ราชันย์ราชบัลลังก์เลือด

    ตอนที่ 52 ธาราสวรรค์

    เทียนหลงมองดูผลงานตัวเองที่สำนักกระเรียนขาวถูกทำลายไปเกือบครึ่ง สำนักชั้นนำอันต้นๆ คงต้องร่วงหล่นลงแล้วมีสำนักอื่นขึ้นมาแทนอย่างแน่นอน
    เทียนหลงหยิบยันต์สื่อสารระยะไกลออกมาใช้อีกรอบเพื่อติดต่อไปทางนายน้อยของตนเอง เขากล่าวรายงานให้ลั่วเทียนทราบว่า "นายน้อยข้าได้จัดการตามที่ท่านสั่งเรียบร้อยแล้ว จนพวกเขายอมตกลงที่จะชดเชยให้กับท่านแบบสมราคา"
    ลั่วเทียนรับทราบข่าวจากการแจ้งของเทียนหลง เขายิ้มขึ้นมาแล้วส่งขอความกลับ "เจ้าทำได้ดีมาก จงแจ้งข่าวจากข้าหลังสิ้นสุดงานประมูลของหอการค้าสดับจันทราเป็นผู้จัดเมื่อไหร่ ข้าจะไปเยือนสำนักกระเรียนขาวด้วยตัวเอง และจงอย่าได้ทำผิดพลาดอีกรอบ"
    เทียนหลงรับข้อจากลั่วเทียนแล้วบอกคนสำนักกระเรียนขาวตามที่นายน้อยบอกมาทุกอย่าง "พวกเจ้าจงฟังให้ดีต่อจากนี้ไปหลังสิ้นสุดการประมูลที่จัดขึ้นในเมืองทะยานฟ้าแห่งนี้ นายน้อยของข้าจะมาเยือนสำนักของพวกเจ้าเพื่อมาตกลงค่าชดเชยอีกรอบแล้วจงอย่าได้กระทำผิดพลาดอีก"
    จางซุ่ยเหรียนกล่าวตอบรับ "พวกเราสำนักกระเรียนขาวจะทำตามที่ท่านมังกรผู้ยิ่งใหญ่กล่าวมาทุกประการ แต่ข้ามีบางเรื่องที่ยังค้างคาใจท่านสามารถบ่มเพาะพลังงานเข้าสู่ขอบเขตที่ข้าใฝ่ฝันได้ยังไงกัน"
    เทียนหลงตอบกลับจางซุ่ยเหรียนไปว่า "เรื่องนี้ข้ายังบอกกับเจ้าไม่ได้ จงเตรียมตัวให้ดีอย่าลืมคำที่ข้าบอกไว้" ร่างมังกรมหึมาเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงสุดผ่านหมู่เมฆกลับไปยังที่ตั้งคฤหาสน์ทันที
    ลั่วเทียนกำลังนั่งคิดอะไรของตนเองได้สักพักใหญ่ก็พบกับเทียนหลงกลับมาแล้ว เขากลับมาด้วยรอยยิ้มและรายงานสถานการณ์อีกรอบ "นายน้อยทุกอย่างถูกจัดการเรียบร้อยแล้ว"
    ลั่วเทียนถามเทียนหลงเรื่องที่เขาคิดก่อนหน้านี้ "ข้าเห็นว่าเจ้าก็อยู่มานานมากแล้ว พอจะรู้เรื่องสุสานจักรพรรดิแห่งดาบบ้างรึเปล่าลองเล่ารายละเอียดมาให้ข้าฟังที"
    เทียนหลงแปลกใจที่อยู่ดีๆ นายน้อยของเขาก็ถามเรื่องนี้ขึ้นมา "นายน้อยเรื่องนี้ข้าได้ยินจากเรื่องเล่าในเผ่าพันธุ์มังกรของข้าเมื่อนานมาแล้ว สุสานจักรพรรดิแห่งดาบนั้นตั้งอยู่ในทวีปแม่น้ำแห่งทวยเทพ ซึ่งไกลจากที่นี่เป็นอย่างมากและข้าเองก็ไม่รู้ว่ามันอยู่ที่ไหนเหมือนกัน
    ว่ากันว่าหากใครได้เข้าไปในสถานที่แห่งนั้นแล้วหากมีชีวิตรอดกลับมาได้ย่อมมีสมบัติวิเศษติดไม้ติดมือออกมา แต่ส่วนใหญ่มักจะมีผู้คนเสียชีวิตทิ้งไว้ด้านในมากกว่ารอดและความลับเกี่ยวกับสถานที่แห่งนั้นก็ไม่เคยได้ถูกแพร่งพรายออกมาอีกด้วย
    ลั่วเทียนจดจำชื่อทวีปแม่น้ำแห่งทวยเทพหากเขามีโอกาศก็จะไปเยือนสถานที่แห่งนั้น ตอนนี้เขาต้องจัดการเรื่องของตนเองในทวีปฟ้าคำรามให้เสร็จเรียบร้อยดีก่อน
    ลั่วเทียนบอกให้เทียนหลงไปพักก่อนแล้วกล่าวอีกเล็กน้อยว่า "หลังจากนี้หากข้ามีเวลาว่างพอข้าจะหลอมอาวุธเกาะที่เหมาะสมให้กับเจ้า ถึงแม้ว่าร่างกายของมังกรนั้นจะแข็งแกร่งมาโดยกำเนิดแต่มันก็มีอาวุธบางประเภทที่โจมตีโดยไม่สนใจความแข็งแกร่งของร่างกายเช่นกันแล้วหากผู้ใช้ยิ่งอยู่ในระดับสูงคงไม่ต้องพูดถึง"
    เทียนหลงแสดงความตื่นตันใจกับสิ่งที่นายน้อยของตนเองจะมอบสิ่งที่มีค่าที่สุดให้ "ขอบคุณนายน้อยมากจริงๆ " เมื่อกล่าวธุระกันเสร็จแล้วเทียนหลงก็แยกตัวเองไปพักผ่อน เหลือแต่ลั่วเทียนที่นั่งอยู่ในห้องเพียงลำพัง
    ลั่วเทียนกำลังคิดว่าคฤหาสน์หลังนี้ควรจะมีชื่อเพื่อให้ผู้คนจดจำได้บ้าง เขานึกไปถึงอดีตเมื่อนานมาแล้วความสุขที่ตัวเองได้จากพวกพ้องเมื่อครั้งยังเริ่มต้นเข้าสู่วิถีเซียน มันเป็นชีวิตที่มีค่าและน่าจดจำจนพากันเก็บเงินและสามารถซื้อบ้านเป็นของตนเองและอาศัยอยู่ด้วยกัน และพวกเขาพากันเรียกชื่อบ้านหลังนี้ว่า "ธารสายน้ำ"
    ลั่วเทียนตัดสินใจตั้งชื่อคฤหาสน์หลังนี้โดยเปลี่ยนแปลงจากชื่อเดิมเป็น "คฤหาสน์ธาราสวรรค์"
    เช้าวันต่อมาเย่หลันนำเว่ยหยวนมาหาลั่วเทียน "นายน้อยข้าจัดการเรื่องโรงเตี๊ยมสัมผัสสวรรค์ของข้าเสร็จแล้วและพาเว่ยหยวนมาพบกับท่านด้วย"
    ลั่วเทียนตอบกับเว่ยหยวน "ข้าดีใจที่ได้ข่าวว่าเจ้าหมั่นเพียรที่จะฝึกฝนพัฒนาตัวเองโดยไม่ลดละ มันทำให้ข้าภูมิใจมาก และจงตั้งใจเช่นนี้ต่อไปเพื่ออนาคตในวันข้างหน้าของเจ้า"
    เว่ยหยวนตอบกลับ "ขอบคุณสำหรับคำชมเชยของนายน้อยเป็นอย่างมาก ข้าจะตั้งใจเพื่อที่จะตอบแทนนายน้อยให้จงได้"
    ลั่วเทียนบอกกับเทียนหลงที่อยู่ด้านข้าง "เอาหล่ะเจ้าพาเด็กน้อยคนนี้ไปหาที่พักของตนเองที และอีกอย่างพวกเจ้าจดจำชื่อคฤหาสน์หลังนี้ด้วย ข้าจะใช้ชื่อเรียกว่า คฤหาสน์ธาราสวรรค์"
    ทุกคนต่างพากันจดจำชื่อธาราสวรรค์ไว้ในใจของตน
    ลั่วเทียนกล่าวกับเย่หลันหลังจากผู้อื่นไปกันหมดแล้ว "เย่หลันเจ้าจะต้องยกระดับการบ่มเพาะพลังงานให้เข้าสู่ขอบเขตเซียนดาราขั้นต้นก่อนที่จะถึงวันงานประมูลของหอการค้าจัดขึ้น ไม่อย่างงั้นมันจะทำให้ตัวข้าเองเสียชื่อได้ "
    เย่หลันได้ฟังสิ่งที่นายน้อยลั่วเทียนกล่าวมานางรู้สึกกดดัน จึงกล่าวออกไปว่า "นายน้อยข้าได้ยินมาว่าการจะก้าวเข้าสู่ขอบเขตเซียนดาราที่ทุกคนต่างใฝ่ฝันหาจำเป็นต้องใช้เวลาหลายร้อยปีหรืออาจเป็นพันปีเลยก็ได้"
    ลั่วเทียนตอบเพื่อให้ความกระจ่างแก่เย่หลัน "เท่าที่ข้าประเมินขอบขอบเซียนสวรรค์ขั้นสูงสุดของเจ้ามันก็จะเกือบจะร้อยปีแล้วที่เจ้าอยู่ขั้นนี้ กับเวลาแค่เดือนเดียวมันก็คงเพียงพอแล้ว วันนี้ข้าจะให้เจ้าไปเตรียมพร้อมตัวเอง ตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไปข้าจะแนะนำการฝึกฝนให้กับเจ้าเพื่อให้เข้าถึงแก่นแท้ของดวงดาราในห้วงจิตวิญญาณ"
    เย่หลันดีใจที่นายน้อยกล่าวออกมาเช่นนี้นางขอตัวลาเพื่อกลับไปยังห้องพักตนเองทันที



    #ฝากกดติดตามผลงานเรื่องใหม่ของไรท์ด้วยน่ะครับ "มหาเทพอมตะ"















    คล้ายกับเรื่องราชันย์ราชบัลลังก์เลือด ที่คุณอ่าน