บทที่ 8
นานๆครั้งเอเลนจะจับอาวุธออกสู้ซักคราหนาหากเลือกได้เขาก็เลือกที่จะหลีกเลี่ยงการใช้ความรุนแรงทำให้แม้เวลาจะผ่านมานานห้าปีเลเวลของเขาก็ยังคงไม่เกิน 30 ซึ่งนั่นนับว่าผิดปกติในโลกที่ความแข็งแกร่งงเป็นใหญ่แห่งนี้
ตรงกันข้ามกับเซลีนที่มีกระบวนท่าโดดเด่นแพรวพราวทุกท่วงท่าล้วนอ่อนช้อยประหนึ่งหญิงงามที่กลังร่ายรำดาบ เอเลนนั้นกลับต่อสู้ราวกับนักเลงข้างถนนที่มีทั้งการใช้ลูกไม้ กลิ้งกลอก หหลอกลวง โดยไม่สนเรื่องท่วงท่าและความสวยงามเพราะทุกๆการกระทำนั้นได้ผ่านความคิดมาอย่างรอบคอบแล้วว่านี่คือสิ่งที่ทำให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด
กิ้งก่าธรณีตัวแล้วตัวเล่าค่อยๆถูกเอเลนปลิดชีพอย่างมันส์มือเขาสามารถสังหารกิ้งก่าถ้ำหนึ่งตัวใช้เวลาประมาณสามนาที ระเบิดแสงที่มีผลทำให้ศัตรูตาบอดได้สิบห้านาทีสรุปคือเอเลนสามารถสังหารกิ้งก่าห้าตัวโดยใช้ระเบิดแสงหนึ่งลูก
แม้ค่าสถานะของเซลีนจะต่ำกว่าแต่อาวุธในมือหล่อนนั้นดีกว่าหอกเกรดต่ำในมือเอเลนเป็นไหนๆ ทำให้ด้วยพลังของยุทธภัณฑ์เจ้าหล่อนสามารถสังหารกิ้งก่าถ้ำได้เร็วเร็วกว่าเอเลนพียงเล็กน้อย
เมื่อระเบิดลูกแรกหมดฤทธิ์เอเลนสลับอาวุธเปลี่ยนมาจับดาบยาวแทนฟาดดาบโยอาศัยค่าความชำนาญที่ทำให้สามารถควบคุมมือของตัวเองได้อย่างละเอียดอ่อนเพื่อชดเชยความด้อยความสามารถของตน ทุกๆดาบล้วนฟาดอย่างแม่นยำทำให้ไม่มีกิ้งก่าตัวไหนเข้ามาใกล้ได้
แถมดาบยาวนั้นยังเสริมพลังด้วยรูน อัคคี ทำให้บางครั้งศพของกิ้งก่าธรณีเกิดการเผาไหม้ทำให้เกิดแสงสว่างแต่นั่นก็มากพอจะทำให้กิ้งก่าธรรีที่ไม่เคยเผชิญหน้ากับสงอาทิตย์ขยับตัวด้วยความลำบาก ความว่องไวที่เป็นจุดเด่นต้องเป็นหมันเมื่อต้องเผชิญกับสัตว์ประหลาดอย่างเอเลนที่มีค่าความว่องไวที่มากกว่า
เวลาผ่านไปกว่าหนึ่งชั่วโมงกิ้งก่าตัวสุดท้ายก็สิ้นชีพลง สองหนุมสาวหอบจนตัวโยนล้มลงอย่างหมดสภาพเป็นโชคดีของพวกเขาเป็นอย่างมากที่ระเบิดแสงสามารถใช้ได้ดผลกับกิ้งก่าถ้ำอย่างแรงแต่การต่อสู้กับกิ้งก่าร่วมห้าสิบตัวก็ยังคงเป็นอะไรที่เกินตัวไปอยู่ดี
[เลเวลของท่านเพิ่มขึ้นเป็น 32]
[ทักษะ ชำนาญดาบ(ขั้นต้น) ระดับเพิ่มขึ้นเป็น 50]
[ทักษะคำอวยพรแด่เทพนักรบ ทำงาน]
[ระดับทักษะดาบของท่านมีระดับเพิ่มขึ้นจนถึงเกณฑ์ที่เทพธิดาเซเลสเทียร์ถึงพอใจ]
[เทพธิดาเซเลสเทียร์มอบทักษะดาบให้ท่าน 1 ทักษะ]
[ท่านได้รับทักษะ ดาบผ่ามิติ]
ดาบผ่ามิติ
ระดับ 1 / 10
ประเภท ทักษะเรียกใช้
เงื่อนไขอาวุธที่สอดคล้อง ดาบ
มานาที่ใช้ 5000 หน่วย
ระยะร่าย 5 วินาที
ระยะหน่วง 10 นาที
- ทักษะดาบที่เทพธิดาเซเลสเทียร์เคยใช้เพื่อกำราบผู้รุกรานในอดีตกาล ทุกๆสิ่งที่ดาบนี้สัมผัสจะถูกแยกออกเป็นสองโดยไม่มีข้อโต้แย้ง
- พลังโจมตี 10000 หน่วย + 1000 ต่อระยะโจมตี 50 เมตร (สูงสุด 1000 เมตร) โดยไม่สนค่าพลังป้องกัน
- สิ่งมีชีวิตที่มีเลเวลต่ำกว่าผู้ใช้จะตายโดยทันที
!!!
ในบรรดาทักษะเรียกใช้ของสายอาชีพต่อสู้ทั้งหลายในช่วงเลเวลแรกๆนั้นไม่มีทักษะไหนเลยที่มีความรุนแรงเทียบเท่ากับดาบผ่ามิติ พลังทำลายของมันแม้จะระดับเพียง 1 แต่ก็รุนแรงแบบไม่มีข้อกังขา หากมีใครได้เห็นเอเลนรับทักษะนี้คงต้องมีแต่อิจฉาตาร้อน
ที่เอเลนได้รับทักษะรุนแรงขนานี้นั่นก็เพราะคลาสสายต่อสู้โดยปกติจะได้รับทักษะ ทุกๆ 15 เลเวลอย่างเซลีนหากไม่นับทักษะดาบบุปผาสีชาดละก็เซลีนก็มีทักษะเรียกใช้มากถึงสามทักษะ
นั่นคือข้อได้เปรียบของคลาสสายต่อสู้พวกเขามีทักษะมากมายให้เลือกใช้ตามสถานการณ์พลิกแพลงได้หลากหลายดังนั้นเอเลนจึงมองว่าทักษะดาบผ่ามิติจึงเปรียบเสมือนกับ ท่าไม้ตาย
“แต่พอคิดดูแล้วมันไม่รุนแรงไปหน่อยเหรอ?”
เอเลนอดถามขึ้นมาไม่ได้ แม้จะรู้อยู่แล้วว่าเทพธิดาคิดจะมอบทักษะอาวุธแต่ใครจะคิดเล่าว่ามันจะรุนแรงออกปานนี้ เขาจินตนาการไม่ออกเลยว่าในอนาคตทักษะที่เขาจะได้รับเมื่อระดับทักษะสูงขึ้นจะรุนแรงขนาดไหนบางทีอาจจะพลังโจมตีแสนหรือล้านหน่วยก็เป็นได้
ที่เอเลนไม่รู้ก็คือทักษะดาบผ่ามิตินี้คือทักษะที่มีเฉพาะเทพธิดาแห่งการต่อสู้และศาสตราวุธทั้งยังเป็นทักษะขั้นต่ำสุดที่เธอครอบครองในบรรดาทักษะดาบทั้งหลายของพระองค์ ในอดีตเซเลสเทียร์เคยเข่นฆ่าศัตรูนับล้านด้วยดาบผ่ามิติเพียงครั้งเดียว
“ถ้ามีระยะมากพอ เจ้าโกเล็มศิลาพิสุทธิ์นั่นคงตายด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว”
ว่าแล้วเขาก็อดเสียดายไม่ได้แม้ทักษะจะรุนแรงแค่ไหนแต่ก็มีเงื่อนไขการใช้งานที่ยุ่งยาก หากต้องการให้ทักษะดาบผ่ามิติมีพลังทำลายสูงสุดเขาจะต้องอยู่ห่างจากศัตรูถึงหนึ่งกิโลเมตรถึงกระนั้นแม้ทักษะดาบผ่ามิติจะทรงพลังที่สุดที่ระยะนั้นแต่ศัตรูคงไม่มีใครโง่พอจะยืนรอรับความตายเงียบๆ
เอเลนมองว่าดาบผ่ามิติเป็นทักษะที่ดีแต่ไม่เหมาะกับสถานการณ์ของเขาในปัจจุบัน
“เอาเถอะ ก็ดีกว่าไม่มีอะไรเลย”
เอเลนสลัดความคิดออกจากหัวก่อนเริ่มต้นสำรวจความเสียหาย บาดแผลเก่าของเขาตอนนี้สภาพไม่ดีนักพลังชีวิตหดสั้นลงเล็กน้อย ส่วนดาบยาวของเขาหลังจากผ่านการใช้งานมาอย่างงหนักหน่วงค่าความทนทานกลับลดลงไปเพียงหนึ่งในสี่เท่านั้น
เซลีนนั้นต่างจากเขาโดยสิ้นเชิงเจ้าหล่อนสู้โดยที่ไม่มีเลือดกิ้งก่ากระเซ็นมาโดนตัวเลยแม้แต่หยดเดียว หากไม่มีเลือดติดที่ดาบซันโทเรียนเอเลนคงนึกว่าเจ้าหล่อนแอบไปหลบแล้วปล่อยให้เขาสู้คนเดียว
เขามองเธอด้วยความอิจฉาเล็กน้อย พวกลูกคนรวยนั้นมักจะได้รับสืบทอดวิชามาจากทางตระกูลอย่างน้อยคนละหนึ่งสาขายิ่งเซลีนที่เปรียบเสมือนเจ้าหญิงของตระกูลย่อมต้องได้รับทักษะที่ดีที่สุด
“ดูไม่จืดเลยนะ”
เด็กสาวเอ่ยอย่างเหนือกว่าก่อนจะพูดขึ้น
“น่าแปลกใจจริง สู้กันเสียงสนั่นขนาดนี้เจ้าโกเล็มบ้านั่นกลับไม่โผล่ออกมา”
“แบบนั้นก็ดีแล้ว ขืนมาตอนนี้ได้ตายกันทั้งคู่แน่”
เอเลนเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนาวเหน็บพร้อมกับรู้สึกเจ็บแปลบที่เอว แม้จะไม่ได้ถูกโจมตีโดยตรงแต่แทโอก็สามารถสลักความกลัวลงในจิตใจของทั้งสองได้ไม่น้อย
สองหนุ่มสาวรีบดื่มน้ำยาเยลโล่โพชั่นเพื่อฟื้นคืนเรี่ยวแรงเพราะไม่รู้ว่าแทโอจะโผล่มาเมื่อไหร่ เมื่อพร้อมพวกเขาก็พร้อมจะเดินทางจากไป
แม้จะเสียดายซากมอนสเตอร์และสิ่งที่ได้รับจากมันแต่ตอนนี้ชีวิตของพวกเขานั้นล้วนสำคัญกว่าของนอกกาย
ตึง
แต่แล้วเหมือนโชคชะตาพลันเล่นตลกเพราะศัตรูที่คอยหนีมาตลอด มาตอนนี้มันกำลังเดินลงมาจากชั้นที่อยู่สูงขึ้นไป รังสีฆ่าฟันล้นทะลักออกจากร่างมันกล่าวด้วยน้ำเสียงยินดีเป็นอย่างยิ่ง
“เจอ ตัว แล้ว”
ไวเท่าความคิดแทโอพุ่งเข้าประชิดเซลีนเป็นคนแรก เด็กสาวที่มีกระบวนท่าดายสวยงามมันปรารถนาที่จะเรียนรู้มันดาบมิธริลในมือฟาดลงในแนวขวาง
“ซวยอะไรขนาดนี้เนี่ย”
เซลีนร้องลั่นพร้อมกับชักซันโทเรียนขึ้นมาตอบโต้ แน่นอนความช่ำชองในเชิงดาบของเธอมีสูงกว่าแทโอ ในสายตาของเธอนั้นเหมือนเห็นแทโอเป็นเหมือนกับเธอในสมัยเด็ก อัจฉริยะในเชิงดาบที่มีอัตราการเติบโตที่สูงส่ง
“ระวังด้วย เจ้านี่ฝีมือดีขึ้นจากที่เจอกันก่อนนหน้านี้ซะอีก”
เด็กสาวร้องเตือน
“ว่าไงนะ?”
เอเลนเอ่ยอย่างไม่เชื่อหูลำพงัมอนสเตอร์พูดได้ก็นับว่าเหลือเชื่อแล้ว มอนสเตอร์ที่เลียนแบบพฤติกรรมมนุษย์นั้นนับว่าเกินจินตนาการของเขาไปไกลแล้ว
ถึงภายนอกจะดูได้เปรียบแต่เซลีนนั้นกลับไม่สามารถสร้างความเสียหายให้กับแทโอได้มากนักตรงกันข้ามยิ่งต่อสู้แทโอยิ่งแข็งแกร่ง กระบวนท่าของมันเฉียบคมขึ้นทุกขณะหากไม่รีบทำอะไรซักอย่างเซลีนคงเสียท่าให้มันแน่ๆ
“อ๊ะ”
พูดไม่ทันขาดคำแทโอที่ลงมือสุดกำลังมาตลอดพลันผ่อนแรงในจังหวะสุดท้าย เซลีนที่เริ่มชินกับวิธีการต่อสู้ของแทโอจึงพลาดท่าทำให้จากที่หมายจะรับดาบของแทโอกลายเป็นการฟันลมไปเสียได้ แทโอออกอุบายได้อย่างแยบยลและเจ้าเล่ห์ขึ้นทุกขณะเมื่อมีโอกาสให้ฉกฉวยแทโอก็พร้อมจะสนองคืนดาบมิธริลพุ่งแหวกอากาศสวนกลับมาทางเซลีน
เคร้งงงง
เว้นเสียแต่ว่าเด็กสาวจะตัวคนเดียว เอเลนที่มองอยู่ตลอดขยับตัวเข้ามาขวางได้ทัน ดาบมิธริลพุ่งเฉียดดาบยาวของเอเลนจนเกิดประกายไฟแรงปะทะมากจนทำให้เด็กหนุ่มเจ็บง่ามมือ เอเลนกัดฟันกรอดก่อนจะดันดาบของอีกฝ่านกลับไป
“ย้าก”
โครม
แทโอถูกถีบจนล้มหงาย เอเลนทิ้งดาบที่ค่าความทนทานจวนเจียนจังพังแล้วหยิบเอาขวานด้ามยาวหรือฮาลเบิร์ด(Halberd) ออกมาหวังจะเปลี่ยนจากการต่อสู้ระยะประชิดให้กลายเป็นการต่อสู้ระยะกลางพร้อมทั้งหันไปมองเซลีน
“ถ้าอยากจะรอด เราต้องร่วมมือกัน”
“ตกลง”
ไม่มีเวลามามัวพิริพี้ไรพวกเขาทั้งสองต่างแบ่งหน้าที่กันอย่างรวดเร็วโดยเซลีนจะมีหน้าที่ในการสร้างความเสียหายตามที่เจ้าหล่อนถนัด ส่วนเอเลนที่มีค่าสถานะสูงกว่าจะรับหน้าที่ในการขัดขวางการโจมตีใดๆก็ตามที่ออกมาจากแทโอ
วืด เคร้ง
ดาบแรกของแทโอฟาดลงมาแน่นอนเป้าหมายยังคงเป็นเซลีนแต่เอเลนและฮาลเบิร์ดของเขาสามารถต้านรับไว้ได้ เอเลนพยายามไม่สนใจค่าความทนทานที่ลดลงฮวบฮาบ เซลีนรีบอ้อมไปด้านข้างพร้อมซันโทเรียนในมือก่อนจะแทงดาบออกไปห้าครั้งซ้อน
วิชาดาบบุปผาสีชาด สวนกุหลายแห่งความตาย
เคร้งๆ
550
600
615
649
666
ค่าความเสียหายปรากฏขึ้นถี่ยิบแม้จะลดลงเนื่องจากค่าพลังป้องกันอันมหาศาลของแทโอก็ตาม วิชาดาบนั้นมีหลายกระบวนท่าแต่ในหน้าต่างสถานะมันคือทักษะชนิดเดียวกันที่ประกอบขึ้นมาจากทักษะจำนวนมาก
ข้อดีของวิชาดาบคือค่าระยะหน่วงและมานาที่ใช้นั้นค่อนข้างน้อยแต่พลังทำลายสูงและสามารถใช้ได้อย่างต่อเนื่อง สมกับเป็นสิ่งที่สืบทอดและพัฒนามาจากรุ่นสู่รุ่น
แทโอที่รับการโจมตีไปดอกใหญ่เซเล็กน้อยเป็นครั้งแรกที่มันถูกกรุ้มรุมแบบนั้น มันพยายามหาหนทางตอบโต้แต่ไม่ว่าจะทำอะไรเอเลนก็มักจะโผล่ไปขัดขวางเสมอ
“คิดจะหนีไปไหน”
เคร้ง
ฮาลเบิร์ดเล่มเดิมขวางระหว่างมันกับเซลีนเอาไว้อีกครั้ง แม้จะเป็นครั้งแรกแต่การประสานงานกันโจมตีของพวกเขาสองคนก็ทำออกมาได้ดีราวกับสหายที่เชื่อใจกันมานานแทโอได้แต่ร้องอย่างหัวเสีย
“เจ้ามนุษย์กระจอก แกคือรายต่อไป”
“เหอะ ถ้าจะฆ่าเธอละก็ข้ามศพชั้นไปก่อน”
ไม่พูดเปล่าฮาลเบิร์ดในมือพลันแทงเข้าที่ข้อศอกด้านในอย่างจังแม้ค่าความเสยหายจะต่ำเตี้ยเรี่ยดินแต่ก็ผลที่ตามมาก็ทำให้เขาแปลกใจไม่น้อยเพราะมือของแทโอนั้นกำลังสั่นราวกับไม่มีเรี่ยวแรง
เอเลนขมวดคิ้วอย่างฉงน โกเล็มอย่างแทโอไม่ควรจะออกอาการเช่นนี้ เด็กหนุ่มพลันนึกขึ้นได้ว่าแทโอวิวัฒน์ขึ้นมาเพื่อให้มีร่างกายคล้ายมนุษย์ที่สุดเป็นไปได้ไหมว่ามันจะได้รับจุดอ่อนแบบมนุษย์มาด้วย
ไม่มีเวลาคิดมากถึงขั้นนั้นมีแต่ต้องลองดู
เอเลนมีความจำที่ดีเลิศเขาสามารถจพทุกอย่างได้ราวกับเป็นรูปภาพใบหนึ่งซึ่งแน่นอนสรีระของแทโอล้วนอยู่ในความทรงจำของเขาอย่างแจ่มชัด
แม้จะถูกเรียกว่าโกเล็มศิลาแต่แทโอกลับมีรูปลักษณ์เหมือนมนุษย์มากๆแต่ก็ยังไม่ใช่มนุษย์เต็มตัวอยู่ดี เอกลักษณํเด่นๆของโกเล็มยังคงอยู่เช่นเดิมยกตัวอย่างเช่นค่าพลังป้องกันอันมหาศาล หากมองลึกลงไปร่างกายแต่ละส่วนของโกเล็มก่อกำเนิดมาจากหินและดินประกอบกันจนเป็นรูปร่าง
แทโอนั้นแตกต่างมันได้ดูซับเอามิธริลและเปลี่ยนร่างกายจนเป็นเนื้อเดียวกันจนหมด แทโอคิดว่าตนเองไร้จุดอ่อนเป็นตัวตนอันแสนสมบูรณ์แบบอย่างที่มันใฝ่ฝัน หารู้ไม่มนุษย์เองก่อมีจุดอ่อนเช่นกันไม่ว่าจะร่างกายที่อ่อนแอ เปราะบาง ซึ่งแทโอได้วิวัฒน์จนมีข้อเสียที่คล้ายๆกับของมนุษย์อยู่
ร่างกายมนุษย์ประกอบจากกระดูกเป็นแกนหลักเสริมสร้างกำลังด้วยกล้ามเนื้อและขับเคลื่อนด้วยจิตวิญญาณ แทโอนั้นเลียนแบบไปเพียงโครงสร้างหลักของมนุษย์อย่างกระดูกเท่านั้น โกเล็มก็ยังเป้นโกเล็มอยู่วันยังค่ำตัวมันไม่สามารถมีกล้ามเนื้อได้
ถามว่าแล้วอะไรมาแทนที่กล้ามเนื้อ คำตอบนั้นชัดเจนเพียงแต่ไม่มีใครสังเกตเห็นนั่นก็คือ มานา ร่างกายแต่ละส่วนของแทโอประกอบขึ้นโดยมิธริลและยึดโยงกันด้วยมานาที่ทำหน้าที่แทนกล้ามเนื้อและระบบหมุนเวียนโลหิตทั้งยังช่วยให้มันสามารถเคลื่อนไหวร่างกายได้ละเอียดอ่อนไม่ต่างจากมนุษย์
หากเป็นมนุษย์ร่างกายจะถูกห่อหุ้มด้วยเนื้อหนังทำให้มองไม่เห็นบริเวณที่เป็นกล้ามเนื้อและเลือด แต่แทโอไม่มีสิ่งนั้นทำให้แม้ภายนอกจะดูคล้ายมนุษย์แต่ก็เป็นแค่ร่างโครงกระดูกเท่านั้น อย่างเช่นมือของมันที่ประกอบขึ้นมาจากมิธริลก้อนเล็กๆเชื่อมต่อกันด้วยมานาดูเผินๆเป็นเพียงแค่โครงกระดูกลอยได้ที่ไม่มีกล้ามเนื้อ
ช่องว่างระหว่างชิ้นส่วนยึดโยงกันด้วยมานา มานานั้นไร้รูปร่างทั้งยังไร้พลังป้องกันเอเลนสามารถฉกฉวยข้อได้เปรียบนี้ได้หากเขาเข้าใจมากพอ
และเขาก็ทำได้
เอเลนสลับอาวุธจากฮาลเบิร์ดเป็นหอกปลายแหลม แทโอพุ่งเข้ามาปะทะอย่างเคยคราวนี้เอเลนไม่ปล่อยให้คมดาบผ่านหน้าไป ใบดาบยักษ์เฉียดร่างของเขาไปไม่กี่มิลลิเมตร เด็กหนุ่มรีบเหยียบด้ามดาบเอาไว้สุดแรงทโอยังคงกุมดาบเอาไว้แน่นอย่างที่เขาหวังเด็กนุ่มรีบพุ่งหอกลงไปในช่องว่างบริเวณข้อมือที่ไร้กล้ามเนื้อของมัน
เคร้ง
....
นอกจากเสียงหอกปักตรึงกับพื้นแน่นแล้วก็ไม่มีการเปลี่ยนแปลงอันใดอีก แทโอแค่นเสียงเยาะเย้ยก่อนใช้อีกมือผลักร่างของเอเลนออกไป เด็กหนุ่มกลับไร้ท่าทีกังวลและยอมล่าถอยไปแต่โดยดี โกลเมไม่เข้าใจว่าทำไมเวลาแบบนี้เขายังยิ้มได้แต่มันก็ไม่สนใจเตรียมปิดบัญชี
กึ้ง
เสียงกระดูกปะทะกับส่วนด้ามหอกดังลั่น แทโอประหลาดใจไม่น้อยเมื่อพบว่าบริเวณมือข้างที่ถือดาบมิธริลนั้นกลับถูกตรึงเอาไว้แน่นด้วยหอกเพียงเล่มเดียวสบโอกาศเด็กหนุ่มรีบตะโกนบอกเซลีน
“เร็วเข้า ตอนนี้แหละ”
เซลีนเคลื่อนไหวก่อนที่เขาจะบอกเสียอีกดาบซันโทเรียนสะสมความเสียหายเอาไว้จำนวนมากพลันเปล่งแสงสีแดงเจิดจ้าเป็นทักษะพิเศษที่เกิดมาจากรูนทั้งสิบโดยเฉพาะ
ทักษะเพลิงจรัส
ซูม
วิชาดาบบุปผาสีชาด พันบุปผาร่วงโรย
เด็กสาวเคลื่อนกายเข้ามาด้วยความเร็วเธอพุ่งแฉลบไปด้านซ้ายของแทโอที่กำลังเอื้อมมือหมายจะดึงหอกออกมา
เคร้ง
ดาบเพลิงสาดประกายสังหารฟาดเข้าที่มือของแทโออย่างแรงจนสะบัดไปด้านข้าง ไม่จบแค่นั้นเด็กสาวหมุนตัวรอบหนึ่งก่อนจะสะบั้นดาบที่สองลงบนบั้นเอวของแทโอ
โครม
แทบจะทันทีแทโอล้มลงหน้าคะมำกรพ้อมกับเสียพลังชีวิตไปอีกจำนวนหนึ่งจังหวะนี้เองที่มือของมันพุ่งลงมาราวกับอสรพิษฉกตรงมันยังเซลีนที่กำลังหมุนกายวนมาเพื่อบรรจบการโจมตีครั้งที่สาม เอเลนชักเอาดาบยาวออกมาก่อนจะพุ่งเข้ามาอยู่ในตำแหน่งเดียวกับที่เซลีนลงมือในดาบแรก
เปรี้ยง
หัตถ์อสรพิษถูกขัดขวางโดยเอเลน แม้ค่าความเสียหายจะไม่มีแต่ก็ซื้อเวลาได้นานพอให้ดาบเพลิงฟาดลงบนข้อพับหลังเข่าด้านขวาของแทโอ
โครม
แทโอทรุดกายพรวดคล้ายคนเข่าอ่อนอย่างไร้การควบคุม เด็กสาวหมุนกายอีกครั้งทุกการหมุนนั้นจะช่วยส่งให้ดาบมีพลังทำลายเพิ่มขึ้น พันบุปผาร่วงโรยเป็นกระบวนท่าแบบนั้นโดยผู้ใช้จะเสมือนเต้นรำไปรอบๆกายศัตรูและลงมือทั้งสิ้นเจ็ดครั้ง แต่เซลีนนั้นยังไม่สำเร็จวิชาโดยสมบูรณ์ทำให้โจมตีได้แค่สี่ครั้งเท่านั้นและครั้งสุดท้ายนั้นย่อมแรงที่สุด
โครม
ปลายดาบซันโทเรียนเสยเข้าที่ปลายคางของแทโอหลังจากที่เธอหมุนกายโจมตีแทโอครบหนึ่งรอบพอดิบพอดี เธอปลอดปล่อยค่าความเสียหายทั้งหมดออกมาทีเดียวเกือบๆห้าพันหน่วยส่งร่างของโกเล็มศิลาพิสุทธิ์ลอยขึ้นฟ้าอย่างไร้การควบคุม
ตึง
แทโอกระเด็นไปนอนหมอบกับพื้นถ้ำอีกด้านหนึ่งเอเลนรียตรวจสอบพลังชีวิตของมันในทันที
17221 / 30000
“ลดได้เกือบครึ่งเองงั้นเหรอเนี่ย”
“นายทำแบบนั้นได้อีกรึเปล่า?”
เซลีนถามขึ้นหากเอเลนสามารถตรึงศัตรูได้แบบเมื่อครู่อีกซักสองสามทีเด็กอาจจะลดพลังชีวิตของแทโอได้มากจนถึงขีดอันตรายได้
“จากความฉลาดของมันผมคิดว่าคงยากหากจะใช้อุบายนี้อีก”
“ถ้างั้นจะทำยังไง?”
ระหว่างที่กำลังปรึกษากันแทโอรู้สึกอับอายอย่างยิ่งที่สิ่งมีชีวิตตัวจ้อยกลับสามารถต่อต้านมันได้มากถึงเพียงนี้ ทั้งที่มันมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยมว่ามันคือตัวตนที่สมบูรณ์แบบ
ไม่ ไม่ ต้องไม่ใช่แบบนี้ มนุษย์เป็นแค่ขั้นบันได้ให้ข้าเหยียบขึ้นไปเท่านั้น
แทโอรู้สึกสับสนอย่างที่สุดทั้งยังมีความรู้สึกเกิดขึ้นในใจอีกอย่าง บางอย่างที่มันไม่อาจคำอธิบายได้เพราะเหมือนมีอะไรมาเกาหัวใจอยู่ตลอดเวลา มันทอดมองสองหนุ่มสาวด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป
มันคือความรู้สึกริษยา
ความอยากได้อยากมีได้ผลักดันตัวแทโอให้มาอยู่จุดนี้ ไหนเลยมันจะยอมศิโรราบให้แก่มนุษย์ที่อ่อนแอ มันปรารถนาเหลือเกินว่าจะได้ออกไปจากถ้ำโสโครกแห่งนี้
อา ข้าไม่ยอมรับ ข้าไม่ยอม
การปฏิเสธนั้นง่ายกว่าการยอมรับในจิตใจของแทโอตอนนี้เต็มไปด้วยข้ออ้างมากมายเพื่อกลบเกลื่อนความเป็นจริงข้อหนึ่งที่ว่า มีความเป็นไปได้ที่มันจะด้อยกว่ามนุษย์
ยิ่งคิดความรู้สึกด้านลบยิ่งเพิ่มพูนแต่มันกลับไปรั่วไหลออกมาในรูปแบของจิตสังหาร ตรงกันข้ามความรู้สึกริษยาอาฆาตพยาบาทกลับไหลลงตรงดิ่งไปยังบางสิ่งที่หลับไหลอยู่ในกายมันมาอย่างยาวนาน บางสิ่งที่ฝังอยู่ในกายมันมาตลอดตั้งแต่มันถือกำเนิดเพียงแต่แทโอเท่านั้นที่รู้
ครืน
บรรยากาศรอบด้านเย็นลงจนน่าตกใจพร้อมกับที่ร่างของแทโอนั้นค่อยๆลอยขึ้นมาจากเศษซากกระแสมานาในอากาศพลันเกิดความผันผวนประหนึ่งแทโอกลายเป็นจุดศูนย์กลางของมรสุม
วิ้ง
ทันใดนั้นเองบริเวณอกของแทโอพลันส่องแสงสีฟ้าก่อนจะค่อยๆเคลื่อนตัวขึ้นมาเรื่อยๆ สองหนุมสาวสบตากันวูบหนึ่งแล้วพยักหน้าโดยไร้คำพูด
มันว่าแทโอจะทำอะไรพวกเขาจะไม่ยอมให้มันเกิดขึ้น การลงมือระหว่างที่ศัตรูอยู่ในสภาวะไร้สติไม่ใช่การกระทำที่ต่ำช้า การที่มีโอกาสรออยู่ตรงหน้าแล้วไม่ฉกฉวยนั่นคือการกระทำของคนเขลาโชคดีอย่างยิ่งที่เอเลนและเซลีนไม่ใช่คนประเภทยึดถือคุณธรรม
หนึ่งซ้ายหนึ่งขวา หนึ่งหอกหนึ่งดาบพุ่งแทแทโออย่างมุ่งร้ายแน่นอนว่าพวกเขาทั้งสองล้วนทุ่มเทสุดตัวหมายจะขัดขวางอะไรก็ตามที่กำลังเกิดขึ้น
เปรี้ยง!
ก่อนที่ดาบและหอกจะบรรลุถึงเป้ามายคลื่นมานาที่ดูสับสนพลันตื่นตัวก่อนที่จะมีกำแพงดินโผล่อออกมาขวางกันศาสตราวุธของพวกเขาเอาไว้ กำแพงดินที่ผุดขึ้นมานั้นมีพลังแฝงที่ไม่ธรรมดาทั้งยังแข็งดุจเหล็กกล้าสองหนุ่มสาวขมวดคิ้วก่อนจะถูกกระแทกออกมาด้วยพลังที่มองไม่เห็น
“อะไรกัน”
กำแพงดินสลายไปทันทีที่หน้าที่ของมันจบลงประหนึ่งเป็นการบอกว่าห้ามเข้ามาขัดขวางพิธีกรรมสำคัญ แวงแสงสีฟ้ายังค่อยลอยสูงขึ้นเรื่อยๆ เพียงครู่เดียวมันก็โผล่อออกมาพ้นลำตัวของแทโอ
วิ้งงงง
แสงสีฟ้าที่เห็นตอนแรกไม่ได้มีเพียงหนึ่งเดียวแต่มีถึงสองพวกมันดูซับมานาในห้วงอากาศราวกับหลุมดำก่อนจะค่อยๆซึมหายเข้าไปในใบหน้าของแทโอ โกเล็มศิลาพิสุทธิ์ค่อยๆร่อนลงสู่พื้นดินอย่างนิ่มนวล
แคร่ก
เสียงแตกหักดังขึ้นส่วนหัวที่หล่อหลอมมาจากมิธริลที่แข็งแกร่งกำลังแตก เศษมิธริลร่วงกราวลงกับพื้นเผยให้เห็นรูกลวงๆสองรูที่มีลักษณะเหมือนกับดวงตา
วิ้ง
ทันใดนั้นเองดวงแสงที่ลอบซึมหายเข้าไปในศรีษะของแทโอก็เลื่อนตัวมาประทับที่รูทั้งสองกลายเป็นดวงตาสีฟ้าครามที่ปลดปล่อยพลังอันน่าครั่นคร้ามออกมา แรงกดดันมหาศาลที่ของเดิมเทียบไม่ติดลอยออกมาจากร่างของแทโอพร้อมๆกับที่เสียงของโลกดังขึ้น
[โกเล็มศิลาพิสุทธิ์ แทโอ วิวัฒนาการเสร็จสมบูรณ์]
[โกเล็มศิลาพิสุทธิ์ แทโอ ได้รับดวงตาแห่งภูติ]
[โกเล็มศิลาพิสุทธิ์ แทโอ สามารถสั่งการภูติธรรมชาติได้ดังใจนึก]
[โกเล็มศิลาพิสุทธิ์ แทโอ ได้รับฉายาผู้ใช้ภูติ]
“โฮกกกกก”
แทโอกรีดร้องเสียงแหลมราวกับเป็นการประกาศศักดาร่างกายคล้ายกับได้กำเนิดเหมือนทั้งยังมองโลกได้ชัดเจนยิ่งกว่าเดิม คลื่นเสียงที่แผ่ออกมานั้นแฝงไปด้วยพลังเวทมนต์จนสองหนุ่มสาวเข่าอ่อนไปชั่วขณะ
[ท่านติดสถานะ หวาดกลัว]
[ท่านไม่สามารถขยับได้ 5 นาที]
“ตัวบัดซบนี่เราจะไปมีปัญญาจัดการได้ยังไง”
เอเลนสบถในความซวยซ้ำซวยซ้อนของตัวเองโดยที่เขาไม่ได้รู้ตัวเลยว่าในขณะนี้รูปเทพธิดาทั้งสองบนตัวนาฬิกาพกกำลังเผยสีหน้าเย็นชาดวงตาจับจ้องไปยังดวงแสงที่กลายเป็นดวงตาของแทโอพร้อมทั้งแผ่คลื่นพลังที่มองไม่เห็นปกคลุมทั่วร่างของเอเลนเอาไว้
[??? และ ??? กำลังปกป้องท่าน]
[สถานะผิดปกติทุกประการถูกยกเลิก]
[??? และ ??? ไม่พอใจเป็นอย่างยิ่งที่ขุมพลังของสิ่งมีชีวิตชั้นสูงกำลังคุกคามบุรุษที่พวกนางให้ความรัก]
[??? และ ??? ต้องการมอบพลังให้ท่าน]
[ท่านได้ทำสัญญากับ กาลอนันต์ นับแต่นี้เป็นต้นไปกาลอนันต์จะเป็นของท่านแต่เพียงผู้เดียว]