวิธีการของผมเข้าให้ “เอาล่ะๆในเมื่อทุกคนต่างก็มีแผนการทำงานของตนเองเป็ที่เรียบร้อยแล้วก็เริ่มออกทำงานได้เลยนะครับ แล้วตอนบ่ายเรามาร่วมสรุปงานกันอีกครั้ง” พี่สุนทรสั่งการในฐานะหัวหน้าทีม และแล้วทุกคนก็แยกย้ายกันไปทำงาน ก่อนออกทำงานผมไม่ลืมแอบส่งจูบให้สุดที่รักแป๊บหนึ่งเธอยิ้มหน้าแดงแล้วเดินจากไป
่เวลาประมาณบ่าย3 โมงหลังจากเสร็จจากกิจการงานต่างๆในภาคสนามแล้วกลับเข้าสำนักงานจอดรกเพื่อเตรียมเข้าไปสรุปการปฏิบัติงานประจำวันบังเอิญผมกลับมาถึงสำนักงานก่อนคนอื่นๆ แล้วเดินตรงเข้าสำนักงานแต่แล้วจู่ๆแฟนสาวของผมก็รีบตรงเข้ามาหาผมอย่างรวดเร็วสีหน้าของเธอดูซีดท่าทางใมากในมือถือเอกสารอยู่ฉบับหนึ่งเหมือนจะร้องไห้ ผมจึงถามไปว่า “ที่รักคุณไม่สบายรึป่าวหน้าซีดเชียว”เธอส่วยหน้าเหมือนจะร้องไห้แล้วก็พูดขึ้นว่า “หนึ่ง...สำนักงานใหญ่มีคำสั่งให้คุณกับคุณทศพรไปบุกเบิกเปิดสาขาแห่งใหม่ที่ จังหวัดยโสธร” “ฮ้า!!!!ยะ...ยโสธร มันอยู่ที่ไหน ในประเทศหรือต่างประเทศ...โอ้!..แม่เ้ามันจะเป็ไปได้ยังไง บ้าไปกันใหญ่แล้ว” ผมพยายามเค้นเอาความจริงจากปุ๊...ปุ๊ไม่พูดเอาแต่ร้องไห้แล้วยื่นเอกสารในมือของเธอให้ผมแล้วพูดว่า“อ่านเอาเองก็แล้วกัน เอกสารพึ่งมาถึงเมื่อตอนเที่ยงนี่เองปุ๊ใจหายหมดเลย ถ้าเราต้องจากกันจริงๆแล้วเราจะทำยังไงกันดีล่ะคะหนึ่ง...ปุ๊สัพสนไปหมดแล้วทำอะไรไม่ถูกเลย” ปุ๊ยังร้องไห้ไม่หยุดผมดึงเธอเข้ามากอดแล้วค่อยๆปลอบประโลม“ไม่เป็ไรนะยอดรักผมต้องหาคำตอบครั้งนี้ให้ได้เชื่อผมนะ”“ค่ะ...ปุ๊จะเชื่อคุณค่ะ” ทั้งๆที่ในหัวสมองของผมมันมืดแปดด้านไปหมดเลยนี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่วะ
ผมเปิดเอกสารเอาเปิดมาอ่าน ในเอกสารมีใจความว่า “เรียน นายณพฉัตร เปาชัย ตำแหน่งพนักงานสัตวบาลส่งเสริมการตลาด สังกัดสาขาอำเภอยางตลาด จังหวัดกาฬสินธุ์ บริษัท อาหารสัตว์ไทย (มหาชน) จำกัด บริษัทฯได้ทำการประเมินผลการปฏิบัติงานของท่านมาโดยตลอดใน่เวลาที่ท่านเข้าร่วมทำงานกับบริษัทฯ ผลปรากฏว่าผลการปฏิบัติงานของท่านเป็ที่น่าพอใจจากคณะผู้บริหารเป็อย่างมาก และเนื่องจากในเขตจังหวัดยโสธรนั้นยังไม่มีสาขาของบริษัทฯ ทางคณะผู้บริหารจึงมีนโยบายจะขยายภาคการตลาดเข้าไปสู่จังหวัดยโสธรเพื่อเพิ่มยอดการตลาดให้กว้างขวางมากยิ่งขึ้น และจากผลการปฏิบัติงานของท่านที่ผ่านการพิจารณาของทางคณะผู้บริหารแล้วคณะผู้บริหารมีความพึงพอใจในความสามารถของท่าน จึงมีคำสั่งให้ท่านเป็ผู้นำในการบุกเบิกเปิดสาขายโสธรแห่งนี้ให้จงได้โดยมี นายบุญถม เขื่อนชอบ ตำแหน่งพนักงานสัตวบาลส่งเสริมการตลาด เป็ผู้ช่วย โดยให้อยู่ในความควบคุมของ นายทศพร ชุ่มเย็น ตำแหน่งผู้จัดการเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลาง ทั้งนี้ขอให้เริ่มปฏิบัติหน้าที่ในทันทีหากได้รับทราบความในคำสั่งนี้ จึงเรียนมาเพื่อทราบและถือปฏิบัติโดยเคร่งครัด ลงชื่อ นางพิสมัย เลิศวิไลลักษณ์ ประธานคณะกรรมใหญ่ บริษัท อาหารสัตว์ไทย (มหาชน) จำกัด”
ผมอ่านเอกสารจบแล้วหันมามองหน้าสาวคนรักเธอยังคงน้ำตาคลอหน่วยอยู่ “ปุ๊จ๋า...ผมไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับผมกันแน่ผมเดาไม่ถูกเลยแต่ยังไงผมก็ต้องหาคำตอบให้ได้ ไม่เป็ไรนะที่รักใจเย็นๆแล้วผมจะหาคำตอบเอง” ผมมานั่งพิจารณาข้อความในเอกสารแล้วก็เลยเกิดข้อสงสัยขึ้นบางอย่าง ข้อแรกทำไมไม่เลือกคนเก่งๆประสบการณ์มากมายทำไมมาเลือกผมที่พึ่งเข้ามาทำงานยังไม่ถึง6 เดือนด้วยซ้ำ ข้อสองเขาให้ผมพร้อมผู้ช่วยไปบุกเบิกตลาดแห่งใหม่ที่ไม่เคยมีใครทำได้มาก่อน เพื่อพิสูจน์ความสามารถของเราอย่างนั้นเหรอ หรือข้อที่สามมีคนอยากให้เราออกห่างจากปุ๊ข้อนี้น่าสงสัยมาก แล้วผมก็นึกขึ้นได้เื่หนึ่ง พี่ทศพร ต้องให้คำตอบได้แน่ๆ ผมกับปุ๊กำลังไม่สบายใจกับคำสั่งที่ว่าอยู่ แล้วจู่ๆก็ได้ยินเสียงร้องทักมาจากด้านหลัง “เฮ้ย!!!ไอ้เสือน้อยเป็ไงบ้างวะ สบายดีรึป่าววะ” พี่ทศ ผมหันไปมองเห็นบุรุษผู้หนึ่งแต่งกายภูมิฐานเดินเข้ามาหา “อ้าว!...พี่ทศมาไงวะพี่ มาๆนั่งพักก่อน ปุ๊จ๋า...ไปหาน้ำท่ามารับแขกหน่อยนะจ้ะ”ปุ๊พยักหน้าแล้วก็เดินจากไปกลับมาพร้อมน้ำเย็น 2 แก้วแล้วเธอก็นั่งฟังด้วย พี่ทศไม่ว่าอะไร “ไอ้เสือน้อยมึงนี่ไม่ธรรมดาเลยนะเด็ดดอกฟ้าประจำสาขามาเชยชมจนได้”พี่ทศแซว “พี่ก็พูดเกินไปเราสองคนพูดจากันถูกคอก็เลยสนิทสนมกันเป็เื่ธรรมดานะครับพี่ แต่ก็หวังให้เป็เช่นนั้นเหมือนกันล่ะครับ...ฮ้าๆๆๆ” หัวเราะพร้อมกัน “มึงไม่ต้องมาทำเป็มาแก้ตัวหน่อยเลยเค้ารู้กันทั้งบริษัทฯแล้ว ไอ้เจ็คหนวดจิ๋มนี่มันหงุดหงิดจัดเลยสงสัยมันจะแค้นมึงน่าดูเลยว่ะ”พี่ทศพูดพลางหัวเราะ “โหพี่ถ้าเป็อย่างนี้ผมคงต้องพกปืนซะแล้วกระมังพี่เผื่อโดนลอบยิงจะได้เอาไว้ป้องกันตัว” แล้วเราก็หัวเราะ“ว่าแต่วันนี้พี่แวะมามีเื่สำคัญกับผมใช่ไหม” ผมแกล้งถามทั้งๆที่รู้อยู่แล้วว่าเื่อะไร“มึงได้รับคำสั่งแล้วใช่ไหม” พี่ทศถาม “ได้รับแล้วครับพี่..พึ่งได้ตอนบ่ายนี่เอง”ผมตอบ “พี่ทศครับด้วยความเคารพนะครับพี่ ผมมีคำถามจะถามพี่ 3 ประการได้โปรดกรุณาตอบคำถามตามความเป็จริงนะครับ”ผมจ้องหน้า “เออๆ...มึงถามมาถ้ากูตอบได้กูจะตอบ” “ต้องตอบ” ผมกำชับแล้วมองหน้า พี่ทศหน้าซีดไปเล็กน้อยคงไม่คิดว่าไอ้เสือน้อยมันจะกล้าเล่นมุขนี้
ผมเริ่มถาม“ข้อแรกทำไมต้องเลือกผม คนเก่งๆประสบการณ์มากมายทำไมไม่เลือกเขา ผมพึ่งเข้ามาทำงานยังไม่ถึง 6เดือนด้วยซ้ำ ประสบการณ์ก็ยังน้อยถึงสำนักงานใหญ่จะอ้างผลงานว่าผมทำงานเก่งก็เถอะแต่มันไม่ใช่ผมคนเดียว ทุกคนในสาขามีส่วนร่วมกันทั้งนั้นโดยเฉพาะพี่สุนทรหัวหน้าทีม เขาทุ่มทั้งแรงกายแรงใจเพื่อความสำเร็จของ บริษัทฯแล้วเขาหายไปไหนล่ะทำไมไม่เลือกเขาช่วยตอบคำถามด้วยครับพี่”
“กูจะตอบข้อแรก ที่คณะผู้บริหารเขาเลือกมึงไม่ใช่ว่ามึงเก่งกาจอะไรหรอกนะแต่เขาเห็นว่ามึงมีกึ๋น มีอย่างที่ไหนพนักงานคนอื่นมุ่งแต่จะทำยอดขายไปข้างหน้าอย่างเดียวเพื่อ้าคอมมิชชั่นจากยอดการขายแต่ลืมหันไปดูแลสัตว์เลี้ยงของลูกค้าที่ขายอาหารสัตว์ให้เขาไปแล้วไม่ติดตามดูแลสุขภาพสัตว์ให้เขาพออาหารสัตว์มีปัญหาก็ให้เครมบริษัทฯอย่างเดียวบอกสูตรอาหารไม่นิ่งแล้วมึงว่าบริษัทฯเค้าจะเครมให้ไหมล่ะ ไม่เหมือนมึงไม่มุ่งรายใหม่รักษารายเก่าให้เขาเชื่อมั่นเดี๋ยวรายใหม่ก็ตามมาเองช้าๆแต่มั่นคง ไอ้เสือน้อยอีกอย่างที่กูเห็นมึงสะพายกระเป๋ายาติดตัวตลอดเวลาเลยหนะ มันมีพนักงานขายอาหารสัตว์คนไหนบ้างวะที่สะพายกระเป๋ายาสัตว์เข้าหาลูกค้าเพื่อขายอาหารสัตว์มีแต่เขาจะเอาเอกสารการขายสินค้าไปเปิดตลาดการขายกันทั้งนั้น มีแต่คนบ้าอย่างมึงนี่แหล่ะที่ทำได้แต่แม่งโดนใจเ้านายว่ะ”พี่ทศพูดต่อ “ที่เขาเลือกมึงไม่ใช่มึงขายเก่งหรอกนะออกจะห่วยแตกด้วยซ้ำ แต่ที่เขาเลือกมึงเพราะมึงเป็คนเอาใจใส่ ดูแลสุขภาพสัตว์ให้ลูกค้าเป็อย่างดี” “พี่ครับผมเป็สัตวแพทย์นะครับหน้าที่หลักก็คือการดูแลสุขภาพสัตว์ สัตว์สุขภาพดี โตเร็ว FCR สูง นั่นแหล่ะความสำเร็จของผมส่วนเื่ขายได้มากได้น้อยนี่ผมไม่กังวลเลย ของดีใครๆเขาก็อยากได้จริงไหมเดี๋ยวก็พูดกันปากต่อปากมันก็ขายได้เองแหล่ะ แต่ที่สำคัญนะดูแลลูกค้าในมือของเราให้ดีที่สุดก่อนก็แล้วกัน” ผมอธิบาย “เพราะมึงคิดอย่างนี้ไงแม่งเลยโคตรโดนใจผู้บริหารเป็อย่างมากโดยเฉพาะท่านประธานฯ นี่กูจะบอกอะไรให้นะมึงไม่รู้ตัวหรอกมีลูกค้าหลายคนชมมึงต่อหน้าท่านประธานเชียวนะเว้ย! ว่ามึงดูแลสัตว์เลี้ยงของเขาเป็อย่างดีคอยมาแนะนำวิธีการเทคนิคต่างๆในการเลี้ยงสัตว์ของพวกเขาให้มีคุณภาพ โตเร็ว น้ำหนักดี พวกนั้นชื่นชมมึงมากเลยนะเว้ย!..” พี่ทศบอก “ก็ผมบอกแล้วผมเป็สัตวแพทย์เื่สุขภาพสัตว์ต้องมาก่อนอยู่แล้วครับท่านพี่”ผมตอบ
ข้อแรกผมรับทราบต่อไป “ข้อสองเขาให้ผมพร้อมผู้ช่วยไปบุกเบิกตลาดแห่งใหม่ที่ไม่มีใครเข้ามาทำมาก่อน เพื่อพิสูจน์อะไรความสามารถของเราอย่างนั้นนะเหรอ ผมว่าไม่ใช่ต้องเคยมีคนเข้ามาทำมาแล้วแน่นอนแต่ไม่สำเร็จ จังหวัดยโสธร ไม่ใช่จังหวัดเล็กๆนะ ตัวแทนจำหน่ายแม่งก็มาก ั์ใหญ่ทั้งนั้น CP BATAGRO CALLGILL แหลมทอง กรุงเทพอาหารสัตว์ ฯลฯ แล้วมันจะไหวหรือพี่ กาฬสินธุ์ว่ายากแล้ว ยโสธรยิ่งยากกว่างมเข็มในมหาสมุทรซะอีกนะพี่ ถ้าพวกผมทำไม่สำเร็จล่ะพี่พวกผมต้องโดนโทษอะไร” ผมถาม
“ไม่ใช่อย่างนั้น จริงอยู่มีคนเคยมาเปิดตลาดแล้วทำไม่สำเร็จเพราะใช้วิธีการแบบเดิมๆไงเลยต้องแพ้เ้าถิ่น แต่เมื่อคณะผู้บริหารเขามาเห็นวิธีการของมึงแล้วนี่เขาทึ่งในความคิดของมึง กูขอถามมึงหน่อยมึงมีแผนจะเปิดตลาดในยโสธรยังไงบ้าง”พี่ทศอธิบายแล้วย้อนถาม “พี่ย้อยถามผมถ้าอย่างนั้นผมจะลองถามพี่บ้าง พี่ว่าปริมาณหมูฟาร์มของเอเย่นต์กับปริมาณหมูของชาวบ้านทั้งจังหวัดอย่างไหนจะมีมากกว่ากันแน่นอนหมูของชาวบ้านรายย่อยย่อมมากกว่าอยู่แล้ว แล้วพี่เชื่อหรือว่าเอเย่นต์มันจะมาเอาใจใส่ดูแลสุขภาพหมูของชาวบ้านหนะ นอกจากหมูในฟาร์มของมันเอง กับชาวบ้านมันก็ปล่อยให้เลี้ยงแบบตามมีตามเกิด และมันก็เก็บค่าอาหาร ค่ายาอย่างเดียว พอถึงเวลาจับหมูมันก็กดราคาอ้างว่าซากไม่สวย แต่ถ้าบริษัทฯของเราค่อยๆเข้าทำความรู้จักผู้เลี้ยงรายย่อยต่างๆโดยผ่านทางกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือชมรมอื่นๆในพื้นที่เพื่อหาข้อมูลปริมาณหมูในพื้นที่ไปเรื่อยๆเพื่อใช้ในการวางแผนงานแล้วค่อยๆเดินทีละก้าว เจอหมูป่วยรักษาให้ฟรี สร้างความไว้วางใจ ให้ความรู้ในการเลี้ยงสัตว์อย่างถูกวิธี เมื่อถึงเวลาที่พร้อม...ตูม!!! ถ้าไม่เป็ไปตามนี้จับผมไปปะาชีวิตได้เลย เค้าเรียกว่าการรบแบบกองโจรครับพี่ พี่มีข้อสงสัยอะไรอีกไหมครับ” ผมอธิบาย “เออ!..กูเชื่อมั่นในตัวมึงก็แล้วกัน”พี่ทศตอบ
“ข้อที่สามคือมีคนอยากให้ผมออกห่างจากปุ๊ใช่ไหม ข้อนี้น่าสงสัยมาก ผมว่าในสาขายางตลาดเกือบทุกคนรู้ว่าผมกับปุ๊เรารักกันแล้วในอนาคตเราวางแผนที่จะแต่งงานกันด้วย แต่ก็มีจิ้งจอกเฒ่าคอยจ้องขโมยปุ๊ไปจากผม และผมคิดว่าทุกคนก็รู้ว่าเป็ใคร ถ้าผมไปแล้วหมดอุปสรรคแล้วมันจะต้องใช้อำนาจในมือของมันทำให้ปุ๊ไปอยู่ข้างกายของมันแน่ๆ ไอ้จิ้งจอกเฒ่าเ้าเล่ห์มันเหลี่ยมจัดมาก นี่ผมก็ได้ยินข่าวมาจากสำนักงานใหญ่ว่าคุณนิด เลขาฯหน้าห้องของไอ้จิ้งจอกเฒ่าก็จะขอลาออกผมคิดว่าคงไม่พ้นเื่หัวงูของมันนี่แหละ ถ้าคุณนิดลาออกรายต่อไปก็คงไม่พ้นปุ๊แน่นอน ยิ่งปุ๊สดใส จิตใจซื่อๆไม่ทันเหลี่ยมมันแน่ ในเื่งานผมมีแผนอยู่ในหัวสมองอยู่แล้วจะให้บุกป่าลุยไฟผมไม่เคยกลัว แต่ในเื่อำนาจผมไม่มี ที่ผมเป็ห่วงสุดก็คือสุดที่รักของผมคนเดียว ถ้าพี่รับประกันความปลอดภัยให้กับปุ๊ได้ผมลุยเต็มที่ แต่ถ้าพี่รับปากไม่ได้ผมกับปุ๊เราจะหนีไปด้วยกัน”
“ไอ้เสือน้อยมึงคิดว่าจะเอาเื่ความรักแค่นี้มาขู่ระดับผู้บริหารอย่างนั้นเหรอ? ระดับผู้บริหารระดับสูงหนะมีอะไรบ้างที่เขาไม่รู้ไม่อย่างนั้นไม่มาเป็เ้านายพวกเราหรอกโว้ย!” พี่ทศพูด “ยังไงวะพี่ผมมันโง่จริงๆพี่ช่วยอธิบายให้ไอ้ควายน้อยรับรู้หน่อยเถอะครับผมงงไปหมดแล้ว”ผมอ้อนวอน “ฟังให้ดีนะไอ้เสือน้อย ถ้ามึงคิดว่าที่มึงกับกูถูกสั่งย้ายไปยโสธรเพราะไอ้จิ้งจอกเฒ่ามันสั่งละก็มึงคิดผิด”พี่ทศพูด “อ้าวไม่ใช่มันแล้วเป็ใครกันล่ะครับ”ผมถามด้วยความสงสัยปุ๊ก็เช่นกัน “ปุ๊...วันนี้ท่านหญิงท่านมาทำธุระอะไรที่นี่” พี่ทศถามปุ๊ “ท่านหญิงไหนกันคะปุ๊ไม่เห็นจะรู้เื่เลย...ปุ๊ก็เห็นแค่ผู้หญิงวัยกลางคนแต่งตัวดีมาขอรับของที่ฝากไว้นะค่ะปุ๊เห็นชื่อตรงตามพัสดุก็เลยมอบให้ไปค่ะ” ปุ๊ตอบ “แล้วชื่ออะไร” พี่ทศถามต่อ “ชื่อนางพิสมัย เลิศวิไลลักษณ์...ค่ะ...พี่ทศอย่าบอกนะคะว่านั่นคือท่านหญิง” ปุ๊หน้าซีดจะเป็ลม ผมต้องรีบไปประคอง “ไอ้เสือน้อยตอนที่พวกมึงประชุมเพื่อวางแผนการทำงานกันหนะมึงสังเกตไหมว่ามีใครมาร่วมฟังด้วย”พี่ทศถามผม “ไม่มีนี่พี่เห็นมีแต่ผู้หญิงกลางคนๆนึงนั่งเก้าอี้อ่านหนังสืออยู่ห่างๆ...ฮ้า!!! ท่านหญิงมาแอบฟัง...ซวยแล้วกูพูดอะไรออกไปบ้างวะนี่..เวรเอ๊ย...ตกงานแน่ๆเลยกู ปัดโธ่เอ๊ย...ปุ๊จ๋าผมพูดจาเลอะเทอะอะไรไปบ้างนี่ตกงานแน่ๆเลยกู...”ผมหน้าเสีย “พวกมึงผิดกันทั้งคู่เมื่อบ่ายนี้ท่านหญิงเรียกกูเข้าไปพบเพื่อหารือเป็การส่วนตัวแต่ไม่มีไอ้จิ้งจอกเฒ่าอยู่ด้วย เพื่อทำการสอบถามประวัติความเป็มาของพวกมึง 2คน ทั้งระดับการศึกษา นิสัยใจคอ ความสามารถในการทำงานที่ผ่านมา ความคิดสร้างสรรค์ในการพัฒนาการทำงาน และก็เื่อื่นๆทั่วไป”
พี่ทศพูดต่อ “เริ่มเื่ของปุ๊ก่อน ปุ๊เป็เด็กกรำพร้าพ่อั้แ่เรียนจบ ปวช.3 สาขาบัญชี จึงไม่ได้เรียนต่อต้องออกมาช่วยแม่ทำไร่ทำสวนเพื่อเป็ค่าใช้จ่ายในครอบครัวและส่งน้องๆเรียนหนังสือ ประจวบเหมาะบริษัทฯรับสมัครพนักงานไม่จำกัดปุ๊โชคดีได้เข้าทำงานในตำแหน่งเ้าที่การบัญชีประจำสาขายางตลาดซึ่งอยู่ไม่ไกลบ้านสามารถไป-กลับ ดูแลแม่กับน้องๆได้ ด้านอุปนิสัย เป็คนเรียบร้อย พูดจาสุภาพและให้เกียรติบุคคลอื่นทั่วไป ยิ้มแย้มแจ่มใส เป็คนมีน้ำใจและขยันทำงานมากบางวันทำจนค่ำมืดดึกดื่น
ส่วนหนึ่ง เรียนจบจากโรงเรียนสัตวแพทย์ บางเขน ตอนเรียนที่กรุงเทพฯเป็ลูกศิษย์วัดไผ่ตัน นิสัยเงียบขรึม เป็คนมีน้ำใจ ไม่ชอบใช้กำลังชอบใช้ปัญญาในการแก้ไขปัญหา ที่มาทำงานที่นี่ก็เพราะอยากใช้ความรู้ที่เรียนมาเพื่อการประกอบอาชีพ เป็คนซื่อสัตย์จริงใจและรักจริง”พี่ทศบอกแล้วเล่าต่อ
“หลังจากที่กูเล่าประวัติของพวกมึงจบแล้วท่านบอกกูว่า นี่คุณทศพร จากที่คุณเล่าให้ฉันฟังมานี่ฉันชักสนใจเด็ก 2 คนนี่ซะแล้วซิ เอาอย่างนี้ก็แล้วกันเย็นวันนี้ 19.00 น. คุณนัดเด็ก 2 คนมาพบฉันที่ห้องส่วนตัวได้ไหมเป็ความลับนะอย่าให้ใครรู้เป็อันขาดฉันมีเื่จะคุยกับพวกเขา2 คนเป็การส่วนตัวเข้าใจนะ” “ครับผมรับบัญชาครับ” พี่ทศบอกพวกเราตามที่ท่านหญิงสั่ง
“เื่มันก็เป็อย่างนี้แหล่ะวะเย็นนี้พวกมึงแต่งตัวให้ดีให้เหมาะกับกาลเทศะนะ แล้วกูจะมารับตอนหกโมงเย็น ที่หลังสำนักงาน พยายามอย่าให้ใครเห็นนะโว้ย!!!” พวกเรารับปากแยกย้ายกันไปอาบน้ำแต่งตัวแล้วมารอตามเวลานัด
พี่ทศพรมารับตามเวลานัดหมายแล้วมาส่งพวกเราถึงเวลาประมาณ 18.40 น. ตรงทางเข้าสำนักงานของท่านหญิง ผมแต่งตัวชุดเสื้อเชิ้ตกางเกงยีนรองเท้าผ้าใบ ปุ๊นุ่งกระโปรงเสื้อสุภาพสีชมพู เรารอกันสักคู่ สักพักก็มีพนักงานเชิญเราเข้าไป...ตื่นเต้นสุดๆผมกับปุ๊จับมือกันแน่น ข้างหน้าเป็โต๊ะเก้าอี้ว่างเปล่าเราสองคนจับมือกับแน่น นี่นะหรือบรรยากาศที่เรียกว่าเครียดสุดๆ“ปุ๊จ๋า..ไม่เป็ไรนะผมอยู่ตรงนี้..เป็ไงเป็กันนะ..ผมรักปุ๊นะ” ผมพึมพำกับปุ๊“ค่ะ..ที่รักปุ๊ก็รักหนึ่งคะ..รักมากด้วย” ปุ๊ตอบ