ตำนานสามภพ ภาค พลิกชะตายุทธภพ จบแล้ว(มีE-Book)

    บทที่5 ตอนที่ 15 สังหารอสุรกาย

            “หนี!!!” เสวี้ยกังตะโกนออกมาอย่างสุดเสียง เพียงพริบตาที่เสียงตะโกนของเสวี้ยกังดังขึ้นมา ทุกคนจากกองกำลังแดนจันทราโลหิตต่างพุ่งตัวหลบหนีกันไปคนละทาง..การต่อสู้กับกู่ซือเอินโดยที่ไม่อาจต้านพิษนางได้ยอมเป็นเรื่องที่โง่ที่สุด เสวี้ยกังรับรู้ได้ทันทีว่าในตอนนี้เขาไม่อาจสังหารอูหลินเฟิงได้อีกแล้ว หลังจากนี้จำเป็นจะต้องหวังพึ่งดรีมที่กำลังต่อสู้อูหลินเฟิงภายในโลกแห่งความฝัน

            “คิดว่าจะทำได้งั้นเหรอ” สิ้นเสียงของกู่ซือเอินร่างของนางก็หายไปจากจุดเดิม เพียงพริบตาก็ไปปรากฏอยู่ตรงหน้าของเสวี้ยกัง

            “ชิ!! งั้นข้าก็จะสังหารเจ้า!!” เมื่อความเร็วของตนเองไม่อาจหนีความเร็วของกู่ซือเอิน เสวี้ยกังจึงเลือกที่จะต่อสู้แทน เลือดภายในร่างกายถูกรีดออกและบีบอัดจนกลายเป็นกระบี่ทับทิมโลหิต ฟาดฟันไปยังร่างของกู่ซือเอินที่เข้ามาขวาง แต่ว่ากู่ซือเอินอาศัยแรงมหาศาลและความทนทานของกริชคู่เงาทมิฬฟาดฟันสวนกลับไป เพียงการโจมตีเดียวก็ทำลทำลายกระบี่และตัดเข้าไปสู่คอของเสวี้ยกัง

            กู่ซือเอินไม่ได้นำมีดตัดเข้าไปในเส้นเลือด เพียงแค่นำปลายมีดสะกิดโดนผิวของเสวี้ยกังเท่านั้น แต่ว่านั่นก็ทำให้พิษที่ร้ายแรงที่เคลือบอยู่บนมีด แล่นเข้าสู่ร่างกายของเสวี้ยกัง “อ๊อค” เสวี้ยกังโดนพิษนับพันชนิดของกู่ซือเอินเล่นงาน เขาพยายามร้องออกมาอย่างเจ็บปวดแต่ว่าพิษพวกนั้นเล่นงานที่บริเวณคอเป็นส่วนแรก แม้จะทรมานมากเพียงใดก็ไม่สามารถที่จะส่งเสียงร้องออกมาได้อย่าง ต่อให้พยายามโคจรลมปราณโลหิตฟื้นฟูร่างกายแต่ว่าพิษของกู่ซือเอินกลับสามารถแทรกแซงเข้าสู่เลือดโดยตรงยิ่งทำให้ความทรมานภายในร่างกายของเสวี้ยกังเพิ่มสูงขึ้น

            จากนั้นกู่ซือเอินปากริชที่อยู่ในมือเข้าสู่แผ่นหลังของกงซุนฟ่านและเฟิงหยางที่กำลังพยายามหลบหนีอย่างเอาเป็นเอาตาย ความเร็วของกริชที่ถูกปาด้วยแรงมหาศาล เร็วยิ่งเสียกว่าท่าเท้าของกงซุนฟ่านและเฟิงหยางที่แยกกันหนี

            ปัก กริชที่ถูกปาออกไปพุ่งเข้าสู่ร่างกายของเป้าหมายอย่างแม่นยำ “อ๊าคคค” เพียงพริบตาที่มีดปักเข้าสู่ร่างกาย พิษหลากหลายชนิดที่สามารถสร้างความทรมาน แต่ยังไม่ทำให้ตายก็แล่นเข้าสู่ร่างกายของกงซุนฟ่านและเฟิงหยาง เกรงว่ากว่าพิษเหล่านั้นจะทำให้เขาตายอาจกินเวลามากกว่าห้านาที จนกว่าจะถึงเวลานั่นทั้งสองคงต้องทรมานจากพิษมากมายที่ไหลไปทั่วร่าง

            ผู้ที่เหลือรอดชีวิตในตอนนี้เหลือเพียงแค่ เซวียนเยวี๋ยนฮ่าว ผู้ที่มีปราณวายุครามเขาเลือกที่จะหลบหนีโดยการเหาะอยู่บนท้องฟ้า กู่ซือเอินจ้องมองไปยังเซวียนเยวี๋ยนฮ่าวที่กำลังโบยบินอยู่บนฟากฟ้าจากนั้นก็ระเบิดพลังของตนเองออกมาพุ่งเข้าหาร่างของ เซวียนเยวี๋ยนฮ่าว อย่างรวดเร็ว

    เมื่อกู่ซือเอินโยนกริชทั้งสองเล่มออกไป ทำให้จิตสังหารและลมปราณของนางไหลทะลักออกมาจน เซวียนเยวี๋ยนฮ่าว สามารถสัมผัสได้ถึงอันตราย เซวียนเยวี๋ยนฮ่าว ที่สัมผัสได้ถึงอันตรายก็โคจรลมปราณออกกระบวนท่าในทันที

            ปราณวายุคราม สับเปลี่ยนศาสตรา

            กระบี่วายุครามภายในมือของ เซวียนเยวี๋ยนฮ่าว ทุกแปรเปลี่ยนให้กลายเป็นโล่วายุครามขนาดใหญ่ ไม่เพียงแค่นั้นยังมีโล่วายุครามขนาดใหญ่อีกหลายอันที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อปกป้องร่างกายของ เซวียนเยวี๋ยนฮ่าว

    ปัง!! เพล้ง!!! เสียงการปะทะกันของโล่วายุครามและหมัดของกู่ซือเอินดังขึ้นอย่างรุนแรง แต่ว่าโล่วายุครามก็ไม่สามารถที่จะป้องกันแรงมหาศาลที่ถูกต่อยออกมาด้วยความโกรธของกู่ซือเอินได้

            “ชิ! เป็นสตรีที่น่ารังเกียจยิ่งนัก” เซวียนเยวี๋ยนฮ่าวกล่าว เมื่อเห็นว่าโล่วายุครามของตนเองไม่อาจต้านทานพลังของกู่ซือเอินได้ เขาจึงเลือกที่จะใช้พลังที่ได้รับมาหลังจากที่เข้าร่วมกับแดนจันทราโดย เซวียนเยวี๋ยนฮ่าว กระตุ้นพลังในสายเลือดของตนเอง จนกลางหลังของเขาค่อยๆ แปรเปลี่ยนไปมีปีขนาดใหญ่งอกออกมาที่กลางหลัง ดวงตาและเท้ากลายเป็นของเหยี่ยว ลมปราณวายุครามแข็งแกร่งขึ้นอย่างมหาศาล 

            “เจ้าก็ด้วยงั้นหรือ” เมื่อเห็นการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย เซวียนเยวี๋ยนฮ่าว กู่ซือเอินก็รู้ได้ทันทีว่า เซวียนเยวี๋ยนฮ่าว มีความสามารถเดียวกับลีโอและบันนี่ที่นางพึ่งสังหารไป เปลี่ยนแปลงร่างกายของตนเองให้กลายเป็นสัตว์อสูรเพื่อเพิ่มสมรรถภาพทางร่างกาย

            “คิดว่าข้าเหมือนกับเจ้าพวกนั้นสินะ แต่ว่าเจ้าพวกนั้นใช้แค่พลังจิตเสริมกายนิดหน่อย แต่ข้าคนนี้ใช้ได้ทั้งพลังจิตแยกประสาท และลมปราณวายุคราม บวกกับร่างของเหยี่ยวที่ได้รับมา ปราณวายุครามของข้ายิ่งแข็งแกร่งขึ้น” เซวียนเยวี๋ยนฮ่าวกล่าว แม้เขาจะพูดไปแบบนั้นแต่ว่า เซวียนเยวี๋ยนฮ่าว ไม่สามารถที่จะแปลงร่างในร่างนี้ได้นานนัก เพราะไม่อย่างนั้นเขาจะใช้ร่างนี้ตั้งแต่การโจมตีครั้งแรก แม้ว่าในร่างนี้เซวียนเยวี๋ยนฮ่าวจะสามารถใช้พลังได้รุนแรงมากกว่าเดิมถึงสามเท่า แต่หลังจากการกลายร่างเป็นครึ่งเหยี่ยวหายไปแล้ว พลังในร่างกายก็จะลดลงชั่วคราวอย่างมหาศาล จึงไม่เหมาะกับการใช้ในการต่อสู้ระยะยาว แต่เมื่อเป็นการหาทางรอดชีวิต ไม่ว่าสิ่งใดเขาก็ต้องใช้ออกมาให้หมด

            ปราณวายุคราม ร้อยศาสตราสยบทั่วหล้า

            กระบวนท่าประจำตระกูลถูกใช้ออกมาอีกครั้ง แต่ในครั้งนี้ความแข็งและพลังโจมตีของศาสตราที่ถูกสร้างขึ้นโดยปราณวายุครามกลับมีความเฉียบคมและความคงทนมากยิ่งขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า ศาสตรานับร้อยโจมตีเข้าไปยังร่างของกู่ซือเอิน

            “คิดว่าจะทำอะไรข้าได้หรือไง” กู่ซือเอินจ้องมองศาสตราจำนวนมากอย่างไม่เกรงกลัว ระเบิดพลังของตนเองใช้ความเร็วอันมหาศาลหลบหลีกศาสตราทุกเล่มที่พุ่งเข้ามา เพียงพริบตานางก็สามารถหลบศาสตราทั้งหมดและเข้าหาร่างของ เซวียนเยวี๋ยนฮ่าวได้ในระยะประชิด

            “บ้าจริง” แม้ว่า เซวียนเยวี๋ยนฮ่าว จะพยายามสร้างกระบี่และฟาดฟันไปยังร่างกู่ซือเอิน แต่ว่ากระบี่ภายในมือยังไม่ทันสร้างเสร็จ หมัดที่แฝงด้วยลมปราณพิษก็ถูกต่อยออกมาอย่างรุนแรงเข้าที่ใบหน้าของเซวียนเยวี๋ยนฮ่าวอย่างจัง

    แต่ว่าแทนที่ เซวียนเยวี๋ยนฮ่าว จะร้องออกมาอย่างทรมานเมื่อถูกพิษ ร่างของ เซวียนเยวี๋ยนฮ่าว กลับกลายเป็นวายุสีครามแล้วค่อยๆ สลายหายไป

            “ร่างแยก??” กู่ซือเอินรับรู้ได้ทันทีว่าตนเองพลาดแล้ว ที่ไล่ตามมาตั้งแต่แรกคือร่างปลอมของ เซวียนเยวี๋ยนฮ่าว

            “ไม่ได้มีแค่อูหลินเฟิงกับเสวี้ยกัง..หลอกนะที่สามารถสร้างร่างแยกได้” ร่างปลอมของเซวียนเยวี๋ยนฮ่าวกล่าวออกมาจากนั้นก็สลายหายไปอย่างสมบูรณ์

            “ชิ!!” กู่ซือเอินร้องออกมาอย่างขัดใจ นางพยายามใช้สัมผัสปราณของตนเองตามหาร่องเซวียนเยวี๋ยนฮ่าวแต่เมื่อสัมผัสปราณของนางไม่พบสิ่งใด ก็รีบกลับไปหาอูหลินเฟิงด้วยความเร็วสูง

    ..

    ..

    อูหลินเฟิงที่หลับใหลค่อยๆ ตื่นขึ้นมา

            “ตื่นแล้วสินะ ทำอะไรของเจ้าถึงได้นำตัวเองเข้าไปเสี่ยงแบบนั้น” ลี่เจียงเมื่อเห็นว่าอูหลินเฟิงค่อยๆ ลุกขึ้นก็ได้กล่าวถามออกมา ในฐานะที่อีกฝ่ายได้รับหน้าที่บัญชาการถือเป็นการกระทำที่ไม่สมควรอย่างยิ่ง 

            “ก็เพราะว่าภายในกองกำลังของเรา คงไม่มีใครที่สามารถจัดการกับคนที่ควบคุมความฝันได้ดีเท่าข้าอีกแล้ว” อูหลินเฟิงตอบ

            “แล้วถ้าในระหว่างนั้น ร่างกายของเจ้าถูกฆ่าตายจะทำยังไง” เซี่ยชิงเอ๋อร์ที่ยืนอยู่ข้างๆ ถาม หากในตอนนั้นนางกลับมาไม่ทันหรือลี่เจียงตามมาสมทบไม่ทัน เกรงว่าในตอนนั้นอูหลินเฟิงอาจจะตายไปแล้วก็ได้

            “ก็เพราะว่าข้าเชื่อใจพวกเจ้า ว่าพวกเจ้าจะต้องสามารถช่วยชีวิตข้าไว้ได้อย่างแน่นอน ถึงได้ทำอะไรเสี่ยงๆ แบบนี้” อูหลินเฟิงตอบ จากนั้นเขาก็เห็นว่ากู่ซือเอินกำลังกลับมาหลังจากที่สังหารฝ่ายตรงข้ามได้แล้ว

            “ซือเอิน เจ้าเป็นอะไรหรือ มะ…” เพี้ยะ!! กู่ซือเอินที่เดินเข้ามาไม่พูดจาพร้อมกับตบไปยังหน้าอูหลินเฟิง นางไม่ได้ใช้แรงงานมหาศาลของร่างกายของตนเอง พยายามใช้แรงที่เบาที่สุดตบไปยังใบหน้าของอูหลินเฟิง การกระทำเพื่อพริบตาของนางทำให้อูหลินเฟิงรู้สึกสับสนอยู่เล็กน้อยแต่ว่า ตัวของเขาที่สามารถรับรู้ถึงอารมณ์ของสิ่งมีชีวิตได้ในตอนนี้ย่อมรับรู้ได้ว่านางรู้สึกอะไรอยู่

            “ข้า..ขอ..” พรึบ ยังไม่ทันที่อูหลินเฟิงจะได้กล่าวคำขอโทษออกมา กู่ซือเอินก็เข้ามาสวมกอดไว้ทันที

            “อย่า..ได้นำตัวเอง..ไปเสี่ยงอันตราย..อีก..เด็ดขาด” เสียงอันแผ่วเบาของกู่ซือเอินดังขึ้นข้างหูของอูหลินเฟิง อารมณ์มากมายของกู่ซือเอินส่งตรงเข้าสู่อูหลินเฟิงทันทีไม่ว่าจะเป็น  ความวิตกกังวล ความเป็นห่วง ความหวาดกลัวที่จะสูญเสีย 

            “ข้าขอโทษที่ทำให้เจ้าเป็นห่วง หลังจากนี้ข้าจะไม่นำตัวเองเข้าไปเสี่ยงอีกแล้ว” อูหลินเฟิงกล่าว ถอนตัวออกมาจากอ้อมกอดของกู่ซือเอิน จับมือของนางจ้องมองไปยังดวงตาของกู่ซือเอินและให้คำมั่น

            ในความรู้สึกของกู่ซือเอิน ตัวนางย่อมไม่หวาดกลัวความตายเพราะพลังของร่างเทพอสูรอมตะ ที่ทำให้นางเป็นอมตะในการต่อสู้ แต่ว่าอูหลินเฟิงนั้นไม่ใช่ หากว่าประมาทอูหลินเฟิงก็มีสิทธิ์ที่จะถูกสังหารได้โดยง่าย ยิ่งการเสี่ยงอันตรายครั้งนี้คือการนำตัวเองเข้าไปผูกจิตกับศัตรู ร่างกายไร้การป้องกัน ต่อให้นางสามารถที่จะปกป้องร่างกายได้ แต่ภายในโลกแห่งจิตใจที่อูหลินเฟิงต้องต่อสู้กับศัตรูเพียงผู้เดียว ทำให้กู่ซือเอินเกิดความกังวลมากมายภายในจิตใจ

            “เจ้าสัญญาแล้วนะ” กู่ซือเอินกล่าว

            “ข้าสัญญา” อูหลินเฟิงให้คำมั่นสัญญาอย่างหนักแน่น

            “อะแฮ่ม ก่อนที่จะแสดงความรักกัน ช่วยจัดการอสุรกายพวกนั้นก่อนได้หรือไม่ อาณาเขตยันต์ของเจ้าเริ่มที่จะต้านไม่อยู่แล้ว” เซี่ยชิงเอ๋อร์แสร้งไอออกมาจากนั้นก็ชี้ไปอย่าง อสุรกายจำนวนมากที่ถูกขังไว้ ตอนนี้ภายในอาณาเขตยันต์ อสุรกายจำนวนมากเริ่มที่จะสามารถทำลายยันต์ ลงได้ทีละใบต่อให้จะได้รับการเสริมกำลังจากจอมยุทธ์ทั้งหลายก็ตาม

            “ได้ๆๆ” อูหลินเฟิงกล่าว จากนั้นร่างกายของเขาก็เปล่งแสงสีขาวจากพลังอาคมของตนเอง เมื่อเขากลับมาและเสริมพลังของตัวเองเข้าสู่ยันต์อาคม เขตแดนยันต์อาคมก็เกิดความเสถียรขึ้น อสุรกายแต่ละตัวไม่อาจที่จะทำลายยันต์อาคมได้โดยง่ายอีกต่อไป

    ..

            “อูหลินเฟิงกลับมาควบคุมอาณาเขตได้แล้ว” หวังชุนที่ใช้พลังอาคมเสริมพลังของตนเองคอยค้ำจุนอาณาเขตแห่งนี้ไว้ กล่าวออกมาเมื่อเห็นว่ายันต์แต่ละใบค่อยๆ แข็งแกร่งขึ้นเหมือนเดิม

            “กว่าจะมาได้..ชักช้าเป็นบ้า” ไป๋หลันฮวากล่าว

    จากนั้นคนทั้งหมดที่ใช้พลังของตนเองคอยค้ำจุนพลังของเขตอาคมก็ถอนพลังของตัวเองกลับ

    ..

            “หวังว่าเฟิ่งหวงหยางชุนจะกำลังต่อสู้อยู่โดยที่ไม่สนฝั่งนี้ ไม่อย่างนั้นได้เป็นเรื่องยุ่งยากแน่” อูหลินเฟิงกล่าว จากนั้นได้สร้างยันต์อาคมสีขาวขึ้นมาหนึ่งใบ

    ยันต์อาคม เพลิงจิตวิญญาณฟินิกซ์

            เพลิงสีฟ้าครามระเบิดออกมาจากยันต์อาคม ทั้งๆ ที่ร่างของอูหลินเฟิงมีเพียงปราณไร้ธาตุแต่หลังจากที่เขาดูดกลืนดวงจิตวิญญาณของสัตว์อสูรระดับสิบ อย่างวิหคเพลิงที่มีพลังเปลวเพลิงของฟีนิกซ์ จึงได้รับพลังฟินิกซ์เข้าหลอมรวมกับแก่นวิญญาณ สามารถแปรเปลี่ยนพลังวิญญาณกลายเป็นเพลิงจิตวิญญาณฟินิกซ์ได้

    เปลวเพลิงสีฟ้าครามค่อยๆ ก่อตัวขึ้น จนกลายเป็นรูปร่างของวิหคเพลิงขนาดใหญ่ ภายในตัวของวิหคเพลิงสีฟ้าครามนี้มีทั้งความร้อนแรงของเพลิงฟีนิกซ์ สามารถโจมตีได้ทั้งสายกายภาพและวิญญาณ สามารถที่เผาผลาญและทะลวงการป้องกันของการ์กอยล์ทมิฬได้อย่างแน่นอน

            “กรีซ” เสียงร้องดังกึกก้องของวิหคเพลิงสีฟ้าครามดังออกมา

            “ต่อไปก็เสริมพลังไปอีกขั้น” อูหลินเฟิงกล่าว จากนั้นที่ด้านหลังของเขาก็ได้มีดอกปทุมปรโลกปรากฏออกมา ทันทีที่ดอกปทุมปรโลกปรากฏออกมา บรรยากาศโดยรอบราวกับว่าอุณหภูมิลดลงอย่างเฉียบพลัน ดวงวิญญาณอาฆาตมากมายปรากฏออกมาจากดอกปทุมปรโลก ดวงวิญญาณอาฆาตมากมายถูกบังคับให้เสริมพลังแก่เพลิงจิตวิญญาณฟินิกซ์ เพลิงสีฟ้าครามจึงปรากฏพลังแห่งความอาฆาตที่เกลียดชังต่อสิ่งมีชีวิตไว้ภายใน นั่นก็คือพลังที่เป็นปฏิปักษ์ต่ออสุรกายไร้ผิว

            “จงไปสู่สุคติ”

            “กรีซซซซ” สิ้นเสียงของอูหลินเฟิงวิหคเพลิงสีฟ้าครามก็ได้กรีดร้องพุ่งทะยานเข้าสู่อาณาเขตของยันต์อาคม เผาผลาญทั้งการ์กอยล์ทมิฬและอสุรกายไร้ผิวภายใน เพียงไม่นานอสุรกายมากมายก็ถูกสังหารจนหมดสิ้น

    ..

    ..

    จบตอน

    คล้ายกับเรื่องตำนานสามภพ ภาค พลิกชะตายุทธภพ จบแล้ว(มีE-Book) ที่คุณอ่าน