เวรๆ! ตายเยี่ยงเขียดแน่งานนี้!
“เ้าเป็ใคร มีความแค้นอะไรกับข้า!” กู้เลี่ยงรุ่ยร้องถาม
“นั้นสิ เ้าเป็ใครกัน!”
แม้กระทั่งเอ็กซ์ก็ไม่รู้เรอะ! แต่ไอ้โม่งมาเพื่อปล้นแกโดยเฉพาะเลยนะโว้ย ชัดเจนมากว่าเป็พวกเดียวกับแก แต่สิ่งเหล่านี้กู้เลี่ยงรุ่ยไม่ได้พูดออกไป เอาตัวรอดก่อนถึงจะสำคัญที่สุด เบื่อแล้วนะที่ต้องาเ็ตลอดเวลา พอหายจากอีเวนต์นั้นก็มาโดนอีเวนต์นี้ ชีวิตจะห่างยาห่างการรักษาตัวสักพักได้หรือไม่ ไม่ต้องมาบ่อยๆ หรอกนะสถานการณ์เสี่ยงตายนะ
“ทะ...ท่าน ท่านจำตัวเองไม่ได้รึ ท่านชื่ออะไร!” ไอ้โม่งถึงกับเซ เลิกขว้างมีดในบัดดล ทั้งยังปรี่เข้าไปหาเอ็กซ์อย่างรวดเร็ว
“ไม่เชิง ข้ามีชื่อ ข้าชื่อเอ็กซ์”
“เหลวไหล! ท่านไม่ได้ชื่อนี้สักหน่อย ไอ้คนบัดซบนั้นทำจนท่านกลายเป็แบบนี้แล้ว สักวันข้าจะฆ่ามัน!” น้ำเสียงแทบจะเหมือนบดกระดูกคนในนั้น ไอ้โม่งฟาดมือลงไปทีหนึ่งโซ่เหล็กก็พลันหลุดออกจากตัวเอ็กซ์อย่างง่ายดาย พลางคิดจะหลบหนีกันไปสองคน แต่มันไม่ง่ายเช่นนั้นหรอก อย่าลืมไปสิว่าที่นี้ใครคุม
ฉีอ๋องเลยนะโว๊ย!
ฉีอ๋องในชุดสีดำทมึนยืนขวางอยู่หน้าประตูคล้ายกับจะบอกว่าหากอยากจะไปก็ต้องเอาชนะเขาไปก่อนเท่านั้น เรือนร่างของฉีอ๋องใหญ่โตและตามปกติก็ดูน่าเกรงขามอยู่แล้ว แต่ตอนที่ทำสีหน้าไม่รับแขกเช่นนี้ยิ่งดูน่ากลัวเข้าไปใหญ่ กระบี่โรยราที่อยู่ในมือเหมือนผ่านการสังเวยของชีวิตมานับไม่ถ้วน ทว่าเืบนกระบี่ไม่ได้มีสีแดง แต่เป็สีน้ำเงิน ซึ่งหมายความว่าฉีอ๋องไม่ได้ปะทะกับคนแต่ปะทะกับปีศาจอยู่!
ไร้เสียงทักทายหรือพูดคุยอย่างที่ปุถุชนทั่วไปควรกระทำ ฉีอ๋องไม่รอช้า เสือกกระบี่ส่งๆ เข้าไปหาไอ้โม่งในทันที กู้เลี่ยงรุ่ยทำตัวไม่ถูกไปชั่วขณะรับรู้แล้วว่าตัวเองน่าจะเป็ตัวถ่วงด้วยซ้ำ แต่ห้องขังก็ถูกล็อกแ่าไม่อาจไปไหนได้ แต่ถึงกระนั้นก็ไม่อาจอยู่เฉย ระหว่างที่ได้ยินเสียงประมือกันดังก้องไม่ไกล กู้เลี่ยงรุ่ยไม่สนใจอะไรมากไปกว่าการเอาตัวรอด มีดสั้นของไอ้โม่งที่ปักอยู่ที่ตั่งเตียงถูกเขาดึงออกมาเก็บไว้ในมือเล่มหนึ่ง ก่อนจะหดตัวกลับไปนั่งชิดมุมและสังเกตฉากการต่อสู้ที่มองไม่ออกเลยว่าใครได้เปรียบเสียเปรียบ
แรกทีเดียวกู้เลี่ยงรุ่ยสับสนไปชั่วขณะด้วยซ้ำว่าจะเชียร์ใครดีระหว่างไอ้โม่งที่มาปล้นคุกหรือฉีอ๋องที่เอาเขามาขังไว้ ยังไงทั้งสองคนในสายตาตนก็ไม่น่าเชียร์ทั้งคู่ แต่ทว่าคนสุดท้ายที่เหลือรอดคือคนที่จะกุมชะตาชีวิตเขาใช่หรือไม่ ถ้างั้นก็ต้องเชียร์ให้ฉีอ๋องชนะ เพราะยังไงฉีอ๋องก็ไม่น่าจะปามีดใส่เขาตอนนี้ แต่หลังจากนี้ก็ไม่แน่หรอก ต้องดูกันต่อไป
คนที่เคยลิ้มรสชาติที่ถูกกระบี่โรยราแทงอย่างกู้เลี่ยงรุ่ยอดร้องออกมาไม่ได้เมื่อเห็นกระบี่บางเฉียบแต่แข็งแรงแทงเข้าไปในร่างของไอ้โม่งที่ไหล่ซ้าย พลาดเป้าที่หมายจะแทงจุดตายไปอย่างหวุดหวิด
ทั้งสองราวกับทั้งโลกเหลือเพียงเราสอง ไม่มีใครสนใจสิ่งรอบข้างอื่นใดอีก มีดสั้นคล้ายกับมีชีวิต สามารถเรียกคืนกลับมาได้จากเ้าของ ไอ้โม่งกดแผลห้ามเื รวบมีดและแปรออกเป็นินจาในอากาศ ก่อนจะสั่งให้โจมตี ฉีอ๋องต้านรับในกระบี่เดียวใบหน้าเหมือนหน้าปกหนังสือที่ไม่มีทางเปลี่ยนไปต่อให้เกิดอะไรขึ้น ทั้งยังเดินหน้าอย่างไม่เกรงกลัวฝ่ามีดสั้นที่พุ่งตรงดังห่าฝน แล้วพุ่งเข้าโรมรันกับไอ้โม่งอย่างดุเดือด ไอ้โม่งถอยร่นอย่างเดียวในขณะที่ฉีอ๋องไล่ต้อนฃ
กู้เลี่ยงรุ่ยเหมือนได้เปิดหูเปิดตาใหม่ ฉากแอ็กชั่นอย่างกับในหนัง!
เสียงของกระบี่กับมีดสั้นที่ประทะกันกลางอากาศดังเสียดหูคนฟังจนอาการปวดฟันกำเริบ กู้เลี่ยงรุ่ยหันไปมองเอ็กซ์ที่นั่งหมดสภาพอยู่ที่พื้น อารมณ์เหมือนจะทั้งงงและไม่รู้จะทำอะไรดีเช่นไรดีแบบกู้เลี่ยงรุ่ย พอหันกลับมามองฉีอ๋องอีกรอบ ไอ้โม่งก็ตัวลีบชิดผนัง โดยมีกระบี่โรยราจ่ออยู่ที่คอหอย
“พวกเ้าอย่าหวังจะได้ออกไปจากจวนของข้า แม้แต่ก้าวเดียว”
หัวคิ้วที่ขยับขึ้นเล็กน้อยนั้นเหมือนเป็การแสดงออกทางใบหน้าอย่างหนึ่งที่ฉีอ๋องชอบทำ และสื่อความหมายได้อย่างหลากหลาย ตอนนี้คือกำลังไม่พอใจสินะ
ทว่าในวินาทีที่ฉีอ๋องเหมือนจะกำลังกำชัยไว้แล้วดันมีกำลังเสริมจากไอ้โม่งโผล่เข้ามาอีก ถามว่าทำไมรู้ แน่ล่ะว่าต้องเป็ฝ่ายไอ้โม่งแน่ เพราะรูปแบบเสื้อผ้าเหมือนกันเป๊ะ รูปร่างของไอ้โม่งสองใกล้เคียงกับไอ้โม่งหนึ่ง แสดงว่าเป็สตรีทั้งสองคน กู้เลี่ยงรุ่ยวิเคราะห์ได้เพียงเท่านั้นก่อนจะต้องร้องสบถในใจเมื่อไอ้โม่งสองไม่ได้มาคนเดียวแต่ยังมีไอ้โม่งสาม ไอ้โม่งสี่ออกมาราวกับดอกเห็ด ทั้งหมดโรยตัวลงมาจากหลังคาและตรงเข้ามาจับตนไว้เป็ตัวประกัน ในขณะที่ไอ้โม่งสี่และสองตรงไปหาเอ็กซ์และช่วยพยุงขึ้นมา แต่ไม่ทันได้ก้าวเดิน ฉีอ๋องก็ซัดพลังใส่ทั้งสองคนจนต้องถอยหลังหลบ มีแต่เอ็กซ์คนเดียวที่โดนเต็มๆ จนลงไปกองกับพื้น
ปลายมีดสั้นทิ่มอยู่ที่เอวในชั่วพริบตา “ปล่อยคนของเรา ไม่งั้นเราจะฆ่าคนของเ้า!”
กู้เลี่ยงรุ่ยรู้สึกเศร้าซึ้งขึ้นมาภายในหัวใจ ไม่มีทางหรอกที่ฉีอ๋องจะช่วยเขา ไอ้โม่งสามมันเดินเกมส์ผิดแล้วล่ะ จึงต้องกระซิบบอกมันให้รู้ตัว “พวกเ้าคิดผิดแล้ว ฉีอ๋องไม่สนข้าหรอก”
“ปล่อยนาง! ไม่งั้นข้าจะฆ่าคนของเ้า!” น้ำเสียงนั้นสั่ง พลางทิ่มมีดสั้นผ่านเสื้อเข้ามาจนแอบรู้สึกเจ็บ กู้เลี่ยงรุ่ยหันไปมองฉีอ๋องที่ใบหน้าเ็าเหมือนจะไม่สบอารมณ์ ั์ตาเ็าคู่นั้นไม่มองกู้เลี่ยงรุ่ยแม้แต่น้อย ทั้งยังคงกุมกระบี่และพร้อมจะปลิดชีพไอ้โม่งหนึ่ง โดยไม่สนใจชีวิตกู้เลี่ยงรุ่ย
ไอ้โม่งสามจึงเตรียมจะแทงเขาจริงๆ
แต่แล้วในชั่วอึดใจแค่กระพริบตา กระบี่โรยราก็ดิ่งลงสู่พื้น เป็ฉีอ๋องทิ้งกระบี่อย่างง่ายดาย ฉีอ๋องปล่อยไอ้โม่งหนึ่งและยืนมองด้วยสายตาไม่สบอารมณ์เช่นเดิม
กู้เลี่ยงรุ่ยไม่คาดคิดมาก่อนเลยว่าฉีอ๋องจะทิ้งกระบี่อย่างง่ายดายป่านนี้ เขาที่ถูกไอ้โม่งสามจับไว้เป็ตัวประกันต้องถอยพร้อมกับเหล่าไอ้โม่งทั้งสี่และเอ็กซ์ ที่ถอยร่นไปเรื่อยๆ สายตาของเขาจับอยู่ที่ร่างของฉีอ๋องโดยไม่กระพริบ รู้สึกทั้งกึ่งเชื่อและไม่เชื่อว่าฉีอ๋องที่แสนทนงตัวจะปล่อยให้ไอ้โม่งพวกนี้หยามหน้าโดยไม่ทำอะไรเลย อีกอย่างที่ไม่อยากจะยอมรับคือเื่ที่เกิดขึ้นทั้งหมดนี้เป็เพราะกู้เลี่ยงรุ่ยด้วย หากว่าเขาไม่ถูกจับเป็ตัวประกัน ฉีอ๋องน่าจะจัดการไอ้โม่งทั้งสี่ได้ไม่ยาก ไอ้โม่งที่ยังดีอยู่ ซัดมีดสั้นใส่ฉีอ๋องไม่ยั้ง แม้ว่าฉีอ๋องจะตั้งรับได้ แต่ไม่รู้ทำไมอยู่ๆ ฉีอ๋องเหมือนจะทรุดลงไปกับพื้น อาการเหมือนคนที่ทรมานจากอะไรสักอย่างจนต้องกระอักเืออกมา
“ฉีคุน เ้าเป็อะไร ลุกขึ้นเร็ว!” ท่าไม่ดีแล้ว ยังงี้ฉีอ๋องถูกฆ่าฝั่งกลบแน่ กู้เลี่ยงรุ่ยดิ้นรนแต่ไม่หลุดจึงโคจรพลังปราณจะสู้ แต่มีหรือที่พลังคนอย่างกู้เลี่ยงรุ่ยจะระคายไอ้โม่ง พลันต้องกุมท้องอย่างเ็ปที่ถูกซัดเข้าให้หนึ่งที “ฉีคุน...”
ไม่ๆ อย่าพึ่งตาย มาช่วยฉันก่อน!
ทว่าฉีอ๋องเหมือนกำลังรับมือกับตัวเองจนไม่อาจจะทำอะไรได้อีก เห็นอย่างนั้นก็ยิ่งเข้าทางพวกไอ้โม่ง ไอ้โม่งสองหยิบของสิ่งหนึ่งที่เหมือนผลไม้มาโยนไปทางฉีอ๋อง เสียงะเิกัมปนาทจนหูอื้อ โครงสร้างถล่มลงมา ปิดตายประตูขังคุก ตั้งใจจะฝั่งกลบฉีอ๋องไว้ในนี้เลย กู้เลี่ยงรุ่ยมองเห็นเพียงกลุ่มควันฝุ่นที่คะคลุ้ง ไม่เห็นฉีอ๋องอีกเลย ร่างเขาถูกกระชากขึ้นมาและจับเป็ตัวประกันอีกครั้ง โดยที่กู้เลี่ยงรุ่ยไม่อาจขัดขืน
ว๊อท-เดอะ-ฟัค อะไรกันนักกันหน่ากับชีวิตเนี่ย!
จนกระทั่งสามารถออกมาถึงลานหน้าจวนได้ กลุ่มทหารและคนของฉีอ๋องตั้งขบวนอยู่อย่างห้าวหาญ ไม่มีทางเลยที่ไอ้โม่งทั้งสี่จะรอดไปได้ ด้านหน้ามีทหารสวมชุดพร้อมรบกับอาวุธในมือและโล้ แถวหลังไปอีกเป็กลุ่มหอกที่แหลมคมและยื่นยาว หลังสุดเลยคือทหารม้า ขบวนทั้งหมดโอบล้อมเข้ามาโดยมีแม่ทัพคนหนึ่งอยู่หน้าสุด
นอกจากคนเหล่านี้แล้วบนหลังคา กำแพง ต้นไม้ ที่สูงอื่นๆ ล้วนแล้วแต่เต็มไปด้วยพลธนูที่ง้างลูกศรคอยอยู่แล้ว รอเพียงสัญญาณและคำสั่งเท่านั้น
“หากพวกเ้าขยับ ข้าจะฆ่าคนของพวกเ้า!”
เอาแล้วไง กู้เลี่ยงรุ่ยไม่ชอบเลยที่ตัวเองกลายเป็ตัวถ่วงทุกคนแบบนี้ ให้ความรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นางเอกไร้ทางสู้ที่ต้องได้รับปกป้อง แต่ในความเป็จริงคือเขาก็เป็เ้าสำนักคุ้มภัยสกุลกู้ที่แสนจะโด่งดัง แล้วแบบนี้จะเอาหน้าไปไว้ไหนล่ะ ถูกจับเป็ตัวประกันไม่พอยังต้องทำให้จนท่านอ๋องถูกไอ้โม่งหยามหน้าแบบนี้อีก เมื่อกี้ฉีอ๋องก็โดนเก็บไปหนึ่งแล้ว คนพวกนี้คงไม่คิดจะยอมปล่อยให้พวกไอ้โม่งหนีไปเพราะเขาจริงๆ หรอกใช่มั๊ย
“เ้าคิดว่าจะสามารถออกไปได้จากจวนท่านอ๋องอย่างง่ายดายเช่นนั้นเลยรึ!”
กู้เลี่ยงรุ่ยหรี่ตามองไปยังคนที่พูด ชุดทหารมีตราประทับของจวนท่านอ๋องและสามารถนำทัพได้ขนาดนี้จะเป็ใครไปได้อีกล่ะถ้าไม่ใช่ฟ่านเฉิน ไม่สิ จะให้ถูกก็ต้องเรียกว่าท่านแม่ทัพฟ่าน มือขวาคนสนิทของฉีอ๋องที่ฝีมือไร้เทียมทาน ในนิยายเคยเปรียบๆ เอาไว้ด้วยซ้ำว่าหากให้แม่ทัพฟ่านกับอู๋เยี่ยนสู้กัน ไม่แน่ว่าจะรู้ผลแพ้ชนะ คนทั้งสองมีสไตล์การต่อสู้และเคล็ดกระบี่จากอาจารย์ท่านเดียวกัน ซึ่งเป็อาจารย์อาอิ่นซือเฉิง ซึ่งก็จริงอยู่ว่าอาจารย์อาอิ่นซือเฉิงไม่พกกระบี่ด้วยซ้ำทั้งยังมีอาวุธประจำกายเป็เครื่องดนตรีกู่เจิง แต่อาจารย์อามีรากฐานมาจากวิถีกระบี่ ซึ่งอาจเรียกได้ว่าเขาเป็ศิษย์สำนักเดียวกันและฟ่านเฉินก็มีศักดิ์เป็ศิษย์พี่ด้วย แต่ภายหลังไม่รู้เกิดเหตุใดขึ้นฟ่านเฉินก็ออกจากสำนักก่อนที่กู้เลี่ยงรุ่ยจะเข้าสำนัก สรุปก็คือทั้งกู้เลี่ยงรุ่ยและอู๋เยี่ยนนับเป็ศิษย์น้องของฟ่านเฉิน และถึงแม้ว่าฟ่านเฉินกับเขาจะมีอาจารย์สายตรงคนละคน แต่อย่าลืมว่าอาจารย์กู้กับอาจารย์อาเป็สหายสนิท ทั้งสองคนช่วยกันรับศิษย์และก่อตั้งสำนักคุ้มภัยขึ้นมา
แต่จะมีแค่ศิษย์สายตรงจากอาจารย์กู้ที่จะได้เป็เ้าสำนัก...อย่างเ้าสำนักกู้
ไม่รู้ว่าเป็เพราะความหลังของการมีสายสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้องกันหรือไม่ แต่ฟ่านเฉินมองตรงมาที่เขาด้วยสายตาคิดมากเหลือเกิน ทั้งยังยกมือยั้งไว้ ห้ามลงมือใดๆ
“หากพวกท่านกล้าเข้ามาแม้แต่ก้าวเดียว ข้าจะปาดคอคนของพวกเ้าทิ้งเสีย!” ราวกับกลัวว่าจะไม่โหดพอ มีดสั้นเคลื่อนที่มาบาดผิวจนได้กลิ่นคาว
“งั้นปล่อยคนแล้วพวกเ้าก็ไปเสีย พวกเ้ารีบจากไป แต่ทิ้งคนไว้ อย่าแม้แต่จะแตะต้อง”
ง่ายอย่างงี้เลยเหรอ? ไม่ใช่แค่กู้เลี่ยงรุ่ยที่ตั้งคำถามในใจแต่ไอ้โม่งสามที่จับตัวตนไว้ก็ถึงกับชะงักไป ราวกับว่าไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่หูได้ยิน ทว่าฟ่านเฉินย้ำคำของตนเองโดยการสั่งให้พลธนูลดธนูลง ก่อนจะสั่งเสียงเข้มให้พลทหารทั้งหมดแยกออกสร้างช่องทางหลบหนีให้ภาพเหตุการณ์เหมือนตอนที่โมเสสแยกทะเลออกเป็สองส่วนจะได้นำคนเดินข้ามไปได้ง่าย
ทว่านี้มันจะง่ายไปหรือไม่ จะทำเช่นนี้เพื่อเขาจริงๆ นะเหรอ?