จารึกที่ 101 : จิตไร้ลักษณ์ : การทำงานทางไกลของเจ้าสัว
ณ กระท่อมไม้ไผ่ท้ายสำนักหมึกวารี
ยามตะวันเคลื่อนคล้อยมาอยู่ตรงกลางศีรษะ แสงแดดอันร้อนแรงแผดเผาจนไอร้อนเต้นระริกเหนือพื้นดิน แม้แต่จิ้งหรีดยังขี้เกียจส่งเสียงร้อง แต่ทว่า... ที่ระเบียงหน้ากระท่อมของ อาเจีย กลับมีภาพที่น่าประหลาดใจเกิดขึ้น
อาเจียนั่งเอกเขนกอยู่บนเก้าอี้โยกไม้ไผ่ตัวโปรด ในมือถือถ้วยชาราคาถูกที่มีควันกรุ่นๆ ลอยขึ้นมา ดวงตาของเขาปิดสนิท สีหน้าดูผ่อนคลายราวกับกำลังเข้าฌานสมาธิ หรือไม่ก็... แอบหลับ
ทว่า ที่แปลงผักกาดขาวด้านหน้ากระท่อม กลับมี 'บุรุษร่างหิน' ผู้ขยันขันแข็งกำลังทำงานอย่างบ้าคลั่ง
เจ้าสัว (ในร่างหุ่นเชิดพอกโคลนพรางตัว) กำลังถือจอบขนาดใหญ่ขุดพรวนดินอย่างคล่องแคล่ว จอบลงกระทบดินดัง ฉึก! ฉึก! เป็นจังหวะสม่ำเสมอ ยิ่งไปกว่านั้น ที่ไหล่ของเจ้าสัวยังมีถังน้ำไม้ขนาดใหญ่สองถังห้อยอยู่ ซึ่งมันใช้วิชาตัวเบา (แบบทื่อๆ) กระโดดไปตักน้ำจากลำธารมาสาดรดผักอย่างแม่นยำ โดยที่น้ำไม่หกแม้แต่หยดเดียว
หากใครมาเห็นเข้า คงคิดว่าหุ่นเชิดตัวนี้มีชีวิตจิตใจเป็นของตัวเอง
แต่ความจริงแล้ว...
ภายในจินตภาพของอาเจีย เขากำลัง "มองเห็น" ทุกอย่างผ่านดวงตาของเจ้าสัว!
'ดีมาก... บิดเอวอีกนิด องศาการเหวี่ยงจอบยังไม่ได้มาตรฐาน... นั่นแหละ! เยี่ยม!'
อาเจียกระดิกนิ้วมือขวาที่วางอยู่บนที่วางแขนเพียงเล็กน้อย ร่างของเจ้าสัวที่แปลงผักก็ขยับตามทันที ราวกับมีเส้นด้ายที่มองไม่เห็นเชื่อมต่อกันอยู่
นี่คือผลลัพธ์จากการฝึกฝน "วิชาหุ่นเชิดบรรพกาล : จิตไร้ลักษณ์" ตลอดสามวันที่ผ่านมา
ด้วยการเชื่อมต่อจิตผ่าน 'แท่งหยกดำ' อาเจียสามารถแบ่งแยกสัมผัสส่วนหนึ่งไปสิงสถิตในแกนกลางของเจ้าสัว ทำให้เขาสามารถควบคุมหุ่นเชิดได้จากระยะไกล โดยไม่ต้องใช้เส้นด้ายวิญญาณแบบเดิม และไม่ต้องตะโกนสั่งให้เจ็บคอ
"ฮ่าๆๆๆ! สุดยอด!" อาเจียลืมตาขึ้นพร้อมกับหัวเราะร่า "ทีนี้ข้าก็ไม่ต้องตากแดดตากลมไปรดน้ำผักเองอีกต่อไป! แค่นั่งจิบชาอยู่บนบ้าน งานการก็เสร็จเรียบร้อย! นี่มันวิชาสำหรับคนขี้เกียจ... เอ้ย! คนฉลาดชัดๆ!"
"อย่าได้ใจไปเจ้าเด็กเหลือขอ..." เสียงของ มู่เฉิน ดังขัดขึ้นในหัว น้ำเสียงเหมือนอาจารย์ปู่ที่กำลังเอ็ดศิษย์ตัวแสบ "วิชานี้กินพลังสมาธิมหาศาล เจ้าเพิ่งฝึกได้แค่ขั้นแรก 'เชื่อมประสาทสัมผัส' ระยะทำการยังไม่เกินร้อยก้าว... ถ้าเจ้าเผลอหลับใน เจ้าสัวอาจจะขุดดินเพลินจนไปถล่มกระท่อมคนอื่นเอานะ"
"โธ่ ท่านผู้เฒ่า... อย่าขัดความสุขข้าสิ" อาเจียยักไหล่ ยิ้มกวนๆ "อย่างน้อยตอนนี้ ข้าก็มี 'แรงงานทาสผู้ซื่อสัตย์' ที่ทำงานได้ยี่สิบสี่ชั่วยามโดยไม่บ่น ไม่กินข้าว และไม่ต้องจ่ายเงินเดือน! นี่มันสวรรค์ชัดๆ"
ทันใดนั้น เจ้าถุงเงิน ที่นอนผึ่งพุงอยู่บนหลังคา ก็กระเด้งตัวลุกขึ้น หนวดของมันสั่นระริกชี้ไปทางทางเดินเข้าสู่กระท่อม
อาเจียหุบยิ้มทันที เขาดีดนิ้วหนึ่งครั้ง เปาะ!
ที่แปลงผัก เจ้าสัวหยุดขุดดินทันที แล้วทิ้งจอบลง ยืนนิ่งแข็งทื่อกลายเป็นหุ่นหินธรรมดาๆ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
"มีแขกมา..." อาเจียพึมพำ "แถมกลิ่นอายเงินทองลอยมาแต่ไกลเชียว"
ไม่นานนัก ร่างของชายหนุ่มในชุดหรูหราที่คุ้นตาก็เดินนวยนาดเข้ามา พร้อมกับเด็กสาวอีกคนหนึ่งที่เดินตามหลังมาด้วยท่าทางกระฟัดกระเฟียด
"โอ้! ดูซิว่าใครมา... 'ตัวนำโชค' ของข้า!"
เฟิงอี้หราน โบกพัดจีบไปมาด้วยท่าทางยียวนตามสไตล์คุณชายเจ้าสำราญ
"สหายอาเจีย! ข้าพาน้องสาวมาตามสัญญาแล้ว! หวังว่าเจ้าคงไม่ได้กำลังวางแผนขูดรีดใครอยู่นะ?"
อาเจียลุกขึ้นต้อนรับ (ด้วยสายตาที่ไม่ได้มองเฟิงอี้หราน แต่มองเลยไปที่เด็กสาวด้านหลัง)
นางดูอายุราวๆ สิบสี่สิบห้าปี ใบหน้างดงามจิ้มลิ้มราวกับตุ๊กตาเคลือบ ผิวขาวอมชมพู สวมชุดกระโปรงสีแดงเพลิงปักลวดลายหงส์ด้วยดิ้นทองคำแท้ (อาเจียคำนวณราคาในใจทันที: ลายปักนั่น... ไหมทองคำจากแคว้นใต้! ชุดนี้อย่างต่ำห้าร้อยตำลึงทอง!) ผมยาวสลวยถูกเกล้าขึ้นประดับด้วยปิ่นหยกแดงระย้า ท่าทางเชิดหน้าเล็กน้อยบ่งบอกถึงความเอาแต่ใจที่เป็นนิสัยติดตัวมาตั้งแต่เกิด
เฟิงหลิงเอ๋อร์ คุณหนูเล็กแห่งตระกูลเฟิง กวาดสายตามองกระท่อมซอมซ่อของอาเจียด้วยความรังเกียจ ก่อนจะยกผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาปิดจมูก
"ท่านพี่..." เสียงแหลมเล็กของนางดังขึ้น "นี่น่ะหรือ 'ยอดฝีมือ' ที่ท่านโม้นักโม้หนา? ดูยังไงก็แค่ 'คนสวน' ที่เลี้ยงแมงมุมสกปรกๆ ไม่ใช่รึ?"
อาเจียกระตุกคิ้ว 'ยัยเด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม... เดี๋ยวพ่อจะคิดค่าดูถูกให้หนักเชียว'
แต่ใบหน้าของเขากลับฉีกยิ้มกว้างแบบการค้า
"ยินดีต้อนรับคุณหนูเฟิง! กระท่อมข้าอาจจะดูซอมซ่อ แต่ 'บริการ' ของข้ารับรองว่าระดับภัตตาคารเหลาอาหาร! ไม่ทราบว่าวันนี้ลมอะไรหอบธิดาหงส์เพลิงผู้สูงส่งมาสู่ดงผักกาดของข้าขอรับ?"
เฟิงหลิงเอ๋อร์มองค้อนอาเจียวงใหญ่ "ข้าไม่ได้อยากมาหรอกย่ะ! แต่ท่านพี่บอกว่าเจ้ามี 'ของเล่น' แปลกๆ และเก่งเรื่องกลไก... ข้ามีปัญหาที่แก้ไม่ตก และคนของตระกูลเฟิงก็โง่เกินกว่าจะช่วยข้าได้"
นางโยนถุงเงินใบเขื่องลงบนโต๊ะน้ำชาตรงหน้าอาเจียดัง ตุ้บ! เสียงเหรียญทองกระทบกันแน่นขนัด ฟังแล้วรื่นหูยิ่งนัก
"ในนี้มีหนึ่งร้อยตำลึงทอง... เป็น 'ค่าเสียเวลาฟัง' ปัญหาของข้า ถ้าเจ้าแก้ได้ ข้าจะให้อีกห้าเท่า! แต่ถ้าแก้ไม่ได้..." นางหรี่ตาลง แผ่รังสีคุณหนูเอาแต่ใจ "เจ้าต้องกราบขอขมาที่ทำให้ข้าเสียเวลา และคืนเงินข้าสองเท่า!"
อาเจียมองถุงเงินตาวาว หยิบขึ้นมาชั่งน้ำหนักในมือ 'หนักอึ้ง! นี่มันโอกาสทอง!'
"หนึ่งร้อยตำลึงทอง... สำหรับการ 'ฟัง' ปัญหา? แหม... คุณหนูเฟิงช่างใจกว้างดั่งมหาสมุทร!" อาเจียยิ้มแก้มปริ "ตกลงขอรับ! เชิญระบายความทุกข์ของท่านมาได้เลย! ต่อให้ต้องบุกน้ำลุยไฟ หรือปีนเขาลงห้วย อาเจียผู้นี้จัดให้ได้หมด!"
เฟิงอี้หรานแอบกระซิบข้างหูอาเจียด้วยน้ำเสียงสยองขวัญเล็กน้อย
"ระวังตัวด้วยนะสหาย... งานของน้องสาวข้า ไม่เคยมีคำว่า 'ง่าย'... และนางก็ 'กัด' เจ็บกว่าแมงมุมของเจ้าเยอะ"